จินเยว่ไอออกมาเป็เืไม่หยุด เหล่าบ่าวรับใช้ที่เข้ามาเห็นจึงรีบไปตามนายท่านผู้เป็เ้าของจวนมาดูอาการทันที พวกนางไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามโดยพลการ ด้วยกลัวว่าแม่นางจินเยว่ผู้บอบบางผู้นี้จะเป็อะไรไปมากกว่านี้ ขนาดหมอหลวงและหมอเทวดามารักษานางยังหาสาเหตุไม่ได้ ร่างกายนางจึงไม่อาจหายดี เพียงชะลออาการเจ็บป่วยของนางเท่านั้น นางได้แต่นอนซมป่วยไข้ติดเตียงมาหลายเดือนแล้ว แม้ไม่ตายจากแต่ก็ไม่ต่างกับคนใกล้ตาย หากแตะต้องรุนแรงเกินไปกว่านี้ เกรงว่านางจะแตกสลายไม่ต่างกับแก้วบางชั้นดีจริงๆ
“ไปตามนายท่านเดี๋ยวนี้! เร็วเข้า!”
“ได้ๆ เ้าเอายาที่วางตรงนั้นป้อนนางด้วย ท่านหมอบอกไว้ว่าให้กินยาระงับอาการบอบช้ำจากภายใน หากนางมีอาการ”
“รู้แล้ว เ้ารีบไปเถอะ!”
ทุกคนวิ่งวนไปมารอบห้องอย่างปั่นป่วน แม้จะรู้ว่าอาการนี้เกิดขึ้นทุกครั้งที่นางะเืใจ ร่างกายนางบอบช้ำจากภายใน จากที่ทุกคนรับรู้มา ทุกคนจึงไม่กล้าทำอะไรขัดใจนางและระมัดระวังตัวอย่างดี แต่ไหนแต่ไรมาก็เป็เช่นนั้น ั้แ่นางย้ายเข้ามาในจวน ทุกคนก็ได้รับคำสั่งให้ปรนนิบัตินางอย่างดีมาตลอด ทุกคนจึงไม่กล้าที่จะทำให้นางขุ่นเคืองใจอันใดเลยมาั้แ่ต้น ยิ่งอาการของนางเป็เช่นนี้ ทุกคนยิ่งเกร็งมากกว่าเดิมหลายเท่านัก
นางะเืใจกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตนเองเมื่อหลายปีก่อน แต่อาการเพิ่งจะหนักขึ้นเมื่อไม่กี่เดือนมานี้ ไม่ว่าหมอใดๆ ก็ไม่อาจรักษาได้ ทุกคนล้วนส่ายหน้า นายท่านพยายามที่จะประคับประคองชีวิตของแม่นางจินเยว่ผู้นี้ ที่ได้ชื่อว่าเป็ภรรยาเอกของเขาอย่างดี แต่ไม่มีใครรู้ว่านางจะรอดไปได้อีกสักกี่วัน
“ข้าไม่เป็ไร ข้ายังไหว”
เมื่อจินเยว่กระอักเืที่มาจุกตรงคอออกหมดแล้ว นางจึงค่อยพูดออกมาได้ นางโมโหจินหรงจนระงับอารมณ์ตัวเองไม่ได้ นางรู้สาเหตุอาการป่วยของนางแล้ว คงเพราะอาหารที่นางกินกับท่านแม่เมื่อก่อนเป็แน่ แต่อาการคงเพิ่งจะปรากฏชัดเจน ที่ผ่านมานางคิดว่าเพราะนางจิตใจอ่อนแอ ทำให้ร่างกายนางป่วยไข้ แต่จริงๆ แล้วกลับไม่ใช่เลย หากนางรู้แต่เนิ่นๆ นางคงหาวิธีรักษาร่างกายตนเองแล้ว ตอนนี้ได้เห็นธาตุแท้ของจินหรงแล้ว กลับทำให้นางอยากมีชีวิตอยู่เพื่อทำให้ 2 แม่ลูกนั่นย่อยยับไม่ต่างจากนาง แต่มันจะทันการหรือไม่!?
“เ้าเป็อย่างไรบ้าง!?”
หลี่เจี๋ยรีบมาดูอาการฮูหยินเอกของตนทันที ท่าทีเขาดูนิ่งเฉยแข็งกระด้าง แต่เขาก็ยังค่อยๆ ประคองนางนั่งดีๆ อย่างประดักประเดิด แม้เขาและนางจะเคยร่วมหอกันในจวนตระกูลจินเพราะฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดมาแล้ว แต่เขาก็ไม่กล้าแตะต้องนางจนเกินงามอีกเลยหลังจากนั้น
“ข้าดีขึ้นแล้วเ้าค่ะ เมื่อครู่ข้าคงจะโมโหมากไปหน่อย”
“เพราะน้องสาวของเ้าน่ะรึ!?”
จินเยว่ได้แต่พยักหน้าช้าๆ นางแทบไม่มีแรงเอ่ยคำใดแล้ว แต่เห็นสายตาของผู้ที่ได้ชื่อว่าไร้ค่าอัปลักษณ์ผู้นี้แล้ว นางกลับรู้สึกอุ่นใจขึ้นอย่างประหลาด
“นางทำอะไรเ้า! ข้าจะไปจัดการนางเอง!”
หลี่เจี๋ยตั้งใจจะทำอย่างนั้นจริงๆ เขาจะทำให้คนที่ทำร้ายนางเ็ปมากกว่านางหลายร้อยหลายพันเท่า!
“ข้าไม่อยากทำให้ท่านเดือดร้อน ตอนนี้นางเป็ถึงชายาขององค์รัชทายาท ส่วนองค์รัชทายาทก็กำลังจะขึ้นเป็ฮ่องเต้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เราจะเอาอะไรไปสู้กับคนพวกนั้น ข้าเพียงแต่เสียใจที่โง่งมเอง ข้าไม่น่าไว้ใจคนเช่นนี้ หากเวรกรรมมีจริงขอให้มันตามสนองคนพวกนี้โดยเร็ว”
หลี่เจี๋ยสงสารนางจับใจ ตลอดเวลาเขาพยายามสืบทุกเื่เกี่ยวกับนาง หลังเหตุการณ์คืนนั้นในจวนตระกูลจิน ั้แ่ต้นจนจบล้วนเป็น้องสาวและแม่เลี้ยงของนางทำให้เกิดเื่เช่นนั้น เขาจึงรับนางเข้าจวนอย่างไม่ให้อายใครเพื่อให้สมศักดิ์ศรีนาง เขาไม่อยากทำให้นางะเืใจจึงไม่เคยเอ่ยปากบอก เขาเองก็เคยถูกผู้อื่นทำให้อับอายมาก่อน ซ้ำยังถูกวางยาหลายคราจนทำให้ร่างกายอ่อนแออัปลักษณ์เช่นนี้ เขาจึงเห็นใจนาง เขาทำได้เพียงให้นางอาศัยอยู่ในจวนนี้อย่างไม่ลำบากนัก ทั้งนางยังไม่คิดออกไปพบเจอใครมาหลายปี หมกตัวอยู่แต่ในเรือน เขาจึงได้แต่ปล่อยให้เวลาเยียวยาจิตใจนาง แต่ไม่คิดว่านางจะป่วยไข้จนเกินรักษาได้เช่นนี้
“ไม่ต้องรอเวรกรรม ข้าลงมือไปแล้ว เ้ารอดูผลได้เลย หากเ้าตาย คนพวกนั้นต้องตกตายไปพร้อมกับเ้า ข้าสัญญา!”
จินเยว่ใเล็กน้อยกับสิ่งที่ได้ยิน ที่ผ่านมานางและเขามีระยะห่างต่อกันเสมอ นางไม่คิดยุ่งเกี่ยวกับเขา เขาเองก็ไม่ก้าวล้ำเส้นนาง แม้นางจะไม่เคยมีใจให้เขา แต่ก็ต้องพึ่งพาเขาในจวนนี้ นางไม่คิดว่าเขาจะทำเพื่อนางเช่นนี้ ทั้งยังดูใส่ใจนางมากในยามที่นางนอนซมป่วยไข้
“ท่านจะทำอะไร? บอกข้าได้หรือไม่”
“ไว้เ้ารอดูผลก็พอ อย่ารีบด่วนจากไป”
หลี่เจี๋ยรู้ดีว่าแม้เขาจะพูดดีกับนางแค่ไหนก็ไม่อาจจะทำให้นางมีกำลังใจขึ้นมาได้ เพราะเขาไม่เคยอยู่ในสายตานางเลย เขาได้แต่ทำให้นางมีความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ ได้ดูคนที่เคยทำร้ายนางพังพินาศเท่านั้น อย่างน้อยนางคงรู้สึกดีขึ้น เขาคิดเช่นนั้น
จินเยว่ได้แต่มองตาเขาอย่างค้นหา เขาคิดจะทำอะไรกันแน่! น้อยครั้งที่เขาจะพูดคุยกับนาง เขาไม่เคยเรียกร้องหรือทำอะไรที่ก้าวล้ำเส้นเลย ให้เกียรตินางเสมอ ทั้งที่นางเคยพูดว่านางรังเกียจเขา นางขอให้เขาไม่แตะต้องนางอีก ั้แ่คืนวันแต่งงาน เขาก็ไม่ดื้อดึงฝืนใจนางเลย
แต่คำพูดนั่นเกิดขึ้นในคืนแรกที่นางแต่งเข้าจวนมา นานวันเข้านางกลับสงสารเขา แต่นางไม่คิดว่านี่คือความรักจึงไม่คิดสานต่อใดๆ
“ข้าหวังเพียงว่าเ้าจะไม่ทำให้ตนเองเดือดร้อน หากข้าจากไปแล้ว เ้าแต่งสตรีอื่นมาเป็ฮูหยินของเ้าเถิด จะได้มีคนเคียงข้างที่ดีกว่าข้าในตอนนี้ ที่ผ่านมาระหว่างเราล้วนเป็ความผิดพลาด ข้าทำให้เ้าต้องตกกะไดพลอยโจน ซ้ำยังไม่เคยปรนนิบัติเ้าดีๆ เลย”
จินเย่วเอ่ยไปตามจริง นางเคยหวาดกลัวใบหน้าดำเป็ปื้นทั้งแถบนั้นของเขา ทั้งยังกลัวว่าเขาจะเป็บุรุษโมโหร้ายเช่นที่ผู้คนเล่าลือ นางอับอายกับสิ่งที่เกิดขึ้นในจวนตระกูลจินคืนนั้นจนรับตัวเองแทบไม่ได้
่ปีแรกๆ ที่มาอยู่ในจวนเขา นางจึงหลบเลี่ยงที่จะพบหน้าเขา ทั้งยังทุกข์ใจกับการเปลี่ยนแปลงสถานะของตนเองอย่างรวดเร็ว จากคู่หมั้นขององค์รัชทายาท กลายเป็ฮูหยินเอกแห่งจวนอ๋องหลี่เจี๋ยที่ผู้คนเล่าลือว่าเขาทั้งน่ากลัวโมโหร้ายและอัปลักษณ์ แต่บุรุษที่นางเคยรังเกียจกลับดูแลนางใน่ลมหายใจสุดท้าย มาบัดนี้เป็เขาที่คอยประคองนางเอาไว้ยามป่วยไข้ มีเพียงเขาที่ดูแลนาง แต่คนที่เคยบอกว่ารักนางสุดหัวใจกลับไม่เคยเหลียวแล
หลี่เจี๋ยได้ยินคำกล่าวของจินเย่วแล้วได้แต่ก้มลงหลบสายตาของนาง ดวงตาของเขามีบางอย่างเอ่อคลอเล็กน้อยก่อนกำมือแน่น ทั้งยังรู้สึกไม่ยินยอมกับคำกล่าวของนาง นางจะสั่งเสียเขาเช่นนี้ไม่ได้! นางจะให้เขามีหญิงอื่นทั้งที่ในใจของเขามีเพียงนางั้แ่แรกได้อย่างไร!
“ข้าคงรับปากเ้าไม่ได้เื่ฮูหยิน ตำแหน่งนี้เป็ของเ้ามาั้แ่ต้น ข้ายกให้เ้าแล้ว หากเ้าไม่อยู่แล้ว ข้าก็ไม่คิดให้ใครมาแทนที่”
จินเยว่ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดเช่นนี้จากเขา แม้มันจะฟังดูทื่อๆ แต่กลับทำให้นางรู้สึกดีไม่น้อย เขาใช้ความรุนแรงแก้แค้นแทนนาง แม้จะดูโหดร้ายแต่นางก็ยอมรับว่าพอใจไม่น้อย นางใจดีกับผู้อื่นมากไปจนทำให้ตนเองใกล้ตายก่อนวัยอันควรเช่นนี้ ต่อไปนี้นางจะไม่ใจดีกับใครมากไปจนทำร้ายตนเองอีกแล้ว
“เช่นนั้นก็ตามใจเ้า ข้าไม่รู้ว่าข้าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานแค่ไหน หวังว่าข้าคงได้เห็นผลงานที่เ้าทำเพื่อข้าก่อนตาย”
หลี่เจี๋ยพยักหน้าเข้าใจ เขาประคองร่างกายบอบบางผอมแห้งของนางค่อยๆ เอนลงนอนบนเตียงช้าๆ อย่างทะนุถนอม ก่อนที่จะออกจากเรือนนอนของนางไปด้วยท่าทีเคร่งเครียดกว่าเดิมหลายเท่านัก