ั้แ่ริเช่ติดตามพอตแมนเพื่อเรียนรู้การลงอาคม ก็รับรู้ได้ว่าทั่วทั้งอาณาจักรวายุอัสนี ผู้ที่สามารถร่ายอาคมสองมือได้ มีเพียงพอตแมนคนเดียว สิ่งนี้ทำให้นางภูมิใจในตัวอาจารย์เป็อย่างมาก ทว่าวันนี้ เวลานี้ เด็กชายที่ยืนอยู่ด้านหน้าพิสูจน์แล้วว่ามันไม่ใช่
โนมานที่เห็นสีหน้าของรีนกับริเช่ออกอาการไม่สู้ดี จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“พวกท่านเป็อะไรหรือไม่”
“ไม่”
“ไม่”
เสียงตอบกลับอย่างพร้อมเพรียงของสตรีทั้งสอง ทำให้โนมานยิ่งปั้นหน้าด้วยความงุนงงเข้าไปอีก แต่ไม่ทันไรเสียงอันแสบแก้วหูก็ดังขึ้น
เคร้ง!!
ราวกับเสียงเหล็กกำลังเสียดสีกัน
เคร้ง!! เคร้ง! เคร้ง!
อักขระนับสิบที่ลอยอยู่ด้านข้างชิล ได้เคลื่อนเข้าปะทะกับกระบองสีเงินจนทำให้เกิดเสียงดัง
นี่คือการประทับตราอักขระเวท มันเป็สิ่งยากที่สุดในการลงอาคมศาสตราวุธ ซึ่งริเช่เองก็สามารถทำได้ถึงขั้นนี้เช่นกัน กระนั้นเมื่อนางนำอักขระเข้าประทับ ผลปรากฏว่าศาสตราวุธเ่าั้ต้องแตกสลายไปอย่างรวดเร็ว
“ขั้นตอนนี้ ต้องใช้ความละเอียดอ่อนมากนัก”
ริเช่กล่าวพร้อมกัดเล็บนิ้วโป้งด้วยความตื่นเต้น
“ใช้ความละเอียดอ่อนรึ”
“ชู~ เงียบหน่อย”
โนมานที่กำลังกล่าวถาม กลับโดนริเช่หยุดปากไว้ แม้พอรู้บ้าง เนื่องจากอ่านหนังสือ แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะยากเย็นอะไร ถึงอย่างนั้นเมื่อมองไปยังใบหน้าอันงดงามของน้าสาว ที่แสดงอาการตื่นตะลึงจนผิดแปลก บางทีเขาอาจต้องคิดเสียใหม่
เม็ดเหงื่อปรากฏขึ้นบนใบหน้าชิล แม้มั่นใจว่าสามารถลงอาคมศาสตราวุธได้ แต่มันก็ไม่ใช่เื่ง่ายที่จะทำสำเร็จในเวลาอันสั้น ต้องรู้ว่าเขาเพิ่งเคยลงอาคมศาสตราวุธเป็คราแรก ไม่มีความคิดรีบเร่ง ค่อยๆนำอักขระบนอากาศมาประทับศาสตราวุธทีละตัวด้วยความปราณีต
เคร้ง!~
เคร้ง!~
เคร้ง!~
เสียงกระทบกันของอักขระกับกระบองสีเงินดังกังวานจนทะลุออกไปด้านนอกห้องใต้ดิน สะเก็ดไฟกระเด็นไปทั่ว ราวเกิดการปะทะกันของดาบ
รีนและริเช่ที่เห็นดังนั้น จึงพากันจ้องชิลจนตัวเกร็ง แม้เหตุผลความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นของทั้งสองจะต่างกันในคราแรก แต่พวกนางทั้งคู่ก็ลุ้นว่าเขาจะสามารถทำมันสำเร็จได้หรือไม่เช่นกัน
เสียงประทับตราอักขระดังก้องอยู่พักใหญ่ ไม่นานก็ค่อยๆเบาลง เบาลง จนในที่สุดมันก็เงียบหายไป
ชิลถอนหายใจออกมา ก่อนควงกระบองสีเงินสองรอบแล้ววาดมันไปด้านข้าง อักขระที่อยู่กลางกระบองส่องแสงเจิดจ้าพร้อมเกิดคลื่นลมอันรุนแรงพัดศาสตราวุธด้านข้างผนังล้มระเนระนาด
นี่เป็เครื่องยืนยันว่าการลงอาคมศาสตราวุธสำเร็จ
“มะ...มันสำเร็จแล้วรึ!! เหตุใดข้าจึงไม่สามารถสังเกตเห็นกระบวนการปิดผนึก”
ชิลจ้องริเช่อย่างมีความหมาย ก่อนหันกลับมามองกระบองสีเงิน เขาไม่ได้ตอบคำถาม
แม้เป็เช่นนั้น ริเช่ในตอนนี้กลับไม่รู้สึกหงุดหงิด หรือขุ่นเคืองใดๆ ราวกับตายด้านทางอารมณ์ไปชั่วขณะ
“เยี่ยม!!!”
เสียงรีนดังขึ้น นางรู้สึกดีเป็อย่างมากที่ชิลสามารถลงอาคมศาสตราวุธได้จริง จึงเดินเข้าไปหาด้วยรอยยิ้ม ต่างกับโนมานที่ตอนนี้แข็งค้างไปเรียบร้อย
“เหตุใดเ้าถึงใช้เวลาเพียงยี่สิบนาทีในการลงอาคมจนสมบูรณ์ มันไม่น่าเป็ไปได้!!”
โนมานกล่าวพร้อมดวงตาที่เบิกกว้าง แม้เขาไม่ใช่ผู้ฝึกรากฐาน แต่ก็รู้ว่า กระบวนการลงอาคมศาสตราวุธต้องใช้เวลามากว่าครึ่งวันเป็อย่างต่ำ แล้วนี่เป็ไปได้อย่างไรที่มันจะสำเร็จภายในยี่สิบนาที หากบอกว่าตระกูลแรนเชอล่มสลาย ยังน่าเชื่อถือซะมากกว่า
“ยี่สิบนาทีเป็เวลาที่มากเกินไป”
ชิลไม่ได้ตอบคำถาม ทำเพียงเปิดปากบ่นอุบอิบ มองกระบองสีเงินในมือด้วยท่าทางผิดหวัง เพียงอาคมระดับเริ่มต้นกลับใช้เวลาถึงยี่สิบนาที หากเป็จักรพรรดิแห่งความรู้อาคัท เกรงว่าจะทำมันสำเร็จั้แ่สิบวิแรกด้วยซ้ำ
ริเช่ที่ได้ยินคำกล่าว ก็นิ่งอึ้งราวคนใบ้ ไร้ซึ่งคำจะเอื้อนเอ่ย สิบสองปี คือเวลาที่นางใช้ไปกับการลงอาคมศาสตราวุธ ซึ่งไม่เคยประสบความสำเร็จเลยสักครั้ง แต่กับผู้ที่สามารถทำมันสำเร็จภายในยี่สิบนาที กลับบอกว่าใช้เวลามากไป ความรู้สึกในตอนนี้ราวกับกำลังโดนชิลฆ่าทั้งเป็
ไม่นานรีนก็เดินมาหยุดด้านหน้าชิลพร้อมแบมือออก เห็นดังนั้นเขาจึงเผยยิ้มเล็กน้อย ก่อนส่งแท่งหินสีขาวที่เหน็บไว้ชายเสื้อให้ นางพยักหน้าตอบ ทว่าขณะที่กำลังจะเปิดปากกล่าวบางอย่าง เสียงชราก็ดังขึ้นหน้าคฤหาสน์
“มีคนอยู่หรือไม่!!”
“หะ.. หัวหน้าพ่อบ้าน เฟลดิช!”
โนมานกล่าวด้วยท่าทางตื่นกลัว บุคคลภายในตระกูลแรนเชอที่เขากลัวรองจากผู้นำตระกูลก็คือเฟลดิช เหตุเพราะหัวหน้าพ่อบ้านผู้นี้มักอยู่ข้างกายผู้นำตระกูลบ่อยครั้ง ทำให้มีนิสัยอันเคร่งครัดในกฎระเบียบตามผู้เป็นาย และนั่นคือจุดที่ทำให้เขาหวั่นเกรง
“เ้าตามข้ามา”
รีนมองไปที่โนมานก่อนหันไปทางริเช่
“ส่วนเ้าพาเขาไปเปลี่ยนชุด แล้วตาข้ามาภายหลัง”
สิ้นคำนางก็เดินออกไปพร้อมกับโนมานที่พยายามทำท่าทางใจดีสู้เสือ
หลังจากนั้นบรรยากาศภายในห้องชั้นใต้ดินก็เงียบกริบราวกับป่าช้า
ริเช่จ้องไปที่ชิล ไม่สามารถมองเด็กชายผู้นี้เป็มนุษย์ธรรมดาได้อีก อย่าว่าแต่ธรรมดาเลย ต่อให้เรียกอัจฉริยะยังคงน้อยเกิน สิ่งที่พอเทียบความรู้สึกนางตอนนี้ได้ก็คือ
‘สัตว์ประหลาด’
แม้จะเป็พอตแมน นางก็มั่นใจว่าไม่สามารถลงอาคมศาสตราวุธสำเร็จภายในเวลายี่สิบนาที อย่างต่ำต้องใช้เวลาประมาณสามชั่วโมง แม้รู้อยู่เต็มอก ก็ไม่อาจเปลืองเวลาคิดไห้มากความ ทำเพียงกดข่มความหวั่นเกรง ก่อนก้าวเข้าไปหาชิลพร้อมกล่าวเสียงเบา
“ขอดูมันหน่อยได้หรือไม่”
ั์ตาองุ่นเหลือบมองริเช่ครานึง ทิ้ง่ครู่ จึงโยนกระบองสีเงินให้
ทันทีที่รับมา นางก็เริ่มทำการสำรวจดูร่องรอยอักขระที่ถูกจารึก ใช้เวลาพักใหญ่ จึงสรุปได้ว่ามันยังไม่ผ่านกระบวนการปิดผนึก
“นี่ไม่น่าเป็ไปได้”
“อะไรที่เป็ไปไม่ได้”
ริเช่เบิกตากว้าง ไม่คิดว่าชิลจะกล่าวตอบ แม้สนใจท่าทางเด็กชายตรงหน้าอยู่มาก ทว่าความรู้สำคัญว่า เลยก้มหน้ามองกระบองพลางกล่าว
“มันยังไม่ผ่านกระบวนการปิดผนึก เหตุใดการลงอาคมจึงสมบูรณ์”
“เ้าอยากรู้”
“แน่นอน ข้าอยากรู้”
ริเช่จ้องไปที่ชิลด้วยสายตามุ่งมั่น นางไม่เคยพบใครที่มีวิธีการลงอาคมได้แปลกประหลาดและรวดเร็วเช่นนี้
ไม่นานฝ่ามือขาวภายใต้แขนเสื้อสีฟางก็แบออกต่อหน้าสายตานาง
“หนึ่งแสนหิน์”
.
.
คฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่บนูเาขนาดย่อม ณ ใจกลางอาณาเขตอันกว้างขวางของตระกูลแรนเชอ ภายในคฤหาสน์นี้มีห้องโถงขนาดใหญ่ถูกประดับไปด้วยสิ่งของหรูหราจำนวนมาก เสาทุกต้นล้วนสร้างขึ้นจากทองคำ ถูกสลักไว้ด้วยลวดลายอินทรีกำลังสยบสัตว์ต่างๆไว้แทบเท้า
“ท่านพ่อ คงไม่คิดยกโทษให้โนมานใช่หรือไม่ ท่านควรรู้ว่าบุรุษภายในตระกูลแรนเชอ ต้องยึดมั่นในคำพูดของตนยิ่งกว่าชีวิต”
คูเดลกล่าวพลางมองไปยังตำแหน่งบัลลังก์ใจกลางห้องโถง ที่ถูกนั่งไว้ด้วยชายชราผู้หนึ่ง เขามีผมสั้นสีเทา ดวงตาสีฟ้ากระจ่างพร้อมหางคิ้วคมกริบราวใบมีด ใบหน้าเคร่งขรึม คล้ายกำลังโกรธอยู่ตลอดเวลา เสื้อคลุมยาวสีน้ำเงินปักไว้ด้วยลวดลายอินทรีสีทองสามตัวที่กลางหลัง เขาคือ การอน ผู้นำตระกูลแรนเชอคนปัจจุบัน
“ท่านปู่ ข้ายึดถือในคำมั่นยิ่งชีพ ไม่ยอมให้โนมานทำให้ตระกูลแรนเชอเสื่อมเสียเกียรติเป็แน่”
ฟาเดลกล่าวเสริม มันมั่นใจว่าโนมานต้องไม่สามารถนำตัวผู้ลงอาคมศาสตราวุธกลับมายังตระกูล
“ท่านพี่...”
หญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านข้างการอนกล่าว นางผู้นี้คือแม่ของริเช่ ภรรยาคนปัจจุบันผู้นำตระกูล มีชื่อว่า ทริช
“เงียบ!”
เสียงการอนดังขึ้น เขามองไปยังเหล่าเครือญาตินับร้อยที่ยืนอยู่ทั่วห้อง ก่อนกล่าวต่อด้วยเสียงอันทรงพลัง
“ข้ามิชอบผู้พูดจามากความ เมื่อโนมานมาถึง ข้าจะตัดสินเขาด้วยตัวเอง”
ทุกคนในห้องโถงแสดงสีหน้าหวาดหวั่น ก่อนโค้งคำนับลงพร้อมพูดเป็เสียงเดียวกัน
“สุดแต่ผู้นำตระกูลจะตัดสิน”
ไม่นานประตูใหญ่ด้านหน้าห้องโถงก็ถูกเปิด พร้อมเดินนำมาด้วยชายชราผู้หนึ่ง ที่ด้านหลังตามด้วยสตรีวัยกลางคนและชายหนุ่มท่าทางสง่างาม
ทุกคนภายในห้องโถงเห็นดังนั้น ก็หลีกทางออกไปด้านข้าง เพื่อเว้นพื้นที่ตรงกลางไว้
“ทำความเคารพท่านผู้นำตระกูล”
ทั้งสามเอ่ยพร้อมเพรียง พลางก้มโค้งลงเล็กน้อย
การอนจ้องไปยังบุคคลทั้งสาม สักพักจึงกล่าวเสียงเรียบ
“โนมาน เ้าสามารถพาผู้ลงอาคมศาสตราวุธกลับมายังตระกูลได้หรือไม่”
“เรียนท่านตา ข้าได้พาตัวผู้ลงอาคมศาสตราวุธกลับมายังตระกูลเป็ที่เรียบร้อย”
โนมานกล่าวพร้อมก้มหัวลง เวลานี้ปรากฏรอยยิ้มแห่งความสุขบนใบหน้าอันหล่อเหลา