เมื่อผมวางสายจากเพื่อนสนิทที่โทรมาเล่าถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นกับน้องก๊อป ผมทรุดลงนั่งกับพื้นด้วยความใ หลังจากที่ผมเพิ่งลงจากเครื่องเตรียมตัวจะกลับบ้าน เมื่อผมได้สติจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปที่โรงพยาบาลทันที
ความเร็วของรถยนต์แล่นถึง 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพื่อที่จะไปให้ถึงคนเจ็บให้เร็วที่สุด ขณะที่หัวใจของผมไปรอที่ข้างเตียงน้องก๊อปแล้ว ทันทีที่ถึงโรงพยาบาลก็รีบติดต่อสอบถามพยาบาลที่เคาน์เตอร์เพื่อไปหาคนเจ็บด้วยความรีบร้อน เมื่อผมวิ่งมาถึงหน้าห้องพิเศษผมค่อยๆ เปิดประตูห้องพิเศษเข้าไปก็ได้พบกับคุณท่าน คุณระวีพ่อแม่ของน้องก๊อปและเชนเพื่อนสนิทของผมที่ยืนเศร้าอยู่ข้างเตียง
ผมเดินเข้าไปที่เตียงคนเจ็บ น้องก๊อปคนรักของผมยังนอนไม่ได้สติ หลับตาแทบไม่สนิท คิ้วขมวดเป็จังหวะเหมือนกำลังฝันร้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ ผมยกมือไหว้สวัสดีคนทั้งสองด้วยความนอบน้อม ก่อนที่คุณจักรจะเดินเลี่ยงให้ผมได้เข้าถึงตัวคนเจ็บที่ข้างเตียง ผมแทบอยากจะกอดคนตรงหน้าเอาไว้แนบอกแล้วจับมือสวยมาแนบข้างแก้มด้วยความเป็ห่วงแต่ผมไม่สามารถจะทำได้ต่อหน้าบุคคลทั้งสองท่านนี้ได้ ผมทำได้เพียงส่งสายตาวิงวอนด้วยห่วงใยคนเจ็บที่นอนบนเตียงอย่างไม่ละสายตา น้ำตาของผมเอ่อไหลอย่างไม่ตั้งใจ
"เมฆเป็ห่วงน้องเขาใช่แฃ้ว ั้แ่ที่เธอสองคนเริ่มรักกัน ฉันเข้าใจ ทำตามใจเธอ้าเถอะ อย่าฝืนมันเลย ถ้าไม่มีเธอลูกชายของฉันคงต้องเจออะไรเลวร้ายมากกว่านี้ก็เป็ได้"
ทันทีที่ผมฟังคุณระวีพูดจบความรู้สึกดีใจและตื้นตันต่างถาโถมเข้ามาในใจของผม น้ำตารินไหลเป็ทางก่อนที่ผมจะเดินอ้อมเตียงไปนั่งลงกราบแทบเท้าของบุคคลทั้งสองท่านที่ยืนคู่กันด้วยความรู้สึกขอบคุณและดีใจอย่างที่สุดทำให้เชนเพื่อนสนิทของผมก็อดดีใจไปกับผมไม่ได้นั่งปาดน้ำตาที่โซฟาอีกมุมหนึ่งของห้องพิเศษ
"ผมขอขอบคุณคุณจักรและคุณระวีมากครับที่ให้โอกาสผม"
"เอาล่ะ เมื่อเื่มาถึงขั้นนี้แล้วมันก็ไม่สามารถจะแก้ไขอะไรได้ เธอเองก็เป็ผู้ใหญ่มีหน้าที่การงานที่ดีและเป็นักกีฬาแข่งรถระดับประเทศอีกต่างหาก ฉันคิดว่าเธอน่าจะดูแลลูกชายของฉันได้ อีกอย่างต่อไปนี้ไม่ต้องเรียกฉันกับคุณพี่ว่าคุณระวีหรือคุณจักรอีก ฉันอนุญาตให้เธอเรียกเราสองคนว่าพ่อและแม่จะได้ึงนอนขี้เซาแบบนี้ ขณะที่ผมสำรวจไปเรื่อยนับเป็รอบที่สาม สายตาผมก็ไปสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างที่สร้อยคอของมัน ผมเดินเข้าไปหยิบดูอย่างเบามือนี่มัน SD CARD นี่ ผมรีบแกะมันออกจากสร้อยคอด้วยความเร็วก่อนจะรีบออกจากบ้านหลังนั้นเพื่อกลับมาที่โรงพยาบาล ผมเปิดดูสิ่งที่ถูกบันทึกในนั้นถึงกับทรุดนั่งลงกับเก้าอี้ด้วยความใ ความกลัวและรู้สึกสงสาร พ่อกับแม่เองก็มีอาการไม่ต่างไปจากผม คนที่ผมรักต้องเจอกับเื่เลวร้ายถึงขนาดนี้เลยหรือ ผมทนดูต่อไม่ได้ก่อนจะปิดเครื่องถอด SD Card ออกมาหักทิ้งด้วยความแค้นใจโดยมีเพื่อนสนิทพร้อมด้วยพ่อกับแม่คอยปลอบใจอยู่ข้างๆ
"ไม่เป็อะไรนะลูก อีกไม่นานตำรวจก็จับคนที่ทำร้ายก๊อปมาลงโทษได้แล้ว" แม่พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ครับแม่ เมื่อกี้ที่ผมไปบ้านของมันมา แล้วไปได้ SD Card อันนี้มา แวบแรกที่ผมเห็นหน้ามันผมแทบอยากจะฆ่ามันให้ตายคามือ แต่ผมทำไม่ได้ผมนึกถึงคำพูดของน้องชายผมที่เคยบอกไว้ ผมเลยปล่อยให้มันมีชีวิตรอดไปก่อนครับเพื่อให้มันได้รับโทษในสิ่งที่มันก่อไว้"
"เมฆทำถูกแล้วลูก คนเลวๆ แบบนั้นต้องให้กฎหมายจัดการอย่างเดียวอย่าให้มือของเราต้องแปดเปื้อนความชั่วร้ายอย่างนั้นเลย"
ขณะที่พวกเราสนทนากันอยู่ได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
"พี่เมฆ...พี่เมฆ ช่วยก๊อปด๊และพี่เชนนอกเหนือจากพี่เมฆของลูกนะจ๊ะ" ทุกคนพากันหัวเราะชอบใจแต่ขณะที่คนเจ็บยังทำหน้าตางงๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น
"มี๊กำลังพูดถึงเื่อะไร ช่วยบอกก๊อปหน่อยได้๊เล่นยกก๊อปให้พี่เมฆแบบนี้ ถามก๊อปอยังอคะคุณ"
"สายจากผู้กำกับเขาโทรมาบอกว่าสามารถจับตัวคนร้ายทั้งหมดได้แล้วถ้าเป็ไปได้ให้ลูกของเราและเชนไปชี้ตัวจะได้ดำเนินคดีต่อไป"
"ได้ครับ ไปตอนนี้เลยก็ได้ ก๊อปอยากจะเอาพวกมันเข้าคุกให้มันไปอยู่ในนั้นจะได้รับรู้ถึงความเ็ปและทรมานอย่างที่ผมได้รับ"
คนเจ็บพูดด้วยน้ำเสียงเคียดแค้นกับคนพวกนั้นที่ทำร้ายน้องเขาทำให้ผมรู้สึกกลัวกับความอาฆาตที่น้องเขาแสดงออก
"ก๊อป พี่ว่าก๊อปใจเย็นๆ นะ เดี๋ยวพวกเราไปโรงพักกัน น้องก๊อปไหว