" ม...เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเจ้าถึงอยู่สภาพนั้นได้ "
หลินฮั่วถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะในตอนนี้รูปลักษณ์ของชิงหลงกลับมาเป็นเช่นเดิมแล้ว ผมกลับมาเป็นสีดำพร้อมกับความยาวที่อยู่แค่กลางหลังเพียงเท่านั้นมิได้ยาวจนถึงข้อเท้าอีกแล้ว แถมบรรยากาศสุดสูงส่งเมื่อครู่ก็หายไปแล้วเช่นกัน
" ข้าเพียงแค่ต้องการลองอะไรบางอย่าง และมันก็สำเร็จไปอย่างสวยงาม "
" เจ้าลองอะไร ? "
หลังจากนั้นชิงหลงก็ได้อธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ผู้ที่เกิดมาพร้อมกับจิตวิญญาณธรรมชาติจะสามารถใช้พลังของธาตุนั้น ๆ ได้ แต่ก็เป็นเพียงการหยิบยืมพลังจากจิตวิญญาณที่อยู่ในร่างเพียงเท่านั้น ที่ชิงหลงทำเมื่อครู่คือการผสานร่างเข้ากับจิตวิญญาณอัสนีของตน ในตอนแรกเขาก็คิดว่ามันจะยาก แต่มันกลับทำได้ง่าย ๆ
" ผสานร่างกับจิตวิญญาณอัสนีของเจ้างั้นรึ...น่าอัศจรรย์จริง ๆ "
หลินฮั่วที่ได้ยินก็รู้สึกทึ่งกับความสามารถของชายหนุ่มยิ่งขึ้นไปอีก เจ้าหนูคนนี้ทำให้เขาประหลาดใจได้ตลอดจริง ๆ
" เช่นนั้นร่างนั้นของเจ้ามันแตกต่างจากตอนที่เจ้าใช้พลังจิตวิญญาณอัสนีปกติยังไง "
" ข้าไม่รู้...ข้าคงสภาพร่างนั้นได้เพียงชั่วครู่เพียงเท่านั้น "
" แต่ข้าสัมผัสได้เลยถึงพลังอัสนีที่อัดแน่นอยู่ในร่างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...มันเหมือนกับข้าเป็นหนึ่งเดียวกับมัน "
" น่าทึ่งจริง ๆ...เช่นนั้นเจ้าจะทำสิ่งใดต่อ "
ได้ยินที่หลินฮั่วถามชิงหลงก็จมลงสู่ความคิดอีกครั้ง ผ่านไปสักพักเขาก็ตอบ
" อีก ห้า ปี...ข้ามีเรื่องต้องสะสาง ซึ่งมันอาจทำให้ข้าเป็นศัตรูกับทั่วทั้งทวีป แต่ข้าก็อยากทำมันหลังจากนี้คงต้องฝึกหนักสักหน่อยแล้วล่ะ "
" เช่นนั้นข้าจะฝึกเจ้าเอง เป็นศัตรูกับทั้งทวีปงั้นรึ...ข้าชักจะชอบเจ้าแล้วสิ "
สายตาทั้งคู่จ้องมองกันสักพัก ก่อนที่จะยิ้มให้กัน แม้จะอยู่ด้วยกันเพียงเดือนเดียวแต่พวกเขาก็รู้สึกผูกพันกันมากจริง ๆ อาจเป็นเพราะชิงหลงเป็นศิษย์ของเหลียงเวิ่นเทียน หลินฮั่วจึงรู้สึกชอบพอเจ้าหนูนี่
" หือ ? "
ระหว่างที่กำลังจะเดินไปที่บ่อลาวาศักดิ์สิทธิ์ชิงหลงก็ไปเตะม้วนคัมภีร์อันหนึ่ง เมื่อมองไปทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ กับมัน ชายหนุ่มจึงหยิบมันขึ้นมาก่อนจะคลี่ออก ซึ่งเมื่อคลี่ออกมาแล้วตัวอักษรมากมายต่างปรากฏสู่สายตาชายหนุ่ม คัมภีร์นั่นยาวเกือบร้อยเมตรเลยทีเดียวและเมื่อเขามองชื่อคัมภีร์
" คัมภีร์จ้าวอักขระ...อักขระ ? "
" เจ้าคิดจะเป็นผู้ใช้อักขระงั้นรึ "
" ผู้ใช้อักขระ...มันคือสิ่งใด "
" อืม...เจ้าคงไม่เคยได้ยินสินะ ก็แน่ล่ะ บนโลกใบนี้ผู้ใช้อักขระมีน้อยมากเลยนี่นา น้อยจนแทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ "
" เมื่อเจ้าไม่รู้ ข้าจะบอกเจ้าเอง "
จากนั้นหลินฮั่วก็เล่าเรื่องของผู้ใช้อักขระให้กับชิงหลงฟัง ผู้ใช้อักขระแบ่งคล้ายกับผู้ฝึกตนคือ
1. อักขระฝึกหัด
2. อาจารย์อักขระ
3. เชี่ยวชาญอักขระ
4. ปราชญ์อักขระ
5. จักรพรรดิอักขระ
ซึ่งทุก ๆ ขั้นจะมีสีของอักขระแตกต่างกัน อักขระฝึกหัดจะมีสีขาว อาจารย์อักขระจะมีสีเหลือง เชี่ยวชาญอักขระจะมีสีส้ม ปราชญ์อักขระจะมีสีแดง จักรพรรดิอักขระจะมีดำ ผู้ใช้อักขระนั้นหายากสุด ๆ เลยทีเดียวหลินฮั่วถึงกับบอกว่าบนทวีปนี้อาจไม่มีเลยก็ได้
" ผู้ใช้อักขระเชี่ยวชาญเรื่องการผนึกและเปิดผนึก หากเจ้าสามารถเป็นผู้ใช้อักขระได้จริง ๆ บางทีพลังที่ถูกผนึกของเจ้าคงมีวิธีเปิด "
เมื่อได้ฟังแล้วชิงหลงก็ยิ้มกรุ้มกริ่มเล็กน้อย แม้จะยังไม่รู้ว่าผู้ใช้อักขระสามารถทำสิ่งใดได้บ้างแต่จากที่ได้ฟังมามันน่าสนใจจริง ๆ
" ฟังดู...น่าสนใจ "
หลังจากที่คิดดูอย่างถี่ถ้วนแล้ว ชิงหลงจึงนั่งอ่านคัมภีร์จ้าวอักขระอย่างตั้งใจ ดูเหมือนการเป็นผู้ใช้อักขระจะไม่ง่ายเท่าใดนัก
" นี่ข้าต้องจำให้หมดนี่เลยงั้นหรอ "
มองไปยังกระดาษสีเหลืองที่ยาวเกือบร้อยเมตรด้วยความสิ้นหวังนี่เขาต้องจำอักษรทั้งหมดในกระดาษนี่จริง ๆ รึแล้วมันต้องใช้เวลากี่วันกันเนี่ย
" มา ! เอาก็เอาวะ !!! "
โปรดติดตามตอนต่อไป