บทที่ 41: คมกระบี่ใหม่
หลายวันผ่านไปนับตั้งแต่หลิงเซียวออกจากเผ่าวิญญาณ เขาเดินทางตามเส้นทางที่ระบุไว้ในแผนที่ มุ่งหน้าเข้าสู่ "เทือกเขาอสูรคำราม" ทิวทัศน์รอบกายเปลี่ยนจากป่าไม้อันสงบสุขกลายเป็นหุบเขาหินที่ขรุขระและแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายอันตราย
เขาไม่ได้รีบร้อนเดินทาง แต่ใช้เวลาในแต่ละวันไปกับการทำความเข้าใจเพลงกระบี่ชุดใหม่ของเขา [เพลงกระบี่อสูรพันคม] นั้นซับซ้อนกว่าเพลงกระบี่พื้นฐานหลายเท่านัก มันไม่เพียงแต่ต้องใช้พลังลมปราณมหาศาล แต่ยังต้องอาศัยการควบคุมที่แม่นยำเพื่อสร้างเงากระบี่ขึ้นมาโจมตีศัตรู
ในเย็นวันที่ห้าของการเดินทาง ขณะที่เขากำลังนั่งทำสมาธิอยู่บนยอดผาแห่งหนึ่ง...
ครืน...ครืนนนน...
พื้นดินใต้ร่างของเขาก็พลันสั่นสะเทือนขึ้นมาอย่างรุนแรง!
หลิงเซียวลืมตาขึ้นทันที ดวงตาสีม่วงของเขาหรี่ลงเล็กน้อย เขามองลงไปยังหุบเขาเบื้องล่าง และได้ยินเสียงคำรามที่ดังผสมปนเปกันจนฟังไม่ออก มันไม่ใช่เสียงของสัตว์อสูรเพียงตัวเดียว แต่เป็นเสียงของสัตว์อสูร...นับร้อยนับพัน!
เขากระโจนขึ้นไปยืนบนจุดที่สูงที่สุด และภาพที่เห็นก็ทำให้เขาต้องประหลาดใจ
เบื้องล่างนั้น...ฝูงสัตว์อสูรจำนวนมหาศาลกำลังวิ่งทะยานผ่านหุบเขาไปในทิศทางเดียวกันราวกับสายน้ำหลาก! มีทั้งหมาป่าเพลิง, หมูป่าเกราะศิลา, อสรพิษวายุ...สัตว์อสูรระดับต่ำและกลางจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังเคลื่อนที่ไปพร้อมกัน เกิดเป็น "กระแสสัตว์อสูร" หรือที่เรียกกันว่า "ฝูงอสูร" ซึ่งเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่น่าสะพรึงกลัว!
ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปหากพบเจอสถานการณ์เช่นนี้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือการหลบหนีเอาชีวิตรอดให้เร็วที่สุด
แต่หลิงเซียวกลับไม่ทำเช่นนั้น
รอยยิ้ม...รอยยิ้มที่เย็นเยียบและกระหายการต่อสู้...ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
"ช่างเป็นโชคดีเสียจริง" เขากระซิบกับตัวเอง "กำลังต้องการคู่ซ้อมเพื่อทดสอบเพลงกระบี่ใหม่...สวรรค์ก็ส่งมาให้ถึงที่"
เขาไม่คิดจะหลบหลีกแม้แต่น้อย!
ร่างของหลิงเซียวทะยานลงจากยอดผา ดิ่งลงไปยังใจกลางหุบเขาเบื้องล่างราวกับดาวตกสีดำ!
ตูม!
เขาร่อนลงสู่พื้นเบื้องหน้าเส้นทางเคลื่อนที่ของฝูงอสูรพอดี! การปรากฏตัวของเขาทำให้สัตว์อสูรที่อยู่แนวหน้าชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่สัญชาตญาณอันดุร้ายของพวกมันจะเข้าครอบงำ และพุ่งเข้าใส่ร่างเล็กๆ ที่บังอาจขวางทางพวกมัน!
หลิงเซียวมองฝูงอสูรที่ถาโถมเข้ามาด้วยแววตาที่สงบนิ่ง เขาชักกระบี่สีดำออกจากฝักอย่างเชื่องช้า และเริ่มโคจรพลังลมปราณตามเคล็ดวิชาเพลงกระบี่อสูรพันคมเป็นครั้งแรก!
วูบ! วูบ! วูบ!
ปรากฏการณ์อันน่าอัศจรรย์ได้เกิดขึ้น! อากาศรอบกายของหลิงเซียวพลันบิดเบี้ยว ก่อนที่ "เงา" ของกระบี่สีดำจำนวนนับสิบ...นับร้อย...จะปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า! เงากระบี่เหล่านี้ลอยหมุนวนอยู่รอบตัวของเขาราวกับเป็นส่วนหนึ่งของพายุที่กำลังจะก่อตัว!
"เพลงกระบี่อสูรพันคม..."
"กระบวนท่าที่หนึ่ง: พายุพันคมอสูรา!"
สิ้นเสียงของเขา หลิงเซียวก็ตวัดกระบี่ในมือไปเบื้องหน้า!
เงากระบี่นับร้อยที่ลอยอยู่รอบกายพลันพุ่งทะยานออกไปพร้อมกัน! กลายเป็นสายฝนแห่งคมดาบที่มืดมิดและน่าสะพรึงกลัว!
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
เสียงกรีดร้องโหยหวนของเหล่าสัตว์อสูรดังขึ้นระงมไปทั่วหุบเขา! สัตว์อสูรที่อยู่ในแนวหน้าสุดถูกพายุเงากระบี่บดขยี้จนกลายเป็นเศษเนื้อในพริบตา! เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ พื้นดินถูกย้อมเป็นสีแดงฉานในทันที!
แต่ฝูงอสูรที่ถูกสัญชาตญาณครอบงำยังคงพุ่งเข้ามาไม่หยุดหย่อน พวกมันปีนข้ามซากศพของพวกเดียวกันและถาโถมเข้าใส่หลิงเซียวระลอกแล้วระลอกเล่า
แต่ทั้งหมดนั้นก็ไร้ความหมาย!
หลิงเซียวยืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับเป็นหลักศิลาที่ไม่อาจสั่นคลอน เขาเพียงแค่ควบคุมพายุเงากระบี่ให้พัดกระหน่ำอยู่รอบกาย สร้างเป็นเขตแดนแห่งความตายที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดสามารถก้าวล่วงเข้ามาได้!
เวลาผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป...
ในที่สุด สัญชาตญาณความกลัวตายก็เอาชนะความบ้าคลั่งของฝูงอสูรได้สำเร็จ พวกมันที่ยังรอดชีวิตอยู่เริ่มส่งเสียงร้องอย่างหวาดกลัวและเบี่ยงเส้นทางหลีกหนีไปคนละทิศละทาง กระแสสัตว์อสูรที่เคยน่าเกรงขาม...บัดนี้กลับแตกพ่ายไม่เป็นท่า!
ไม่นานนัก ในหุบเขาก็กลับสู่ความเงียบอีกครั้ง...เหลือเพียงร่างของหลิงเซียวที่ยืนอยู่ท่ามกลางกองซากศพสัตว์อสูรสูงท่วมหัว!
เขาหายใจหอบเล็กน้อย การใช้เพลงกระบี่อสูรพันคมนั้นสิ้นเปลืองพลังลมปราณอย่างมหาศาล แต่ผลลัพธ์ที่ได้...ก็คุ้มค่าอย่างยิ่ง
เขาเก็บกระบี่เข้าฝัก พายุเงากระบี่สลายหายไป ก่อนจะเดินเข้าไปในกองซากศพเหล่านั้นอย่างใจเย็น...
ถึงเวลา...เก็บเกี่ยวผลประโยชน์แล้ว