บทที่ 132: วิญญาณแรกก่อตั้ง
หลินฟานกลับมายังยอดเขาเทพอสนีอีกครั้ง...
ครั้งนี้ เขาสั่งปิดตายยอดเขาทั้งลูกอย่างสมบูรณ์! ค่ายกลป้องกันที่ทรงพลังที่สุดถูกเปิดใช้งาน! ไม่มีผู้ใดได้รับอนุญาตให้เข้าใกล้! นี่คือการปิดด่านที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา!
เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะทะลวงขั้นในทันที...
แต่กลับใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์เต็มในการนั่งสมาธิ... เขาทบทวนความรู้และประสบการณ์ทั้งหมดที่ "ดูดซับ" มาจากลูกแก้วสืบทอดของเหล่าบรรพชนในหอคัมภีร์ชั้นที่แปด... เขาทำความเข้าใจแก่นแท้ของ "วิญญาณ" และขั้นตอนการ "ก่อกำเนิด" มันขึ้นมาอย่างทะลุปรุโปร่ง
เมื่อจิตใจของเขาปลอดโปร่ง, สงบนิ่ง, และไร้ซึ่งมารในใจใดๆ... เมื่อเขามั่นใจ 100%...
เขาก็ได้เริ่มต้นกระบวนการที่อันตรายและท้าทายสวรรค์ที่สุด!
ขั้นตอนแรก... และเป็นขั้นตอนที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดของการทะลวงสู่ขอบเขตวิญญาณแรกก่อตั้ง...
คือการ "ทลายแก่นแท้!"
เขาต้องทำลาย "แก่นแท้ทองคำจักรพรรดิมังกรอสุนีบาต" ที่สมบูรณ์แบบและทรงพลังที่สุดของเขา... ด้วยมือของเขาเอง!
มันคือการกระทำที่ขัดต่อสัญชาตญาณของผู้ฝึกตนทั้งหมด! คือการเดินไปบนเส้นด้ายที่บางเฉียบระหว่างความเป็นและความตาย!
"มาเลย!"
หลินฟานคำรามในใจ! เขาโคจรพลังปราณทั้งหมดในร่างกาย... ไม่ใช่เพื่อเสริมสร้าง... แต่เพื่อ "บีบอัด" แก่นแท้ทองคำของเขา!
[ติ๊ง! ระบบตรวจพบว่าโฮสต์กำลังเริ่มกระบวนการ 'ทลายแก่นแท้ก่อกำเนิดวิญญาณ'!]
[ผลทวีคูณ 1,000 เท่ากำลังรักษาเสถียรภาพของจุดตันเถียน! ป้องกันการระเบิดที่อาจถึงแก่ชีวิต!]
อ๊ากกกกกกกกกกกก!
ความเจ็บปวดที่รุนแรงเสียยิ่งกว่าตอนที่ถูกทัณฑ์สวรรค์ฟาดฟันถาโถมเข้าใส่เขา! ราวกับว่าแก่นกลางของชีวิตกำลังจะถูกบดขยี้!
แคร่ก... แคร่ก...
รอยร้าวเริ่มปรากฏขึ้นบนผิวของแก่นแท้ทองคำที่งดงาม!
แต่หลินฟานก็ยังคงอดทน! จิตวิญญาณแห่งเต๋าของเขามั่นคงดุจขุนเขา!
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมม!
ในที่สุด... แก่นแท้ทองคำที่สมบูรณ์แบบของเขาก็ แตกสลาย ออกเป็นเศษเสี้ยวพลังงานสีม่วงทองนับล้านชิ้น!
แต่แทนที่มันจะสลายหายไป... เศษเสี้ยวเหล่านั้นกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง! แต่ไม่ใช่ในรูปของแก่นแท้...
มันค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างของ "มนุษย์" ขนาดจิ๋ว!
มันคือร่างจำลองของหลินฟานที่สมบูรณ์แบบทุกกระเบียดนิ้ว! กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่กลางจุดตันเถียนของเขา!
แต่มันก็ไม่ใช่ร่างจำลองธรรมดา...
บนหน้าผากของร่างจิ๋วนั้น... มีเขาเล็กๆ ของมังกรปรากฏขึ้นมาลางๆ... บนผิวของมันมีเกล็ดสีม่วงทองจางๆ ปกคลุมอยู่... และรอบๆ กายของมัน... มีเงาร่างของมังกรอสุนีบาตขนาดจิ๋วตัวหนึ่งกำลังแหวกว่ายและปกป้องอยู่!
นี่คือ "วิญญาณแรกก่อตั้งจักรพรรดิมังกรอสุนีบาตบรรพกาล"! วิญญาณแรกก่อตั้งระดับตำนานที่เหนือกว่าวิญญาณแรกก่อตั้งทั่วไปนับพันเท่า!
และในวินาทีที่วิญญาณแรกก่อตั้งของเขาก่อกำเนิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบนั้นเอง...
ครืนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน-!
ท้องฟ้าเหนือสำนักเมฆาคราม... พลันมืดครึ้มลงอีกครั้ง!
"มาอีกแล้ว!" เจ้าสำนักและมหาผู้อาวุโสสูงสุดทะยานร่างขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและยินดีอย่างสุดซึ้ง!
แต่ทัณฑ์สวรรค์ในครั้งนี้... น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าครั้งก่อนหลายสิบเท่า!
มันไม่ได้มีเพียงเมฆาสายฟ้าอีกต่อไป! แต่คือ "เมฆาทัณฑ์ห้าธาตุ"!
เมฆาสีทองที่แฝงไว้ด้วยพลังโลหะอันแหลมคม... เมฆาสีเขียวที่บรรจุพลังไม้ที่สามารถบดขยี้ทุกสิ่ง... เมฆาสีครามที่เต็มไปด้วยพลังวารีที่เชี่ยวกราก... เมฆาสีแดงฉานที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างให้เป็นเถ้าถ่าน... และเมฆาสีเหลืองที่หนักอึ้งดุจปฐพี! และทั้งหมด... ถูกหลอมรวมเข้ากับสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์ที่รุนแรงที่สุด!
นี่คือบททดสอบที่แท้จริงของการท้าทายสวรรค์!
"เปิดค่ายกลป้องกันสำนักขั้นสูงสุด! ปิดกั้นข่าวสารทั้งหมด! อย่าให้ผู้ใดล่วงรู้ถึงปรากฏการณ์นี้ได้!" เจ้าสำนักคำรามสั่ง
...
ภายในห้องบำเพ็ญเพียร... หลินฟานลืมตาขึ้น... วิญญาณแรกก่อตั้งที่เพิ่งจะก่อกำเนิดขึ้นสั่นพ้องกับร่างกายของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
เขาสัมผัสได้ถึงทัณฑ์สวรรค์ที่กำลังรอคอยอยู่เบื้องบน...
แต่เขากลับยิ้มออกมา...
เขาไม่ได้เห็นมันเป็นวิกฤต... แต่เห็นมันเป็น "งานเลี้ยง" อีกครั้งหนึ่ง!
เขาทะยานร่างออกจากห้องบำเพ็ญเพียร! พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า! เผชิญหน้ากับเมฆาทัณฑ์ห้าธาตุที่น่าสะพรึงกลัว!
"ห่างหายกันไปนานเลยนะ" เขากล่าวกับท้องฟ้าที่กำลังพิโรธ "มาดูกันว่า... ครั้งนี้เจ้ามีอะไรมาให้ข้า 'กลืนกิน' อีก"