Gustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ

    บทที่ 134 คำแนะนำที่มีค่า

    คำแนะนำที่มีค่า

     

                20เปอร์เซ็นต์นับเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งและยิ่งน่าทึ่งมากเข้าไปอีกหากพูดถึงความเปลี่ยนแปลงของซีต้าที่มีความแข็งแกร่งเหนือยิ่งกว่าตัวเขามาก

                ตามความเข้าใจของกัสเคล็ดวิชาฝึกคู่นั้นเป็นเคล็ดวิชาที่จะช่วยให้ผู้ที่อ่อนแอกว่าแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วยิ่งอีกฝ่ายอ่อนแอกว่ามากเท่าไหร่ ความเร็วในการเติบโตก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

                ทว่าซีต้านั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่ากัสมากแต่ทั้งที่เป็นแบบนั้นเธอกลับแข็งแกร่งขึ้นถึง 20 เปอร์เซ็นต์ในเวลาเพียงคืนเดียว

                เรื่องนี้ทำให้กัสตกใจและสับสนเป็นอย่างมากจนอดคิดไม่ได้ด้วยว่าหากเขาใช้วิชานี้กับน้องสาวของเขาแล้วละก็ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นยังไง

                เพียงแค่คิดกัสก็อดรู้สึกตื่นเต้นยินดีไม่ได้แล้วเพราะว่าความอ่อนแอของน้องสาวคือสิ่งที่ทำให้เขาเป็นห่วงมากที่สุดเสมอ

                “เจ้าคิดอะไรอยู่หรือกัส..กำลังสงสัยหรือเปล่าว่าความเปลี่ยนแปลงนี้มันมากเกินไป”

                “อืม..ข้าเองก็สงสัย แต่รู้สึกดีใจมากกว่านะ ไม่ว่ายังไงการที่ได้เห็นเจ้าแข็งแกร่งขึ้นแบบนี้สำหรับข้ามันมีแต่ความยินดีเท่านั้น”

                ขณะที่พูดกัสก็ก้มลงสบตากับซีต้าด้วยดวงตาที่อบอุ่นและอ่อนโยนเป็นที่สุดทำเอาใบหน้าของน้าสาวอย่างซีต้าถึงกับแดงก่ำและยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว

                “ปากหวานเหลือเกินนะ..แต่ได้ยินเจ้าพูดแบบนี้ข้าก็ดีใจ..แต่ว่านะความเปลี่ยนแปลงนี้มันออกจะพิเศษหน่อยเจ้าน่าจะรู้ใช่ไหมว่าครั้งแรกมันจะพิเศษสุดเสมอ”

                “เรื่องนี้ข้าทราบ..แต่ที่เจ้าบอกว่ามันทำลายสถิตินี้มันมีเหตุผลไหมว่าทำไม”

                “แน่นอน..มานั่งตรงนี้สิข้าจะได้อธิบายให้เจ้าเข้าใจทีนี้เจ้าจะได้รู้ด้วยว่ารูปแบบของพลังงานที่เจ้ามีนั้นเป็นรูปแบบไหน”

                ได้ยินแบบนั้นกัสก็นั่งลงอย่างว่าง่ายแล้วเฝ้ารอคำอธิบายของซีต้าอย่างตั้งใจเพราะสิ่งนี้มีความสำคัญกับเขามากจริงๆ

                ทางด้านของซีต้าพอเรียกกัสให้นั่งลงบนเก้าอี้แล้วเธอก็เดินไปอีกด้านหนึ่งแล้วเปิดบันทึกโลกวิญญาณออกมาจากนั้นก็เรียกข้อมูลชุดหนึ่งที่เธอกำลังวิเคราะห์ออกมาเพื่ออธิบายให้กัสเข้าใจ

                ไม่นานนักเบื้องหน้าของกัสก็มีหน้าต่างข้อมูลปรากฏขึ้นมันมีชุดข้อมูลจำนวนมากที่ยากจะอ่านให้เข้าใจ แต่เมื่อมีซีต้าอธิบายให้ฟังอยู่ข้างๆเขาก็เลยเข้าใจได้บ้างพอสมควร

                “เห็นตรงนี้ไหมกัสนี่คือตัวเลขที่แสดงค่าของพลังงานที่เจ้าปล่อยออกมาส่วนนี้ข้าใช้ผลึกพลังที่ได้มาในวันนั้นเป็นตัวอย่างในการวิเคราะห์ตรงนี้เจ้าจะเห็นว่ากว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของพลังที่อยู่ในผลึกพลังนั้น แท้ที่จริงแล้วคือสารเคมีชนิดพิเศษที่เกิดขึ้นจากพรศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าส่วนที่เหลืออีก 20 เปอร์เซ็นต์นั้น แบ่งออกเป็นสองส่วน คือ 15 เปอร์เซ็นต์ กับ 5เปอร์เซ็นต์”

                พูดถึงตรงนี้ซีต้าก็เรียกหน้าต่างบานใหม่ออกมาเพื่อแสดงให้เห็นกราฟวงกลมที่แบ่งสัดส่วนออกเป็น3 ส่วน มีส่วนใหญ่ๆ กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ที่ใช้สีขาว 15 เปอร์เซ็นต์เป็นสีเหลืองและ5 เปอร์เซ็นต์เป็นสีแดง

                “ทั้งสามส่วนนี้เจ้าจะเห็นว่าส่วนที่ใหญ่ที่สุดคือสารเคมีชนิดพิเศษที่เกิดจากพรของเจ้า 15 เปอร์เซ็นต์คือพลังงานทั่วไปสุดท้ายคือส่วนที่น่าทึ่งที่สุด 5 เปอร์เซ็นต์นี่คือ..พลังชีวิตบริสุทธิ์”

                วินาทีที่ได้ยินคำว่าพลังชีวิตบริสุทธิ์กัสก็นิ่งอึ้งไปสีหน้าของซีต้าก็ดูจริงจังเป็นพิเศษ ทั้งยังแฝงไว้ด้วยความตื่นเต้นยินดีอยู่ลึกๆ

                “เจ้าเข้าใจใช่ไหมกัสว่ามันหมายความว่ายังไง”

                “อ่า..ข้าเข้าใจ แต่ว่า..มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้ยังไงกัน”

                “เรื่องนั้น..หากให้เดา ข้าคิดว่าน่าจะเกิดจากสารเคมีชนิดพิเศษนั่น มันเป็นสารเคมีที่มีคุณสมบัติในการย่อยสลายตัวเองเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานบริสุทธิ์ให้กับร่างกายในส่วนนี้มันเป็นอะไรที่ซับซ้อนอยู่บ้าง แต่ก็พอจะอธิบายได้ว่า สารเคมีตัวนี้ได้หล่อเลี้ยงพลังชีวิตของเจ้าและทำให้เกิดสภาวะพลังชีวิตเฟื่องฟูจนเกิดการปลดปล่อยพลังชีวิตส่วนเกินที่บริสุทธิ์ออกมา”

                เมื่อพูดถึงเรื่องที่น่าสนใจดวงตาของซีต้าก็ทอประกายวาววับราวกับเด็กสาวตัวน้อยๆเลยทีเดียว

                ภาพแปลกๆที่หาดูได้ยากนี้ทำให้กัสเผลอยิ้มออกมาด้วยความขบขันพลางนั่งฟังคำอธิบายของซีต้าโดยไม่คิดบ่นอะไรแม้ว่าเรื่องที่เธอพูดมันจะซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ก็ตาม

                ตามหลักการแล้วพลังชีวิตเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเพิ่มพูนได้อาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับพลังชีวิตจึงเป็นอาการบาดเจ็บที่สาหัสที่สุดและยากที่จะรักษา

                แม้กระทั่งยุคสมัยในปัจจุบันการจะรักษาอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับพลังชีวิตก็ยังเป็นเรื่องยาก

                แต่ถ้ามีคนรู้ว่ากัสสามารถปลดปล่อยพลังชีวิตที่บริสุทธิ์ออกมาได้แล้วละก็เรื่องนี้คงจะทำให้เกิดความปั่นป่วนไม่น้อยเลยทีเดียว

                สภาวะพลังชีวิตเฟื่องฟูเป็นสภาวะที่เกิดขึ้นได้ยากทว่ากัสกลับมีสภาวะนี้ติดตัวอยู่ตลอดซึ่งเป็นอะไรที่น่าทึ่งมากและเป็นเรื่องที่ทำให้ซีต้าตื่นเต้นมากทีเดียวจนแทบจะลืมเรื่องอื่นๆไปเลย

                “จริงสิ..คืนนี้เจ้าจะทดลองฝึกวิชากับน้องๆของเจ้าไหมกัส”

                “ก็ตั้งใจเอาไว้แบบนั้นละนะ ทำไมหรือซีต้า มันมีปัญหาอะไรหรือเหล่า”

                “ไม่มีหรอกข้าเพียงมีคำแนะนำบางอย่าง..เจ้าน่าจะรู้ดีว่าขั้นตอนปกติในการฝึกฝนวิชานี้เป็นยังไงแต่ว่าตัวเจ้านั้นพิเศษกว่าคนทั่วไปข้าเลยอยากแนะนำให้เจ้าเปลี่ยนลำดับขั้นเสียใหม่..แทนที่จะเริ่มต้นจากการดูดซับพลังก็เปลี่ยนเป็นการส่งพลังเสียก่อน จากนั้นค่อยดูดซับแล้วส่งกลับไปอีกครั้ง”

                คำแนะนำนี้ทำให้กัสสับสนเล็กน้อยแต่ก็พยักหน้ารับอย่างว่าง่ายเพราะว่ามันเป็นคำแนะนำของซีต้าที่เขาไว้ใจ

                เห็นแบบนั้นซีต้าก็อมยิ้มแล้วเดินเข้ามาโอบรอบคอของกัสไว้พลางหอมแก้มเขาเบาๆด้วยความรักและเอ็นดู

                “ดีมาก เชื่อฟังแบบนี้สิถึงจะน่ารัก..แล้วเจ้าไม่สงสัยบ้างหรือว่าทำไมข้าถึงขอให้เจ้าทำแบบนี้”

                “ก็สงสัยอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าเป็นคำแนะนำของเจ้าแล้วละก็ข้าเชื่อว่ามันต้องเป็นคำแนะนำที่มีประโยชน์ต่อข้าอย่างแน่นอน”

                รอยยิ้มของซีต้าเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนและเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักในทันทีที่ได้ยินจากนั้นเธอก็ซบลงที่แผงอกของกัสด้วยความรัก

                “ขอบใจนะกัส..จริงๆแล้วคำแนะนำนี้ไม่ได้มีประโยชน์สำหรับเจ้าเท่าไหร่หรอกนะแต่มันจะมีประโยชน์สำหรับเด็กๆ ของเจ้ามากกว่าที่ข้าขอให้เปลี่ยนขั้นตอนใหม่ก็เพราะว่าจุดเด่นของเจ้าคือปริมาณพลังที่มากหากใช้วิธีตามปกติมันคงไม่ช่วยอะไรมากนัก แต่ถ้าใช้วิธีตามที่ข้าบอกมันจะช่วยให้น้องๆของเจ้าแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดดเลย..ซึ่งข้าคิดว่าวิธีนี้น่าจะทำให้เจ้าดีใจมากกว่า”

                ได้ยินแบบนั้นดวงตาของกัสก็สว่างวูบด้วยความยินดีก่อนจะดึงตัวซีต้าเข้ามากอดแน่นด้วยความขอบคุณแล้วจูบเธออย่างดูดดื่มอยู่ครู่ใหญ่จนลมหายใจของซีต้าเร่งร้อนขึ้นทุกขณะ

                “เจ้าทำเพื่อข้าขนาดนี้..แบบนี้ต้องให้รางวัลสักหน่อยละมั้ง”

                ใบหน้าของซีต้าแดงก่ำไปแล้ว ดวงตาเองก็หวานฉ่ำปานจะหยดทว่าเธอกลับส่ายหน้าน้อยๆ พลางยื่นมือออกมาลูบไล้ใบหน้าของกัสเบาๆ

                “ไม่มีประโยชน์หรอกกัส..เจ้าคงไม่คิดว่า 20เปอร์เซ็นต์นี้จะได้มาเปล่าๆ หรอกใช่ไหมตอนนี้ตัวข้าจะถูกกระตุ้นศักยภาพที่สั่งสมมานานจนหมดแล้วต่อให้เจ้ามอบพลังให้ข้ามากกว่านี้ความแข็งแกร่งของข้าก็ไม่เพิ่มไปมากกว่านี้หรอก..สู่เจ้าเอาพลังที่มีไปให้น้องๆดีกว่านะ ส่วนของข้านะ..รออีกสักอาทิตย์จะดีกว่า”

                ได้ยินแบบนั้นกัสก็เข้าใจว่าทำไมซีต้าถึงได้พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดแบบนี้ทั้งที่ตัวเธอแข็งแกร่งกว่าเขามาก

                แท้ที่จริงแล้วมันไม่ได้เกิดจากความสามารถของกัสเลยแต่เป็นเพราะศักยภาพที่ซีต้าสั่งสมมาจากการฝึกฝนได้ถูกพลังงานที่เขาส่งออกไปกระตุ้นจนเกิดการเติบโตอย่างก้าวกระโดดมากกว่า

                ต้องเข้าใจว่าหลักการพื้นฐานของการฝึกฝนนั้นคือพลังงาน

                คนทั่วไปต้องอาศัยการกินดื่มเพื่อเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายทว่าคนปกตินั้นสามารถกินและดื่มได้อย่างจำกัด ซึ่งต่อให้กินสิ่งที่มีพลังงานมากแค่ไหนดูดซึมง่ายยังไงท้ายที่สุดมันก็ยังมีขีดจำกัดในการรับทำให้ยากที่จะส่งพลังงานทั้งหมดนี้ไปให้หล่อเลี้ยงร่างกายได้อย่างสมบูรณ์

                ในปัจจุบันอาจจะมีวิชามากมายที่ใช้พลังเวทมากระตุ้นร่างกายโดยตรงเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่มีค่าเทียบเท่ากับการฝึกฝนอย่างหนักในอดีต

                แต่วิชาเหล่านั้นก็ยังมีข้อเสียนั่นคือการใช้พลังเวทที่มากและต้องการพลังงานที่มากไม่แพ้กันเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกายให้แข็งแกร่ง

                ซึ่งในส่วนนี้พลังงานอันบริสุทธิ์ซึ่งได้จากการย่อยสลายสารเคมีที่ว่านั่นได้ตอบโจทย์ที่แก้ไขได้ยากที่สุดในการฝึกฝนวิชาโดยบังเอิญ

                เพราะนอกจากมันจะให้พลังงานที่มากแล้วมันยังเป็นพลังงานที่บริสุทธิ์และดูดซับได้ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อด้วยเหตุนี้เองหลังจากที่ซีต้าได้รับพลังจากกัสไปวิชาที่เธอฝึกฝนอยู่จึงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน

                ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็คือการเติบโตขึ้นถึง 20 เปอร์เซ็นต์ในค่ำคืนเดียว

                แต่ว่าการเติบโตนี้ก็ได้ใช้ศักยภาพที่ซีต้าสะสมเอาไว้มาตลอดจนหมดไปด้วยเช่นกันทำให้ยากที่จะเติบโตได้มากกว่านี้ในเวลาอันสั้น

                ทว่าผลประโยชน์ที่ซีต้าได้รับก็ไม่ได้มีเพียงแค่นี้หากแต่ส่งผลให้การฝึกฝนวิชาต่อจากนี้ของเธอสะดวกราบรื่นมากขึ้นด้วยเช่นกัน

                พอเข้าใจหลักการนี้ได้กัสก็มองเห็นเส้นทางในการฝึกฝนของเขาด้วยเช่นกันนอกจากนั้นยังรู้วิธีที่จะช่วยให้น้องสาวของเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดดอีกด้วย

                “แบบนี้เอง..แต่ยิ่งเป็นแบบนี้ก็ยิ่งต้องให้ไม่ใช่หรือซีต้า..ถึงศักยภาพของเจ้าจะถูกกระตุ้นจนหมดไปแต่ถ้ามีพลังงานของข้าสะสมเอาไว้ในร่างกายละก็..การฝึกฝนต่อจากนี้ของเจ้าก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นถูกไหม”

                ได้ยินแบบนั้นซีต้าก็ยิ้มหวาน พลางหัวเราะเบาๆ และพยักหน้าให้

                “สรุปแล้ว..เจ้าอยากให้รางวัลข้า..หรืออยากเรียกค่าตอบแทนจากข้ากันแน่เจ้าเด็กบ้า!”

                “ฮะๆ ถ้าข้าตอบว่า..ทั้งสองอย่างละ!!”

                พูดจบกัสก็ไม่รอให้ซีต้าตอบรับหรือปฏิเสธอะไรอีกมือข้างหนึ่งคว้าเข้าที่หน้าอกที่อวบอิ่มของซีต้าในทันทีส่วนมืออีกข้างก็คว้าเข้าที่สะโพกที่อวบอิ่มของเธอ

                สัมผัสที่วาบหวานและเร่าร้อนนี้ทำให้ความต้องการของซีต้าก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนที่สองบุรุษสตรีจะเปิดศึกรักที่เร่าร้อนกันอย่างสุขสมและพากันไปถึงจุดหมายปลายทางอย่างที่หวังไว้ในช่วงเวลาต่อมา

                ชั่วขณะนั้นกัสก็ไม่ลืมที่จะส่งพลังเข้าไปให้ซีต้าพลังที่กลั่นออกมาจากร่างกายของเขาส่งออกไปผ่านชีพจรเทียมที่สร้างขึ้นจนสำเร็จอย่างช้าๆ ทีละหยดๆ

                “พ..พอแล้วกัส..ข้ารับไม่ไหวแล้ว..”

                เสียงหอบหายใจของซีต้าดังกระเส่าอยู่ไม่ขาดความสุขสมที่เธอได้รับยามที่พลังไหลผ่านเข้ามานั้นสร้างความเสียวซ่านให้เธอจนแทบขาดใจ

                ความสุขสมนี้มันมากยิ่งกว่าความสุขสมที่ได้จากการเริงรักไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่เพียงแค่รับเอาพลังเข้าไปหนึ่งหยดซีต้าก็ถึงจุดสุดยอดไปอีกครั้ง พอรับเข้าไปอีกก็เสียวจนแทนทนไม่ไหวพลังงานที่ไหลผ่านเข้ามาแต่ละหยดนั้นราวกับหยดน้ำที่ตกลงบนบ่อน้ำสร้างวงคลื่นนับไม่ถ้วนให้เกิดขึ้นภายในร่างกายของเธอนำพาความสุขสมที่มากล้นมาให้เธอจนทำให้ซีต้าส่งเสียงครางออกมาไม่ขาดสาย

                กัสเองก็รู้สึกเสียวจนแทบขาดใจเช่นกันการส่งผ่านพลังออกไปนั้นสร้างความสุขสมให้กับเขาอย่างมากจนไม่อยากจะหยุดเลยทีเดียว

                แต่หลังจากส่งพลังออกไปได้ราว3 หยดซีต้าก็ส่งเสียงร้องขอให้กัสหยุดทำให้เขาจำต้องหยุดลงอย่างเสียไม่ได้

                “อะไรกัน..รับ..ไม่ไหวแล้ว..หรอ”

                “เด็กบ้า!..อืม! เจ้าคิดว่าเมื่อวานนี้เจ้าอัดพลังใส่ข้ามาเท่าไหร่กันห๊ะ!!ตอนนี้ข้ายังดูดซับมันไม่หมดเลยด้วยซ้ำ..”

                ทั้งสองคนหอบหายใจหนักๆ พลางกอดกันแน่นด้วยความสุขที่มากล้นก่อนจะค่อยๆสงบลงเพื่อความเสียวค่อยๆ จางหายไปและผละจากกันในที่สุด

                กัสเริ่มแต่งตัวอย่างช้าๆพลางยิ้มน้อยให้กับซีต้าที่ยังนั่งหอบหายใจในสภาพที่เปลือยเปล่าเพราะไม่มีแรงจะขยับตัว

                “สนุกมากสินะกัส..แต่อย่าลืมนะว่าข้า..ไม่เหมือนกับน้องสาวของเจ้าตอนทำกับเด็กพวกนั้นอย่าลืมตัวเสียละ”

                แม้จะหน้าแดงก่ำและหอบหายใจหนักแต่ซีต้าก็ไม่ลืมเตือนกัสอีกครั้งเพราะกลัวว่าเขาจะสนุกกับความสุขสมที่มากล้นนี้จนลืมตัว

                “แน่นอน..ข้าไม่มีทางลืมแน่ขอบใจนะซีต้า..งั้นข้าไปก่อนนะ”

                พูดจบกัสก็ยิ้มแล้วรีบจากไปทันทีทำให้ซีต้าต้องถอนหายใจออกมาเบาๆด้วยความอ่อนใจและสุขใจในเวลาเดียวกัน

                “สุดท้าย..เจ้าก็ยังเป็นเด็กสินะกัส”

                ซีต้ายิ้มน้อยๆ ขณะที่รอให้ร่างกายปรับสภาพกับพลังที่ได้มาแล้วเริ่มขัดสมาธิและหมุนเวียนพลังเวทในร่างกายเพื่อกระตุ้นวิชาที่เธอฝึกฝนอย่างใจเย็น

                อีกด้านหนึ่งหลังจากออกมาจากบ้านของซีต้ากัสก็เดินไปทั่วดินแดนเขาสำรวจไปรอบๆก่อนจะมาถึงจุดที่วางแผนว่าจะสร้างโรงหลอมแก้วเอาไว้จากนั้นก็ตัดสินใจสร้างในทันที

                โรงหลอมแก้วระดับ1 ก็ถูกสร้างขึ้นที่ด้านข้างสระบัวและติดริมแม่น้ำซึ่งมีสะพานฟาดผ่านไปยังอีกฝั่งซึ่งเป็นหาดทรายขาวที่มีพื้นที่ราวๆ1 ไร่เศษ

                “เท่านี้ก็คงพอ..แต่สองคนนั้นจะทำได้ไหมนะ..แต่ก็ช่างเถอะหากพวกนางทำไม่ได้ข้าก็แค่เปลี่ยนงานให้พวกนางเท่านั้น”

                คิดแล้วกัสก็ไหวไหล่น้อยๆ ก่อนจะเดินจากไปแต่แล้วก็ต้องหยุดเท้าเอาไว้ก่อนเมื่อสังเกตเห็นสการ์เล็ตต์ที่เดินตรงมายังเขาด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมจนดูน่ากลัว

                เห็นแบบนั้นกัสก็นิ่งไปและรอจนกระทั่งสการ์เล็ตต์เดินมาถึง

                “เจ้าเด็กขี้แกล้ง..เจ้าแกล้งสองคนนั้นมากไปแล้วนะรู้ไหม”

                แม้จะทำท่าเหมือนดุว่าทว่าสีหน้าของสการ์เล็ตต์นั้นไม่ได้ดูเหมือนไม่พอใจเลยสักนิดกลับกันเธอกลับแสดงท่าทีชอบอกชอบใจอยู่ไม่น้อยจนทำให้กัสเบาใจลงไปได้พอสมควร

                “ช่วยไม่ได้นี่ใครใช้ให้พวกนางไม่รู้จักประเมินตัวเองละ ข้าอุตส่าห์ให้การบ้านไปแล้วพวกนางยังไม่ทันคิดหาวิธีแก้ก็มาท้าประลองข้าแล้ว หากไม่ลงมือสั่งสอนสักหน่อยพวกนางไม่มาวุ่นวายกับข้าทุกวันหรอ แบบนั้นข้าเสียเวลาแย่เลย”

                พูดแล้วกัสก็ไหวไหล่ด้วยท่าทางที่ทำราวกับว่ามันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ซึ่งทำให้สการ์เล็ตต์ถึงกับยิ้มไม่ออกเลยทีเดียว

                หากคำพูดเหล่านี้ออกมาจากปากของคนที่มีอายุสักหน่อยละก็เธอจะไม่ว่าเลยแต่นี่เด็กหนุ่มอายุ 14 คนหนึ่งกลับพูดอะไรแบบนี้ออกมา มีหรือเธอจะเชื่อ

                แต่ถึงจะไม่อยากเชื่อสการ์เล็ตต์ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่ากัสนั้นดูยุ่งมากจริงๆก่อนจะมองผ่านเขาไปยังโรงหลอมแก้วที่เพิ่งสร้าง

                ทันทีที่มองเห็นโรงหลอมแก้วสีหน้าของสการ์เล็ตต์ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

                “นี่มัน..โรงหลอมแก้วใช่ไหม”

                “หืม..ใช่ นี่คือโรงหลอมแก้วระดับ 1 ข้าคิดว่าจะให้สองคนนั้นมาทำงานที่นี่ท่านคิดว่ายังไง พวกนางจะทำได้ไหม”

                รอยยิ้มที่ยากจะเข้าใจความหมายปรากฏขึ้นบนใบหน้าของสการ์เล็ตต์ชั่วขณะก่อนที่เธอจะหันมามองกัสด้วยสายตาที่ลึกซึ้งราวกับกำลังพยายามมองทะลุความคิดของเขาอยู่

                “ข้าไม่รู้หรอกนะว่าใครบอกให้เจ้าสร้างหรือเจ้าไปรู้อะไรมาก่อนถึงได้สร้างโรงหลอมแก้วขึ้นมาแต่ข้าสามารถให้คำรับรองกับเจ้าได้เลยว่าเด็กสองคนนั้นต้องทำได้แน่..ไม่สิต่อให้พวกนางทำไม่ได้ข้านี่แหละจะบังคับให้พวกนางทำเองเพราะฉะนั้นเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไป”

                แม้จะแปลกใจกับคำพูดประโยคนี้มาแต่กัสก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้ารับเบาๆด้วยความยินดีเพราะถ้าสการ์เล็ตต์ออกปากพูดออกมาแบบนี้เขาก็ไม่จำเป็นต้องห่วงอีกต่อไป

                ต่อให้เขาสั่งการสองสาวรูบี้กับแซฟไฟร์ไม่ได้แต่เชื่อได้เลยว่าสองสาวนั้นต้องฟังคำสั่งของสการ์เล็ตต์อย่างแน่นอน

                “ได้ยินแบบนั้นข้าก็ดีใจ เช่นนั้นก็ฝากด้วยนะครับท่านสการ์เล็ตต์”

                “ไม่มีปัญหา..เออจริงสิ ข้าเกือบจะลืมไปแล้ว..กัสโทนีย่าเมื่อตอนประลองกับสองคนนั้นเจ้าทำยังไงถึงได้ปลดปล่อยการโจมตีได้อย่างรวดเร็วแบบนั้นได้หรือว่าเจ้า..แก้ไขจุดอ่อนของทักษะนั้นได้แล้ว”

                พอถูกถามแบบนั้นกัสก็ยิ้มกว้างด้วยความภาคภูมิใจก่อนจะพยักหน้าน้อยๆแทนคำตอบ

                เห็นแบบนั้นสการ์เล็ตต์ก็สูดลมหายใจเข้าไปครั้งหนึ่งด้วยความทึ่งเพราะว่าเธอนั้นได้เห็นภาพบันทึกการต่อสู้ของกัสกับสองสาวแล้วจึงคาดเดาได้ในระดับหนึ่ง

                แต่พอได้รับคำตอบจริงๆเธอก็ยังอดตกใจไม่ได้อยู่ดีเพราะเธอเพิ่งจะให้คำแนะนำเขาไปไม่ถึง 5ชั่วโมงด้วยซ้ำเขาก็แก้ไขจุดอ่อนของตัวเองได้แล้ว

                กัสเองพอเห็นท่าทางของสการ์เล็ตต์แล้วก็ยิ่งรู้สึกพึงพอใจเข้าไปอีกแต่พอคิดถึงปัญหาสุดท้ายขึ้นมาได้เขาก็รีบสลายท่าทีพึงพอใจทิ้งไปในทันที

                “จริงสิท่านสการ์เล็ตต์ ท่านพอจะแนะนำข้าได้ไหมว่ามีวิชาไหนที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้หลอดลมกับกล่องเสียงได้บ้างปัญหาของข้าในตอนนี้คือข้าใช้ทักษะนั้นติดต่อกันมากไม่ได้”

                “วิชาที่เสริมความแข็งแกร่งให้กับหลอดลมและกล่องเสียงงั้นหรือ..ไม่ใช่ว่าเจ้าเองก็มีอยู่แล้วหรือกัสโทนีย่าเพราะพ่อของเจ้าก็ใช้มันอยู่แล้วมีหรือที่พ่อเจ้าจะไม่สอนเจ้า”

                ได้ยินแบบนั้นกัสก็อึ้งไปเขาสับสนไปชั่วขณะก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตระหนก

                “ท่านหมายถึง..ร่างวชิระนะหรือครับวิชานั้นไม่ใช่ว่ามันเสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างกายภายนอกหรือครับ”

                “ใช่!วิชาร่างวชิระนั้นเป็นวิชาเสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างกายภายนอกแต่เจ้าไม่ได้อ่านดูหรือไงว่าถ้าฝึกฝนถึงระดับที่ 5 แล้วมันจะไม่แค่เสริมแกร่งให้ร่างกายภายนอก แต่จะเสริมความแข็งแกร่งให้อวัยวะภายในด้วยถึงตอนนั้นหลอดลมหรือกล่องเสียงก็จะได้รับการเสริมความแข็งแกร่งให้ทั้งนั้นแหละ”