จักรพรรดิปราชญ์บรรพกาลลี้เฟย

    ตอนที่ 37 หอปรมาจารย์บรรพกาล (2)

    เมื่อตกลงมาชั้นล่างใต้ดิน กลับเป็นเหมือนกับอีกโลกหนึ่ง ที่ท้องฟ้า มีแสงแดด และมีมังกรมากมายอยู่ในท่าทางต่าง ๆ อันที่จริงแล้วต้องบอกว่า เป็นโครงกระดูกมังกรมากมายที่อยู่ในท่าทางต่าง ๆ แต่ละตัวมีขนาดสูงใหญ่ มองขึ้นไปแทบจะไม่เห็นส่วนบน บางส่วนก็ทะลุลงไปใต้ดิน มองไปไกล ๆ ก็พบบ่อน้ำร้อนมีควันโขมงลอยคลุ้งอยู่


    "ที่นี่ที่ไหน ที่นี่คืออะไรกันแน่" ลี้เฟยคิดพร้อมมองไปรอบ ๆ พร้อมกับเดินไปดูรอบ ๆ 


    " ที่นี่คือใต้พื้นของหอปรมาจารย์บรรพกาลมิใช่หรือ ที่แท้ด้านล่างเป็นโลกอีกมิตินั่นเอง ในขณะที่เดินดูซากโครงกระดูกมังกรบางตัวสมบูรณ์ บางตัวไม่สมบูรณ์ ทำไมที่นี่เศษหินขนาดใหญ่โตแตกกระจัดกระจายเต็มไปหลายที่ บางขนาดใหญ่โตเป็นเขาสูง มีหุบเหวหลายแห่งที่มองไม่เห็นพื้นล่าง ขณะที่เดินไปใกล้แหล่งน้ำร้อนด้านหน้า จุดจักระมังกรก็เต้นและบีบรัด ลี้เฟยเข้าใจทันทีว่า จะต้องมีอะไรเป็นแน่แท้ที่ทำให้จุดจักระมีการเคลื่อนไหวมากเช่นนี้" ลี้เฟยพึมพำอยู่คนเดียว


    "วี๊ด วี๊ด ..." ทันใดนั้นเอง ลำแสงสีแดงจากจุดจักระมังกรพุ่งออกจากตัวลี้เฟย พุ่งเข้าไปที่โครงกระดูกมังกรตัวที่นอนอยู่ด้านหน้าใกล้บ่อน้ำร้อน 


    แสงสีแดงพุ่งออกไปในพริบตาและเข้าไปที่จุดอุณาโลมมังกร หรือระหว่างคิ้วของกะโหลกมังกร สักพักใหญ่หลังจากนั้น โครงมังกรดังกล่าวจึงเริ่มขยับส่วนต่าง ๆ เริ่มจากส่วนหัวเริ่มโยก ตามด้วยมือและขาทั้งสี่ก็ขยับพร้อมยันตัวลุกขึ้นยืนสี่เท้า เสียงคำรามเสียงกึกก้องสนั่นหวั่นไหวดังแสบหู ทว่ามังกรตัวนี้ขยับเคลื่อนไหวโดยไม่มีเนื้อหนังแต่อย่างใด ท่ามการความตกตะลึงของลี้เฟย


    จากนั้นมังกรตัวดังกล่าวจึงยกตัวส่วนหน้าขึ้นเหมือนจะยืน ตะกุยตะกายอากาศ บิดตัว บิดโครงกระดูกไปมาหลายครั้งจึงพุ่งทะยานขึ้นไปบนฟ้า บินไปมา พร้อมพ่นไฟสีแดงฉานออกมาจากโครงกระโหลกส่วนปาก ความร้อนจากไฟที่พ่นออกมา รู้สึกมาถึงด้านล่างที่พื้นดินได้เป็นอย่างดี ลี้เฟยต้องเปิดเกล็ดมังกรและเกล็ดกิเลนเพื่อป้องกันความร้อนมหาศาล


    เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งก้านธูป มังกรตัวดังกล่าวจึงเริ่มบินลงมาหน้าบ่อน้ำร้อน เสียงดังตึงใหญ่ ฝุ่นควันคละคลุ้ง ความแรงของการเคลื่อนไหว และความใหญ่โตก่อให้เกิดคลื่นลมขนาดใหญ่กระแทกไปยังสิ่่งต่าง ๆ รอบด้าน ทว่าไม่มีสิ่งใดกระเด็นหรือปลิวออกไป มีแต่เพียงลี้เฟยกระเด็นออกไปด้วยแรงสะเทือน ทว่าในที่สุดลี้เฟยก็เดินกลับมาที่บ่อน้ำร้อน


    โครงกระดูกมังกรตัวใหญ่เกิดการสั่นสะเทือนทั้งตัวและเริ่มหดตัวลงมาเป็นโครงกระดูกมังกรขนาดเล็กยืนตระหง่านอยู่หน้าลี้เฟย


    "เจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงมีสายเลือดจักรพรรดิ ข้าได้รับพลังจากจุดจักระมังกรในตัวเจ้าส่งเข้ามาปลุกจิตวิญญาณข้าอีกครั้ง" มังกรถามลี้เฟยหลังจากปรับขนาดร่างกายเรียบร้อยแล้ว


    "ข้าเป็นศิษย์สายในสำนักอัคคีไห่เหิง ข้าเข้ามาในหอปรมาจารย์และตกลงมาที่นี่ และท่านเป็นใคร" ลี้เฟยตอบออกไปสั้น ๆ


    "ดูเหมือนข้าจะอยู่ในที่นี้มายาวนานแล้ว ในจุดจักระมังกรมีสายเลือดเผ่าพันธ์ุมังกรดาวจันทาราได้อย่างไร" มังกรถามลี้เฟยด้วยความฉงนใจ


    "อะไรคือมังกรจันทรา และอะไรอยู่ในตัวข้า ข้าก็ไม่รู้จัก หากแต่ข้าเป็นสายเลือดมังกรฟ้า" ลี้เฟยกล่าวสิ่งที่ตนเองไม่รู้จักออกไป


    มังกรตัวดังกล่าวไม่พูดว่ากระไร หากแต่ย่อขนาดตนเองเล็กลงแล้วเปลี่ยนเป็นแสงสีแดงพุ่งกลับเข้าไปที่จุดอุณาโลมของลี้เฟย ท่ามกลางความตกตะลึงและเจ็บปวดที่มังกรแทรกผ่านผิวหนังเข้าไปในร่างกาย เสมือนนำเข็มแหลมคมมาจิ้มเข้าไปในเนื้อทะลุเข้าไปในจุดจักระ จากนั้นความเงียบก็เกิดขึ้น ไม่ว่าลี้เฟยจะพูด ตะโกนใด ๆ ก็ไม่มีเสียงของมังกรตอบกลับมา


    ลี้เฟยไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้ ไม่ว่าจะพูดดังพูดเบาเท่าใด ก็ไม่มีเสียงใด ๆ ตอบกลับมา แต่ก็คิดว่าที่มังกรหายเข้าไปในจุดจักระไม่น่าจะเป็นอะไร ไม่น่าจะมาทำร้ายตนเอง จึงได้แต่นั่งรอ สุดท้ายก็เดินสำรวจต่อไปจนถึงบ่อน้ำร้อน ความจริงจะเรียกว่าเป็นบ่อก็ไม่ใช่ ต้องเรียกว่าเป็นทะเลสาบก็ว่าได้ เพราะมองออกไปสุดตาก็ยังเป็นโคลนไหลวนไม่หยุด


    นี่เป็นบ่อหรือทะเลสาบน้ำร้อนอะไรกันแน่ ร้อนมาก หมอกควันเต็มไปหมด แต่น้ำกลับกลายเป็นน้ำที่มีสีเเดงเข้มหนืด ไม่เหมือนน้ำเลย เหมือนหินหรือดินโคลนละลายที่มีสีแดงมากกว่า เมื่อเอาเศษไม้แถว ๆ นั้นโยนลงไปก็พบว่า น้ำดังกล่าวร้อนมากเศษไม้ที่โยนไปลุกติดไฟและกลายเป็นเถ้าธุลีกระจายในอากาศในพริบตา 


    "น่ากลัวจริง ๆ" ลี้เฟยรำพึง จากนั้นลี้เฟยจึงเดินวนไปมาที่มังกรตัวอื่นอยู่ ทว่าไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ของมังกร จึงเดินกลับมาที่บ่อน้ำร้อนอีกครั้ง และกำลังคิดว่าจะกลับไปอย่างไร เข้ามาตั้งนานก็ไม่ได้พบอะไรเลย ไม่ได้อะไรกลับไป แต่จะกลับไปยังไงก็ยังไม่รู้เลย ลี้เฟยได้แต่คิดและเริ่มผิดหวังที่เสียเวลาเป็นวันก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย


    ลี้เฟยยืนอยู่หน้าบ่อน้ำร้อน ยืนดูความแปลกของน้ำร้อนต่อ พร้อมลองส่งพลังกระแทกเข้าไปที่โคลนน้ำร้อน ทว่าพลังที่ส่งไปกลับถูกดูดลงไปใต้บ่อ ไม่มีการกระแทกกระจายของน้ำ ลี้เฟยทดลองต่อไป พบว่า ไม่ว่าจะกระแทกพลังปราณไปเท่าใด ก็หาย ไม่มีแม้แต่การกระเพื่อมของน้ำโคลนแต่อย่างใด


    "แปลว่า โคลนนี้รับพลังข้าไว้หรือ น่าแปลกใจยิ่งนัก ช่างน่าสนใจจริง" ลี้เฟยพูดคนเดียวอีกครั้ง และทันใดนั้น คลื่นในตัวจากจักระมังกรก็สั่นไหวจากในร่าง จากนั้นพลังแสงสีแดงก็พุ่งออกมาพร้อมกับร่างมังกรที่ขยายกลับมาเป็นขนาดเท่าตัวลี้เฟยอีกครั้ง


    "เจ้าชื่ออะไร" เมื่อมังกรออกมาก็ถามทันที


    "ลี้เฟย​... ท่านชื่ออะไร ท่านเป็นใคร และท่านเข้าไปในจุดจักระมังกรได้อย่างไร ไปทำอะไรมากันแน่ ข้ามิได้อนุญาตท่านแต่อย่างใด" ลี้เฟยถามเป็นชุดกลับไปด้วยความหงุดหงิด


    "ลี้เฟยใช่ไหม ชื่อตามที่เจ้าบอกข้ามา ... ข้ามีนามว่า เจียงหนานตี้ เป็นมังกรปฐพี สมัยก่อนข้าเป็นองครักษ์ที่คุ้มครองดินแดนมังกรนี้เมื่อหลายล้านล้านปีแล้ว ในโลกอดีตช่วงชีวิตของสิ่งมีชีวิตเช่นเราเผาพันธุ์มังกรจะมีอายุได้นับแสนปีเป็นเรื่องปกติ สิ่งมีชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข ทว่า ..." เจียงหนานตี้เริ่มเล่าเรื่องราว


    ในตอนนั้นเกิดเหตุไม่คาดคิด ดวงดาวจากฟากฟ้าร่วงหล่นลงมาสู่ดินแดนของเราเป็นห่าฝน นับเดือน พวกเราบาดเจ็บล้มตายไปมาก สิ่งมีชีวิตบางส่วนท่านผู้นำมังกรปฐพี มังกรธาราต่างก็เคลื่อนย้ายออกไปดินแดนอื่น หากแต่ตัวข้าและสหายข้าบางส่วนก็คือโครงกระดูกที่เจ้าเห็นตอนนี้ เพื่อช่วยเหลือเผ่าพันธุ์ให้ออกไปจากที่นี่ จึงเลือกอยู่ที่ดินแดนแห่งนี้ ในยามนั้นข้าและสหายต่างก็บาดเจ็บและบางส่วนก็สาหัสและล้มตายจากไป ส่วนข้าเลือกแม้จะบาดเจ็บไม่มากไม่ตายในยามนั้นทันที แต่ข้าเองเลือกที่จะผนึกเสี้ยววิญญาณข้าไว้ในร่างข้าเองเพื่อให้ดวงจิตมีพลังมากพอ แม้กายเนื้อจะสลายไปตามวันเวลา หากแต่ดวงจิตข้ายังอยู่ในโครงกระดูกของข้าเอง ทั้งหมดก็เพื่อปกป้องรักษาเผ่าพันธุ์มังกรไว้


    "นี่คือที่มาของที่นี่ ถ้าว่าไปแล้ว นี่คือ ดินแดนมังกรในอดีตนั่นเอง" เจียงหนานตี้สรุปอีกครั้ง


    "ข้าพอจะเข้าใจแล้ว ที่แท้สำนักอัคคีไห่เหิง สร้างบนรากฐานบนแผ่นดินมังกรนี่เอง" ลี้เฟยเข้าใจทันทีถึงความสัมพันธ์จากยุคสู่ยุค


    "ข้าจะบอกเจ้าอีกเรื่อง ในจุดจักระมังกรในตัวเจ้า มีสายเลือดเผ่าพันธ์ุมังกรดาวจันทารา ในตอนนี้สายเลือดกำลังฟื้นตัวจากการถูกผนึกไว้ ข้าได้พูดคุยและรู้ความเป็นมาทุกอย่างของมังกรดาวจันทาราแล้ว และเจ้าจะรู้เองในภายหน้าเมื่อการฟื้นตัวมากขึ้นของนาง"


    "นาง ...  " ลี้เฟยพึมพำเบา ๆ ทว่าเจียงหนานตี้ได้ยิน 


    "ใช่ นางเป็นหญิง พลังที่ข้าได้รับก็ส่งมาจากนาง เพราะนางสัมผัสได้ถึงตัวตนของข้า จึงส่งพลังออกมากระตุ้นให้ข้ารู้สึกได้อีกครั้ง นางชื่อฟานเข่อซิง อีกไม่นานเจ้าจะได้พบนาง" เจียงหนานตี้อธิบาย


    "ในตอนนี้ ก่อนที่พลังข้าจะหมดอีกครั้ง ข้าจะให้เจ้าเข้าไปที่ทะเลสาบหินหนืดซึ่งต่อเชื่อมลงไปใต้แผ่นดินด้านหน้าเจ้า พวกเราเผ่าพันธุ์มังกรในอดีต ต่างฝึกวิชา ฝึกร่างกายและได้รับธาตุพลังจากทะเลสาบหินหนืดที่เจ้าเห็นนี้ มันจะทำให้เจ้าแกร่ง และสามารถสร้างเกราะบนร่างเจ้าได้ ทะเลสาบหินหนืดที่เจ้าเห็นมันมาจากธารหินหนืดร้อนใต้ดินแดนนี้ลึกลงไป พวกเราเรียกมันเรียกว่าทะเลสาบธาตุปฐพี  และคงอยู่มานานก่อนข้าเกินนับล้านล้านปีแล้วจนถึงบัดนี้ ข้าก็ไม่แน่ใจว่านานเท่าใด เจ้าลงไปแช่ในทะเลสาบด้แล้ว" เจียงหนานตี้บอกลี้เฟย พร้อมชี้ไปยังทะเลสาบธาตุปฐพี และใช้พลังกระแทกลี้เฟยลอยตกลงไปกลางทะเลสาบหินหนืดทันที


    "เจ้าไม่ต้องกังวล เจ้าเดินปราณมังกรให้คงที่ เจ้าจะรับธาตุพลังความร้อนมหาศาลได้ ความร้อนนี้จะไม่เป็นอันตรายต่อเจ้า  เจ้าสามารถแหวกว่ายในสายโคลนหินหนืดนี้ได้" เจียงหนานตี้บอกลี้เฟยอีกครั้งเมื่อลี้เฟยลงไปในทะเลสาบแล้ว



     




    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิปราชญ์บรรพกาลลี้เฟย ที่คุณอ่าน