หอคอยเทพสงคราม
หอคอยนี้ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ส่วนกลางซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของฐานจงไห่หอคอยเทพสงครามมีความสูงถึง 1,000เมตร ตัวหอคอยมีสีทองที่ปลดปล่อยคลื่นพลังพิเศษบางอย่างออกมาเป็นระลอก
ในระยะ 10 ไมล์รอบๆ หอคอยเทพสงครามนั้นไม่สามารถบินได้
แม้ว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาจะมาที่นี่พวกเขาก็ทำได้แค่เพียงเดินเข้าประตูหอคอยเทพสงครามไปอย่างว่าง่ายเท่านั้น
ด้านนอกของหอคอยเทพสงครามมีหน้าจอขนาดใหญ่ซึ่งปรากฏข้อมูลอยู่สามรายการ
“ประกาศรายชื่อระดับราชา!”
“ประกาศรายชื่อระดับศักดิ์สิทธิ์!”
“ประกาศรายชื่อระดับจักรพรรดิ!”
มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่คอยเฝ้ามองรายชื่อนี้อยู่ตลอดเวลานี่เป็นหนึ่งในความสนุกของพวกเขา หากรายชื่อมีการเปลี่ยนแปลงเป็นชื่อคนใหม่ๆ พวกเขาก็จะวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างดุเดือดหรือบางทีถ้ามีชื่อของผู้ติดอันดับบางคนหายไป พวกเขาก็จะพูดคุยกันอย่างสนุกปากเช่นกัน
ท่ามกลางฝูงชน เย่เทียนเองก็กำลังดูรายชื่อนี้อยู่
“อันดับราชาอันดับ 1 : ง้าวโลหิตวายุ (หอทหารรับจ้างขวานสงคราม)พลังการต่อสู้ระดับ 7 ดารา!”
“อันดับราชาอันดับ 2 : ฉินจ้านเทียน (นิกายฉิน) พลังการต่อสู้ระดับ 7ดารา!”
รายชื่อของอัจฉริยะที่ปรากฏอยู่ในรายชื่ออันดับราชาลำดับต้นๆล้วนเป็นคนจากสามขุมกำลังใหญ่ ได้แก่ หอทหารรับจ้างขวานสงคราม นิกายฉิน และวิหารเทพมนต์ดำ
แม้ว่าหอทหารรับจ้างขวานสงครามจะเป็นขุมกำลังอิสระแต่นั่นก็เป็นเพียงภายนอกเท่านั้น เหล่าผู้คนที่สังกัดหอทหารรับจ้างขวานสงครามพวกเขาต่างก็รับศิษย์และฝึกฝนสมาชิกหลักของพวกเขาเช่นกัน
คนที่เข้าร่วมกับหอทหารรับจ้างขวานสงครามเป็นเพียงกองกำลังรอบนอกอีกทั้งผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมเป็นสมาชิกกับทหารรับจ้างขวานสงครามก็ไม่ใช่กองกำลังหลักของหอทหารรับจ้างขวานสงครามมิฉะนั้นคนของฐานทัพจงไห่ทั้งหมดคงจะกลายเป็นคนของหอทหารรับจ้างขวานสงครามไปแล้ว ดังนั้นถ้าจะบอกว่าทุกคนคือกองกำลังหลักของหอทหารรับจ้างขวานสงคราม? แน่นอนว่านั่นเป็นไปไม่ได้
คนของพันธมิตรพเนจรและลูกหลานของตระกูลใหญ่บางคนก็อยู่ในประกาศรายชื่อระดับราชาเช่นกันเนื่องจากในหมู่ผู้ฝึกยุทธ์จากพันธมิตรพเนจรและตระกูลใหญ่ต่างก็มีอัจฉริยะอยู่ไม่น้อย
“ประกาศอันดับของระดับศักดิ์สิทธิ์!”
เย่เทียนมองไปที่อันดับของระดับศักดิ์สิทธิ์การที่จะติดในอันดับของระดับต่างๆ ได้นั้น ส่วนใหญ่คนพวกนี้ล้วนเป็นอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับดาราหรือสูงกว่าซึ่งเย่เทียนตอนนี้ก็กำลังสนใจผู้มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับจันทรา
“อันดับของระดับศักดิ์สิทธิ์มีเพียง100 คนเท่านั้น!”
เย่เทียนคิดกับตัวเอง
การจัดอันดับราชานั้นไม่จำกัดจำนวนมีผู้เข้ารับการทดสอบระดับราชานับพันคน และในรายชื่อทั้งหมดบนประกาศ พวกเขาต่างอยู่ในระดับราชา3 ดาราขึ้นไป
ทันใดนั้น
ชื่อหนึ่งบนประกาศอันดับของระดับศักดิ์สิทธิ์ก็ดึงดูดความสนใจของเย่เทียน
“สุ่ยเชียนเยว่!อันดับที่ 8 ของอันดับระดับศักดิ์สิทธิ์!”
“เป็นเธอ!”
เย่เทียนหวนนึกถึงคำสาบานในหอคอยค่ายกลซางเหอที่ฐานทัพทะเลมารราชาซางเหอที่ขอให้คนที่ยอมรับมรดกของเขาต้องสาบานว่าจะฆ่าสุ่ยเชียนเยว่ให้ได้ภายในสิบปี
“ราชาซางเหอบ้าไปแล้วหรือ?ฆ่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ภายใน 10 ปี และยังเป็นยอดฝีมือระดับศักดิ์สิทธิ์อันดับที่8 ในทำเนียบผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ คำขอนี้จะมีคนจากฐานทะเลมารซักกี่คนที่ทำได้กัน?ถ้าเราตัดสินใจสาบานไปเมื่อตอนนั้น เราคงต้องตายอย่างแน่นอน!”
เย่เทียนหัวเราะ
อย่างไรก็ตาม เขาคาดเดาได้ว่าเมื่อราชาซางเหอกลับไปที่ฐานทัพทะเลมารสุ่ยเชียนเยว่น่าจะยังอยู่ในระดับราชา แต่หลายปีผ่านไป สุ่ยเชียนเย่วไม่เพียงแต่เขาก้าวเข้าสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นแต่เธอยังกลายเป็นอันดับที่ 8 ของระดับศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย
ไม่นานนัก
เย่เทียนก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับเรื่องนี้อีกต่อไปเขามองไปที่รายการอื่น
ตอนนี้เย่เทียนรู้เกี่ยวกับระดับศักดิ์สิทธิ์แล้วและรู้ว่าระดับถัดจากระดับศักดิ์สิทธิ์คือระดับจักรพรรดิ
ใครก็ตามที่บรรลุขอบเขตจักรพรรดิจะถูกเรียกว่าจักรพรรดิ
จักรพรรดินั้นสามารถสร้างกองกำลังระดับสูงได้เช่น พันธมิตรพเนจร วิหารเทพมนต์ดำ นิกายฉิน หรือหอทหารรับจ้างขวานสงคราม
กองกำลังเหล่านี้ล้วนมีผู้ฝึกยุทธ์ในขอบเขตจักรพรรดิคอยควบคุมอยู่
ระดับจักรพรรดินั้นหมายถึงความแข็งแกร่งของกองกำลังและหอทหารรับจ้างขวานสงครามก็มีระดับจักรพรรดิมากที่สุด พวกเขาจึงเป็นขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดนี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหอทหารรับจ้างขวานสงครามถึงได้เป็นขุมกำลังอันดับหนึ่งของฐานทัพจงไห่
ในฐานจงไห่นี้มีจักรพรรดิไม่มากนักพวกเขามีเพียง 36 คนเท่านั้น
ทั้ง 36 คนถูกเรียกขานกันว่าสามสิบหกจักรพรรดิแห่งฐานทัพจงไห่ โดยผู้ที่สามารถทะลวงผ่านระดับจักรพรรดิได้สำเร็จคนล่าสุดนั้นสำเร็จไปเมื่อ3 ปีก่อน
อันดับที่ 1 ใน 36 จักรพรรดิก็คือจักรพรรดิขวานสงครามและเขายังเป็นผู้ก่อตั้งหอทหารรับจ้างขวานสงครามอีกด้วย
“ระดับจักรพรรดิเราจะต้องบรรลุถึงระดับนี้ให้ได้!”
เย่เทียนกำหมัดแน่นและพูดออกมาอย่างมาดมั่น
เมื่อเดินเข้าไปในหอคอยเทพสงครามร่างเงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเย่เทียน ในขณะที่คนอื่นๆ ดูเหมือนจะมองไม่เห็นมันซึ่งเขาเองก็ยังเห็นคนอื่นๆ กำลังพูดคุยกับอากาศที่ว่างเปล่าอยู่เช่นกัน
“นี่น่าจะเป็นภาพมายาที่ปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน”เย่เทียนเดา
ทันใดนั้นร่างเงาก็เอ่ยขึ้นมาว่า“ข้าคือหนึ่งในจิตอาร์ติแฟกต์นับร้อยล้านของหอคอยเทพสงคราม ข้าตรวจพบว่าเจ้าไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิกหอคอยเทพสงครามเจ้าต้องการสมัครสมาชิกหรือไม่? เฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนแล้วเท่านั้นจึงจะสามารถเข้ามาท้าทายหอคอยเทพสงครามได้”
“จิตอาร์ติแฟกต์?”
เย่เทียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยนี่ไม่ใช่สิ่งที่มีอยู่แต่ในนิยายหรอกหรือ? โลกแห่งความเป็นจริงก็มีด้วยเหรอ?
แต่พอนึกถึงยุคสมัยนี้กับโลกเซียนแฟนตาซีในนิยายมันก็ไม่ได้ต่างอะไรกันเลย การจะมีจิตวิญญาณเช่นนี้ก็คงจะเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนถึงได้รู้สึกแปลกแบบนี้
“ตกลง ผมจะลงทะเบียน!”
เย่เทียนพยักหน้า
ไม่นานจิตอาร์ติแฟกต์ก็ส่งแบบฟอร์มการลงทะเบียนให้เย่เทียนจากนั้นเย่เทียนก็ค่อยๆ กรอกข้อมูลทีละช่อง
ชื่อ : เย่เทียน
สายพันธุ์มนุษย์ : มนุษย์ยุคใหม่
ระดับการบ่มเพาะ : ระดับราชา
กองกำลัง : พันธมิตรพเนจร
การลงทะเบียนนั้นง่ายมาก พวกเขาไม่ได้บังคับให้ต้องกรอกข้อมูลที่เป็นความลับใดๆลงไป เดิมทีหากแบบฟอร์มลงทะเบียนนี้บังคับให้ตรวจสอบพรสวรรค์ในการบ่มเพาะ เย่เทียนคงต้องล้มเลิกความตั้งใจในการเข้าท้าทายหอคอยเทพสงคราม
ทันใดนั้น
แสงบางอย่างพุ่งเข้าไปในข้อมือขวาของเย่เทียนก่อนที่จะปรากฏตราประทับแปลกประหลาดขึ้น “นี่คือตราประทับเทพสงคราม เจ้าสามารถสื่อสารกับตราเทพสงครามด้วยพลังจิตและเจ้ายังสามารถตรวจสอบอันดับและคะแนนของตัวเองได้จากสิ่งนี้”
อันดับและคะแนน!
“คะแนน?”เย่เทียนถามอย่างสงสัย “คะแนนคืออะไร?”
เย่เทียนมีข้อมูลในหัวเพียงแค่นี้เท่านั้นสารานุกรมพื้นฐานที่เขาอ่านมาก่อนหน้านี้ไม่มีคำแนะนำใดๆ เกี่ยวกับหอคอยเทพสงคราม ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะไม่รู้เรื่องที่นี่!
จิตอาร์ติแฟกต์กล่าวตอบอย่างอดทนว่า“คะแนนเป็นรางวัลพิเศษของหอคอยเทพสงคราม คะแนนเริ่มต้นของราชาแต่ละระดับคือ 0 คะแนน หอคอยเทพสงครามมีทั้งหมด 33ชั้น การผ่านการท้าทายแต่ละชั้นจะได้รับคะแนนเป็นรางวัล ยกตัวอย่างเช่นเมื่อผ่านชั้นที่1 จะได้รับ 1 คะแนน เมื่อผ่านชั้นที่ 2จะได้รับ 2 คะแนน ทุกครั้งที่ผ่านหนึ่งชั้นจะได้รางวัลเป็นสองเท่า...เจ้าสามารถใช้คะแนนเหล่านี้เข้าสู่หอคอยเทพสงครามเพื่อทำความเข้าใจกับศิลาเทพสงครามได้ศิลาเทพสงครามสามารถช่วยให้เข้าใจเจตนาดาบ เจตจำนงกระบี่ หรือแม้แต่ความลึกลับของพรสวรรค์และยังช่วยทะลวงจุดชีพจรอีกด้วย และเมื่อถึงราชาระดับ 6 ดาราแล้วของรางวัลที่เจ้าได้จะยิ่งน่าตกใจมากขึ้นจะยิ่งตกใจมากขึ้น”
“ศิลาเทพสงคราม!!!!”
ทันใดนั้นเย่เทียนก็นึกถึงแผ่นศิลาแห่งการรู้แจ้งที่เขาเจอในโลกของสัตว์อสูรบางทีทั้งสองอย่างอาจเป็นสมบัติประเภทหนึ่ง
เมื่อคิดถึงประโยชน์ของศิลาแห่งการรู้แจ้งเย่เทียนก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
ตอนแรกเขาคิดว่าเขาคงไม่มีโอกาสที่จะได้ทำความเข้าใจด้วยศิลาแห่งการรู้แจ้งอีกครั้งแต่ไม่คิดว่าเขาจะได้พบกับสมบัติล้ำค่าอย่างศิลาเทพสงครามเร็วขนาดนี้
“คะแนน เราต้องได้คะแนน!”
เย่เทียนพูดอย่างตื่นเต้น
แน่นอน
เขายังไม่ลืมจุดประสงค์ในการมายังหอคอยเทพสงครามของเขานั่นคือต้องการมองหาพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับจันทรา หรือพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมอื่นๆ
แต่ทันใดนั้น
เย่เทียนก็รู้สึกสับสนเล็กน้อยพรสวรรค์ในการคัดลอกพรสวรรค์ของเขาไม่สามารถตรวจสอบพรสวรรค์ของคนอื่นในหอคอยเทพสงครามได้ราวกับว่าที่นี่มีพลังบางอย่างที่ปิดกั้นเขาและพรสวรรค์ในการคัดลอกของเขา
มันไม่ได้ถึงกับปิดกั้นพรสวรรค์ของเขาไปทั้งหมดแต่พลังนี้เหมือนจำกัดขอบเขตพรสวรรค์ในการคัดลอกของเย่เทียนให้เหลือแค่ระยะสามเมตรเท่านั้น
เย่เทียนยังคงตรวจสอบพรสวรรค์ได้
แต่ระยะสามเมตรนั้นมันน้อยเกินไปจะมีใครสักกี่คนที่จะเข้ามาใกล้เขาในระยะสามเมตรแบบนี้?
“ช่างมันเถอะเราแค่ดักรอหน้าประตูแล้วค่อยตรวจสอบพรสวรรค์ดูทีละคนก็พอแล้ว!”
เย่เทียนคิด
ดังนั้น
เขาจึงต้องการท้าทายหอคอยเทพสงครามเพื่อได้รับคะแนนในทันที
“จิตอาร์ติแฟกต์ผมต้องการจะท้าทายชั้นแรกของหอคอยเทพสงคราม!”
เย่เทียนกล่าว
“ตามข้ามา!”
จิตอาร์ติแฟกต์นำทางเย่เทียนไปยังห้องห้องหนึ่งภายในมีของคล้ายหมวกกันน็อกวางอยู่
เมื่อเย่เทียนเข้ามาในห้องประตูก็ปิดลง เวลานี้ไม่มีใครอื่นที่สามารถเข้ามารบกวนเขาได้
“เมื่อสวมหมวกจิตวิญญาณของเจ้าจะเข้าสู่ชั้นแรกของโลกเสมือนจริง ที่นั่นเจ้าจะได้พบกับฝ่ายตรงข้ามขอเพียงเจ้าสามารถเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้ เจ้าก็จะสามารถผ่านชั้นแรกและได้รับ 1คะแนนทันที!”
จิตอาร์ติแฟกต์กล่าว
เย่เทียนนั่งลงก่อนจะสวมหมวกกันน็อก
วูบ!!!
สิ่งแวดล้อมโดยรอบค่อยๆ เปลี่ยนไปแสงสว่างเจิดจ้าปรากฏขึ้นในจิตใจของเย่เทียน เมื่อแสงสว่างหายไป เย่เทียนก็พบว่าตัวเองนั้นได้มาถึงสถานที่แห่งใหม่