ตอนที่ 82
“จะเที่ยงแล้วเหรอเดี๋ยวพวกเด็กๆจะลงมาแล้วสินะ” สตีฟพูดพลางมองดูนาฬิกาที่อีกสิบนาทีก็จะเที่ยงแล้ว
“ลูกพี่เส้นพวกนี้ให้เรายกไปวางข้างนอกได้เลยใช่มั้ย” เจมส์ถามหลังจากตักเส้นที่ลวกขึ้นมาใส่ไว้ในถาดทั้งหมดเรียบร้อย
“อืม...ยกไปได้เลยเดี๋ยวจัดการไอศครีมนี่ก่อนจะรีบตามไป” สตีฟพูดก่อนจะเดินไปดูเครื่องปั่นไอศครีม
เจมส์และทอมมี่ช่วยกันยกเส้นสปาเก็ตตี้และซอสคาโบนาร่าออกไปเตรียมไว้ด้านนอกส่วนสตีฟก็ตรวจดูว่าไอศครีมมันได้ที่หรือยัง
“ลูกพี่พวกเด็กประถมลงมาแล้ว !!!” เจมส์ตะโกนเข้ามาในห้องครัว
“โอเคไอศครีมได้ที่แล้ว !!!” สตีฟตอบกลับก่อนจะปิดเครื่องและยกถังไอศครีมที่ปั่นเสร็จแล้วขึ้นมา
ตอนนั้นเองระหว่างที่สตีฟกำลังยกถังไอศครีมเดินผ่านหม้ออัดแรงดันที่มีเจ้าตุ๊กตาซ่อนเอาไว้จู่ๆคิ้วขวาของสตีฟก็กระตุก
“คิ้วขวากระตุกแปลกแฮะร้อยวันพันปีไม่เคยเป็น” สตีฟพูดออกมาเบาๆก่อนจะรู้สึกถึงแรงอัดอากาศและความร้อน
บึ้ม !!!! เสียงระเบิดดังขึ้นในห้องครัวร่างของสตีฟกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงจนร่างของเขาฝังเข้าไปในนั้น
อัก !!! เสียงสตีฟสำลักน้ำลายเบาๆ
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน !!!” สตีฟพูดออกมาก่อนจะแกะร่างออกมาจากกำแพงสตีฟมองดูรอบๆภายในห้องครัวฝุ่นควันฟุ้งไปทั่วห้องจมูกของสตีฟได้กลิ่นคล้ายกับกลิ่นอะไรไหม้
กริ๊ง !!!!!!!!!!!!!!! เสียงสัญญาณเตือนไฟไหม้ดังไปทั่วบริเวณก่อนปริงเกอร์จะปล่อยละอองน้ำลงมาจากเพดาน
“หูอื้อไปหมดเลยเกิดอะไรขึ้น” สตีฟพูดออกมาตอนนี้เขาไม่เข้าใจสถานการณ์เท่าไหร่แต่เมื่อสปริงเกอร์ที่ติดอยู่บนกำแพงปล่อยละอองน้ำออกมาฝุ่นในห้องครัวก็เริ่มจางลงก่อนสตีฟจะเห็นสภาพห้องครัวที่ข้าวของกระจัดการกระจายไปหมด
“เฮ้ย !! หม้อนั่น !!” สตีฟอุทานออกมาหลังจากเห็นสภาพหม้ออัดแรงดันที่กลายเป็นรูไม่รอช้าสตีฟรีบเดินไปดูทันที
“นี่มันระเบิดแต่ได้ยังไงกัน !!!!” สตีฟอุทานอย่างตกใจหลังจากเห็นสภาพหม้อมันเป็นรูเพราะแรงระเบิดแน่ๆแต่มันระเบิดได้ยังไงกันล่ะ
“หรือว่าจะเป็นตุ๊กตานั่น !!” สตีฟอุทานออกมาหลังจากนึกถึงสาเหตุของการระเบิดได้เพียงสาเหตุเดียว
“อ๊ะจริงสิแล้วเจ้าเด็กพวกนั้นล่ะ” สตีฟนึกขึ้นได้ว่าเจมส์และทอมมี่อยู่ด้านนอกเขารีบวิ่งออกไปดูทันที
กรี๊ด !!!!! เสียงเด็กๆประถมกรีดร้องกันลั่นไปทั่วโรงอาหารเด็กหลายคนมุดหลบอยู่ใต้โต๊ะหลายคนกำลังวิ่งหนีออกจากโรงอาหารไป
“ดีนะเราไม่ได้เอาเจ้าตุ๊กตานั่นไว้ข้างนอก และก็โชคดีที่เอามันใส่ไว้ในหม้อแรงดันนั่นไม่อย่างนั้นแรงระเบิดอาจจะรุนแรงกว่านี้ก็ได้” สตีฟพูดออกมาก่อนจะมองหาเจมส์และทอมมี่ก่อนจะเห็นว่านอนหมดสติอยู่ที่พื้น
“มีเลือดออกที่หูงั้นเหรอหรือว่าเยื่อแก้วหูจะขาดเพราะเสียงระเบิด” สตีฟดูอาการของเจมส์และทอมมี่
“เฮ่เจมส์ ทอมมี่ !!!” สตีฟลองเรียกและเขย่าทั้งสองเบาๆดูแต่ไม่มีทีท่าว่าจะฟื้น
“เอาไงดีพาไปห้องพยาบาลก่อนดีมั้ย” สตีฟไม่รู้ว่าจะเอาไงดีตอนนั้นเองเสียงระเบิดก็ดังขึ้นอีกครั้ง
บึ้ม !! บึ้ม !! บึ้ม !! บึ้ม !! ระเบิดหลายลูกดังไปทั่วบริเวณ
“บ้าจริงไอ้เจ้าบ้านั่นมันวางระเบิดไว้กี่ลูกกันเนี่ย !!!” สตีฟสบถออกมาก่อนจะตัดสินใจลากเจมส์และทอมมี่ไปนอนไว้ในห้องเก็บของสด ซึ่งที่นั่นสตีฟมั่นใจว่าไม่มีระเบิดแน่นอนและตอนนี้ห้องนั้นน่าจะปลอดภัยที่สุด
หลังจากเอาเจมส์และทอมมี่ที่หมดสติไปแอบไว้เรียบร้อยแล้วเขาก็รีบวิ่งออกมาดูข้างนอกโรงอาหารทันที
“นี่มัน !!!” สตีฟอุทานออกมาหลังจากเห็นควันไฟลอยอยู่ไปทั่วทุกที่เสียงกรีดร้องของเด็กๆดังไปทั่วบริเวณ
“ช่วยหนูด้วย !!!!” เสียงเด็กประถมคนหนึ่งกำลังร้องขอความช่วยเหลือเธอกำลังถูกชายแปลกหน้าอุ้มและใช้มือพยายามปิดปากอยู่
“นั่นมันวายร้ายนี่ !!!!” สตีฟอุทานออกมาหลังจากตรวจดูค่าสถานะของชายคนนั้นไม่รอช้าสตีฟวิ่งเข้าไปและกระโดดถีบวายร้ายคนนั้นทันที
ผัวะ !! ตู้ม !! ร่างของวายร้ายโชคร้ายที่โดนสตีฟถีบกระเด็นไปไกลหลายสิบเมตรส่วนเด็กก็ลอยคว้างไปในอากาศก่อนสตีฟจะกระโดดไปรับเด็กคนนั้นลงมาอย่างนุ่มนวล
“ไม่เป็นไรนะ !!!” สตีฟถามเด็กคนนั้น
“คุณลุงพ่อครัวนี่ !!!!” เด็กคนนั้นพูดออกมาหลังจากเห็นว่าใครที่ช่วยตนไว้
“อืมลุงเองหนูอยู่ ชั้นอะไรเพื่อนๆไปไหนหมด” สตีฟถาม
“หนูอยู่ ป.2 ค่ะเพื่อนๆโดนจับตัวไปทางนั้นหมดแล้ว !!!” เธอพูดก่อนจะชี้ไปทางหน้าโรงเรียนซึ่งสตีฟเห็นหลังกลุ่มคนอยู่หลายคนพวกนั้นกำลังแบกเด็กๆหนีไป
“อืม...เดี๋ยวลุงจะไปช่วยเองหนูไปหลบในห้องครัวก่อนด้านในจะมีพี่ชายอยู่สองคนนอนหมดสติอยู่ช่วยดูแลพี่ชายพวกนั้นด้วย และถ้าเกิดพี่ชายสองคนนั้นฟื้นขึ้นมาช่วยอธิบายสถานการณ์ด้วยทำได้มั้ย” สตีฟถาม
“ดะ ดะ ได้ค่ะ” เด็กหญิงป.2 คนนั้นพูด
“ดีมากเด็กดี !!” สตีฟพยักหน้าอย่างพึ่งพอใจก่อนจะค่อยๆวางเธอลง และเมื่อเท้าเธอสัมผัสพื้นเธอก็วิ่งกลับเข้าไปในโรงอาหารทันที
“ไอ้วายร้ายพวกนี้มาจับเด็กๆสินะ เดี๋ยวเจอตรูเล่นแน่ !!!” สตีฟพูดออกมาอย่างมีอารมณ์ก่อนจะพุ่งไปทางหน้าโรงเรียนทันที
ฟุ่บ !!!! ร่างของสตีฟหายไปจากจุดที่ยืนอยู่และมาปรากฎตัวอยู่ข้างหลังพวกวายร้ายทันที
“เฮ่จะไปไหนพวกปล่อยเด็กๆเดี๋ยวนี้ !!” สตีฟส่งเสียงออกมาทำให้เหล่าวายร้ายพวกนี้หยุดกึกก่อนจะหันมาดูทันทีว่าใคร
“อะไรของไอ้หมอนี่วะไม่เห็นหรือไงกำลังลักพาตัวเด็กอยู่” วายรายคนหนึ่งพูดก่อนจะตรวจดูสถานะของสตีฟ
“ฮ่าๆๆๆๆ ดูสิวะพวกไอ้หมอนี่เลเวลหนึ่งว่ะแต่ดันมาทำเป็นสั่งให้ปล่อยเด็กๆ” วายร้ายคนนั้นหัวเราะออกมา
“คุณลุงพ่อครัวหนีไปครับพวกนี้มันเลเวลสูงมาก” เด็กผู้ชายชั้นประถมคนหนึ่งพูดบอกกับสตีฟ
“ใช่คุณลุงรีบหนีไปแบบที่หัวหน้าห้องบอกเร็วและรีบไปตามอาจารย์มาช่วยพวกเราด้วย” เด็กผู้ชายอีกคนพูด
สตีฟได้ยินดังนั้นก็หรี่ตามองพวกวายร้ายที่กำลังหัวเราะกันสนุกสนานสตีฟตรวจสอบสถานะพวกนี้ดู
โธ่เอ้ยก็แค่เลเวลห้าสิบกว่า แถมมีกันอยู่สิบกว่าคนเองพวกนี้อ่อนชิบ สตีฟคิดในใจ
“เฮ่ฉันว่าจัดการไอ้เจ้าเลเวลหนึ่งนี่เลยดีกว่า” วายร้ายอีกคนเห็นว่าเสียเวลาจึงพูดขึ้นมาก่อนจะชักมีดออกมาและวิ่งใส่สตีฟทันที
“โอ้ถึงกับใช้สกิลแดชของนายพุ่งเข้าไปจัดการเลยเหรออย่างนี้หมอนี่ก็ตายน่ะสิเพราะสกิลของนายสามารถเร่งความเร็วไปอยู่จุดสูงของของค่าสถานะความเร็วของตัวเองได้ในครึ่งวินาที” วายร้ายคนหนึ่งพูดหลังจากเห็นเพื่อนพุ่งเข้าไป
ควับ !! เจ้าวายร้ายคนนั้นพุ่งเข้ามาหาสตีฟก่อนจะฟันมีดใส่คอหวังปาดหลอดลมสตีฟ
ฟุ่บ !! สตีฟแอ่นหัวไปด้านหลังเล็กน้อยเพื่อให้หลบพ้นรัศมีการฟันเจ้าวายร้ายนั่นมองสตีฟอย่างตกใจเพราะไม่นึกว่าเลเวลหนึ่งอย่างสตีฟจะหลบได้
“นี่เร็วสุดแล้ว ???” สตีฟถาม
“กะ กะ แกอย่ามาดูถูกกันนะ !!!!” วายร้ายคนนั้นพูดออกมาอย่างหัวเสียเพราะมันนึกว่าสตีฟดูถูกมันอยู่
ควับ !! ควับ !! ควับ !! ควับ !! มันฟันใส่สตีฟอีกหลายทีแต่สตีฟก็แค่โยกร่างหลบไปมาสบายๆโดยมือยังล้วงกระเป๋าอยู่
เหล่าวายร้ายที่ยืนมองอยู่ต่างอ้าปากค้าง ส่วนเด็กๆชั้นประถมเหล่านี้ก็อึ้งที่เห็นสตีฟหลบมีดได้หมด
เด็กๆพวกนี้นั้นถึงเลเวลจะยังแค่หนึ่งแต่ได้รับการเรียนการสอนการต่อสู้แบบทหารตั้งแต่เข้าเรียน เด็กๆพวกนี้จึงพอมีฝีมือเรื่องการต่อสู้อยู่บ้างแต่ที่พวกเขาถูกจับนั้นก็เพราะวายร้ายพวกนี้เลเวลสูงมากเกินไป
“เฮ้อเสียเวลาจริงๆขอจบเลยแล้วกัน” สตีฟถอนหายใจออกมาก่อนจะปล่อยหมัดออกไปหนึ่งหมัด
ตู้ม !! ฟิ้ว !!!!! ร่างของวายร้ายที่เข้ามาหวังจัดการสตีฟลอยกระเด็นข้ามถนนไปกว่าสองร้อยเมตรก่อนจะกระแทกกับตึกฝั่งตรงข้าม
ตู้ม !!! เสียงร่างของวายร้ายคนนั้นกระแทงกับตึกอย่างแรงจนตึกถึงกับร้าวก่อนร่างของมันจะร่วงลงมากองกับพื้น ถ้ามีคนไปดูสภาพหมอนั่นตอนนี้ล่ะก็จะรู้ได้ทันทีว่าตายไปแล้ว
“ฮีโร่ !!!!” เหล่าวายร้ายเมื่อได้สติอุทานออกมาพร้อมกันเพราะเลเวลหนึ่งอย่างสตีฟไม่มีทางที่จะทำอะไรแบบนี้ได้นอกเสียจากว่าเป็นฮีโร่และกำลังปลอมสถานะอยู่เท่านั้น
พวกวายร้ายไม่รอช้าหยิบอาวุธออกมาและเตรียมใช้สกิลของตนจัดการสตีฟทันที แต่สตีฟไม่ปล่อยให้มันมีโอกาสได้ทำอะไรทั้งนั้นเพราะถ้าเกิดการต่อสู้ขึ้นเด็กๆอาจจะโดนลูกหลงได้
ฟุ่บ !! ร่างของสตีฟหายไปจากตรงหน้าพวกมันก่อนจะไปปรากฎที่ด้านหลัง
ตุบ !! ตุบ !! ตุบ !! ตุบ !! ตุบ !! ตุบ !! ร่างของวายร้ายทั้งหมดค่อยๆล้มลงกับพื้นทีละคนๆ
“เอาล่ะเด็กๆช่วยกันหาอะไรไปมัดเจ้าพวกนี้ทีสิ” สตีฟพูดก่อนหันไปบอกพวกเด็กๆเขามองไปที่ริมกำแพงก่อนจะเห็นเหล็กเส้นสำหรับก่อสร้างอยู่หลายเส้นซึ่งขนาดของมันใหญ่พอๆกับนิ้วโป้งของผู้ใหญ่
“ไอ้นั่นน่าจะใช้ได้นะกำลังของพวกเลเวลห้าสิบไม่น่าจะทำลายมันได้ง่ายๆ” สตีฟพูดก่อนจะเดินไปลากเหล็กเส้นพวกนั้นมา ส่วนพวกเด็กๆเมื่อเห็นว่าได้ของที่จะใช้มัดมาแล้วพวกเขาก็เลยไปช่วยกันลากพวกวายร้ายมารวมกันเอาไว้
“ละ ละ ลุงเป็นใครกันแน่ !!!” เด็กที่เป็นหัวหน้าห้องชั้น ป.2 ถามสตีฟหลังจากสตีฟลากเหล็กเส้นกลับมา
“ก็แค่พ่อบ้านที่ผ่านทางมา” สตีฟพูดออกมาก่อนจะลงมือดัดเหล็กพวกนั้นด้วยมือเปล่ามัดมือมัดเท้าของเจ้าวายร้ายพวกนี้เอาไว้หลายๆชั้น
“ปิดตาพวกมันด้วยสิครับคุณลุงเวลามันฟื้นจะได้ไม่กล้าทำอะไรเพราะมองไม่เห็น” เด็กที่เป็นหัวหน้าห้องพูด
“โอ้ฉลาดดีนี่เรานั่นสินะถ้าปิดตามันเอาไว้มันจะได้ไม่กล้าทำอะไรเพราะไม่แน่หนึ่งในพวกมันอาจจะมีสกิลอะไรที่ทำลายเหล็กเส้นพวกนี้ได้ก็ได้” สตีฟพูดออกมา
“เรื่องพวกนี้มีสอนในชั้นเรียนน่ะครับ” เด็กหัวหน้าห้องนั่นพูด
สตีฟพยักหน้าก่อนจะให้เด็กๆช่วยกันฉีกเสื้อเจ้าพวกนี้มาปิดตาของพวกมันเอาไว้เองหลังจากนั้นสตีฟก็มองไปที่ป้อมยามและเห็นร่างของคนคุ้นตานอนแน่นิ่งอยู่ในนั้น
“อาจารย์ไก่ !!!” สตีฟอุทานออกมาก่อนจะวิ่งไปดูในป้อมยามทันที
อีกด้านหนึ่ง
ฉัวะ !! แหมะ !! แหมะ !! เสียงเลือดค่อยๆหลดลงพื้นทีละหยดๆ
“อาจารย์ซาร่า !!!” เสียงของเหล่าบรรดานักเรียนร้องเรียกชื่อของอาจารย์พวกเขาหลังจากพลาดถูกฟันไปอีกหนึ่งแผล
“ไม่เป็นไรเด็กๆอย่าออกมาจากบาเรียนั่นนะ อาจารย์จะปกป้องพวกเธอเองส่วนเธอออเดเรีย อย่าเสียสมาธิบาเรียเริ่มไม่เสถียรแล้ว !!!” ซาร่าพูดกับลูกศิษย์ของเธอที่อยู่ในบาเรียของเด็กคนหนึ่งที่มีสกิลนี้
ซึ่งในบาเรียนั้นมีเด็กกว่ายี่สิบคนกระจุกอยู่ด้านในส่วนซาร่านั้นเธออยู่ด้านนอกคอยปกป้องพวกเด็กๆอยู่
“เคี๊ยกๆๆๆๆๆ รสชาตินี้แหละ รสชาตินี้แหละ !!!!’ เสียงโจ๊กเกอร์หัวเราะดังไปทั่วห้องเรียนแห่งนี้
“แกไอ้โรคจิตอยู่ไหนออกมานะ !!!” ซาร่าพูดพลางหัวมองหาตัวของโจ๊กเกอร์ไปทั่วห้อง
วู่บ !! ร่างของโจ๊กเกอร์ค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากเงาของโต๊ะตัวหนึ่งนักเรียนของเธอที่อยู่ในบาเรียที่เห็นก็รีบตะโกนเตือนซาร่าทันที
“อาจารย์ทางขวา !!!!!!!” เสียงนักเรียนของเธอตะโกนเตือน
ซาร่าหันไปก่อนจะพุ่งเข้าใส่ด้วยพลังแรงโน้มถ่วงของเธอทันที
ตู้ม !!! ซาร่าชกใส่ร่างของโจ๊กเกอร์เต็มแรงทันทีจนโต๊ะถึงกับหักลง
อัก !! โจ๊กเกอร์กระอักเลือดออกมาก่อนจะรีบหลบเข้าไปในเงาอีกครั้ง
“ชิ !! สกิลเคลื่อนที่ผ่านเงาของแกนี่น่ารำคานจริงๆ” ซาร่าสบถออกมาเธอนั้นทิ้งตรงนี้ไปไม่ได้เพราะมีลูกศิษย์ของเธออยู่ด้านหลังเธออยากจะจัดการกับโจ๊กเกอร์ไวๆจะได้ไปช่วยเหลือเด็กๆต่อ
เด็กนักเรียนพวกนี้ส่วนใหญ่เลเวลเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณยี่สิบดังนั้นถ้าเธอไม่อยู่คอยปกป้องล่ะก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะรอดจากโจ๊กเกอร์ที่เป็นวายร้ายระดับ S
จบ...