บทที่ 67
“พูดเบาๆก็ได้ รู้ไหมว่าเธอทำเอาแก้วหูของฉันเกือบแตกแหนะ .. สรุปว่ามีอะไร” ไอซ์กล่าวออกมาอย่างเซ็งๆ เขาใช้นิ้วมืออุดหูเอาไว้ก่อนจะขยี้มันเล็กน้อย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อปรับการฟังให้สมดุลอีกครั้ง“นายนี่มันไม่เข้าใจผู้หญิงเลยจริงๆนะ ไม่น่าถึงโสดทั้งชาติ..” หลินฟางฟางกล่าวอย่างไม่พอใจเช่นกัน“อะไร เธอไม่ใช่แฟนฉันสักหน่อย ทำไมฉันต้องทำความเข้าใจกับตัวเธอด้วยล่ะเนี่ย” ไอซ์กล่าว“ก็..ก็.. เป็นเพื่อนไง นายเป็นเพื่อนของดาราดังเชียวนะ แค่นี้ก็เป็นบุญมากแล้ว” หลินฟางฟางที่ได้ยินเธอถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว อาจจะเรียกได้ว่าเสียอาการไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับอย่างไม่เป็นธรรมชาติ สาวน้อยที่เป็นเหมือนไข่ในหิน ถูกเลี้ยงมาอย่างดี ความรักเป็นสิ่งที่หลินฟางฟางไม่คุ้นเคยจริงๆ“คร้าบบบ คุณเจ้าแม่ดาราใหญ่ แล้วมีอะไรให้กระผมคนนี้รับใช้กันล่ะครับ โธ่ ถามไปสามสี่รอบแล้วมั่งเนี่ย” ไอซ์เบะปากกล่าวประชดประชันกับเธอ และมันก็อดที่จะบ่นออกมาไม่ได้ เพราะว่าบทสนทนาที่มันควรจะจบไปตั้งนาน แต่ทำไมมันถึงยังไม่จบเสียที“ก็.. ฉันไม่ค่อยรู้จักใครนี่น่า ก็มีแต่นายเท่านั้นที่คุยกับฉันรู้เรื่อง ถ้านายว่าง นายช่วย..เออ.. แนะนำสถานที่ในเมืองให้หน่อยได้ไหม..” หลินฟางฟางกล่าวไปเขินไป มันไม่เท่ากับว่าเธอกำลังชวนเขาไปเดตทางอ้อมอยู่หรือยังไง“แนะนำ? แนะนำยังไง เธอน่าจะมีพ่อบ้านหลินอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ จะมาขอฉันเพื่ออะไร?” ไอซ์กล่าว“ก็มันไม่เหมือนกันนี่ ฉันก็อยากไปเที่ยวกับเพื่อนรุ่นเดียวกันบ้าง อีกอย่างค่านิยมของช่วงอายุมันก็ไม่เหมือนกันป่ะละ.. นายนี่ไม่รู้เรื่องเลยเห้อ” หลินฟางฟางที่อยู่ๆก็กล่าวเป็นวิชาการเฉย เล่นเอาไอซ์ติดสตั๊นท์ไปเล็กน้อย“โอเคๆ เข้าใจแล้ว..ว่าแต่มันจะไม่เป็นอะไรเหรอถ้าเธออยู่กับฉัน ยิ่งตอนนี้พวกเราก็มีข่าวกันอยู่ด้วย” ไอซ์กล่าวถาม อีกอย่างก็เพื่อเตือนสติให้เธอคิดได้ว่าตอนนี้มันไม่เหมาะสมที่พวกเขาจะไปไหนมาไหนด้วยกัน มันจะยิ่งทำให้ข่าวลือเป็นจริงเข้าไปอีก“นั่นสินะ.. แต่ฉันก็ไม่มีเพื่อนคนอื่นแล้วจริงๆ นายก็ช่วยๆฉันไปก่อนก็แล้วกัน จนกว่าฉันจะมีเพื่อนคนอื่น..” หลินฟางฟางกล่าวตอบกลับ“ก็ได้ เธอก็ปลอมตัวหน่อยก็แล้วกัน เอาตรงๆฉันไม่ค่อยอยากเด่นเท่าไร.. เอาเป็นว่าฉันถามพวกพี่สาวก่อนละกันว่าวันนี้จะทำอะไรกัน ยิ่งเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์อย่างนี้..” ไอซ์ทำท่าทางคิด เขาไม่แน่ใจว่าวันนี้พี่ครีมกับพี่บิวตี้จะไปเลือกเฟอร์นิเจอร์เข้าร้านหรือเปล่า เพราะเขาจะต้องเป็นคนออกค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ด้วย“โอเคๆ ยังไงนายก็นัดมาก่อนสัก 1 ชั่วโมงก็แล้วกัน ฉันจะได้เตรียมตัวถูก” หลินฟางฟางตอบ“ได้ ยังไงเดี๋ยวฉันแชทไปบอกก็แล้วกัน แค่นี้ก่อนนะ” ไอซ์กล่าวกับเธอ ก่อนที่ทั้งคู่จะวางสายกันไป พนักงานขับรถที่เห็นว่าไอซ์วางสายแล้วเขาก็ยิ้มพร้อมกับเอ่ยขึ้นมา“คุณลูกค้าพูดภาษาจีนเก่งมากจริงๆครับ..” ชายวัย 50-60 จากการแต่งตัวที่มันดูสะอาด ภายในรถก็ไม่มีฝุ่นแม้แต่น้อย นับว่าเขาเป็นคนที่รักษาความสะอาดคนหนึ่งเลยก็ว่าได้“ก็พอเป็นแบบงูๆปลาๆน่ะครับ..” ไอซ์ตอบกล่าวพร้อมกับยิ้มให้กับเขา“ผมละอิจฉาพ่อแม่ของคุณจริงๆเลยครับ ลูกชายของผมแทบไม่สนใจการเรียนเลยแม้แต่น้อย เอาแต่เที่ยวเล่น วันๆไม่ทำอะไรเลย ผมละท้อใจจริงๆ.. ขอโทษนะครับที่พูดอะไรอย่างนี้ พอเห็นคุณแล้วผมก็อดนึกถึงเขาไม่ได้..” คนขับแท็กซี่เอ่ยกล่าวพร้อมกับทำหน้าละเหี่ยใจ“ลุง.. เด็กเดี๋ยวนี้มันบังคับกันไม่ได้แล้วนะครับ ผมก็มีดีแต่ภาษานี่แหละ ลุงน่าจะปล่อยให้เขาไปเผชิญโลกด้วยตัวเอง เขาจะได้กลายเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น.. ว่าแต่ลูกของลุงอายุเท่าไรแล้วครับ” ไอซ์กล่าว“เออ..ลูกลุงอายุ 10 ขวบแล้ว” คนขับแท็กซี่กล่าวตอบ ไอซ์ที่ได้ยินก็ถึงขั้นส่ายหัวไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้รับฟังมา“10 ขวบ!!.. ผมฟังไม่ผิดใช่ไหมครับเนี่ย..” ในใจของไอซ์แทบจะร้องตะโกนออกมา ‘นี่มันอะไรกันครับเนี่ย’ เพิ่งจะ 10 ขวบลุงแกจะรีบไปไหน สมัยเขาอายุเท่านั้น ก็ดูการ์ตูน เล่นดีดลูกแก้วกับเพื่อนแถวบ้าน มันเป็นวัยของมัน“ใช่ครับ เขาอายุ 10 ขวบแล้ว วันๆเอาแต่ดูทีวี การบ้านไม่ยอมทำ งานบ้านไม่เอา ผมละท้อใจจริงๆ” จากที่ไอซ์เห็นใจลุงคนนี้ ความรู้สึกมันกลับกลายเปลี่ยนไปเป็น ‘เอิ่ม’ ขึ้นมา และไหนๆลุงแกจะเล่นมาไม้นี้แล้ว เขาก็ต้องจัดหนักเอาคืนบ้าง“โธ่ลุง.. น่าสงสารลุงมากจริงๆครับ สมัยผม 10 ขวบนะพ่อของผมก็จับผมเข้าป่าไปต่อสู้กับเสือแล้ว.. นี่ดีนะตอนนั้นกรมป่าไม้ยังไม่ค่อยเท่าไร ไม่อย่างนั้นผมคงกลายเป็นข่าวเหมือนคุณปรานชัยไปแล้ว.. อย่าหาว่าคุยเลยลุง ตอนนั้นนะผมใช้แค่มือเปล่าก็ฆ่ามันได้หลายสิบตัวแล้ว.. เฮ้อ!! นี่ยังไม่ถึงครึ่งเลยนะขอบอก” ไอซ์กล่าว“คุณช่างสุดยอดจริงๆเลยครับ ผมคงจะต้องจับลูกโยนเข้าป่าเหมือนกับคุณบ้างแล้ว..” คนขับแท็กซี่กล่าวอย่างขำๆ เขามองไปที่กระจกหลังเห็นลูกค้ากับพยักหน้าอย่างภูมิใจ ในใจของเขาคิดเพียงแค่ว่า ‘ไอ้ขี้โม้เอ้ย’ แต่เขาจะเสียมารยาทกับลูกค้าได้อย่างไร และทั้งสองต่างก็เงียบใส่กันหลังจากจบบทสนทนา ‘ลุงคนนี้ต้องมีปัญหาทางจิตแน่เลย เด็กสิบขวบจะให้ไปสู้กับเสือ.. คิดได้ไง’ ไอซ์คิดในใจ เช้ามาก็มีเรื่องให้หัวเราะ และยิ้มได้ตั้งแต่เช้าแล้ว เขามองไปนอกหน้าต่างรถที่ตอนนี้พระอาทิตย์ขึ้นมาครบเต็มใบแล้ว แสงสว่างของมันในยามเช้าช่างอบอุ่นจริงๆ แต่จู่ๆหูของเขาก็ไปโฟกัสกับเสียงวิทยุที่ลุงคนนี้เปิด ‘ข่าวเช้าวันนี้.. สหพันธ์ฮันเตอร์ได้ถูกจัดตั้งด้วยความเห็นของหลายๆประเทศเมื่อวานนี้ตามเวลาประเทศไทย 01.36 นาฬิกา โดยที่สหพันธ์ฮันเตอร์นั้น...” ไอซ์เริ่มสนใจมากขึ้นเกี่ยวกับสหพันธ์ตามที่ประกาศข่าวกล่าวรายงาน “ลุงๆ ช่วยเพิ่มเสียงหน่อยได้ไหม..” ไอซ์กล่าว“ไม่มีปัญหาอยู่แล้วครับคุณลูกค้า..จะว่าไปคุณลูกค้าก็เป็นฮันเตอร์ด้วยนี่นา” ลุงตอบกลับอย่างสุภาพ เขาเลื่อนมือไปที่ปุ่มเพิ่มเสียงให้ตามที่ลูกค้าต้องการ เนื้อหาหลักที่ผู้ประกาศข่าวประกาศมานั้นจะพูดถึงโครงสร้างของสหพันธ์ และมันก็แค่เป็นการรวมตัวเฉพาะกิจของกลุ่มกิลด์ สมาคมที่มีชื่อเสียง หรือได้รับการยอมรับเพื่อช่วยกันออกความเห็นเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ดันเจี้ยนเวฟ ประเทศไทยเองก็มีกิลด์หนึ่งที่ได้รับการยอมรับ กิลด์ใหญ่ประจำเมืองหลวงที่มีชื่อว่า ‘ยุทธหัตถี’ ฮันเตอร์ของประเทศส่วนใหญ่จะเข้าร่วมกับกิลด์นี้กันหมด แต่ก็ยังมีกิลด์เล็กกิลด์น้อยอีกหลายกิลด์ที่ลงทะเบียนอย่างถูกต้องเช่นกัน แต่พวกเขาไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการออกความเห็น การตัดสินใจในสหพันธ์ก็เท่านั้น สรุปง่ายๆมันก็เหมือนกับที่เขารับรู้มาจากหลินฟ่อเคอ โลกทั้งใบมันกำลังเปลี่ยนไปแล้ว เพราะมีสหพันธ์นี้เกิดขึ้น การสนับสนุนจากเดิมที่จะสนับสนุนฮันเตอร์โดยตรงกลับกลายเป็นต้องสนับสนุนทั้งกิลด์แทน อารมณ์มันก็เหมือนบริษัทที่มีฮันเตอร์เป็นพนักงาน บริษัทจะต้องจ่ายเงินตามค่าเหนื่อยให้กับพนักงานตามความเหมาะสม ตำแหน่งหน้าที่การทำงานภายในบริษัทเองก็สำคัญเช่นกัน พวกเขาจะได้รับการนับหน้าถือตาแตกต่างกันไป และถ้าเปรียบกิลด์เหมือนบริษัทแล้วจริงๆ กิลด์ใหญ่ๆก็จะมีชื่อเสียง และได้รับการสนับสนุนจำนวนมากจากนักลงทุน โดยมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันไป การที่กิลด์ยุทธหัตถีได้รับการยอมรับจากสหพันธ์มันก็เหมือนกับว่าบริษัทที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ให้เป็นบริษัทอันดับหนึ่งของประเทศไทย..