บทที่ 58 คุณหนูผู้อ่อนแอ?
โทรศัพท์ดังขึ้นไม่กี่ครั้งก็มีคนรับสาย
[ฮัลโหล เฉิงเฟิงหรือเปล่า]
เสียงของซูอี้จวินที่ดังมาจากปลายสายนั้นไพเราะเสนาะหู คำพูดของเธอเนิบช้า ออกเสียงได้อย่างชัดเจนทุกคำ
ผู้หญิงแต่ละคนมีน้ำเสียงไม่เหมือนกัน อย่างเช่น เสียงของหลินเจี้ยนหลูที่อ่อนหวาน เต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน หรือเสียงของต้าเหยียนเมิ่งเหมยที่ฟังดูอ่อนโยน
“เธออยู่ที่บริษัทหรือเปล่า ฉันจะไปหา”
[ไม่ต้องหรอก ฉันกำลังเดินทางกลับบ้าน คุณจะมาที่บ้านฉันเหรอ]
ลู่เฉิงเฟิงครางตอบรับในลำคอ
“ถ้าอย่างนั้น ไว้เจอกันนะ”
ลู่เฉิงเฟิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ตอนนี้ไปหาเธอคงไม่ทันแล้ว จึงกำชับออกไปว่า “ตอนนี้ข้างนอกไม่ปลอดภัย ระวังตัวด้วยนะ เจอกันที่บ้าน”
ซูอี้จวินเปล่งเสียงอืมเบา ๆ แล้วจบการสนทนา
ฮั่นเหยียนขับรถพลางมองซูอี้จวินที่นั่งอยู่เบาะหลังผ่านกระจกมองหลังในรถ เห็นเธอยิ้มอย่างสดใส เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็เอ่ยปากกล่าวว่า “คุณหนู มีบางอย่างที่ผมไม่แน่ใจว่าควรพูดดีหรือไม่”
ซูอี้จวินเงยหน้าขึ้นจากเอกสารในมือ มองเขาแวบหนึ่ง “คุณอยากเตือนฉันให้อยู่ห่างจากลู่เฉิงเฟิงใช่ไหม?”
ฮั่นเหยียนตกใจเล็กน้อย แล้วพยักหน้าเบา ๆ “คุณหนู ผมรู้ว่าผมไม่มีสิทธิ์พูดแบบนี้ แต่คุณปู่ซูและคุณลุงคุณป้าปฏิบัติกับผมดีมาก ลู่เฉิงเฟิงอันตรายเกินไป เขาไม่ใช่คนที่เหมาะสมกับคุณเลย”
ซูอี้จวินยิ้มบาง ๆ “คุณรู้ได้อย่างไรว่าเขาไม่ใช่คนที่เหมาะสมกับฉัน?”
“เขาเป็นมือสังหาร อันตรายมาก”
“ฮั่นเหยียน พรหมลิขิตกำหนดไว้แล้ว พรหมลิขิตของฉันกับเขาเริ่มต้นมาตั้งแต่สิบห้าปีก่อน เราถูกกำหนดให้ชะตาชีวิตพัวพันกัน” ซูอี้จวินพูดพลางมองกระจกมองหลังแวบหนึ่ง แล้วเปลี่ยนเรื่อง “ไปถนนเป่ยเหยียน”
ฮั่นเหยียนตกใจ ถนนเป่ยเหยียนเพิ่งสร้างเสร็จ ยังไม่เปิดใช้อย่างเป็นทางการ และอยู่ไกลจากที่นี่พอสมควร
เขาถามอย่างสงสัย “คุณหนู เราไม่กลับบ้านหรือครับ? ไปถนนเป่ยเหยียนทำไม? ตอนนี้ข้างนอกอันตรายมาก”
ซูอี้จวินเพียงยิ้มแต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา
ฮั่นเหยียนทำได้เพียงเก็บความสงสัยไว้ในใจ เปลี่ยนเส้นทางมุ่งหน้าสู่ถนนเป่ยเหยียน
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถแล่นมาถึงถนนเป่ยเหยียน ซึ่งยังไม่เปิดให้สัญจรอย่างเป็นทางการ
ทางเข้าถูกกั้นด้วยกำแพงเหล็กสีฟ้า มีเพียงช่องว่างเล็ก ๆ สำหรับรถที่ใช้ในการก่อสร้างผ่านเข้าออก บริเวณโดยรอบมีป้ายติดตั้งไว้ เขียนข้อความว่า “มีงานก่อสร้างด้านหน้า โปรดเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น”
“ขับเข้าไป”
ฮั่นเหยียนแสดงสีหน้าฉงน ก่อนจะขับรถเลี้ยวเข้าไปในช่องทางก่อสร้าง
ทันใดนั้นเอง เขาก็สังเกตเห็นรถเก๋งสีขาวคันหนึ่ง ปรากฏขึ้นในกระจกมองหลัง
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่สีหน้าจะแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว รถคันนี้เขาเคยเห็นมันบนถนนมาก่อน แต่ตอนนั้นมีรถมากมาย เขาจึงไม่ได้ใส่ใจอะไร
“คุณหนูครับ ดูเหมือนว่าพวกเรากำลังถูกสะกดรอยตาม”
ฮั่นเหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงตึงเครียด มือข้างหนึ่งบังคับพวงมาลัย อีกข้างหนึ่งเอื้อมไปคว้าปืนออกมา
ซูอี้จวินหัวเราะเบา ๆ “ฉันรู้แล้ว”
ฮั่นเหยียนงุนงงไปหมด ‘อะไรคือเธอรู้แล้ว?’
“ส่งปืนให้ฉัน”
ฮั่นเหยียนทำหน้าตกใจ “คุณหนู นี่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะครับ คุณรีบหมอบลงเถอะ ผมจะปกป้องคุณให้ได้แน่นอน”
“ให้ฉัน”
ฮั่นเหยียนทำหน้างง ๆ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่งปืนให้ซูอี้จวิน
ซูอี้จวินรับปืนมา ถอดแม็กกาซีนออกดูอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นก็ดึงลูกเลื่อนสองครั้งเสียงดังกริ๊ก ๆ บรรจุกระสุน ใช้ปลายนิ้วเปิดเซฟตี้ การกระทำทั้งหมดนี้ทำให้ฮั่นเหยียนตาโปนเหมือนตาคางคก
“ฮั่นเหยียน ชะลอความเร็วลง ปล่อยให้พวกเขาตามมาทัน”
ฮั่นเหยียนเหยียบเบรกโดยอัตโนมัติ ชะลอความเร็วลง
รถเก๋งสีขาวคันหลังเร่งความเร็วขึ้นมา แล่นเคียงข้างรถของซูอี้จวิน
กระจกรถเบนซ์สีขาวค่อย ๆ เลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าของคนขับรถ เป็นชายร่างเล็ก ผิวคล้ำ ผมเกรียน บนใบหน้ามีรอยแผลเป็นยาว เขาส่งยิ้มเย็นชา น่าเกลียดน่ากลัวมาให้
กระจกรถด้านหลังเลื่อนลงตามมา เป็นชายหน้าเหมือนลิงถือปืนอยู่ในมือ บังคับให้ฮั่นเหยียนหยุดรถ
ฮั่นเหยียนรู้สึกตื่นตระหนก หวาดกลัว คิดจะเหยียบคันเร่งหนี รถของเขาประสิทธิภาพดีกว่ามาก การจะหนีไม่ใช่เรื่องยาก
แต่เมื่อหันไปเห็นซูอี้จวินเปิดกระจกรถด้านหลังออก เขาก็ตกใจแทบสิ้นสติ “คุณหนูครับ อย่าทำแบบนั้น”
“ไม่ต้องตกใจ ไม่มีอะไรหรอก”
เธอยิ้มบาง ๆ หันไปมองชายสองคนที่อยู่ในรถคันข้าง ๆ
ชายสองคนนั้นพอเห็นใบหน้าอันงดงามของเธอ ก็ตาเป็นประกาย จ้องมองอย่างไม่วางตา
“แม่งเอ๊ย! ตัวจริงสวยกว่าในรูปอีก สวยขนาดนี้ฆ่าทิ้งก็น่าเสียดาย ปล่อยให้พวกเรามีความสุขก่อนค่อยฆ่า ฮ่า ๆ ๆ ๆ พวกเรานี่โชคดีจริง ๆ”
ชายที่นั่งอยู่ด้านหลังพูดด้วยน้ำเสียงหื่นกระหาย ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มลามก
รอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงสาวค่อย ๆ จางหายไป มือที่ถือปืนอยู่ก็ยื่นออกไปนอกหน้าต่างอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า
“ปัง! ปัง!”
หลังจากเสียงปืนดังสองครั้งรวด รถที่อยู่ข้าง ๆ ก็เสียหลัก พุ่งออกไปข้างทาง ชนเข้ากับแบริเออร์คอนกรีต
ฮั่นเหยียนตกตะลึงจนพูดไม่ออก ตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ
เขามีพื้นฐานทางทหาร จึงเข้าใจเรื่องปืนเป็นอย่างดี ฝีมือการยิงปืนของซูอี้จวินเมื่อครู่นี้ถือว่าแม่นยำ รวดเร็ว และโหดเหี้ยมมาก
เธอชักปืนออกมาอย่างรวดเร็ว และเหนี่ยวไกได้เร็วยิ่งกว่า
การยิงปืนในขณะที่รถกำลังแล่นด้วยความเร็วสูงนั้น อัตราความแม่นยำจะลดลงอย่างมาก แต่ซูอี้จวินยิงเพียงสองนัด คนถือปืนด้านหลังถูกยิงเข้าที่หว่างคิ้วด้วยกระสุนนัดเดียว ส่วนคนขับรถถูกกระสุนทะลุขมับ
“ฮั่นเหยียน ระวังถนนด้วย”
ฮั่นเหยียนสะดุ้งตื่นจากภวังค์ รีบหักพวงมาลัยกลับ แต่ด้วยความตกใจจึงเกือบชนขอบถนน
ซูอี้จวินวางปืนลงบนกล่องพักแขนด้านหน้า จากนั้นก็ดึงกระดาษออกมาเช็ดมือ แล้วพูดเบา ๆ ว่า “กลับบ้านกันเถอะ”
ฮั่นเหยียนเลี้ยวรถกลับ ตลอดทางเขาแอบมองซูอี้จวินที่นั่งอยู่ด้านหลัง ในใจยังคงไม่อาจสงบลงได้
เขาคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าคุณหนูใหญ่ผู้แสนบอบบางอ่อนแอมาตลอด จะซ่อนความลับนี้ไว้ได้ร้ายกาจถึงเพียงนี้?
ซูอี้จวินเงยหน้าขึ้นจากเอกสารในมือ มุมปากยกยิ้มน้อย ๆ “อยากถามอะไรก็ถามมาเถอะ”
ฮั่นเหยียนอ้าปากค้าง แต่กลับไม่รู้จะเอ่ยถามว่าอย่างไรดี
ซูอี้จวินอมยิ้ม “งั้นก็รอจนกว่านายจะคิดได้ค่อยถามก็แล้วกัน ฮั่นเหยียน เรื่องวันนี้ห้ามแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด แม้แต่คำเดียว”
ฮั่นเหยียนผงกศีรษะรับคำอย่างรวดเร็ว ต่อให้เขาพูดออกไปก็คงไม่มีใครเชื่ออยู่ดี
ใครเล่าจะเชื่อว่าหญิงสาวผู้อ่อนแอคนหนึ่ง จะสามารถฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็นเช่นนั้น?