ประลองกับอู่เซี่ย
ฟางเฉินที่ได้รับฟังงเรื่องรางของฟางหวงในสมัยก่อนกฌรู้สึกแปลกใจ ในตอนนั้นฟางหวงถือเป็นอัจฉริยะของตระกูลฟาง ซึ่งที่ตระกูลฟางกลายเป็นตระกูลอันดับหนึ่งในสี่ตระกูลได้ก็เพราะฟางหวง แต่ฟางหวงในสมัยนั้นค่อนข้างเป็นพวกแสวงหาความแข็งแกร่งจึงไม่ได้สนใจเรื่องความรักจนกระทั่งฟางหวงได้เดินทางออกจากทวีปพฤกษาและหายตัวไปและเมื่อหลาย 100 ปีต่อมาฟางหวงก็กลับมาพร้อมกับหญิงสาวนางหนึ่งซึ่งก็คือภรรยาของเขา และไม่ใช่แค่นั้นเมื่อฟางหวงกลับมาฟางหวงก็บรรลุระดับราชาเซียนแล้ว ทำให้ชื่อเสียงของฟางหวงยิ่งโด่งดัง แต่หลังจากที่ฟางหวงกลับมาอยู่ที่ตระกูลฟางได้ไม่กี่ปีและมีฟางเฉินและฟางอี้เกิดมา คนของตระกูลเสวี่ยก็บุกโจมตีตระกูลฟาง ด้วยอำนาจของตระกูลเสวี่ยทำให้ตระกูลฟางไม่สามารถต่อกรได้โชคดีที่ตอนนั้นนิกายพฤกษาครามยื่นมือเข้ามาช่วยไม่อย่างงั้นตระกูลฟางคงถูกทำลายไปแล้ว และจากนั้นก็อย่างที่ฟางเฉินรู้ฟางหวงออกตามหาภรรยาของตนเองและทิ้งพวกฟางเฉินเอาไว้โดยไม่รู้ว่าพี่น้องในสายเลือดของตัวเองจะทรยศตัวเองและคิดสังหารพวกฟางเฉิน“นั่นมันใครกัน ทำไมถึงได้เดินคู่กับแม่นางอู่เย่หลานได้”“ไปเร็วรีบไปบอกให้ศิษย์พี่อู่เซี่ยรู้” รุ่นเยาว์ของตระกูลอู่ที่เห็นฟางเฉินเดินคู่กับอู่เย่หลานก็พากันแสดงสีหน้าแปลกใจและบางคนก็รีบไปรายงานให้กับหัวหน้าของตัวเองที่กำลังตามจีบอู่เย่หลาน“หืม ดูเหมือนว่าพี่สาวอู่จะเนื้อหอมไม่เบา แค่ข้ามาเดินกับท่านก็มีจิตสังหารจำนวนมากจ้องมาที่ข้าแล้ว” ฟางเฉินมีประสาทรับรู้ที่ไวมากจึงสัมผัสได้ถึงจิตสังหารจากพวกรุ่นเยาว์ของตระกูลอู่“พวกเขาก็แค่คนล้มเหลวที่ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมนิกายพฤกษา” อู่เย่หลานกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ“ทำไมละ ข้าก็รับรู้ได้ว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาก็ไม่เลว” ฟางเฉินกล่าว“เจ้าอาจจะยังไม่รู้สำหรับตระกูลใหญ่อย่างเรา การจะเข้าร่วมกับนิกายพฤกษาครามได้จำเป็นต้องบรรลุระดับปฐพีก่อนอายุ 18 แต่ว่าคนเหล่านั้นในตอนนี้อายุ 20 กว่าปีแล้วแต่ก็ยังติดอยู่ที่ระดับปฐพีหรือไม่ก็ระดับสวรรค์อยู่เลยเพราะงั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงฝึกฝนอยู่ที่ตระกูลเท่านั้น” อู่เย่หลานกล่าว“แบบนี้นี่เองเพราะงั้นถึงได้รับพวกเราแค่สามคนสินะ” ฟางเฉินคิดมันไม่แปลกที่นิกายจะจำกัดพรสวรรค์ของรุ่นเยาว์ทั้งสี่ตระกูลเพราะถ้าเมื่อคนของสี่ตระกูลเข้าร่วมนิกายแล้วนิกายก็จะต้องใช้ทรัพยากรเลี้ยงดูคนพวกนี้ และถ้าวันหนึ่งคนเหล่านี้เติบโตมากพอคนเหล่านี้ก็จะเริ่มใช้ประโยชน์ต่อนิกายและนำผลประโยชน์นั้นกลับไปหาตระกูลของตัวเอง“น้องเย่หลานไม่ได้พบกันนาน ข้าไม่คิดว่าวันนี้เจ้าจะกลับมาตระกูลด้วย” ในตอนนั้นเองชายหนุ่มคนหนึ่งก็เดินมาทางทั้งสองและกล่าวขึ้น“ข้าจะกลับหรือไม่กลับข้าต้องรายงานเจ้าด้วยงั้นเหรอ” อู่เย่หลานกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างงั้น แล้วคนข้างๆเจ้าคือใครกัน” อู่เซี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา“เขาคือน้องชายของข้าและเขายังเป็นชายหนุ่มที่น่าสนใจอีกด้วย” อู่เย่หลานเข้าไปแนบชิดกับฟางเฉินแล้วกล่าวขึ้น“ที่พี่สาวท่านทำแบบนี้ข้าจะถูกหมายหัวเอานะ” ฟางเฉินกล่าว“พวกมันจะกล้าหมายหัวเจ้าจริงๆงั้นเหรอถ้าพวกมันรู้ว่าเจ้าเป็นศิษย์ของใคร” อู่เย่หลานกล่าว“ระดับปฐพีขั้นต่ำ ผู้ชายขยะๆแบบนี้หนะเหรอที่น้องเย่หลานสนใจ” อู่เซี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน“ขยะงั้นเหรอ อู่เซี่ยเจ้าคงไม่รู้สินะว่าเขาคือใครถึงได้กล้าว่าเขาแบบนี้” อู่เย่หลานกล่าว“แล้วมันเป็นใครละ” อู่เซี่ยกล่าว“เขาคือศิษย์คนที่ 6 ของราชาเซียนเต้าจีฟางเฉินและยังเป็นผู้ที่มีจิตวิญญาณระดับเทวะอีกด้วย เอาละอู่เซี่ยข้าขอถามเจ้าอีกครั้งใครกันที่คือขยะ” อู่เย่หลานกล่าวด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย“นี่!!!!!!!!!!!!” ใบหน้าของอู่เซี่ยกลายเป็นบิดเบี้ยวด้วยความอับอายเห็นได้ชัดว่าเขาได้กระโดดไปในหลุมพรางของอู่เย่หลานเข้าให้แล้วเหล่ารุ่นเยาว์ของตระกูลอู่ที่กำลังเตรียมเข้ามาหาเรื่องฟางเฉินก็พากันหยุดลงและเริ่มถอยออกห่างจากอู่เซี่ยในทันที พวกเขากลายเป็นหวาดกลัวอย่างมาก“เกือบไปแล้ว ไม่คิดเลยว่านั่นจะเป็นศิษย์ของราชาเซียนแถมยังมีจิตวิญญาณระดับเทวะอีก”“นั่นหนะสิ ในอนาคตเขาจะต้องบรรลุระดับราชาเซียนได้แน่ อู่เซี่ยเจ้านั่นเดินไปเตะตอเข้าให้แล้ว” เหล่าศิษย์ของตระกูลอู่พากันกล่าวขึ้น“เหอะ ศิษย์ของราชาเซียน จิตวิญญาณเทวะแล้วไง ด้วยพลังของเจ้าในตอนนี้จะมาเทียบอะไรข้าได้” อู่เซี่ยพยายามเอาพลังของตนเองมาข่มฟางเฉินพลังของอู่เซี่ยนั้นอยู่ระดับสวรรค์ขั้นต้น ซึ่งจากที่ฟางเฉินสังเกตุดุเหมือนว่าอู่เซี่ยพึ่งทะลวงขั้นมาได้ไม่นาน“ความหมายของเจ้าคืออยากประลองกับข้า” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้าสงบ“หัวไวดีนี่ ใช่แล้วถ้าเจ้าเอาชนะข้าได้ข้าก็จะไม่มายุ่งกับน้องเย่หลานอีกเลย แต่กลับกันถ้าเจ้าแพ้เจ้าก็ต้องถอยออกไปให้ห่างๆน้องเย่หลานซะ” อู่เซี่ยกล่าว“ย่อมได้ ถึงเรื่องราวมันจะไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าคิดแต่ข้าก็ขอรับคำท้าและอีกอย่างข้าขอเพิ่มของเดิมพัน เอาเป็นถ้าเจ้าแพ้เจ้าจะต้องมอบโลหิตอสูรรดับ 5 ที่มีสายเลือดของมังกรมาให้ข้า 10 หยด” ฟางเฉินกล่าว“ว่าอะไรนะ อสูรระดับ 5 ที่มีสายเลือดของมังกรงั้นเหรอ” อู่เซี่ยกลายเป็นตื่นตระหนกเขาไม่คิดเลยว่าฟางเฉินจะต้องการของล้ำค่าแบบนี้“ก็ได้แต่ถ้าข้าชนะเจ้าต้องมอบทักษะระดับสวรรค์มาให้กับข้าตกลงหรือไม่” อู่เซี่ยกล่าว“ตามนั้น” ฟางเฉินกล่าว“นี่น้องชายข้าว่ามันไม่คุ้มนะ โลหิตของอสูรระดับ 5 นั้นมันเป็นแค่ของระดับปฐพีถึงจะมีสายเลือดของมังกรมันก็ไม่ล้ำค่าเท่ากับทักษะระดับสวรรค์หรอก” อู่เย่หลานกล่าว“ขอแค่ไม่แพ้ก็ไม่มีปัญหาไม่ใช่หรือ” ฟางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มใช่สำหรับฟางเฉินแล้วจิตวิญญาณเก้าทัณฑ์ของตระกูลอู่ค่อนข้างเสียบเปรียบจิตวิญญาณดวงตาของตระกูลฟาง เพราะจุดเด่นของจิตวิญญาณเก้าทัณฑ์ของตระกูลอู่คือ ความเร็วและเทคนิคในการยิง ดังนั้นจิตวิญญาณดวงตาที่สามารถวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยมได้นั้นจึงสามารถมองเทคนิคของอีกฝ่ายและสามารถหลบได้อย่างไม่ยากเย็น“ดูเหมือนจะเกิดเรื่องสนุกขึ้นแล้วสิ” พวกอู่เล่ยวิ่งเข้ามาเห็นว่าฟางเฉินจะประลองกับอู่เซี่ยก็พากันมาดูทันที และในตอนนั้นเองที่เหล่าผู้อาวุโสเองก็เกิดความสนใจเพราะฟางเฉินเป็นแค่ระดับปฐพีขั้นต้นจะประลองกับอู่เล่ยที่อยู่ระดับสวรรค์ขั้นต้น