อีกไม่นานเทพแห่งการปรุงยาจะต้องไปยังแดนมนุษย์เพราะจะครบหนึ่งเดือนที่องค์มหาเทพบอกเอาไว้แล้วแต่กระนั้นงานชุมนุมเทพที่ทุกหนึ่งร้อยปีจะจัดขึ้นสักครั้งก็ได้หมุนเวียนกลับคืนมาอีกครั้งอีกทั้งยังรับปากกับมหาเทพไว้ด้วยว่าจะไปเที่ยวงานชุมนุมเทพด้วยกันกับพระองค์ดังนั้นจึงต้องอยู่ที่แดนเทพอีกสองสามวันถึงจะไปยังแดนมนุษย์ได้
ในวันแรกของงานชุมนุมเทพมหาเทพจะต้องนั่งชมพิธีเริ่มงานชุมนุมเทพอยู่บนแท่นประธานสูงสุด ทั้งสองฝั่งซ้ายขวาคือเทพัต้าหลงและต้าเหลียนที่มาคอยอารักขาองค์มหาเทพพวกเขาจะปรากฏกายภายในงานชุมนุมเทพหนึ่งพันปีหนหนึ่งเท่านั้น และงานชุมนุมเทพในรอบนี้ก็ครบหนึ่งพันปีพอดีจากคราวก่อน
ภายในปรัมพิธีมีนางรำ์กำลังร่ายรำเพื่ออวยพรให้แก่มหาเทพแต่สายตาขององค์มหาเทพกลับจ้องมองเพียงแค่คนผู้หนึ่งเท่านั้น
เทพแห่งการปรุงยายืนปะปนอยู่กับเทพชั้นสามัญที่มาร่วมพิธีในวันนี้เขามองดูการร่ายรำที่เหล่าเทพกล่าวขานว่าใช้เวลาฝึกฝนมานับพันจึงจะสามารถขึ้นแสดงให้องค์มหาเทพทอดพระเนตรได้เขายกมือปิดปากอ้าปากหาวเพราะความเบื่อหน่ายมหาเทพที่มองอยู่บนแท่นประธานแย้มพระสรวลน้อยๆ คงจะเบื่อพิธียังต้องดำเนินไปอีกนาน ไหนจะต้องอยู่พูดคุยกับเหล่าเทพที่รอเข้าเฝ้าพระองค์อีกกว่าจะได้เดินชมงานชุมนุมเทพด้วยกันคงจะเย็นเลยกระมัง
หลังจากที่ยืนดูอยู่สักพักเทพแห่งการปรุงยาก็เดินออกไปจากปรัมพิธีต้องอยู่ท่ามกลางคนเยอะๆเขารู้สึกเหนื่อยชอบกลแต่ก็ไม่ได้ออกไปไหนไกลยังคงอยู่ในระยะสายตาขององค์มหาเทพเช่นเดิมองครักษ์เทพยืนนิ่งเป็แถวยาวเพื่อถวายการอารักขาแก่มหาเทพร่างโปร่งนั่งลงที่ใต้ร่มไม้ใหญ่ที่อยู่ข้างๆปรัมพิธีเท้าคางอย่างเหนื่อยหน่ายตรงกันข้ามกับเหล่าเทพที่ตื่นตาตื่นใจกับพิธีในวันนี้
มิใช่ว่าพวกท่านก็เห็นพิธีแบบนี้กันบ่อยหรอกรึยังจะตื่นเต้นอะไรกันอยู่อีก
เขานั่งถอนหายใจอยู่ใต้ร่มไม้หลังจากที่นางรำ์ร่ายรำจนจบ กลีบดอกไม้นานาพันธ์ก็ร่วงหล่นลงมาจากฟ้าสีสันมากมายโปรยปรายลงมา กลิ่นหอมของดอกไม้ลอยอบอวลไปทั่วมือเรียวยื่นมือไปรองรับกลีบดอกไม้สีทองกลีบหนึ่ง ดูแล้วคล้ายจะเป็กลีบของดอกบัวมันเรืองแสงอยู่ภายในมือของเทพแห่งการปรุงยากลีบดอกบัวนี้เหมือนกับที่อยู่ในหอตำราขององค์มหาเทพเลย
ฉับพลันกลีบดอกบัวนั้นก็ได้กลายเป็ปิ่นทองคำประดับพู่ห้อยอย่างดีสิ่งนี้คงจะเป็ของกำนัลที่องค์มหาเทพมอบให้กับทุกคนที่มาร่วมงานผ่านฝนกลีบดอกไม้ที่ร่วงลงมานี้กระมัง
เทพแห่งการปรุงยาจ้องมองมันอยู่สักพักก่อนจะเก็บปิ่นไว้ในอกเสื้อกลีบดอกไม้เ่าั้ยังคงร่วงหล่นราวกับไม่รู้จักจบสิ้นเขามองกลีบดอกไม้ที่ร่วงหล่นอยู่แบบนั้นสักพักก่อนจะมีคนเรียกเขา
“เสี่ยวเซียน” เป็เทพัเงินนั่นเองที่เรียกเขา
“ท่านต้าเหลียน”มิใช่ว่าต้องอยู่ข้างกายองค์มหาเทพหรอกรึ
“อยู่ที่นี่คงจะรู้สึกเบื่อหน่ายให้ข้าไปส่งที่เรือนก่อนหรือไม่” มหาเทพมีรับสั่งให้พาเทพแห่งการปรุงยากลับไปคอยพระองค์ที่เรือนพำนักก่อนแต่หากเทพแห่งการปรุงยายังอยากอยู่ที่นี่ก็จะให้เทพต้าเหลียนอยู่เป็เพื่อนด้วย
“พิธีจะดำเนินไปอีกสักระยะมหาเทพกังวลว่าเสี่ยวเซียนจะรู้สึกเบื่อน่ะขอรับ” เอาจริงๆเขาก็รู้สึกเบื่ออยู่เหมือนกันแต่นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้เห็นพิธีแบบนี้ จึงอยากจะมองดูต่ออีกสักหน่อย
“ข้าไม่เป็ไรแถวนี้ไม่มีคนอื่น ข้าจะดูอยู่ตรงนี้ไปอีกสักพัก” เทพต้าเหลียนมองไปรอบๆแถวนี้แม้จะอยู่ไม่ไกลจากปรัมพิธีแต่ก็นับว่าเงียบสงบดี อีกทั้งมีองครักษ์เทพคอยดูแลความปลอดภัยอยู่รอบๆงานชุมนุมเทพย่อมไม่มีทางที่ใครจะทำอะไรเทพแห่งการปรุงยาได้แต่กระนั้นองค์มหาเทพก็อยากจะให้มีคนสนิทอยู่ข้างกายเทพผู้น้อยด้วย
“เช่นนั้นข้าจะอยู่เป็เพื่อนเสี่ยวเซียนนะขอรับ” เทพต้าเหลียนนั่งลงข้างๆเทพแห่งการปรุงยาพลางมองไปยังปรัมพิธีองครักษ์เทพที่อยู่บริเวณนั้นต่างเหงื่อแตกพลั่กแต่ยังยืนนิ่งอยู่เช่นเดิมชายที่สวมผ้าคลุมสีเงินผู้นี้คือเทพัผู้พิทักษ์ขององค์มหาเทพที่ว่ากันว่าหนึ่งพันปีจะปรากฏตัวที่ข้างกายองค์มหาเทพสักครั้งแม้พลังและฝีมือการต่อสู้จะไม่เทียบเท่าเทพัทองต้าหลงแต่เทพัเงินก็เป็ผู้ที่องครักษ์เทพทั้งแดนเทพรวมกันก็ยังเอาชนะไม่ได้เป็เทพที่เป็รองเพียงแค่องค์มหาเทพและพระชายาเท่านั้นแต่ตอนนี้แดนเทพไม่มีพระชายาที่อยู่เคียงคู่กับองค์มหาเทพ เช่นนั้นเทพัทั้งสองจึงเป็รองเพียงแค่องค์มหาเทพเท่านั้น
แล้วเทพชั้นสามัญผู้นี้ไยได้พบเจอเทพัและพูดคุยกันเช่นนี้ได้
แม้จะมีคำถามมากมายอยู่ภายในหัวขององครักษ์เทพแต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะเอ่ยออกมาเทพต้าเหลียนที่นั่งอยู่ข้างๆเทพแห่งการปรุงยาเอ่ยถาม
“ได้สิ่งใดเป็ของกำนัลหรือขอรับ”เทพแห่งการปรุงยาล้วงปิ่นทองคำออกมาจากอกเสื้อแล้วยื่นให้ดูเทพต้าเหลียนชะงักเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยชมปิ่นนั้น
“เป็ปิ่นที่งามมากขอรับ”
“ปกติแล้วข้าไม่ปักปิ่นวันนี้สหายข้าไม่ได้มาร่วมพิธี ข้าเลยจะเอาให้เขาเพื่อให้เขาไปมอบให้กับคนที่ถูกใจ”เทพแห่งการปรุงยาเอ่ยระหว่างมองปิ่นสิ่งนี้คงใช้เป็ของกำนัลแทนใจให้กับฝ่ายตรงข้ามได้ อีกทั้งยังดูมีราคาไม่ใช่น้อยคงจะใช้เป็สินสอดทองหมั้นได้ด้วย
“ไม่ได้ขอรับไม่ได้!”จู่ๆเทพต้าเหลียนก็โบกไม้โบกมือไม่เห็นด้วยเป็พัลวันร่างโปร่งเอียงคออย่างสงสัย ไม่ได้รึ
“ไม่ได้รึ?”
“ไม่ได้ขอรับของกำนัลที่ได้รับจากองค์มหาเทพย่อมเป็การบอกว่าพระองค์ประสงค์ที่จะมอบให้เมื่อเป็เช่นนั้นจึงไม่ควรส่งมอบต่อให้กับผู้อื่นเพื่อเป็การให้เกียรติแด่องค์มหาเทพขอรับ”ต้าเหลียนรีบหาเหตุผลเป็พัลวันพร้อมทั้งส่งสายตาไปยังองครักษ์เทพว่าห้ามเอ่ยอะไรออกมาอย่างเด็ดขาดเทพแห่งการปรุงยามีสีหน้างุนงง มีกฎเช่นนี้ด้วยหรอกรึ
“เช่นนั้นผู้ที่ไม่ได้มาร่วมพิธีในวันนี้คงน่าสงสารแย่”ของกำนัลที่ได้รับจากองค์มหาเทพย่อมมิใช่ของธรรมดาทั่วไปน่าเสียดายแทนผู้ที่ไม่ได้มาในวันนี้จริงโดยเฉพาะเทพชั้นสามัญที่อยู่ไกลถึงสุดเขตแดนเทพ
“แต่เมื่อสิ้นสุดงานชุมนุมเทพจะมีองครักษ์เทพนำของกำนัลจากมหาเทพไปมอบให้กับผู้ที่ไม่ได้มาร่วมงานชุมนุมเทพเสี่ยวเซียนไม่ต้องกังวลว่ามหาเทพจะละเลยผู้ที่ไม่ได้มาร่วมพิธีในวันนี้” เทพัเงินเอ่ยพลางแอบนิ่วหน้านี่ข้าเอ่ยถึงแต่ข้อดีขององค์มหาเทพเชียวนะแม้จะต้องโกหกเื่ที่ว่าห้ามมอบของกำนัลที่ได้รับในวันนี้ให้แก่ผู้อื่นก็ตาม
รู้สึกผิดต่อเสี่ยวเซียนเสียจริง
“เช่นนั้นข้าจะเก็บเอาไว้ในกล่องแทนก็แล้วกัน”
“จะไม่ลองปักดูหรือขอรับ”หากสิ่งที่ได้รับจากมหาเทพเป็เครื่องประดับไม่ว่าใครๆก็อยากจะสวมใส่เสียเดี๋ยวนั้นแต่นี่เทพแห่งการปรุงยาจะเก็บเอาไว้เฉยๆเลยรึ
“แต่ข้าไม่ปักปิ่น”
“เช่นนั้นลองเสียหน่อยคงไม่เสียหายนะขอรับ”ว่าแล้วเทพต้าเหลียนก็เดินอ้อมไปด้านหลังไม่พูดพร่ำทำเพลงใดๆก็รีบเกล้าผมของเทพแห่งการปรุงยาขึ้นเดี๋ยวนั้นร่างโปร่งก็ยอมอยู่นิ่งๆให้หยิบจับตามใจชอบผู้ที่นั่งอยู่บนแท่นประธานมองมายังทั้งสองก่อนจะหันไปมองเทพัทองที่อยู่ข้างกายต้าหลงรีบเอ่ย
“นั่นต้าเหลียนนะพ่ะย่ะค่ะ”
“เรารู้” องค์มหาเทพถอนหายใจพระองค์แค่รู้สึกไม่ชอบใจนิดๆที่ต้าเหลียนกับเทพผู้น้อยของพระองค์สนิทกันจนเกินไปควรจะมีเพียงพระองค์เท่านั้นที่ได้ััเรือนผมสีดำขลับนั้นมิใช่รึ
“เราอยากเป็คนปักปิ่นให้”
“แต่ต้าเหลียนปักไปแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ”เมื่อมองดูอีกครั้งก็พบว่าต้าเหลียนได้ปักปิ่นให้เทพแห่งการปรุงยาไปแล้วจริงๆเทพผู้น้อยที่เกล้าผมปักปิ่นนั้นช่างงดงามยิ่งนัก เทพต้าเหลียนกลับมานั่งลงข้างๆ พลางมองดูเทพแห่งการปรุงยาที่เอียงคออย่างสงสัยอยู่
“งดงามมากขอรับ” เทพต้าเหลียนยิ้มอย่างเอ็นดูแม้เทพแห่งการปรุงยาจะทำหน้านิ่งๆไร้อารมณ์เช่นเดิมแต่กระนั้นมันก็บดบังความงามนี้ไม่ได้
“เมื่อไหร่พิธีจะจบกัน”มหาเทพบ่นระหว่างที่เท้าคางมองการแสดงของเหล่าเทพนี่คงเป็ครั้งแรกเลยกระมังที่มหาเทพทรงตรัสเช่นนี้
“ไม่ถูกใจหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“เราอยากไปปักปิ่นให้เขา”เทพต้าหลงหัวเราะแห้งๆดูเหมือนว่าถ้าวันนี้ไม่ได้ปักปิ่นให้เทพแห่งการปรุงยาแดนเทพคงได้สั่นะเืเป็แน่
“หลังพิธีจบค่อยปักให้ใหม่ก็ไม่สายนะพ่ะย่ะค่ะ”อย่าได้เดินออกจากพิธีไปตอนนี้นะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมขอล่ะ
“แต่ปิ่นนั่นควรเป็เราที่ปักให้เขา”มหาเทพมองไปยังทั้งสองที่พูดคุยกันอยู่ปิ่นทองคำนั้นมิใช่ของที่หาได้ทั่วไป และมิใช่ปิ่นที่คนทั่วไปจะมีมันได้
“เช่นนั้นก่อนจะไปเดินงานชุมนุมเทพพระองค์ช่วยแต่งตัวให้เสี่ยวเซียนใหม่ ปักปิ่นให้เขาใหม่น่าจะทดแทนกันได้พ่ะย่ะค่ะ”อย่างน้อยก็ได้มากกว่าต้าเหลียนเื่ที่จะได้แต่งตัวให้พระองค์ควรจะเห็นด้วยนะพ่ะย่ะค่ะ
“อืม...เขาจะยอมให้เราแต่งตัวให้รึ”ก่อนหน้านี้แค่ชั่วพริบตาเทพแห่งการปรุงยาก็แต่งตัวเสร็จก่อนพระองค์เสียอีก
“จะมีผู้ใดขัดพระประสงค์ขององค์มหาเทพได้หรือพ่ะย่ะค่ะ”
“แต่เราไม่อยากบังคับเขา”ต้าหลงเริ่มที่จะปวดหัวขึ้นมาบ้างแล้ว อันนี้พระองค์ก็ไม่เอาอันนั้นพระองค์ก็ไม่เอา กระหม่อมก็ไม่รู้จะทำเช่นไรแล้ว
“เช่นนั้นบอกไปตรงๆน่าจะยอมให้ช่วยนะพ่ะย่ะค่ะ” อย่างไรเสียเทพแห่งการปรุงยาก็ค่อนข้างเป็คนที่ตามคนไม่ค่อยทันน่าจะไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมขององค์มหาเทพในเื่นี้เทพแห่งการปรุงยาอาจจะคิดว่ามหาเทพเพียงแค่อยากช่วยเท่านั้นคงจะไม่ขัดอะไร
“เราจะลองบอกเขาดู”เมื่อเห็นว่ามหาเทพกลับไปให้ความสนใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าต่อต้าหลงก็แอบถอนหายใจแค่เื่ปักปิ่นยังจะเอาให้ได้ขนาดนี้ สงสัยคงต้องบอกให้ต้าเหลียนเว้นระยะห่างให้มากขึ้นกว่านี้แล้ว
พิธีดำเนินไปจนถึง่เย็นในที่สุดเทพแห่งการปรุงยาอ้าปากหาวเล็กน้อย ในที่สุดพิธีก็ดำเนินมาจนจบเสียทีเขาทึ่งเหล่านางรำเทพที่สามารถรำอยู่ได้ทั้งวันถ้าหากเป็เขาคงแขนขาอ่อนั้แ่รำ่แรกแล้ว
เขาลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายหลังจากนี้ยังต้องไปเดินเที่ยวงานชุมนุมเทพกับองค์มหาเทพต่อต้าเหลียนจึงพาเทพแห่งการปรุงยากลับไปยังเรือนพำนักซึ่งองค์มหาเทพก็ได้มาถึงก่อนแล้วพระองค์ยืนมองชุดสองชุดที่วางเอาไว้บนเตียงพลางพยักหน้าก่อนจะหันมามองเทพผู้น้อย
“เปลี่ยนชุดเถอะ”เทพแห่งการปรุงยาทำหน้าฉงน เปลี่ยนชุด?
“เราจะช่วยเ้าเปลี่ยน”มหาเทพหยิบชุดที่อยู่ซ้ายมือขึ้นมา เป็ชุดสีม่วงขาวปักลายขนนกเทพแห่งการปรุงยามองชุดนั้นเล็กน้อย ชุดที่เขาสวมอยู่ก็ไม่ได้แย่อะไรไยต้องเปลี่ยนด้วย
“เ้าสวมชุดนั้นมาทั้งวันแล้วผลัดเปลี่ยนชุดใหม่จะได้สบายตัวขึ้น” มหาเทพให้เหตุผลพระองค์มายืนอยู่ตรงหน้าเทพแห่งการปรุงยาแล้วในเมื่อเอามาให้ถึงตรงหน้าขนาดนี้ไม่เปลี่ยนคงจะไม่ได้
“ข้าเปลี่ยนเอง”
“เราช่วย” เมื่อเห็นว่าห้ามไปก็ป่วยการเทพแห่งการปรุงยาจึงไม่มีทางเลือก ดูเหมือนมหาเทพจะอยากช่วยเขาแต่งตัวเสียเหลือเกินไหนจะเื่ที่ก่อนหน้านี้ที่ท่านต้าเหลียนขอเอาไว้
“มหาเทพทรงงานมาเป็เวลานานเสี่ยวเซียนช่วยเอาพระทัยมหาเทพสักนิดนะขอรับ” เทพต้าเหลียนบอกเอาไว้แบบนี้ก่อนที่จะมาส่งเทพแห่งการปรุงยาที่เรือนของมหาเทพมิใช่ว่าเขาไม่เข้าใจว่ามหาเทพทรงงานหนักมาตลอดแต่ที่บอกว่าให้เอาใจนั้นรวมไปถึงการตามใจมหาเทพด้วยหรือเปล่า
รู้สึกไม่ปลอดภัยเสียเลย
เทพแห่งการปรุงยามองใบหน้าอันไร้ที่ติขององค์มหาเทพวันนี้พระองค์อยู่ร่วมพิธีมาทั้งวันคงจะเหนื่อยมากยอมให้พระองค์ทำตามใจเสียหน่อยคงไม่เป็ไรกระมัง
น่าจะ
“อืม” ร่างโปร่งรับคำที่ว่าจะให้มหาเทพช่วยแต่งตัวให้เขาถอดชุดเดิมของตัวเองวางเอาไว้ที่ด้านข้าง มหาเทพจึงมายืนซ้อนหลังเอื้อมมือมาช่วยเขาแกะปมเสื้อที่ผูกเอาไว้ด้านหน้าจึงดูเหมือนว่ามหาเทพกำลังกอดเทพผู้น้อยจากด้านหลังมหาเทพรู้สึกมีความสุขจนแสดงออกทางสีหน้าเสียหมด โชคยังดีที่เทพแห่งการปรุงยาหันหลังให้อยู่จึงไม่ได้เห็นสีหน้าขององค์มหาเทพในตอนนี้
เทพัที่ยืนรอห่างออกไปพอเห็นสีหน้าเช่นนั้นขององค์มหาเทพก็อดที่จะส่ายหน้าไม่ได้เทพต้าหลงเพียงแค่ถอนหายใจเหนื่อยๆใครเล่าจะคิดว่าองค์มหาเทพจะเป็ได้หนักถึงเพียงนี้แค่ได้ช่วยแต่งตัวก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่หากเทพแห่งการปรุงยาเห็นคงคันไม้คันมืออยากจะตีเข้าสักป้าบเป็แน่
แม้จะเป็มหาเทพแต่คิดว่าเทพแห่งการปรุงยาคงกล้าตีพระองค์แน่ๆ
พอช่วยถอดชุดเสร็จมหาเทพก็ช่วยเขาแต่งตัวชุดสีม่วงขาวที่ปักลายขนนกถูกสวมลงบนร่างโปร่งอย่างบรรจง ผูกปมชุดให้เรียบร้อย ก่อนจะพามายืนที่หน้ากระจก
“เ้าชอบหรือไม่”มหาเทพที่ยืนซ้อนหลังมองเทพผู้น้อยที่สะท้อนภาพอยู่ในกระจกนั้นรูปร่างสูงเพรียว ผิวขาวเนียนละเอียดที่ตัดกับชุดสีม่วงเทพแห่งการปรุงยามองตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกก่อนจะพยักหน้า
“ชอบ” ดวงตาสีมรกตเปล่งประกาย มหาเทพยืนยิ้มอยู่ด้านหลังพระองค์มองไปยังปิ่นที่ปักอยู่บนเรือนผมนั้น
“เราจะเกล้าผมให้เ้าใหม่”มหาเทพกดตัวร่างโปร่งให้นั่งลงเห็นทีว่าวันนี้หากพระองค์ไม่ได้เป็ผู้ปักปิ่นให้เทพผู้น้อยเองพระองค์คงจะสงบจิตสงบใจไม่ลง
เทพแห่งการปรุงยานั่งนิ่งอยู่หน้ากระจกให้มหาเทพเกล้าผมให้เขาชอบััยามที่มหาเทพััเรือนผมของเขา มันนุ่มนวลแล้วก็ชวนให้เคลิ้มทั้งยังดูอบอุ่นและแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน
ไม่เคยรู้สึกว่าอบอุ่นขนาดนี้มาก่อน
“เ้าชอบปิ่นที่เราให้หรือเปล่า”
“ท่านพูดเหมือนกับว่าท่านมอบให้ข้าแค่คนเดียว”มหาเทพมอบของกำนัลให้ทุกคนที่มาร่วมพิธีมิใช่รึ
“ปิ่นนี้เรามอบให้เ้าแค่คนเดียว”ในบรรดาของกำนัลทั้งหมดที่มหาเทพมอบให้นั้นมีเพียงเทพแห่งการปรุงยาเท่านั้นที่ได้รับของกำนัลเป็เครื่องประดับและมหาเทพตั้งใจมอบสิ่งนี้ให้แก่เขา
“สวยดี”
“แล้วชอบหรือไม่”
“ชอบ” มหาเทพได้ฟังก็พึงพอใจ พระองค์ตั้งใจเกล้าผมให้ร่างโปร่งก่อนจะปักปิ่นให้ปิ่นสีทองที่เข้ากับผมสีดำขลับ มันส่องประกายแวววาวในตอนนั้นั์ตาขององค์มหาเทพกลับหม่นหมองลงเล็กน้อย
เมื่อก่อน....มันก็เคยส่องประกายบนเรือนผมของคนผู้หนึ่ง
เทพแห่งการปรุงยาที่มองมหาเทพผ่านกระจกก็นิ่งเงียบพระองค์จ้องมองปิ่นปักผมแล้วคล้ายจะกำลังคิดอะไรอยู่มือยังค้างอยู่ที่ปิ่นปักผมนั้น สายตาดูหม่นหมองลงเล็กน้อยและมีความเ็ปแฝงอยู่ในนั้น
เทพัทั้งสองที่ยืนดูอยู่ก็พากันเดินออกไปรอนอกเรือนพวกเขารู้สึกเ็ปทุกครั้งที่มหาเทพต้องตกอยู่ในความเศร้าเช่นนี้ปิ่นที่เทพแห่งการปรุงยาได้รับนั้นเดิมทีเป็ปิ่นของพระชายาที่องค์มหาเทพเคยให้ไว้ก่อนพิธีอภิเษกพระนางมักจะปักปิ่นนี้มาร่วมงานสำคัญๆของแดนเทพอยู่หลายครั้ง เป็ปิ่นที่มหาเทพเป็ผู้สร้างขึ้นมาด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เองพระองค์หวงแหนปิ่นนี้มากนับั้แ่พระชายาหายตัวไปพระองค์ก็เก็บปิ่นนี้เอาไว้อย่างดีไม่รู้ว่าการที่มอบปิ่นนี้ให้กับเทพแห่งการปรุงยานั่นหมายถึงการลืมเลือนพระชายาได้แล้วอย่างนั้นหรือ
แต่จากสายตาเมื่อครู่พวกเขาก็รู้แล้วว่าองค์มหาเทพยังจดจำพระชายาได้ขึ้นใจ แม้จะผ่านมาหมื่นปีแล้วก็ยังไม่อาจลืมเลือน
ความเ็ปนี้จะถึงจุดสิ้นสุดเมื่อไหร่กัน....