ท่านอ๋องใหญ่นั่งรออยู่ข้างเตียงด้วยความหงุดหงิดเขาเดินไปกินข้าวจนเสร็จแล้วนางก็ยังไม่ฟื้นฤทธิ์ของพิษมะลิทำให้นางนอนไร้สติั้แ่หัวค่ำจนถึงยามซื่อ (09.00-10.59 น.) เขาหยิบหนังสือมานั่งอ่านแต่กลับไม่มีสมาธิใจคอยวนเวียนคิดหาเหตุผลที่นางถูกส่งเข้ามาในห้องนอนของเขาหากเจตนาส่งนางเข้ามาเพื่อให้เป็สาวใช้ข้างเตียงก็ไม่น่าจะมาด้วยวิธีนี้ใช้คนมาวางยาปลุกกำหนัดเพื่อให้นางกับเขาร่วมประเวณีกันจึงจะถือว่าสมเหตุสมผลแต่นางกลับถูกทำร้ายจนหมดสติ เขาเองก็หมดสติ หากคิดจะเอาชีวิตเขา เมื่อคืนคนร้ายก็คงจะได้ไปแล้วจินเสวี่ยหลงคิดไปหลายตลบก็ยังหาเหตุผลไม่พบว่าคนร้ายทำเพื่อเหตุใด
“โอ๊ะ!” ซินเอ๋อร์ลุกพรวดพราดนางเห็นเพดานเตียงก็พลันนึกได้ว่าที่นี่เป็ห้องนอนของนายท่านร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่โต๊ะหน้าเตียงหันขวับมาทันที ซ่งจิงเทียนกับหร่วนเจ๋อเล่ยที่ยืนอยู่ใกล้ประตูหันมาดูพร้อมกัน
“เ้าตื่นเสียที!” เสียงตวาดของเขาทำเอานางสะดุ้ง
“ขะข้า” นางเห็นหน้ากากอสูรสีขาวสลับแดงก็ทำเอาผงะ
“เ้าเข้ามาห้องข้าเพราะเหตุใด?”
นางอึกอักมองไปรอบๆจึงรู้ว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงของเขา มิได้ถูกมัดมือเท้าก็เบาใจใกล้ประตูมีองครักษ์สองคนถือดาบยืนจับตาดูนางอยู่
“ข้าไม่รู้เ้าค่ะ” นางแสร้งตีหน้าเศร้าปฏิเสธเสียงแข็ง ดวงตาใสซื่อสามารถสั่งให้น้ำตารื้นออกมาได้ไม่ยากทุกคราที่ท่านพ่อจะตีนางหากบีบน้ำตาเสียหน่อย ท่านแม่ก็จะตรงเข้ามาช่วยขวางไว้ความชำนาญระดับนี้ได้มาเพราะฝึกฝนนานปี
จินเสวี่ยหลงเห็นสาวน้อยมีน้ำคลอั์ตาจนแทบจะหยาดหยดก็ใจอ่อนยวบใบหน้าน่ารักของนางดูสลดและน่าสงสารนัก กระนั้นเขาก็ยังไม่หายแคลงใจ“ผู้ใดส่งเ้ามาที่นี่?”
“ข้าอยากมาเองเ้าค่ะพี่ชายข้าจึงพาไปสมัครเป็สาวใช้” นางกลั้นก้อนสะอื้นที่ไล่ขึ้นมา ดูตื่นตระหนกจนอ๋องใหญ่หลงเชื่อแต่เพราะเขารอบคอบจนเป็นิสัยจึงไม่อาจวางใจในตัวนาง
“เ้ากล้าสาบานหรือไม่ว่าไม่ได้ถูกคนส่งมาคิดร้ายข้า?”เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินตรงเข้ามาใกล้จนนางรู้สึกอึดอัด
“กล้าเ้าค่ะข้าสาบานต่อฟ้าดิน หากข้ามาเพราะคิดทำร้ายท่านของให้ถูกคมหอกคมดาบทำร้าย”นางยกมือสาบานอย่างว่องไวเื่นี้ก็ถนัดนักเพราะนางทำเสมอเพื่อให้ท่านพ่อยอมปล่อยนางไป
“ดี!” เสียงถกเถียงของคนในห้องทำให้พ่อบ้านเมี่ยวที่มาถึงหน้าห้องรีบผลักประตูเข้ามาด้วยกลัวนายท่านจะบันดาลโทสะเสียก่อนอ๋องใหญ่หันไปเป็พ่อบ้านที่เดินนำบ่าวอีกสองคนเข้ามาสายตาของบ่าวชายทั้งสองมองไปยังเยี่ยซินอย่างตื่นตะลึงนางนั่งเหยียดเท้าอยู่บนเตียงนายท่านครึ่งร่างกายส่วนร่างยังมีผ้าห่มของนายท่านคลุมอยู่ พวกเขาส่งสายตาเวทนาในคราวเคราะห์ของนาง
“ข้าจะยังไม่ลงโทษเ้าแต่จะให้เ้าอยู่รับใช้ในเรือนเหวินเต๋อนี้ห้ามก้าวออกไปจากเรือนแม้เพียงก้าวเดียวหากสอบสวนในภายหลังพบว่าเ้าให้ความร่วมมือกับคนนอกคิดทำร้ายข้า ข้าจะฆ่าเ้าเสีย!”น้ำเสียงดุดันของนายท่านทำเอาบ่าวทั้งสามขนคอลุกชันโดยพร้อมเพรียงพ่อบ้านเมี่ยวกำชับนักหนาว่าอย่าทำให้นายท่านมีโทสะเพราะหากนายท่านโมโหอาจจะใช้ตัดดาบเดียวตัดศีรษะ“พ่อบ้านเมี่ยว เ้าไปย้ายข้าวของของนางมาอยู่ห้องเล็กนั่นข้าจะให้คนจับตามองนางมิให้คลาดสายตา”นิ้วเรียวใหญ่ชี้ไปยังห้องที่อยู่ติดกับห้องนอนของเขา
องครักษ์ซ่งกับองครักษ์หร่วนหันไปสบตากัน‘นี่ผิดปกติไปมากหากเป็แต่ก่อนท่านอ๋องคงสั่งให้ลากไปขังรอโบยแล้ว นางผู้นี้ช่างมีดาวโชคนำทางนัก’
“ขอรับ!”พ่อบ้านเมี่ยวรีบสั่งให้บ่าวทั้งสองไปแจ้งิ่ซูปี้ให้ช่วยนำข้าวของของเยี่ยซินมาส่งยังเรือนเหวินเต๋อ
ซินเอ๋อร์ได้แต่นั่งก้มหน้านิ่งอยู่บนเตียงในยามเช่นนี้นางรู้ดีเล่นตามน้ำดีที่สุด หากเอ่ยขัดขึ้นอาจจะทำให้โทสะของบุรุษตรงหน้าสูงเทียมฟ้าที่สำคัญกระเป๋าเครื่องมือของนางยังหล่นอยู่ใต้เตียงของเขาหากเขาให้นางรับใช้อยู่ในเรือนนี้ก็ยิ่งเป็การง่ายกับการหาวิธีมาเอากระเป๋าของนางและยังง่ายต่อการลอบดูใบหน้าของเขาอีกด้วย นับว่าเขวี้ยงหินก้อนเดียวได้นกสองตัว
“เ้าหิวข้าวหรือยัง?”เขาเห็นนางก้มหน้านิ่งร่างกายสั่นเทาอยู่เป็ระยะคล้ายกับกำลังต่อสู้กับความหวาดกลัวก็นึกเป็ห่วง พอเขาถามนางรู้สึกหิวโหยขึ้นมาทันที “เ้าลุกขึ้นไปกินข้าวได้” นายท่านหันไปทางองครักษ์“จิงเทียนเ้าไปสั่งโรงครัวเอาข้าวกับอาหารมาให้นางสักสองอย่างต่อไปให้นางกินข้าวที่นี่”
“ขอรับ”
หร่วนเจ๋อเล่ยโคลงศีรษะแต่น้อยคุ้มใหญ่ท่านอ๋องมิได้ไยดีสตรีใดที่มิใช่คนในครอบครัวเช่นนี้แทบจะมิให้นางกำนัลเข้าใกล้ สาวน้อยผู้นี้แม้จะมีหน้าตาผิวพรรณงดงามหากแต่มิได้เลิศเลอเกินกว่าสาวชาววังและคุณหนูทั้งหลายที่ท่านอ๋องเคยพบเห็นอยู่ไม่ขาด
“เ้าดูเยี่ยซินผู้นี้มิได้มีท่าทีหวาดกลัวดังที่เสแสร้งในทีแรก นางกินอาหารจนเกลี้ยงทุกจานซ้ำแววตายังดูแจ่มใสที่ได้อยู่ในเรือนเหวินเต๋อ” องครักษ์ซ่งคอยจับตา มองซินเอ๋อร์เมื่อสังเกตว่าท่าทางของนางเปลี่ยนไปจากตอนที่อยู่บนเตียงท่านอ๋องเมื่อเช้าก็รีบชี้ให้หร่วนเจ๋อเล่ยดู
“เช่นนั้นเ้ากับข้าก็จะวางใจนางมิได้ยิ่งนางมาอยู่ข้างเตียงท่านอ๋องเพียงนี้ยิ่งต้องตรวจสอบนางอย่างเข้มงวด”
“เ้าตรวจข้าวของนางหมดแล้วมิใช่หรือ?”
“ใช่! นางมิได้พกสิ่งใดผิดปกตินอกจากหนังสือนิทานเื่อ๋องอสูร”
“หือ! ข้าลองอ่านดูแล้วนั่นมันกล่าวถึงนายท่านของเราชัดๆ”
“เ้าไม่คิดจะเรียนท่านอ๋องให้ทราบหรือ?”
จินเสวี่ยหลงทำหน้าปั้นยากเมื่อองครักษ์ของเขายื่นหนังสือนิทานเล่มนั้นมาให้เมื่ออ่านจบแล้วก็นึกฉงน ‘นางพกหนังสือนิทานเล่มนี้แล้วเข้ามาทำงานในคฤหาสน์ของข้าหมายความอย่างไร?’
“เ้าเอากลับไปคืนไว้ให้นาง”
ซ่งจิงเทียนทำหน้าเจื่อนเมื่อรับหนังสือนิทานเล่มนั้นกลับมาแล้วเอาไปใส่ไว้ในห่อผ้าให้นางเช่นเดิม ห้องเล็กที่ท่านอ๋องบังคับให้เยี่ยซินไปนอนเป็ห้องที่ให้บ่าวคนสนิทมารอรับใช้ในยามค่ำคืนนางเป็สาวใช้คนเดียวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ใกล้ชิดท่านอ๋อง“หากผู้อื่นมาเห็นเข้าก็คงคิดว่าท่านอ๋องรับนางไว้เป็สาวใช้อุ่นเตียงแล้ว”
หร่วนเจ๋อเล่ยสะดุ้งเขาติดตามท่านอ๋องไปทุกหนทุกแห่งั้แ่ถวายตัวมาเป็องครักษ์พร้อมกับซ่งจิงเทียนเื่สตรีมิเคยอยู่ในความสนใจของท่านอ๋องมาก่อน บางทีเยี่ยซินผู้นี้อาจจะมาพร้อมความเปลี่ยนแปลงก็ได้“จิงเทียน เ้าว่าท่านอ๋องชอบนางหรือไม่?”
“หากไม่รู้สึกเช่นนั้นคงจะสั่งให้ลากนางไปโบยจนหลังขาดแล้ว”
-----------------------------
