บทที่ 98
สมาคมการค้า
อู๋เว่ยทำการประกาศก้าวออกมาว่าตนเองจะจัดตั้งสมาพันธ์การค้าขึ้น
หลังจากที่ชายผู้ที่เป็นคนที่เรียกรวมตัวเหล่าผู้คนมากมายมาสถานที่แห่งนี้พูดออกมาแบบนั้น
ในตอนนี้ผู้คนมากมายภายในงานชุมนุมครั้งนี้ต่างเรื่องแสดงท่าทางเห็นด้วยพวกเหล่าพ่อค้าที่มาชุมนุมภายในสถานที่แห่งนี้มีมากมายหลายร้อยคน
มองดูจากสายตาคนที่รวมตัวอยู่ภายในห้องโถงขนาดใหญ่น่าจะมีราวราวรวมเจ็ดร้อยถึงแปดร้อย
โดยในตอนนี้มากกว่าหกร้อยชีวิตจางหยวนมองดูแล้วพวกเขาน่าจะสนับสนุนกับการจัดตั้งสมาคมการค้าขึ้นมา
เพราะว่าในช่วงสิบปีที่ผ่านมาหลังจากที่มีการชุมนุมจอมยุทธนี้ขึ้นมาก็ทำให้เห็นแล้วว่ามันมีประโยชน์เพียงใด
การที่พวกเขาได้รู้จักกันและช่วยเหลือกันคือการสายสัมพันธ์ทำให้การค้าของพวกเขาเจริญก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว
เพราะแบบนั้นจะไม่แปลกเลยที่ในตอนนี้เมื่อเสนอการจัดตั้งสมาคมการค้าขึ้นมาแล้วอู๋เว่ยกล่าวออกมาว่าตนเองจะทำการสนับสนุนจะมีผู้คนมากมายเห็นด้วย
ไม่ต้องมองถึงผลประโยชน์อย่างอื่นเพียงแค่เข้าร่วมสมาคมการค้าก็ได้รับการสนับสนุนจากคนที่มีอำนาจใหญ่โตภายในฝั่งตะวันออก
เพียงได้รับการสนับสนุนจากเถ้าแก่อู๋แน่นอนว่ากิจการการค้าของพวกมันคงจะเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
นั่นคือสิ่งที่พวกมันคิดเอาไว้เพียงแค่นี่มันเองก็ดีมากพอแล้ว
เพราะแบบนั้นผู้คนมากมายเลยพากันแสดงความเห็นด้วย
แต่ก็ยังมีผู้คนบางส่วนที่ยังคงลังเลแล้วก็เอ่ยถามขึ้นมา “ ขอถามในฐานะอู๋สักหน่อยสมาคมการค้าเมื่อจัดตั้งขึ้นมาได้สำเร็จพวกเราจะสูญเสียผลประโยชน์อันใดบ้าง”
อู๋เว่ยมองตรงไปที่พ่อค้าที่เอ่ยถามจากนั้นมันก็ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว “ ไม่เสียผลประโยชน์อะไรเลย ”
“ ในครั้งนี้สมาคมการค้าที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาข่าวตั้งใจจะทำขึ้นมาเป็นเพียงแค่เครือข่ายสำหรับพวกเราเหล่าพี่น้องเท่านั้น”
“ อาชีพพ่อค้าอย่างพวกเราแม้ว่าจะร่ำรวยแต่กลับไร้ซึ่งอำนาจภายในมือ”
“ พวกเราไม่เหมือนขุนนางใหญ่โตที่มีอำนาจภายในมือไม่จำเป็นจะต้องเกรงกลัวผู้ใด”
“ แต่พวกเราที่เป็นพ่อค้ามีเพียงแค่ความร่ำรวยแต่กลับไม่มีอำนาจยังต้องอยู่ภายใต้ขุนนาง”
“ นั่นคือสิ่งที่ตัวของข้าอยากจะพูดสมาคมการค้าคือการร่วมมือของพวกเราภายในสถานที่แห่งนี้”
“ ในช่วงตลอดหลายปีที่ผ่านมานั้นก็เป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนแล้วว่าถ้ามีการร่วมมือของพวกเราอย่างแน่นแฟ้น”
“ แม้จะเป็นอำนาจที่ใหญ่โตเพียงใดพวกเราเองก็ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวและสามารถพัฒนาการค้าของเราให้ก้าวหน้าไปได้อีก”
“ สมาคมการค้าเป็นเพียงแค่เครือข่ายการค้าอย่างที่พวกท่านพูดแต่แน่นอนย่อมมีประธานสมาคม”
“ และก็มีลำดับชั้นต่างๆโดยจะคัดเลือกจากผู้ที่มีความสามารถ ”
“ สมาคมการค้าคือสิ่งที่ข้าคิดขึ้นมาเพื่อที่จะอำนวยผลประโยชน์ให้กับพวกเราเหล่าพ่อค้าและก็ช่วยกันพัฒนากิจการของตนเอง”
“ แน่นอนว่ากิจการต่างๆภายในสภาแน่นอนว่าคนที่เข้าร่วมสมาคมการค้า ตัวของข้าเองจะเป็นคนคอยดูแลกิจการยามที่พวกท่านเกิดปัญหา”
“ สมาคมการค้าจะเป็นตัวจัดแจงเกี่ยวกับเรื่องการค้าขายของที่พวกท่านอยากจะค้าขายให้ถ้าท่านไม่มีสถานที่ใช้ในการค้าขาย”
“ ข้ามีเครือข่ายการค้าขายขนาดใหญ่หวังว่าสิ่งที่ข้าสร้างภายในปีจะเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านถ่ายในสถานที่แห่งนี้”
เมื่ออู๋เว่ยกล่าวออกมาแบบนั้นพวกพ่อค้ามากมายก็เริ่มแสดงความเห็นด้วยมากขึ้น
แน่นอนว่าการเข้าร่วมสมาคมการค้าในครั้งนี้มันไม่มีอะไรที่พวกเขานั้นสูญเสียผลประโยชน์เลยแม้แต่น้อย
การที่ตัวของเขาได้รับการสนับสนุนจากตระกูลใหญ่และเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ในด้านการค้าฝั่งตะวันออกถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเยี่ยม
แต่จางหยวนที่กำลังนั่งอยู่เขาขบคิดอย่างจริงจังดวงตาหรี่เล็กลงพลางคิดในใจ “ จะพูดแบบนั้นอย่างเดียวก็ไม่ถูกต้องเสียทีเดียว”
“ แน่นอนว่าการจัดตั้งสมาคมการค้านี้ขึ้นมาจริงอยู่ที่ว่าท่านอู๋กล่าวว่าจะให้ผลประโยชน์กับพ่อค้ามากมายที่เข้าร่วม”
“ แต่ว่าโดยวิสัยของพ่อค้าแล้วถึงแม้ว่าคนผู้นี้จะเป็นคนที่น่าเคารพเพียงใดแต่ก็คงจะไม่ลงมือทำอันใดโดยที่ตนเองนั้นสูญเสียแรงเปล่าและไม่ได้รับผลประโยชน์กลับมา”
“ ตามความคิดของเราแล้วมันน่าจะมีบางอย่าง… ”
“ เข้าใจแล้ว ” จางหยวนปรากฏความคิดบางอย่างขึ้นมาภายในหัวของตนเองราวกับว่าล่วงรู้คำตอบที่ตนเองกำลังตามหา
ดวงตาของเขาจ้องมองตรงไปยังบริเวณรอบๆ “ ภายในสถานที่แห่งนี้คือสถานที่รวมตัวของพ่อค้ามากมาย”
“ พ่อค้าพวกนี้รวมตัวกันมาจากทุกสารทิศ ”
“ พ่อค้าเรื่องชื่อจากทั่วทั้งแผ่นดินเกรงว่าคงจะรวมตัวอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้มากกว่าครึ่ง”
“ เพราะแบบนั้นการที่จัดตั้งสมาคมการค้าขึ้นมาจึงอยู่ที่ว่าจะได้รับผลประโยชน์จากทุกฝ่าย”
“ แต่ว่าท่านอู๋ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับผลประโยชน์ส่วนอื่นแต่กลับได้รับผลประโยชน์ที่คนอื่นไม่ได้”
“ ตามความคิดของเราแล้วคนผู้นี้เป็นคนที่เสนอความคิดเกี่ยวกับเรื่องการจัดตั้งขึ้นมาถ้าผู้คนคัดเลือกประธานของสมาคมก็ต้องเป็นท่านอู๋อย่างแน่นอน”
“ และเมื่อเขาได้รับเลือกเป็นประธานสมาคมนั่นแหละคือสิ่งที่เขาได้รับ”
“ พ่อค้าขึ้นชื่อว่ามีความร่ำรวยแต่กลับไร้ซึ่งอำนาจถ้าเขาได้รับตำแหน่งแล้วสิ่งที่เขาจะได้รับมาก็คืออำนาจ”
“ แม้จะไม่ได้เป็นขุนนางแต่ด้วยตำแหน่งประธานของสมาคมการค้าที่มีพ่อค้าเรื่องชื่อจากทั่วทั้งแผ่นดินรวมตัวอยู่หลายร้อยคน”
“ ตำแหน่งนี้ใหญ่โตไม่แพ้ขุนนางเลยแม้แต่น้อย ”
“ เขามีอำนาจมากมายอยู่ภายในมืออาจจะสามารถตอบก่อนหรือว่าต่อรองกับราชสำนักได้เลย”
“ ยุคสมัยนี้เป็นยุคสมัยแห่งการค้าขายเพราะแบบนั้นราชวงศ์เองก็ต้องทำการสนับสนุนการค้าขายจากพวกพ่อค้าเช่นเดียวกัน”
“ ตามตัวของข้าคาดการณ์ไว้นี่น่าจะเป็นสิ่งที่คนผู้นั้นต้องการ ” จางหยวนลองคาดเดาจุดประสงค์ของผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าเล่นๆ
เขาคิดว่าความคิดนี้ของเขามีโอกาสถูกถึงเจ็ดส่วนเลยทีเดียวเพราะเขาค่อนข้างมั่นใจเป็นอย่างมาก
คนผู้นั้นร่ำรวยเงินทองมีก็มากมายเป็นพ่อค้าที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อค้าใหญ่โตที่สุดภายในดินแดนแถบตะวันออก
การที่จัดตั้งสมาคมการค้าทำเพื่อผู้อื่นเช่นนี้ไม่ใช่วิสัยของพ่อค้า
เพราะแบบนั้นจึงพอจะคาดเดาได้ถึงจุดประสงค์ในส่วนนี้อีกฝ่ายนั้นตั้งใจจะลงมือทำ
อู๋เว่ยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตำแหน่งประธานแสดงร้อยยิ้มแล้วกล่าว “ ขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนเป็นอย่างมาก ”
“ ในครั้งนี้ข้าเองก็จะเฝ้ารอคำตอบจากทุกท่านผู้ใดอยากจะเข้าร่วมสมาคมการค้าเชิญบอกกับข้าหลังงานเลี้ยงนี้จบลง ”
“ ในตอนนี้งานเลี้ยงนี้เริ่มต้นขึ้นมาข้าอยากจะเลี้ยงตอบแทนทุกท่านเชิญ”
งานเลี้ยงดำเนินต่อไปหลังจากที่กล่าวเรื่องสำคัญจนเสร็จเรียบร้อย
เหล่าพ่อค้าภายในงานแห่งนี้ดื่มกินอย่างสุขหน่ำสำราญพวกเขาสนทนาเกี่ยวกับเรื่องต่างๆกัน
มีเพียงแค่จางหยวนที่กำลังนั่งหน้าบึ้งตึงอยู่บริเวณด้านในงาน
ในขณะที่เขากำลังนั่งดื่มสุราภายในมือของตนเองอยู่นั่นเองเสียงฝีเท้าดังเข้ามาจากบริเวณด้านหลังพร้อมกับฝ่ามือหนึ่งที่ยื่นเข้ามาสัมผัสเข้าที่หัวไหล่
จางหยวนหันไปมองอย่างรวดเร็วพบเจอกับพ่อค้าเหอ “ นายท่านเหอ?”
“ ว่าอย่างไรขอรับไม่ได้พบเจอกันเสียนาน ”
ผู้ที่ก้าวเท้าเข้ามาทักทายเขาคือพ่อค้าเหอผู้ที่ส่งหมายเทียบเชิญให้กับเขาเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้
พ่อค้าร่างกายอ้วนท้วนที่อยู่ด้านหน้าพยักหน้าขึ้นลงด้วยรอยยิ้มจากนั้นก็พูด “ ดูเหมือนว่าบนใบหน้าของท่านจะมีเรื่องราวมากมายอยากจะเอ่ยถามข้าสินะขอรับ”
จางหยวนหลังจากที่ได้ยินแบบนั้นก็แปรเปลี่ยนใบหน้าของตนเองกลายเป็นใบหน้าจริงจังพยักหน้าตอบกลับไปและพูดขึ้นมา “ ขอรับ!!! ”
“ ข้ามีเรื่องมากมายอยากจะสนทนากับท่านจริงๆ ”
“ ถ้าเช่นนั้นก็เชิญทางนี้เถอะขอรับ.. ”
จบบท