ตอนที่19 เรียนรู้สมุนไพร
“ขอบคุณครับปู่เกอ!”
สามพี่น้องร่วมสาบานต่างขานรับคำสั่งจากชายชราด้วยความซาบซึ้งใจแต่ละคนต่างรู้ดีว่าชายชรามีความปรารถนาดีให้ทั้งยังไม่คิดขัดขวางความใฝ่ฝันของแต่ละคนด้วย ฉะนั้นทุกคนจึงตั้งมั่นทำตามเจตนารมณ์ให้ผู้ปกครองยินดีและมีความสุขมากที่สุด
จากนั้นแต่ละคนแยกย้ายไปทำงานตามหน้าที่เพื่อให้การช่วยเหลือชายชราไปในตัวพี่ใหญ่และน้องเล็กเดินทางออกจากบ้านอีกครั้งไปซื้อสิ่งของจำเป็เพิ่มเติมส่วนน้องรองช่วยชายชราดูแลทารกตัวน้อยพร้อมกับเปิดหน้าร้านขายยาสมุนไพรหลังจากหยุดกิจการชั่วคราวเพราะมีภารกิจส่วนตัวกะทันหัน
อนึ่งร้านยาจงอี้ของชายชราซูเกอเปิดทำการั้แ่เวลาเจ็ดนาฬิกาจนถึงเวลาสิบเจ็ดนาฬิกาหากมีลูกค้าเดือดร้อนหรือ้าความช่วยเหลือนอกเวลาทำการชายชรายินดีให้บริการแก่ผู้คนอย่างไม่รีรอผู้คนแถบนี้จึงรักใคร่และเคารพในตัวชายชราเป็อย่างยิ่ง
ซูหนิงหลงปล่อยทารกนอนบนเบาะหนานุ่มในเตียงเด็กซึ่งยกไปมาได้แต่มีสภาพเก่าแก่เพราะเคยถูกใช้งานมานานหลายสิบปีั้แ่สมัยลูกชายของชายชรายังเป็ทารกแบเบาะเขารับหน้าที่ตรวจสอบและเติมเต็มสมุนไพรบริเวณหน้าร้านติดประตูทางเข้าเพราะเป็รายการสินค้าขายดีประจำวันดังนั้นจึงอาศัย่เวลานี้เรียนรู้เื่สมุนไพรกับชายชราไปพลาง
“สมุนไพรพวกนี้คนมาซื้อบ่อยปู่ก็เลยจัดไว้หน้าร้านให้คนมองเห็นง่าย ๆ มันเป็สมุนไพรไว้แก้ไข้ ท้องร่วงบำรุงธาตุนั่นแหละ”
ชายชรากำกับการจัดวางสมุนไพรให้เป็ระเบียบพร้อมแนะนำตัวยาและสรรพคุณให้หลานชายคนรองผู้มีท่าทีกระตือรือร้นในการเรียนรู้อย่างพอใจพลางหวังให้หลานชายสามารถสืบทอดองค์ความรู้จากบรรพบุรุษให้มากที่สุดเนื่องจากหลานชายคนอื่นต่างมีความใฝ่ฝันแตกต่างกันไปมีเพียงหลานชายคนนี้คนเดียวให้ความสนใจรับสืบทอดศาสตร์แพทย์แผนจีนด้วยความเต็มใจ
“เข้าใจแล้วครับปู่เกอผมจำได้บ้างนิดหน่อย เดี๋ยวจะทวนให้ปู่ฟังนะครับ”
พี่รองยิ้มกว้างยินดีต่อการให้ความรู้อย่างใจเย็นและมีเมตตาของชายชราตัวเขาสามารถจดจำข้อมูลได้รวดเร็วซึ่งเป็หนึ่งในพร์อันติดตัวมาั้แ่เด็กทว่าเขาจำเป็ต้องปิดบังความสามารถนี้ไว้จากครูใหญ่เพราะมีกลุ่มคนของผู้บริหารนำเด็กมีความสามารถพิเศษออกไปจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าโดยไม่รู้ชะตากรรม
ต่อจากนั้นซูหนิงหลงทวนเนื้อหาเกี่ยวกับสมุนไพรจำนวนสิบตัวซึ่งชายชราให้ข้อมูลก่อนหน้าได้อย่างแม่นยำสร้างความพึงพอใจให้กับผู้นำตระกูลซูยิ่งนัก จนอดยกนิ้วโป้งสองข้างพร้อมพูดแสดงความชื่นชมต่อทักษะความจำของหลานชายไม่ได้ว่า
“เก่งมากเสี่ยวหลงปู่ไม่นึกเลยว่าหลานจะจำแม่นขนาดนี้ แบบนี้ก็คงเรียนแพทย์แผนจีนได้ดีกว่าปู่แน่”
“ขอบคุณครับปู่เกอ”เด็กหนุ่มเกาศีรษะเขินอายพร้อมตอบขอบคุณอย่างมีมารยาท
“อ๊ะ!ดูเหมือนเหยี่ยนเอ๋อร์จะตื่นแล้วนะครับปู่”
หางตาของพี่รองเหลือบเห็นการเคลื่อนไหวอยู่ทิศทางเตียงนอนทารกเขาเอี้ยวคอไปมองแล้วเห็นว่าผ้าห่อตัวทารกมีการเคลื่อนไหวชัดเจนจึงรับรู้ในทันทีว่าน้องสาวคงตื่นแล้วอาจสนใจเข้าร่วมการสนทนาของตนกับชายชราแน่นอน
“ตื่นเร็วจังเลยนอนอิ่มหรือเปล่าล่ะนั่น”
ชายชราเดินตามหลังหลานชายไปหาทารกน้อยด้วยความแปลกใจเพราะเวลาเพิ่งผ่านพ้นไปไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ด้วยห่วงใยกลัวว่าหลานสาวจะยังนอนไม่เต็มอิ่มซึ่งทารกควรจะนอนพักผ่อนให้มากเนื่องจากจะช่วยให้การเจริญเติบโตเป็ไปด้วยดีทว่าพอทอดตาแล้วเห็นเ้าก้อนแป้งลืมตาแป๋วจ้องมองมายังตนอยู่จึงรู้ทันทีว่าหลานสาวตัวน้อยตื่นนอนแล้วจริงๆ
ซูหนิงหลงปราดเข้ามาอุ้มน้องสาวตัวน้อยไว้ในอ้อมกอดแล้วถามน้องด้วยความอยากรู้พลาง้าให้น้องสาวแสดงความ้าออกมาโดยตรงเพราะเชื่อมั่นว่าน้องสามารถเข้าใจคำถามและสามารถบอกความ้าเท่าที่ร่างกายเล็กๆ ทำได้ว่า
“เหยี่ยนเอ๋อร์น้องตื่นตอนนี้เพราะอะไรครับ หรือว่าปวดฉี่หรือว่าอยากฟังเื่สมุนไพรกับพี่ด้วย”
โอ้โฮ! พี่ชายข้าฉลาดจังเลยแบบนี้ก็น่าจะฝึกฝนได้ไม่ยากนัก แล้วยังรู้อีกว่าข้า้าอะไรไว้ให้มีสมุนไพร์มาซะก่อนเถอะ ข้าจะหาทางให้พี่ชายปรุงยาเสริมพลังให้กับทุกคนจะได้พากันเริ่มต้นฝึกฝนกันเสียที
“อื้อ ๆ”
เทพตัวน้อยตาโตประหลาดใจเพราะไม่คิดว่าพี่ชายคนรองจะคาดเดาความ้าของตนได้แม่นยำนางรีบชี้นิ้วไปยังทิศทางหน้าร้านเพื่อบอกถึงความ้าเรียนรู้สมุนไพรไปพร้อมกับเขาเนื่องจากอยากรู้ว่าสมุนไพรในภพโลกมีตัวใดเหมือนหรือแตกต่างจากแดนเซียนบ้างส่วนสมุนไพรในแดนเซียนนั้นนางสามารถจดจำได้แม่นยำทุกตัวทั้งยังสามารถปรุงยาได้เก่งกาจเพราะเป็ศิษย์เอกของเทพโอสถแห่งเผ่าพฤกษาอีกด้วย
“อ้อ…..อยากไปดูสมุนไพรกับพี่ใช่ไหม”
ซูหนิงหลงพยักหน้าเข้าใจแต่ยังถามย้ำเพื่อให้ชายชราได้ประจักษ์ตาอีกครั้งถึงความฉลาดเก่งกาจเหนือทารกคนอื่นซึ่งทั้งสองคนต่างเห็นเ้าก้อนแป้งพยักหน้ารับทันที แล้วพากันยืนตะลึงอ้าปากค้างด้วยความตื่นใเหมือนกัน
ชายชราเอามือทาบหน้าอกซ้ายไว้ก่อนพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นยินดีเพราะยังไม่หายตื่นตะลึงต่อความเก่งกาจเหนือกว่าอัจฉริยะของหลานสาวตัวน้อยว่า
“โอ้! ปู่ว่าปู่ทำใจไว้แล้วนะแต่เหยี่ยนเอ๋อร์...เหยี่ยนเอ๋อร์เป็ทารกมหัศจรรย์จริง ๆปู่โชคดีซะจริงที่รับเลี้ยงหลาน ๆ เอาไว้”
ผู้นำตระกูลซูยิ้มกว้างยินดีเมื่อทำใจยอมรับเื่เหนือจินตนาการของหลานสาวตัวน้อยได้แล้วเขารู้สึกดีที่เลือกเชื่อสัญชาตญาณแล้วรับเป็ผู้ปกครองของบรรดาเด็กหนุ่มพร้อมทารกตัวน้อยไว้พลางรู้สึกได้ถึงพลังความฮึกเหิมถึงความรุ่งโรจน์ของตระกูลซูกลับคืนมา ด้วยคิดว่าการมีหลานเก่งกาจหลายคนย่อมทำให้ตระกูลซูถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์แน่นอน
“เหยี่ยนเอ๋อร์น้องคงจะเก่งกว่าพี่ หรือไม่ก็คงเก่งกว่าทุกคนบนโลกแน่”
ซูหนิงหลงใช้ปลายนิ้วมือไล้แก้มนุ่มขาวราวหิมะของน้องสาวอย่างทะนุถนอมเขาจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักน่าชังพลางพึมพำอย่างเข้าใจถึงเหตุการณ์ในอนาคตเพราะน้องเพิ่งเกิดได้ไม่กี่วันแต่ยังเก่งกาจขนาดนี้ฉะนั้นหากน้องมีอายุเท่าตนคงจะเก่งกาจเหนือผู้คนทั้งโลกเป็แน่
เทพซุนเสวี่ยมี่ชายตามองพี่ชายแล้วเหลือบมองชายชราด้วยความเข้าใจต่ออาการทึ่งและตะลึงจากทั้งคู่นางลอบยิ้มมุมปากพอใจพร้อมคิดถึงความเป็จริงต่อจากนี้ว่า
เดี๋ยวจะหาว่าข้าคุยถ้าไม่ติดอยู่ในร่างทารกละก็ ข้าจะสาธยายสมุนไพรของแดนเซียนให้ฟังซะหน่อยแต่ตอนนี้ขอฟังพี่รองพูดให้ได้ยินก่อนแล้วกัน ไว้ถ้ามีโอกาสแล้วละก็ ข้าจะแสดงฝีมือให้รับชมหึ ๆ
เทพผู้เก่งกาจเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยโดยปล่อยให้พี่ชายอุ้มร่างในห่อผ้าบางกว่าเดิมซึ่งช่วยให้สบายเนื้อตัวในตอนนี้ชายชราและทุกคนในครอบครัวซูล่วงรู้แล้วว่าทารกตัวน้อยชื่นชอบอากาศหนาวเย็นฉะนั้นทุกคนจึงทำตามความ้าของเ้าก้อนแป้งเพราะชายชราตรวจร่างกายแล้วไม่พบอาการป่วยไข้หรือความผิดปกติใดเมื่อทารกััอากาศเย็นของฤดูหนาว
จากนั้นบรรยากาศสนทนาเรียนรู้เื่สมุนไพรระหว่างชายชราและหลานชายเป็ไปอย่างอบอุ่นสอดแทรกด้วยความสนุกสนานเป็ระยะเพราะเ้าก้อนแป้งดิ้นดุกดิกอยู่เนือง ๆ คล้ายเข้าใจคำพูดของชายชราและพี่ชายเป็อย่างดีทำให้การเรียนรู้เป็ไปด้วยดีจนใกล้ถึงเวลาปิดร้าน
ซูหนิงหลงสังเกตสถานการณ์ร้านยาปู่เกอแล้วพบว่าเงียบเหงาเกินไปจึงอดถามถึงความจริงของเหตุอันซบเซาไม่ได้ว่า
“ปู่เกอครับร้านยาของเราทำไมมันเงียบเหงาแบบนี้ละครับ หรือว่ามีหลายร้านเกินไปหรือว่าผู้คนไม่นิยมยาจีนแล้ว”
พี่รองอยากช่วยฟื้นฟูกิจการของชายชราเพราะคิดว่าอาจเป็ช่องทางสร้างรายได้อันสำคัญกระนั้นเขายังไม่กล้าเสนอความคิดเห็นในการพัฒนาทันทีแต่้ารับฟังความเป็จริงก่อน
ชายชราซูเกอถอนหายใจยาวก่อนเดินนำหลานทั้งสองคนไปทรุดนั่งบนเก้าอี้ในร้านซึ่งเป็เก้าอี้มีพนักพิงเป็ไม้โบราณพร้อมโต๊ะคั่นกลางไว้วางเครื่องดื่มเขารินน้ำชาจากกาใส่จอกแล้วยกขึ้นจิบเล็กน้อยก่อนส่ายหน้าเป็เชิงลำบากใจแล้วตอบหลานชายตามจริงว่า
“อันที่จริงปู่ว่าจะไม่พูดถึงเื่นี้แล้วนะแต่ก็เข้าใจอยู่ว่าหลานคงอยากทำร้านนี้ให้มันดีฝั่งหัวมุมถนนด้านนั้นกับด้านนี้ก็มีร้านใหญ่กว่ามาเปิดแน่นอนว่าพวกเขามีเงินทุนเยอะกว่า ก็เลยมีสมุนไพรหลายอย่างและจัดยาได้ดีกว่าของปู่ส่วนร้านปู่ที่ยังพออยู่ได้ก็เพราะอาศัยคนเก่าแก่มาอุดหนุนบางทีปู่ก็ช่วยฝังเข็มรักษาให้ด้วยแต่ต้องเลือกทำนะเพราะหมอแผนจีนร้านพวกนั้นมีแต่คนรุ่นใหม่แล้วก็เป็คนเก่งระดับประเทศมาเวียนอยู่ทุกสัปดาห์ร้านเราก็เลยเงียบเหงาอย่างที่เห็นนี่แหละ”
ชายชราชี้นิ้วระบุตำแหน่งที่ตั้งร้านจำหน่ายสมุนไพรซึ่งเปิดเป็คลินิกรักษาโรคด้วยโดยเป็ร้านของนายทุนจากตระกูลโด่งดังซึ่งมีเงินทุนหนาและร่ำรวยมากกว่าบางร้านมีตระกูลดังจากเมืองหลวงสนับสนุนอยู่เื้ัจึงทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังและผู้คนหันไปใช้บริการมากประการสำคัญตัวยาสมุนไพรยังมีมากกว่าและหลากหลายจึงทำให้สถานการณ์ฝั่งร้านยาจงอี้ย่ำแย่กว่าเดิม
“อย่างนี้นี่เอง”
ซูหนิงหลงพยักหน้าเข้าใจเขาไม่กล้าพูดอะไรออกไปมากกว่านี้เพราะจำเป็ต้องเรียนรู้เื่สมุนไพรและศาสตร์แพทย์แผนจีนให้ทะลุปรุโปร่งเสียก่อนจากนั้นค่อยคิดวางแผนพัฒนาร้านยาจงอี้ให้ดีขึ้นซึ่งต้องดูทิศทางความเป็ไปได้จากหลายอย่างประกอบกันฉะนั้นจึงไม่กล้าพูดโอ้อวดถึงแผนการตนในทันที
เอ๋! ก็แค่พวกคนเก่งของภพโลกจะสู้ข้าผู้เป็ถึงศิษย์เอกเทพโอสถแห่งเผ่าพฤกษาได้เชียวเหรอแต่อย่างว่า...ตอนนี้ข้ายังทำอะไรได้ไม่ถนัด ร่างกายก็อ่อนแอและเล็กแกร็นแบบนี้คงต้องรอเวลาสินะ เมื่อไหร่ข้าจะโต!!!
เทพซุนเสวี่ยมี่อยากกรีดร้องออกมาเสียงดังเพราะไม่พอใจต่อการเกิดใหม่ในร่างทารกแรกเกิดแบบนี้นางเสียดายเพราะอดใช้ทักษะอันเก่งกาจของตนช่วยเหลือพี่ชายจำเป็ทั้งสามคนกระนั้นนางได้แต่ทอดถอนใจยอมรับความจริงเพราะต้องรอเวลาให้เติบใหญ่กว่านี้เสียก่อน
ก่อนชายชราและหลานชายคนรองจะพูดคุยกันต่อ ปรากฏว่าหลานชายอีกสองคนเดินทางกลับมาจากห้างสรรพสินค้าพอดีทั้งคู่ต่างหอบหิ้วข้าวของจนเต็มมือทั้งสองข้าง แล้วพากันเดินเข้ามาอวดชายชราในร้านยาจงอี้โดยตรงว่า
“พวกเราได้ของมาเพียบเลยครับปู่เกอเดี๋ยวผมกับน้องเล็กจะไปปรุงอาหารเย็นก่อนนะครับ”
ซูหนิงอันชูถุงในมือสองข้างให้ชายชราเห็นว่าพวกตนซื้ออะไรมาจากห้างสรรพสินค้าบ้างพลางผินหน้าไปชักชวนน้องเล็กเข้าครัวปรุงอาหารเย็นสำหรับทุกคนโดยไม่รอคำกล่าวอนุญาตจากชายชราอีกเหตุเพราะรู้ดีว่าแต่ละคนคงเริ่มหิวอาหารเย็นกันถ้วนหน้า
“งั้นผมไปปิดหน้าร้านให้ปู่เกอก่อนนะครับเดี๋ยวจะมาป้อนนมเหยี่ยนเอ๋อร์ให้”
ซูหนิงหลงพยักหน้ารับการกลับบ้านของสองพี่น้องทั้งยังบอกถึงหน้าที่ของตนซึ่งจะกลายเป็งานประจำนับั้แ่นี้เป็ต้นไปเขาปล่อยน้องสาวให้ปู่อุ้มดูแลต่ออย่างสบายใจ แล้วหันหลังกลับไปเก็บภาชนะใส่สมุนไพรหลากหลายประเภทซึ่งเคยตั้งโชว์อยู่ประตูทางหน้าร้านให้กลับเข้ามาอยู่ในชั้นเก็บยาดังเดิมก่อนปิดประตูหน้าร้านซึ่งเป็ประตูม้วนเหล็กไว้อย่างแ่า
อนึ่งร้านยา“จงอี้” ตกแต่งหน้าร้านเป็กระจกใสส่วนบนั้แ่่เอวขึ้นไปส่วนด้านล่างปิดทึบก่อด้วยอิฐโบกปูนแข็งแรง ยังมีประตูม้วนเหล็กปิดกั้นบานกระจกหน้าร้านอีกชั้นป้องกันขโมยทุบกระจกเข้ามาเป็การเพิ่มความปลอดภัยอีกระดับหนึ่งซึ่งชายชราสร้างไว้ั้แ่ปรับปรุงร้านใหม่ไว้รอลูกชายเมื่อราวสิบห้าปีก่อนจนตอนนี้หลานชายแท้จริงมีอายุได้สิบห้าปีเช่นกัน