“ ไม่ ไม่ ผมต้องการผมรักมินตราจริงๆ ครับ”
“ ดีแล้วฉันจะหาฤกษ์แต่งงานให้กับพวกเธอทั้งสองคนเอง”
คราวนี้ท่านรองมนต์ชัยเอ่ยอย่างจริงจัง ทำให้อัสนีได้แต่พยักหน้าขอบคุณ
“แต่ผมอยากให้ผ่านเรื่องนี้ไปก่อน ดีไหมครับ”
“ เรื่องอะไร”
อัสนีเล่าเรื่องพินัยกรรมและ การค้าอวัยวะของตระกูลหาญเทวัญ กับ รินณลี
“ นึกไม่ถึงหมอรินณลี จะเข้าร่วมกับ พวกตระกูลหาญเทวัญ ถึงแม้จะเป็นแค่ลูกบุญธรรม ผอ.วิชัยก็ให้หุ้นกับเธอเพียงพอที่จะใช้ชีวิตได้อย่างสบายไปหลายชาติ
อัสนีคิดว่าหมอรินณลี น่าจะโกรธแค้นที่รู้ว่า ท่านผอ.วิชัยมอบรพ.เทพพิทักษ์ให้กับเขานอกจากนี้ ยังถูกหมอสันทัดปั่นหัวด้วย เริ่มร่วมกันทำชั่ว จนกู่ไม่กลับแบบนี้ ทำกรรมใดไว้ ต้องได้รับผลกรรมที่ก่อเอง
“ ฉันเข้าใจแต่เรื่องนี้ช้าไม่ได้ ฉันต้องให้แม่บ้านไปหาฤกษ์ยามเอาไว้ก่อน อย่างน้อย หากไม่ได้จัดงาน ก็ทำการยกน้ำชา ไหว้ฟ้าดินกันภายในครอบครัวก่อน”
อัสนีได้พยักหน้ารับแต่ก็สงสัย เหตุใดต้องยกน้ำชา ไหว้ฟ้าดินด้วย เขาเป็นคนไทย ส่วนครอบครัวท่านรองมนต์ชัย ก็เป็นคนไทย ไม่ใช่คนจีนสักหน่อย
“ รอสักครู่มินตรากำลังจะมาที่นี่ มารับหมอไปกินข้าว”
อัสนีพยักหน้ารับมินตราก็มาพอดี เข้ามากอดท่านรองมนต์ชัย ใบหน้าเขินอาย
“ เรียบร้อยพ่อยกลูกให้หมอแล้ว ต่อไปก็ไปอยู่กับเขา อย่าดื้อ อย่าซน ฉันไม่รับคืนนะหมอ”
“ พ่ออ๊ะ”
“ ไม่ส่งคืนแน่ครับ”
อัสนีเอ่ย
“ ไม่คุยแล้วพวกเราไปกัน” มินตราหน้าแดง ควงแขนอัสนีออกจากห้องไปในทันที
“ พวกเราจะไปไหนดี” อัสนีเอ่ยถาม
“ โรงแรมบลูสกาย”
อัสนีไม่เคยได้ยินชื่อโรงแรมนี้มาก่อน คิดว่า มันคงเป็นโรงแรมทั่วๆ ไป แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่แค่โรงแรม มันยังเป็น สถานบันเทิง ห้างสรรพสินค้า และโรงหนัง ลานโบว์ ผับบาร์ ร้านแบรนด์เนมจากทั่วมุมโลก อัสนีถูกพามานั่งชั้นบนสุด ของดาดฟ้า โรงแรม ซึ่งมีกระจกใสปิดบังเอาไว้ไม่ให้แรงลมพัด และยังสามารถชมบรรยากาศโดยรอบได้ มีคู่รักไฮโซหลายคู่มาทานอาหารกันตามโต๊ะต่างๆ กันหลายคู่
“ที่นี่เป็นร้านอาหารได้ระดับ มิชลินสตาร์ 2 ดาว ดาวแรกอาหารยอดเยี่ยม ดาวที่สองควรค่าแก่การออกนอกเส้นทางเพื่อมากินเลยนะ”
“ เหรอครับงั้นสั่งมาเลย ชักอยากชิมเสียแล้ว”
ไม่นาน คุณหนูมินตราก็สั่งอาหารมาให้ อัสนีลองชิม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารยุโรป ซึ่งมาเพียงจานเล็กๆอัสนีรู้สึกว่า รสชาติไม่ค่อยถูกปากเท่าไร แต่ไม่อยากให้คุณหนูมินตราเสียน้ำใจจึงบอกไปว่า รสชาติแปลกๆ ไม่เคยกินมาก่อน
“ ไม่ชอบก็บอกตรงๆก็ได้”
“ ก็จานใหญ่จะตายแต่ให้อาหารมาแค่นิดเดียว จะไปรู้รสอะไรกัน” อัสนีเอ่ยยิ้มๆ
“ ก็จริง คราวหน้า พวกเราไปกิน มิชลินดาวเดียวดีกว่า”
“ ได้”
ทันใดนั้นก็มีเลขาของ คุณหนูมินตราโทรเข้ามา
“ อะไรนะ มีคนซื้อตัดหน้าไปแล้วและให้ราคา ไร่ละ 6 ล้านอีกด้วย ราคากลางแค่ 4 ล้าน แต่ให้ราคามากขนาดนี้ตกลงที่ดินผืนนี้ต้องมีอะไรพิเศษแน่ รีบไปตรวจสอบว่าใครเป็นคนซื้อ พวกเขาจะทำธุรกิจอะไรกันแน่”
“ มีอะไรหรือเปล่า”
“ เปล่า ไม่มีอะไรพอดีว่า มีที่ดินอยู่แปลงหนึ่ง ซึ่งมันติดกับ คอนโดของเรา กำลังจะติดต่อซื้อเพื่อสร้างคอนโดเพิ่ม แต่เจ้าของเพิ่งขายไปในวันนี้ ไม่รู้ว่า คนซื้อเขารู้บ้างไหมที่ดินบริเวณนั้น กลายเป็นบ่อปลาไปแล้วกว่าครึ่ง หากซื้อไปต้นทุนถมที่ต้องสูงขึ้นแน่ๆ และอีกอย่าง ราคากลางก็แค่ไร่ละ 4 ล้าน แต่ไม่รู้ทำไมเขากล้าให้ราคา ถึง 6 ล้าน ทางบริษัท ได้ตกลงด้วยวาจา กับ เจ้าของที่เรียบร้อยแล้วว่าจะเซ็นสัญญาซื้อขาย กันในราคา ไร่ละ 4 ล้าน 200 ไร่แต่มีคนซื้อตัดหน้าไปเสียแล้ว แย่งจริงๆ”
อัสนีเริ่มเอะใจ
“ ที่แปลงนั้นอยู่ติดกับ ตึกธันเดอร์ที่เคยเป็นห้างเก่าหรือเปล่า”
“ ใช่เลย ที่ตรงนั้นเอ๊ะ นายรู้ได้ยังไงเนี่ย”
อัสนีได้แต่อึ้งจะบอกดีไหมเนี่ย ว่าเขาเป็นคนซื้อเอง ไม่ได้คิดพัฒนาอะไร แค่เพียงว่าจะซื้อไปให้พ่อทำบ่อเลี้ยงปลา แม่ทำสวนครัว ทำสวนดอกไม้ให้หมวยเล็ก และสร้างสระว่ายน้ำให้กับเจเจ เท่านั้น บรรยากาศกำลังจะดี ขืนบอกไป คงถูกด่าว่าโง่แน่ๆไม่พูดดีกว่า
“ แค่วันนี้ขับรถผ่านไป เห็นพอดี แต่ที่ก็สวยนะอยู่ริมถนนซะด้วย”
“ พูดทำไม ช่างเถอะ”
แล้วเลขาก็โทรมารายงาน
“ทราบข้อมูลเบื้องต้นแล้ว เป็นเงินทุนจากต่างชาติ เจ้าของที่บอกว่า
ผู้ซื้อจะสร้างอควอเลี่ยมเลี้ยงปลาและสวนดอกไม้นานาชาติ”
“ที่แท้ก็พวกเงินทุนต่างชาติ คงจะมาฟอกเงิน คอยดู อีกไม่นานคงได้ถูกอายัติบัญชีเอาไว้แน่ๆ”
อัสนีได้ฟังกำลังดื่มน้ำก็แทบสำลัก ไม่คิดว่า เขาจะกลายเป็นพวกแก๊งฟอกเงินไปเสียแล้วทำไมข่าวถึงได้มั่วซั่วแบบนี้นะ
“ เป็นไรคะให้สั่งอาหารเพิ่มไหม”
“ ไม่ ไม่ต้องพอแล้ว”
“ พรุ่งนี้ว่างไหม ไปโรงแรมโฟร์คิงส์มีการจัดงานเปิดตัว เทคโนโลยีและนวัตรกรรมใหม่ประจำปีนี้มีนักลงทุนจากทั่วโลกมางาน พวกเขาพร้อมจะลงทุนไม่อั้นหากเทคโนโลยีหรือนวัตรกรรมนั้นๆ มีโอกาสทำกำไร ได้ข่าวว่า มีคนสร้างหุ่นยนต์เอไอ ขึ้นมา สามารถตรวจสุขภาพมนุษย์ได้แม่นยำโดยไม่ต้องเจาะเลือดภายในเวลาไม่ถึงห้านาทีด้วย มีนักลงทุนมากมายต่างให้ความสนใจมีบริษัทผลิตเครื่องมือแพทย์หลายบริษัทได้ยื่นข้อเสนอซื้อลิขสิทธิ์ ถึง หนึ่งหมื่นล้านและมีบางบริษัท อาจยอมทุ่มเงินซื้อกว่า หมื่นล้าน หลายบริษัท บริษัทฉันก็สนใจเทคโนโลยีนี้เช่นกัน
ตอนนี้คณะจัดงานเลยต้องเก็บผลงานแพทย์เอไอ เพื่อสุขภาพเอาไว้แสดงช่วงสุดท้ายพร้อมกับจะเปิดประมูลขายให้กับ นักลงทุนอีกด้วย นายเป็นหมอ ไม่ไปชมดูหน่อยเหรอ”
อัสนีฟังแล้วถึงกับอึ้งไปใครกันนะ ช่างกล้าเอาเทคโนโยยีของเขาไปนำออกมาประมูล อัสนีต้องหาความจริงเรื่องนี้ให้ได้
“ ผมไปแน่นอน”
“พรุ่งนี้ฉันไปรับที่บ้านนะ”
อัสนีพยักหน้าแล้วขอตัวเข้าห้องน้ำ ไม่ทันจะโทรมือถือหา ทนายเคนเลยทนายเคนก็โทรเข้ามาหาเขาเสียก่อน
“ พี่หมอ เรามีปัญหาแล้วมีคนขโมยหุ่นยนต์ตรวจสุขภาพต้นแบบของเราไป พร้อมกับข้อมูลแบบรายละเอียดการสร้างของเราไปด้วย”
“รู้ไหมว่าเป็นใคร”
“ไม่มีใครทราบเลยครับ พวกมันมีคนเกือบร้อยคน จู่ๆ ก็เข้ามาแล้วยกหุ่นยนต์ต้นแบบของเราไป แถมยังขโมยข้อมูลแบบการผลิตของเราไปอีกด้วยครับ”
หัวหน้าเจตน์เอ่ยออกมาในสภาพปากบวมเจ่อ ตาเขียวคล้ำถูกทำร้าย ซึ่งรองหัวหน้า ทศพลก็เป็นเช่นเดียวกัน
“ ไม่ต้องห่วงโจรที่เอาไป อีกไม่นาน พวกมันต้องเผยโฉมแน่ แจ้งความเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน”
อัสนีคิดแล้วว่าโจรพวกนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ มันกล้าปล้นการแบบนี้ไม่เห็นกฏหมายบ้านเมืองอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
“จัดการพวกคนร้ายที่กล้าบังอาจขโมยทรัพย์สิน ของท่านเจ้าของดวงตามัจจุราช สำเร็จจะได้ พลังจากดวงตามัจจุราชขั้นสูงสุด สามารถอัพเกรดสรรพสิ่งให้ดีขึ้นหรือเลวลงได้ตามที่ต้องการ”
“ อัพเกรดสรรพสิ่ง?”อัสนีตอนนี้ถึงกับดีใจยิ่งนัก เขาสามารถแก้ปัญหาในใจของเขาได้แล้วในตอนนี้
อัสนีเดินออกมาจากห้องน้ำก็พบว่า คุณหนูมินตรายืนรออยู่แล้ว
“ ไปกันเถอะ”คุณหนูมินตราเกาะแขนของเขาแล้วพาลงลิฟท์ แต่ลงไปแค่ชั้นเดียว ก็เดินออกจากลิฟท์
ไม่ทันทีเขาจะเอ่ยถามอะไรคุณหนูมินตราก็มาถึงห้องสูทวีไอพีของ โรงแรมเดอะบลูสกาย ใช้นิ้วมือสัมผัสห้องก็เปิดออกทันที
“ นี่มัน”อัสนีมองไปรอบๆ ห้อง พบว่ามันเป็นห้องสูทที่หรูหรา หมาเห่าจริงๆสามารถมองวิวได้ถึง 360 องศา ด้านล่างเห็นสายน้ำเจ้าพระยาพร้อมกับแสงไฟจากสะพานที่ข้ามแม่น้ำ ฝั่งตรงข้างมองเห็นพระปรางค์วัดอรุนที่งดงาม
“ สวยไหม” คุณหนูมินตราเอ่ยออกมา อัสนีตอบทันทีว่า
“ สวยครับ นึกไม่ถึงว่าวิวชั้นนี้จะงดงามจริงๆ”
คุณหนูมินตราตอนนี้เปลี่ยนเป็นชุดนอนซีทรู ถึงกับจับไหล่ของเขาให้หันมามองเธอ
“ ฉันไม่ได้ถามว่าวิวสวยไหมสักหน่อย”
อัสนีพอเห็นเรือนร่างของคุณหนูมินตราก็ยิ้มออกมา เขาเพิ่งเข้าใจว่า เธอหมายถึงอะไรกันแน่
“ สวย สวยมาก”อัสนีเอ่ยออกไป คณหนูมินตรา ก็เข้ามาจูบปากเข้าอย่างแรง อัสนี ถูกจู่โจมปานสายฟ้าแลบแบบนี้ก็หาได้ยอมไม่ โต้ตอบ มือไม้ ลูบคลำไปทั่วร่างกายที่งดงามของ คุณหนูมินตราจนเผลอร้องออกมาอย่างมีความสุข
ที่ผ่านมาในชีวิตของคุณหนูมินตรา แม้นเคยจูบกับบุรุษมาบ้างแต่ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่จะประทับใจเท่ากับ การจูบกับ อัสนีแม้นเธอจะไม่เคยผ่านเรื่องราวของบุรุษและสตรีที่แท้จริง
แต่วันนี้แม้นว่ายังไม่ได้แต่งงานกันอย่างเป็นทางการคุณหนูมินตราที่เป็นสาวสมัยใหม่ ก็ไม่อยากพลาดโอกาสที่จะหลอมรวมใจและร่างกายกับอัสนี คนที่เธอคิดว่า เป็นผู้ชายที่เธอรักมากที่สุด เธอพลาดโอกาสในการแต่งในครั้งแรกไปแล้วแต่ครั้งนี้เธอได้รับโอกาสครั้งที่สอง เธอจะไม่ยอมพลาดโอกาสอีกครั้งอย่างแน่นอน
ดังนั้น การรุกคืบใส่อัสนีในคืนนี้เป็นสิ่งที่รองมนต์ชัยได้แนะนำให้มินตราทำ ซึ่งก็ตรงกับใจของเธออยู่แล้ววันนี้มินตราเตรียมตัวอย่างเต็มระบ ยินยอมแม้กระทั่งทิ้งภาวะการป้องกันมีบุตรส่วนอัสนีนั้นไม่สนใจอยู่แล้ว มีก็ดีไม่มีก็ได้ แต่เขาก็ยินยอมตามใจคุณหนูมินตราเสมอ
ท่ามกลางแสงไฟที่สาดส่องไปทั่วยามค่ำคื่น ฝนตกลงมาปานฟ้าถล่ม แต่สองหนุ่มสาวภายใต้ผ้าห่ม กลับหาใส่ใจไม่ ทั้งสองยังคงร่วมอภิรมย์ กระแทกคลื่นสเน่หาเข้าใส่กันจนพายุฟ้าฝนภายนอกเริ่มสงบ แต่ภายในห้องสูทยามนี้กลับมีคลื่นพายุที่ยังเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาบนเตียงนอนสีขาวที่หญิงสาวที่แสนสวย นอนกอดอกของอัสนีที่ลืมตาดูอยู่ลูบเส้นผมอันเงางามของเธออย่างแผ่วเบา
“อยากนอนอยู่แบบนี้จัง ไม่อยากไปไหนเลย”
คุณหนูมินตราเอ่ยออกมาเบาๆมือของเธอลูบไล้ใบหน้าของอัสนี ที่เธอคิดว่าหล่อเหล่าปานเทพบุตร
“ ไม่อยากไปก็นอนต่อก็ได้นี่”
“ วันนี้ช่วงเช้ามีประชุมไม่ไปไม่ได้”
“ ก็เลื่อนประชุมซิ”
“ ได้ไง ฉันเป็นบอสนะจะทำตามใจได้ยังไง อืม ..”
อัสนีไม่ตอบแต่กลับจูบและจับส่วนที่มีความรู้สึกไวของคุณหนูมินตราไมทันไรเสียงคุณหนูก็เปลี่ยน
“อืม..ให้พวกเขารออีกสักหน่อย คงไม่เป็นไร”
คุณหนูมินตราถูกอัสนีอุ้มเข้าไปในห้องน้ำเสียงของคุณหนูมินตราดังลอดออกมาจากห้องน้ำ ผสานกันกับเสียงฝักบัวที่ถูกเปิดออกสุดท้ายเวลาผ่านไปถึง บ่ายโมง ทั้งคู่จึงได้ออกจากโรงแรมบลูสกาย..........