Back to 1970 ทะลุมิติมาเลี้ยงลูกแฝด

    ตอนที่ 53 แกไม่ใช่ลูกของฉันอีกต่อไป

    หลิวซือซือที่เพิ่งจะส่งท่านผู้อาวุโสเหอและลูกน้องของท่านไปเมื่อครู่และยังไม่ได้ปิดประตูบ้านด้วยซ้ำก็ต้องแปลกใจเมื่อพี่หกหลิวขับเกวียนเทียมวัวมาถึงหน้าประตูบ้านของเธอ

             “เสี่ยวซือซือ!! มาดูสหายรักของเธอหน่อยเถอะ เขาได้รับบาดเจ็บอยู่หน้าทางเข้าหมู่บ้านตอนแรกฉันคิดจะพาเขาไปหาส่งอนามัยในตำบล แต่เขาขอให้ฉันพามาส่งที่บ้านเธอ”พี่หกหลิวพูดออกมารัวเร็วแข่งกับเวลาเพราะเขาไม่แน่ใจแล้วว่าตอนนี้เหวินเจียหลุนจะยังมีสติอยู่หรือเปล่า

             “พาเขาเข้ามาในบ้านของฉันก่อนเลยค่ะ”เธอเปิดประตูออกกว้างจากนั้นก็ร้องตะโกนข้ามกำแพงรั้วบ้านไปยังพี่ชายที่น่าจะกำลังเฝ้าปลารมควันอยู่หน้าลานบ้าน

            “พี่สี่มาช่วยฉันทำแผลให้เจียหลุนหน่อยค่ะ”ร้องบอกพี่ชายแล้วเธอก็รีบเดินเข้าบ้านอย่างเร่งรีบ

             “วางเขาบนโต๊ะกินข้าวนี่ได้ไหมเสี่ยวซือซือ”พี่หกหลิวปรึกษาแทนคนที่เหลือเพราะมันฉุกละหุกไปหมดทุกอย่าง

             หลิวซือซือที่กำลังจะเดินกลับเข้าห้องเพื่อนำเอากล่องปฐมพยาบาลออกมาก็ร้องบอกว่า“ต่อโต๊ะกินข้าวสองตัวเข้าด้วยกันได้เลยนะคะพี่หกหลิว เขาจะได้นอนสบายหน่อย”

             “ได้! พวกนายสองคนไปช่วยกันยกโต๊ะมาต่อกันเร็วเข้า!”

             ไม่นานโต๊ะก็ถูกจัดเอาไว้อย่างเรียบร้อยหลิวซือซือรีบนำเอาแผ่นอะไรบางอย่างมารอง จากนั้นจึงสั่งพวกเขา“ยกเขาขึ้นมานอนบนนี้ได้เลยค่ะ”

             หลิวฉุนเหลียงวิ่งมาพร้อมกับหยางไห่และหยางเฉิงพวกเขาเข้ามาในห้องโถงก็เห็นว่าเหวินเจียหลุน กำลังได้รับการทำความสะอาดบาดแผล“เสี่ยวซือซือให้พี่สี่ช่วยดีกว่านะ ขอบใจมากนะเจ้าหกพวกนายด้วยขอบใจมากรีบกลับบ้านเถอะ เรื่องนี้เดี๋ยวฉันจัดการเอง”

             “ใช่ๆๆ พวกนายรีบกลับเถอะฉันกับพี่ใหญ่เคยเป็นทหารและเคยเรียนทักษะทางการแพทย์ ฉันจะจัดการเอง”หยางเฉิงเอ่ยเสริมอีกประโยค

             “เอาอย่างนั้นก็ได้แต่ถ้ามีเรื่องฉุกเฉินอะไรที่ต้องเดินทางกลางดึกพวกนายไปตามฉันที่บ้านได้ตลอดเวลานะ ฉันไปล่ะ”

             “ได้ๆๆ ขอบใจมาก” หลิวฉุนเหลียงตบบ่าเจ้าหกหลิวแล้วก็ผละตัวออกมารีบเดินไปดูคนเจ็บทันที “ให้พี่สี่ทำดีกว่าเสี่ยวซือซือ”

             หลิวซือซือเองก็ไม่ขัดพี่ชายเธอส่งอุปกรณ์ให้เขาทันที พร้อมกับหันไปพูดคุยกับหยางไห่“พี่ไห่คะพี่เย็บแผลเป็นไหม มีแผลที่หลังของเขาที่ต้องเย็บค่ะ”เธอกระซิบถามเสียงแผ่ว

             “ถ้ามีเครื่องมือและอุปกรณ์พี่ไห่ก็เย็บได้เสี่ยวซือซือเธอมีหรือเปล่า” หยางไห่เองก็ตอบกลับไปเสียงแผ่วไม่ต่างกัน

             “มีค่ะ”เธอไม่อธิบายว่าเธอมีของเหล่านี้ได้อย่างไร แล้วก็รีบเดินกลับเข้าห้องอีกครั้งและก็ออกมาพร้อมกับกล่องกู้ชีพที่มีอุปกรณ์พร้อมสรรพ “แค่นี้พอไหมคะ”

             หยางไห่มองเครื่องมือและอุปกรณ์ด้านในกล่องแล้วก็ตาพราวของคุณภาพเยี่ยมทั้งนั้น “พอแน่นอนเสี่ยวซือซือเธอไปดูเด็กๆเถอะทางนี้ให้พวกเราจัดการเอง”

             “ได้ค่ะ นายเองก็อดทนไว้นะเจียหลุน”ตอนท้ายประโยคเสียงของหลิวซือซือสั่นเครือแล้วก็เดินกลับเข้าห้องนอนของตัวเองอีกครั้ง

             ไม่นานเธอก็ได้ยินเสียงของผู้อาวุโสเหอที่เดินเข้ามาพร้อมกับนายพลหลี่และนายพลหวังจากนั้นเหวินเจียหลุนก็ได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่เพราะพวกเขาหนึ่งในนั้นเป็นแพทย์ทหารด้วย ซึ่งก็คือนายพลหลี่นั่นเองเป็นโชคดีของเหวินเจียหลุนแล้ว

     

             สามทุ่มเมื่อส่งสองแฝดเข้านอนเรียบร้อยแล้วหลิวซือซือก็เดินออกมาที่ห้องโถงเล็กอีกครั้ง

             “เขาเป็นยังไงบ้างคะนายพลหลี่”เธอเดินไปยืนอยู่ข้างโต๊ะที่สหายรักยังคงนอนอยู่ และตอนนี้เขาก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว

             “ถ้าช่วยไม่ทันก็คงจะหนักกว่านี้ต้องชมพวกเธอที่ช่วยเขาได้ทันท่วงที”

             หลิวซือซือที่แอบป้อนน้ำวิเศษที่ได้จากพื้นที่ของฐานระดับที่หนึ่งให้สหายรักไปหนึ่งหยดก็มองอีกฝ่ายด้วยความโล่งใจ

            “ไง! ฉันยังคิดว่านายจะสะสางเรื่องที่บ้านเรียบร้อยและรีบกลับค่ายไปตั้งนานแล้วเสียอีกทำไมถึงได้รับบาดเจ็บได้ล่ะ”

             เหวินเจียหลุนมองสหายรักแล้วก็มองคนที่อยู่ในห้องโถงซึ่งตอนนี้พ่อแม่ของสหายรักก็มานั่งเฝ้าเขาอยู่เช่นกัน ในเมื่อไม่อาจปิดบังได้เขาก็จะขอบอกไปตามตรงเลยก็แล้วกัน

             “เรื่องที่บ้านคิดว่าสะสางเรียบร้อยแล้วแม่ของฉันกับน้องสาวรับปากแล้วว่าจะไม่สร้างปัญหาให้เธอและย่าลาอีก รวมถึงจะไม่เชื่อคำพูดของไอ้หน้าตัวเมียนั่นด้วย”เขาไม่อยากจะเอ่ยชื่อของไอ้หน้าตัวเมียที่เอาแต่คอยเป่าหูผู้หญิงและคอยบงการอยู่เบื้องหลังแต่พอคิดว่าเย็นนี้เขาถูกไอ้หน้าตัวเมียและคนกลุ่มใหญ่กลุ้มรุมแล้วก็ต้องบดกรามกรอดๆ

             หลิวซือซือมองไปทางผู้อาวุโสเหอเห็นว่าท่านพยักหน้าเธอก็ยิ้มอ่อนจางอย่างเกรงใจออกมาแต่สหายรักของเธอโดนถึงเพียงนี้อย่างไรก็ต้องมีคนรับผิดชอบ

            “แล้วนายถูกทำร้ายที่ไหนเจียหลุนจำได้ไหม”

            “ทางขึ้นเขามาที่หมู่บ้านของพวกเธอนี่แหละฉันคิดว่าจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็เลยจะมาลาเธอกับลูกทูนหัวทั้งสองคนเสียหน่อยแต่ใครจะคิดล่ะว่าพวกมันจะดักทำร้ายฉันระหว่างทางและหนึ่งในนั้นก็มีว่าที่สามีของน้องสาวฉันด้วย”

            “เขาชื่ออะไร”คราวนี้เป็นเสียงของผู้อาวุโสเหอที่ถามออกมาพร้อมกับส่งสัญญาณให้นายพลหลี่นำสมุดและปากกาออกมาจดข้อมูลไปด้วย

            “เกาไหลเถี่ยเป็นคนในตัวอำเภอครับผู้อาวุโสเหอเบื้องหน้าทำงานโรงงาน แต่เบื้องหลังผมสืบมาได้ว่าเขาทำงานสกปรกหลายอย่างและยังชอบต้มตุ๋นหลอกลวงผู้หญิงให้หลงรักจากนั้นก็ปอกลอกจนหมดตัวแล้วก็ตีตัวออกห่างด้วยครับ”

            แซ่เกานี้ทำเอาหยางไห่และหยางเฉิงถึงกับคิ้วกระตุกแต่ไม่นานก็ปรับอารมณ์และสีหน้าให้เป็นปกติ

            หลิวซือซือรับรู้ได้ทุกปฏิกิริยาของทุกคนในห้องโถงเล็กนี้จึงได้ถามสหายรักต่อ “พวกเขามากันกี่คน และใช้อาวุธอะไรบ้าง”ขีดจำกัดของเหวินเจียหลุนถ้าสู้มือเปล่าระยะประชิดตัวคือหนึ่งต่อยี่สิบถ้ามีอาวุธก็คือหนึ่งต่อห้าสิบนี่คือสิ่งที่เขาบอกเล่าให้เธอฟัง

            “สิบคนและไม่น่าจะใช่คนธรรมดาเหมือนพวกทหารเดนตายมากกว่าฉันก็เอาคืนพวกมันกลับไปไม่น้อยเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นพวกมันไม่ล่าถอยไปหรอกน่าจะมีคนเจ็บหนักอยู่หลายคนทีเดียว”

            “นับว่านายยังพอมีฝีมืออยู่บ้างวันหลังฉันคงต้องฝึกซ้อมให้นายมากกว่านี้แล้ว” หลิวซือซือว่าแล้วก็ตบบ่าสหายรักเบาๆก่อนจะแอบยัดอะไรใส่มือของเขาแล้วก็เดินไปนั่งข้างๆพ่อกับแม่เพราะไม่มีเรื่องอะไรที่เธอค้างคาใจแล้ว

            เหวินเจียหลุนกำมือแน่นตอนนั้นเธอก็หยดน้ำอะไรบางอย่างใส่เข้าปากของเขาอย่างรวดเร็วนี่จึงทำให้เขารอดพ้นจากความตายมาได้ และแผลที่เคยเหวอะหวะก็สมานตัวเร็วขึ้นครั้งนี้น่าจะเป็นเม็ดยาบางอย่างที่ช่วยรักษาอาการภายใน

            ผู้พันเหอมองเหวินเจียหลุนแล้วก็ได้แต่ถอนใจ“นายบาดเจ็บหนักถึงเพียงนี้คงต้องแจ้งเรื่องให้ทางค่ายและหน่วยเหนือรับทราบในข้อเท็จจริงนี้ส่วนเรื่องคนร้ายที่กระทำการอย่างอุกอาจ ฉันจะให้ลูกน้องไปจัดการให้ รับรองพรุ่งนี้คนพวกนั้นจะถูกนำตัวมาสอบสวนแน่นอน”

            “ขอบคุณมากครับผู้อาวุโสเหอ”

            “อืม นอนดูอาการสักหน่อยก็แล้วกันถ้าดีขึ้นแล้วพรุ่งนี้ค่อยไปที่โรงพยาบาล”ที่เขาต้องจัดการเช่นนี้ก็เพราะว่าถ้าหากว่ามีการเดินทางตอนกลางดึกเพื่อนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลในเมืองแผลที่ได้รับการเย็บอย่างดีก็อาจจะปริได้ทุกเมื่อดังนั้นตอนนี้ก็ให้พักอยู่ที่นี่ไปก่อน

            “ผมจะเฝ้าเจียหลุนเองครับ”พี่สี่เสนอตัวเฝ้าอาการคนเจ็บอย่างตรงไปตรงมา นี่ก็ไม่ต่างจากสหายรักของเขาเหมือนกันตอนเด็กก็เล่นหัวหกก้นขวิดกันมาไม่น้อยถึงยามนี้เจียหลุนจะสนิทกับน้องสาวมากกว่าก็ตาม แต่สหายก็คือสหายไม่เปลี่ยนแปลง

            “พรุ่งนี้นายยังต้องไปทำงานในแปลงนาให้พวกเราสองคนเฝ้าเขาเถอะ เพราะพวกเราไม่ได้ทำงานในแปลงนา” หยางไห่เอ่ยเสนอตัวอย่างรวดเร็ว

            “ใช่ๆๆให้อาไห่กับอาเฉิงเฝ้าเสี่ยวเหวินดีกว่านะเจ้าสี่ส่วนเสี่ยวซือซือแม่กับพ่อจะนอนเป็นเพื่อนเอง เอาตามนี้”แม่หลิวเอ่ยเสนออย่างไม่ยอมให้คนได้ปฏิเสธ

            ได้ยินแม่พูดแบบนี้แล้วหลิวฉุนเหลียงก็รู้สึกสบายใจ“เอาอย่างนั้นก็ได้ครับแม่”

            “ถ้าอย่างนั้นก็แยกย้ายกันตรงนี้”ผู้อาวุโสเหอลุกขึ้นก่อนใครแล้วก็เดินนำผู้คุ้มกันทั้งสองคนออกไปจากบ้านดินหลังเล็กแต่คืนนี้เขาคงนอนไม่หลับเพราะมีเรื่องให้จัดการเร็วกว่าที่คาดคิดนั่นเอง

            หลิวซือซือเดินกลับเข้าห้องอีกครั้งและก็ออกมาพร้อมกับเสื่อฟาง ผ้าปู หมอนและผ้าห่ม เธอส่งมันให้ญาติผู้พี่ทั้งสองคน“ถ้าเขามีไข้ก็เอายาให้เขากินด้วยนะคะ ฉันไปนอนก่อนล่ะ แม่คะพ่อคะไปนอนกันดีกว่านะคะ” ว่าแล้วเธอก็ยกมือขึ้นปิดปากหาวแต่สายตานั้นส่งสัญญาณให้ญาติผู้พี่ทั้งสองช่วยเก็บกล่องปฐมพยาบาลและกล่องกู้ชีพของเธอให้ดีๆด้วย

            พ่อหลิวกับแม่หลิวเอ่ยกำชับหยางไห่และหยางเฉิงสองสามประโยคจากนั้นก็เดินตามลูกสาวเข้าห้อง

            หลิวฉุนเหลียงเดินไปยืนอยู่ข้างโต๊ะตัวยาวพร้อมกับก้มหน้าลงกระซิบกับเหวินเจียหลุน“เรื่องอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์เหล่านี้ของเสี่ยวซือซือหวังว่านายจะไม่พูดออกไปนะเจียหลุน”

            มือของเหวินเจียหลุนกำเข้าหากันแน่นขึ้นนัยน์ตานั้นก็แดงก่ำเข้าใจความหมายได้อย่างดีและลึกซึ้ง“ความลับของเสี่ยวซือซือทุกอย่างจะตายไปพร้อมกับผมครับพี่สี่”เขากระซิบเสียงแผ่วให้ได้ยินกันแค่สองคน

            “อืม พักผ่อนเถอะ”หลิวฉุนเหลียงตบบ่าเขาแล้วก็เดินออกไปจากห้องโถง โดยไม่ได้คิดจะเอ่ยกำชับสองพี่น้องสกุลหยางแม้แต่นิดเพราะเขารู้ว่าไม่มีความจำเป็นต้องพูดเรื่องนี้นั่นเอง

            เมื่อหลิวฉุนเหลียงจากไปแล้วหยางไห่และหยางเฉิงก็นั่งเฝ้าเหวินเจียหลุน

            เหวินเจียหลุนมองพวกเขาที่มานั่งเฝ้าติดโต๊ะตัวยาวที่เขานอนอยู่แล้วก็ได้แต่ถอนใจ“ผมง่วงแล้วดับตะเกียงเถอะครับ”ถ้าไม่ดับตะเกียงเขาจะกินยาที่สหายรักให้มาได้อย่างไร

            “อะ อ้อ ได้สิ”

            นั่นแหละหลังจากที่ดับตะเกียงเสร็จเหวินเจียหลุนจึงได้รีบส่งเม็ดยาเข้าปากอย่างรวดเร็วแม้จะเจ็บร้าวไปทั้งตัวจากการขยับอย่างรวดเร็วนี้แต่เพียงไม่นานเขาก็รับรู้ได้ทันทีว่าตัวยาเริ่มออกฤทธิ์แล้ว

            เสี่ยวซือซือหนอเสี่ยวซือซือไม่ว่าอย่างไรเธอก็ยังจะเป็นสหายรักของฉันต่อไป

             

            พอถึงตอนเช้ามืดหลิวซือซือก็ลุกขึ้นมาทำอาหารเช้าตามกิจวัตรประจำวันแต่วันนี้ต้องเตรียมอาหารให้มากหน่อย

            หลังจากกินข้าวเช้าแล้วนายพลหวังก็ให้ลูกน้องนำเปลหามมาเพื่อจะเคลื่อนย้ายเหวินเจียหลุนขึ้นรถขนกำลังพลที่มาจอดรออยู่หน้าประตูบ้านของหลิวซือซือ

            ส่วนผู้พันเหอหลังจากกินข้าวเช้าเสร็จแล้วก็รีบเดินกลับบ้านดินของเขาพร้อมกับนายพลหลี่หัวหน้าชุดคุ้มกันที่ซื่อสัตย์

            “ให้ฉันจัดการเรื่องทางนี้ให้เรียบร้อยก่อนแล้วจะนั่งเกวียนพี่หกหลิวไปเยี่ยมนายในเมืองนะเจียหลุน”หลิวซือซือตามมาส่งสหายรักพร้อมกับพ่อแม่และพี่ชาย

            “ไม่ต้องลำบากหรอกเสี่ยวซือซือฉันคงต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอีกหลายวันหรือบางทีก็อาจจะเป็นเดือนเธอสะดวกวันไหนก็ค่อยพาสองแฝดลงเขาไปก็ได้”

            “ทำไมฉันจะไม่สะดวกล่ะฉันไม่ได้ทำงานในแปลงนาเสียหน่อยมีเวลาทุกวันนั่นแหละ”นี่คือการตัดสินใจของคนดื้อรั้น และก็ไม่ยอมให้สหายรักได้เอ่ยอันใดอีก

            “ก็ได้ๆ ถ้าอย่างนั้นก็ไปบอกย่าลาด้วยนะ”

            “ฮึ!เอาเถอะฉันจะบอกย่าลาให้ ส่วนพ่อกับแม่ของนายป่านนี้คงจะรู้เรื่องแล้ว”เมื่อคืนนี้คนของนายพลหลี่น่าจะลงมือไปแล้ว

            “ขอบใจนะสหายรัก” คำขอบใจนี้หมายความรวมเอาทุกอย่างที่สหายรักคนนี้ทำให้เขา

            “ไปเถอะๆ อย่ามาทำซึ้งอยู่แถวนี้ นายยังไม่ตายตอนนี้เสียหน่อย”ว่าแล้วก็ไม่รอดูปฏิกิริยาของสหายรักและคนรอบข้างหลิวซือซือก็เดินกลับเข้าบ้านเพื่อเตรียมอาหารเที่ยงและอาหารเย็นเอาไว้ให้ผู้อาวุโสเหอ

            เมื่อโจวย่าลาและพี่ใหญ่โจวจินเกอมาถึงหน้าประตูบ้านของหลิวซือซือในตอนสายที่ทำเช่นนี้ก็เพราะที่บ้านของสหายรักมีการเปลี่ยนแปลงมีคนเข้าออกตลอดเวลาจึงได้นัดหมายเวลากันเป็นช่วงสายแทนนั่นเอง

            และโจวย่าลาก็ได้เห็นว่าสองแฝด กำลังนั่งกอดกระเป๋าสะพายใบเล็กอยู่ที่หน้าลานบ้าน

            “เสี่ยวเหว่ยเสี่ยวซือเย่เป็นอะไรไปทำไมถึงมานั่งทำหน้าเศร้าอยู่ตรงนี้จ๊ะ”

            เสี่ยวซือเย่ที่น้ำตาปริ่มๆมาตั้งแต่เธอตื่นเมื่อถูกถามก็น้ำตาไหลออกมาพร้อมกับสะอื้นฮักๆ “พ่อทูนหัวเกิดเรื่องแล้วค่ะ”

            “หืม เจียหลุนน่ะเหรอเขาเป็นอะไรไม่ใช่เขาเดินทางกลับค่ายตั้งแต่เมื่อวานแล้วเหรอ”ถามพลางก็จูงมือสองแฝดเดินเข้าไปในห้องโถงเล็กของบ้านและเธอก็ได้กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ กวาดตามองไปก็เห็นว่ามีตะกร้าขยะตรงมุมห้องในนั้นมีผ้าและสำลีที่ซับเลือดตอนนี้มันกลายเป็นสีน้ำตาลเข้มไปแล้ว และก็มีสำลีแบบนี้มากมายหัวใจของเธอหล่นวูบแข้งขาก็เริ่มอ่อนแรง “กะ เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเขากันเสี่ยวซือซือ!”

            หลิวซือซือเดินออกมาจากห้องครัวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“มาแล้วเหรอย่าลา มานั่งที่โต๊ะนี่ก่อน”

            ยามนี้กลายเป็นเสี่ยวเหว่ยและเสี่ยวซือเย่ที่จับจูงสหายรักของคุณแม่ให้มานั่งที่โต๊ะกินข้าวกลางห้องโถง

            “มันเกิดอะไรขึ้นเสี่ยวซือซือ”แม้จะตื่นตระหนกแต่โจวย่าลาก็ไม่ลืมที่จะส่งถุงเงินและสมุดบัญชีให้สหายรักตามความเคยชิน

            “เขาจะมาหาฉันและมาลาสองแฝดแต่ถูกว่าที่สามีของเจาชิงพาคนมาซุ่มดักทำร้ายเสียก่อนดีที่กระเสือกกระสนขึ้นมาจนถึงทางเข้าหมู่บ้านพี่หกหลิวพาคนกลับจากในเมืองมาเจอเข้าพอดีก็เลยพามาส่งที่บ้านของฉันยังดีที่คนของผู้อาวุโสเหอมีแพทย์ทหารอยู่ด้วย พวกเขามีเครื่องมือมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตเขาก็เลยรอดมาได้”เธอเลือกที่จะละบางเรื่องไปไม่อยากให้สหายรักคิดมากหรือคิดวุ่นวายเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องและก็ไม่อยากให้ซักถามเธอเรื่องความรู้และเครื่องมือทางการแพทย์ด้วย

            น้ำตาของโจวย่าลาไหลรินออกมานี่พลอยทำให้เสี่ยวซือเย่ยิ่งร้องไห้เสียงดังและสะอื้นฮักๆกอดขาผู้เป็นแม่เอาไว้อย่างน่าสงสาร

            “ไม่ร้องนะจ๊ะเสี่ยวซือเย่ตอนบ่ายแม่จะพาลูกกับพี่ชายไปเยี่ยมพ่อทูนหัวดีไหมจ๊ะ”

            “จริงหรือคะแม่”

            “จริงสิตอนเช้าแม่ก็คุยกับพ่อทูนหัวของพวกลูกเอาไว้แล้วเพียงแต่แม่ยังไม่มีเวลาบอกลูกสองคนก็เท่านั้น เลิกร้องได้แล้วจ้ะ”

            เด็กน้อยรีบเช็ดน้ำตาแต่ก็ยังสะอื้นน้อยๆศีรษะเล็กหนุนอยู่กับเข่าผู้เป็นแม่

            “เขาปลอดภัยดีแล้วใช่ไหมเสี่ยวซือซือ”โจวจินเกอที่กำลังชั่งปลารมควันเอ่ยถามออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่ต่างกัน

            “พ้นขีดอันตรายแล้วค่ะ แต่ต้องไปอยู่ในความดูแลของหมอที่โรงพยาบาลค่ะระหว่างนี้ก็คงเลื่อนการกลับไปที่ค่ายทหารออกไปอีก”

            “ถ้าอย่างนั้นพวกเราเอาสินค้าไปส่งให้ลูกค้าแล้วก็แวะไปดูเขาที่โรงพยาบาลดีไหมย่าลา”โจวจินเกอเองก็ได้ยินจากปากน้องสาวว่าเหวินเจียหลุนได้มอบสมุดบัญชีธนาคารที่มีเงินเก็บทั้งหมดให้น้องสาวของเขาไปแล้วก็พลอยรู้สึกดีกับว่าที่น้องเขยคนนี้เมื่อได้ยินว่าเขาได้รับบาดเจ็บก็อดจะเป็นห่วงไม่ได้เหมือนกัน

            โจวย่าลาเหมือนจะได้สติกลับมาเธอรีบลุกขึ้น “เสี่ยวซือซือเธอไปเอาสตรอว์เบอร์รีมาเร็ว ฉันจะชั่งน้ำหนักพวกมัน”

            “อืม รอเดี๋ยวนะ”

             

            เหวินเจาชิงยืนอึ้งตะลึงงันอยู่หน้าประตูบ้านสิ่งที่เธอได้ยินทำให้ความฝันทุกอย่างของเธอพังทลายลงมาอย่างไม่เป็นท่า จนถึงตอนนี้ก็ไม่รู้จะทำตัวเช่นไร

            “ใครมาเหรอเจาชิง”แม่เหวินที่คาดหวังกับลูกสาวและลูกชายคนเล็กมากที่สุด รีบเดินมาหาลูกสาว

            “พี่ใหญ่ของไหลเถี่ยค่ะแม่”น้ำเสียงที่ตอบออกไปสั่นสะท้านอย่างเก็บอารมณ์ไม่อยู่

            “เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือการค้าของพวกเขามีปัญหาต้องการเงินทุนหมุนเวียนเขาต้องการเท่าไหร่แม่จะไปหยิบมาให้ สองร้อยหยวนพอไหม”

            “ไม่ใช่เรื่องเงินค่ะแม่ แต่ตอนนี้ไหลเถี่ยเขา...”เสียงของเธอถูกก้อนสะอื้นกลืนหายไป เหลือเพียงอาการไหล่สั่นสะท้านไม่นานก็ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย

            “เกิดอะไรขึ้นลูกเขยเป็นอะไรใครรังแกเขาบอกแม่มา!”

            “เขาถูกจับไปสอบสวนเพราะพาญาติพี่น้องไปดักทำร้ายพี่ใหญ่ค่ะแม่ฉันจะทำยังไงดีคะแม่ ถ้าไม่มีเขา...” ถ้าไม่มีเขาแล้วลูกในท้องของเธอล่ะจะทำยังไงนี่คือสิ่งที่เธอไม่กล้าจะพูดออกมา

            “ใครทำร้ายใคร พูดใหม่ทีสิ!!”

            “เขาพาญาติไปดักทำร้ายพี่ใหญ่ที่ทางขึ้นเขาหมู่บ้านสกุลหลิวค่ะตอนนี้พี่ใหญ่กำลังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลค่ะแม่”

            “ไม่น่าจะใช่เขานะ เรื่องนี้ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ”

            “ไม่ผิดค่ะแม่พี่ใหญ่ของไหลเถี่ยก็บอกแล้วว่าเขายอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาตอนนี้น่าจะถูกนำตัวไปคุมขังที่สถานีตำรวจแล้วค่ะ แม่คะ! แม่ต้องช่วยฉันนะคะถ้าฉันไม่ได้แต่งงานกับเขาชาวบ้านจะต้องนินทาฉันให้อับอายแน่ๆค่ะ”

            แม่เหวินคล้ายตัดสินใจเรื่องสำคัญได้ในที่สุด“เรื่องนี้ต้องปรึกษาพ่อของลูกก่อนถ้าพี่ใหญ่ของลูกเขารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนั่นก็แสดงว่าเขาอาการไม่หนักเราจะไปคุยกับเขาไม่ให้เอาเรื่องไหลเถี่ย!”

            “พี่ใหญ่จะยอมหรือคะแม่ เมื่อวานเขายังยื่นคำขาดกับพวกเราอยู่เลย”

            “ถ้าเขาไม่ยอมก็ให้มันรู้ไปว่าเรื่องแค่นี้ก็ยอมให้แม่ไม่ได้ไปกันเถอะ!”

            เหวินเจาชิงโล่งใจก่อนจะเริ่มมีรอยยิ้มเธอรีบปาดน้ำตาและก็เดินตามผู้เป็นแม่กลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง

             

            ตอนบ่ายหลิวซือซือและสองแฝดก็มาถึงโรงพยาบาลสอบถามเจ้าหน้าที่อยู่ครู่ใหญ่จึงได้รู้ว่าสหายรักพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องไหน

            เธอเดินจูงมือสองแฝดไม่ช้าไม่เร็วไปตามโถงระเบียงทางเดินกระทั่งมาถึงห้องพักที่ถูกจัดเอาไว้ต่างหาก ทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ทหารสองคนยืนคุ้มกันอยู่หน้าประตูห้องอีกด้วย

            เธอยังไม่ได้พูดอะไรออกไปเลยแต่เสียงโต้เถียงเสียงขอร้องอ้อนวอนที่ดังออกมาจากห้องพักผู้ป่วยด้านในก็ทำให้เธอต้องหยุดชะงักฝีเท้า

            “พี่ใหญ่ ถือว่าฉันขอร้องอย่าเอาเรื่องไหลเถี่ยเลยนะคะ ถ้าไม่แต่งให้เขาแล้วฉันจะอยู่ยังไงพี่คงไม่อยากให้ฉันพบเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากหรอกใช่ไหมคะ ดูพี่สาวหลิวสหายรักของพี่สิหล่อนถูกสามีทิ้งชีวิตนับวันยิ่งลำบากพี่รู้ไหมว่ามีคนนินทาลับหลังหล่อนว่ายังไงบ้าง”

            “หุบปาก! เธอจะมาพูดเรื่องของตัวเองหรือจะมาคอยซ้ำเติมสหายรักของฉัน”เสียงของเหวินเจียหลุนไม่เบาเลย

            “ใจเย็นๆก่อนค่ะเจียหลุน ดูคุณสิลุกขึ้นช้าๆก็ได้เห็นไหมว่าแผลมันปริแล้ว” นี่เป็นเสียงของโจวย่าลา

            “เจ้าใหญ่! แกก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากมาย เรื่องระหว่างลูกผู้ชายแค่นี้ก็ให้แล้วไปเถอะน้องสาวแกก็ใกล้จะแต่งงานแล้ว ไม่ว่าอะไรก็ตระเตรียมเอาไว้พร้อมหมดแล้วถ้าแกยังคิดจะเอาเรื่องน้องเขย น้องสาวของแกจะทำยังไงคนทั้งหมู่บ้านไม่รุมชี้หน้าประณามเจาชิงของฉันเหรอ”

            “คุณน้าคะ! อาการบาดเจ็บของเจียหลุนไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลยนะคะคุณน้าจะเห็นแก่คนอื่นจนไม่สนใจลูกชายของตัวเองไม่ได้นะคะ”

            แม่เหวินชี้หน้าโจวย่าลา“เรื่องนี้เป็นเรื่องของคนบ้านเหวิน คนนอกอย่างเธอหุบปากไปเลย! อย่าคิดนะว่าเจียหลุนรักเธอแล้วฉันจะยอมให้เขาแต่งเธอเข้ามาฉันจะให้เขาถอนหมั้นกับเธอแล้วหาผู้หญิงคนใหม่ที่ดีและว่านอนสอนง่ายกว่านี้ไม่มีธุระอะไรแล้วก็รีบกลับบ้านไปซะ!”

            เหวินเจียหลุนรีบคว้ามือของคนรักเอาไว้“คุณห้ามทิ้งผมนะย่าลา! คุณอย่าลืมนะว่าคุณพูดอะไรเอาไว้บ้างห้ามคืนคำเด็ดขาด”

            โจวย่าลาตบหลังมือของคู่หมั้นหนุ่มเบาๆ“วางใจเถอะฉันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ต่อให้แม่ของคุณจะไม่ยอมรับฉันเป็นลูกสะใภ้ฉันก็จะแต่งงานกับคุณอยู่ดี”

            “อืม ได้ยินแบบนี้ผมค่อยวางใจ”เมื่อวางใจแล้วเขาก็หันไปพูดกับผู้เป็นแม่“ผมได้พูดไปหมดทุกอย่างแล้วเรื่องของไหลเถี่ยแต่สิ่งที่เขาทำกับผมก็แสดงให้เห็นว่าเขาไม่เห็นแก่หน้าของผมเลยแม้แต่นิดเดียวถ้าขืนยอมให้เจาชิงแต่งเข้าสกุลเกาไป เขาคงขึ้นมาเหยียบหัวพี่ภรรยาอย่างผมแน่ๆแม่คงไม่รู้ว่าแผลที่ใหญ่ที่สุดบนหลังของผมก็เป็นฝีมือของเขา”แค่พูดถึงก็ทำให้เขาต้องบดกรามกรอดด้วยโทสะถ้าไม่ถูกจับล็อกแขนขามีหรือที่ไอ้หน้าตัวเมียจะสามารถทำร้ายเขาได้ความแค้นนี้ต้องได้เอาคืนในเร็วๆนี้

            “แกจะเอาตัวรอดแค่คนเดียวไม่ได้นะเจ้าใหญ่แกมีหน้าที่การงานมั่นคงมีเงินเดือนไม่ได้ลำบาก คนสกุลโจวก็ทำการค้าใหญ่โตแต่ดูครอบครัวว่าที่น้องเขยของแกสิพวกเขาก็แค่ต้องการพื้นที่ทำการค้าเล็กๆน้อยๆเท่านั้น แค่นี้แกยอมให้เจาชิงไม่ได้เชียวเหรอฉันเคยบอกแกไปแล้วไม่ใช่เหรอให้ยกการค้ากับสหายแซ่หลิวของแกมาให้เจาชิงแต่แกทำอะไรอยู่หลงเสน่ห์คนแซ่โจวจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว” ยามนี้แม่เหวินไม่คิดเห็นแก่หน้าใครทั้งนั้นถ้าไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจเธอก็จะกดดันลูกชายไปเรื่อยๆ

            มือที่กุมมือของคู่หมั้นสาวแน่นขึ้นเพราะกลัวเหลือเกินว่าโจวย่าลาจะปล่อยมือจากเขา

            “แม่อย่าพูดเรื่องนี้อีกเลยมันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว ถึงเสี่ยวซือซือจะยอมรับปากทำการค้ากับเจาชิง แต่ผมนี่แหละที่จะขัดขวาง”

            “เจ้าใหญ่!แกยังเป็นลูกชายของฉันอยู่หรือเปล่า” แม่เหวินชี้หน้าโจวย่าลาอย่างไม่คิดจะไว้หน้า“เธอเป่าหูจนเขากลายเป็นลูกอกตัญญูไปแล้วฉันไม่มีวันให้เขาแต่งเธอเข้ามาในบ้านสกุลเหวินของฉันเด็ดขาด”

            “ฉันจะแต่งกับเจียหลุน แต่ไม่ได้คิดจะแต่งเข้าสกุลเหวินเสียหน่อยคุณน้าเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าคะ”

            “ไม่มีทาง ถ้าฉันไม่อนุญาตเธอไม่มีทางได้แต่งงานกับเขาแน่นอน”เสียงนี้ไม่ใช่เสียงของแม่เหวิน แต่เป็นเสียงของพ่อเหวินที่นั่งเงียบมานานนั่นเอง

            “ใช่!เธอไม่มีทางได้แต่งกับลูกชายของฉันแน่นอน กลับไปซะ!! ฉันจะไปแจ้งเรื่องถอนหมั้นกับคนสกุลโจวคนหน้าด้านอย่างพวกเธอจะได้คืนการค้ามาให้พวกเราเสียที”แม่เหวินยิ้มย่องอย่างเป็นต่อ

            “แกจะเอายังไงเจ้าใหญ่ฉันให้โอกาสแกตัดสินใจอีกครั้ง ดูน้องสาวของแกสิตอนนี้ใกล้จะสติแตกอยู่แล้วแกอยากเห็นน้องเป็นแบบนี้เหรอ เชื่อพ่อเถอะยังไงพวกเราก็ครอบครัวเดียวกัน”

            “ผมตัดสินใจไปแล้วและจะไม่เปลี่ยนใจแน่นอนคนชั่วทำอะไรเอาไว้ก็ต้องรับผลแห่งการกระทำไปเรื่องนี้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่ไปแล้วไม่ใช่แค่เรื่องที่พวกเขาทำร้ายร่างกายของผมหรอกนะครับ การที่เจาชิงไม่ต้องแต่งงานกับคนร้ายกาจแบบเกาไหลเถี่ยน่าจะเป็นเรื่องดีที่สุดในชีวิตของเธอแล้วพ่อกับแม่พาเธอกลับไปเถอะครับผมจะพักผ่อนแล้ว”

            พ่อเหวินนิ้วสั่นระริกชี้หน้าลูกชาย“ดีๆๆ นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปแกไม่ใช่ลูกของฉันอีกต่อไป พวกเรากลับ!!”

    คล้ายกับเรื่องBack to 1970 ทะลุมิติมาเลี้ยงลูกแฝด ที่คุณอ่าน