เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เล่มที่ 4 บทที่ 114 พี่น้องพบหน้า


             สถานที่ในเมืองที่จะใช้สำหรับเปิดร้านถูกกำหนดเรียบร้อยแล้ว เสี่ยวเตาได้ตั๋วเงินจากเสี่ยวหมี่ต่างหากอีกห้าสิบตำลึง เขากับพรานหนุ่มอีกสองคนที่ยามปกติสนิทสนมกันดีมาพักที่ร้านค้าในเมือง

             ทำเลร้านนี้เถ้าแก่เฉินช่วยดูให้เป็นอย่างดี ถึงแม้จะไม่ได้ตั้งอยู่ในตลาดที่หรูหราครึกครื้นที่สุดในเมือง แต่ก็อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ด้านหน้าเป็นประตูคู่บานใหญ่ ส่วนเรือนหลังก็กว้างขวางพอใช้ได้ ฝั่งซ้ายขวามีห้องข้างเล็กๆ ฝั่งละห้อง ไม่ว่าจะใช้เก็บของหรือให้คนเข้าพักล้วนสะดวกสบาย และที่สำคัญที่มุมหนึ่งของเรือนมีบ่อน้ำในตัว ทำให้ไม่ต้องดั้นด้นไปขอตักน้ำร่วมกับเพื่อนบ้าน

             เสี่ยวเตาเฉลียวฉลาดและขยันขันแข็งอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเรื่องซ่อมแซม ทำความสะอาด ขนส่ง หรือการบัญชี เขาและพรานหนุ่มอีกสองคนรับผิดชอบทำเองทั้งหมด หากมีอะไรที่ไม่เข้าใจก็จะวิ่งไปที่เรือนสกุลเฉิน สอบถามและเรียนรู้เอา

             เป็นเช่นนี้อยู่ช่วงหนึ่ง จนทำให้เมื่อกลับไปยังหมู่บ้าน เสี่ยวหมี่เห็นพวกเขาแล้วก็ต้องตกตะลึงไป

             ชายหนุ่มทั้งสามที่ลงเขาไป เมื่อกลับขึ้นมาอีกครั้งกลับผอมแห้งลงไปราวกับลิงป่วยก็ไม่ปาน

             ทางท่านป้าหลิวเองก็ประจวบเหมาะเอาของป่ามาส่งให้เสี่ยวหมี่ เห็นบุตรชายตนเองเป็นเช่นนี้ก็อดปวดใจไม่ได้ เสี่ยวหมี่ซักถามที่มาที่ไป เสี่ยวเตาตอบกลับอย่างไม่ค่อยใส่ใจนักว่า “เรื่องอื่นก็ไม่มีอะไรลำบาก เพียงแต่ว่าไม่มีใครทำกับข้าวให้กิน พวกเราสามคนทำกับข้าว หากไม่ไหม้ก็ไม่สุก!”

             เสี่ยวหมี่ได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกผิดยิ่งนัก ถึงแม้ช่วงที่ผ่านมานางจะพยายามทำให้ตัวเองยุ่งมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่จะอย่างไรจิตใจนางก็ยังไม่อยู่กับเรื่องของครอบครัวมากนัก มักเอาแต่คิดเรื่องคนอื่น จึงทำให้คิดอะไรได้ไม่รอบคอบพอ

             “เช่นนี้ก็แล้วกัน ในหมู่บ้านเรามีท่านป้าหรือพี่สะใภ้คนใดที่ที่บ้านไม่มีอะไรต้องกังวล ก็ให้ไปช่วยทำกับข้าวซักผ้าให้พวกพี่เสี่ยวเตา ให้ค่าแรงพอๆ กับพวกพี่สะใภ้ที่ทำงานในเพิงทำอาหารที่ตีนเขา”

             เดิมท่านป้าหลิวคิดจะพูดว่านางจะไปเอง แต่ที่บ้านลูกสะใภ้คลอดหลานชายตัวเล็กเมื่อไม่นานมานี้ ส่วนหลานชายคนโตก็ต้องไปเรียนหนังสือ สามีและบุตรชายคนโตก็ยุ่งจนแทบไม่ได้อยู่เรือน นางไม่อาจปลีกตัวไปได้ เมื่อได้ยินเสี่ยวหมี่พูดเช่นนี้ นางก็เหมือนจะนึกถึงคนผู้หนึ่งขึ้นมา

             บ้านสกุลกัวมีบุตรสาวนามว่าหงกู สิบกว่าปีก่อนแต่งออกไป มีลูกแต่ลูกก็มาตายไปตอนอายุแปดขวบ บ้านแม่สามีซื้ออนุมาให้สามีนาง นางจึงขอหย่าด้วยความโกรธแล้วกลับมาอยู่ที่หมู่บ้านเขาหมีเช่นเดิม ถึงแม้พี่ชายและพี่สะใภ้จะดีกับนางมาก แต่หงกูคนนี้เป็นคนหัวแข็งและไม่ชอบเป็นภาระใคร นางขึ้นเขาไปล่าสัตว์ จับปลาในแม่น้ำ ทั้งฝีมือทำสวนก็ไม่เป็นสองรองใคร ติดก็ตรงที่ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยยอมพบเจอผู้ใด แม้กระทั่งตอนนี้ที่ทั้งหมู่บ้านแต่ละวันผ่านไปอย่างครึกครื้น นางก็ไม่เคยเข้ามามีส่วนร่วมแม้แต่น้อย

             เสี่ยวหมี่ได้ยินเช่นนี้ก็อดสงสารไม่ได้ จึงเอ่ยว่า “หากไปอยู่ที่ร้านค้าก็ไม่จำเป็นต้องโผล่หน้าออกมาให้ใครเห็น แค่คอยดูแลเรื่องเสื้อผ้าอาหารให้พวกพี่เสี่ยวเตาก็พอแล้ว เช่นนั้นท่านป้าลองไปถามดูดีหรือไม่เจ้าคะ”

             “ได้ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”

             เนื่องจากเรื่องนี้เกี่ยวพันกับความเป็นอยู่ของบุตรชาย ท่านป้าหลิวจะไม่ร้อนใจได้อย่างไร นางรีบไปที่บ้านสกุลกัวทันที

             เสี่ยวหมี่เป็นคนมีน้ำใจทั้งยังใจกว้าง ได้รับความเชื่อใจจากคนในหมู่บ้านมาเสมอ อีกทั้งร้านค้านั้นก็มีแค่พรานหนุ่มจากหมู่บ้านของพวกเขาอยู่เพียงสามคน ไม่มีคนนอก คนสกุลกัวได้ยินก็พอใจ หงกูเองก็ตอบรับอย่างไม่ลังเล

             เมื่อนางไปถึงร้านค้าก็ลงมือทำหน้าที่ดูแลความสะอาดเรียบร้อยของเรือน และเรื่องเสื้อผ้าอาหารของพวกเขาทุกคน ถึงขนาดยังแบ่งเบาภาระของเสี่ยวเตาในการจัดการคลังเก็บของของร้านค้าด้วย

             เมื่อคนในหมู่บ้านเห็นว่าสกุลลู่เปิดร้านค้า ขายพวกแป้งทำเองและของป่ากับหนังสัตว์ขึ้นเองในเมือง ก็พากันเอาของรักของหวงก้นหีบของตนเองออกมา

             มีทั้งหนังจิ้งจอกขาว หนังหมาป่า เห็ดตากแห้ง ถั่ว ลูกสน ทุกอย่างที่พอจะนึกออกล้วนถูกส่งไปยังคลังเก็บของของร้านค้าในเมืองทั้งสิ้น

             พูดตามจริงแล้ว ร้านค้านี้ก็เป็นเหมือนกิจการในครอบครัวพวกเขาก็ไม่ปาน วันหน้าคิดจะเอาของเข้าไปขายในเมืองก็ไม่ต้องกลัวได้รับสายตาดูแคลนจากใครอีก เอาไปส่งขายที่ร้านค้าของตัวเองก็ใช้ได้แล้ว สะดวกสบายทั้งยังมีน้ำชาให้กินอีกด้วย หากว่าเข้าเมืองมาช้า กว่าจะเสร็จเรื่องจนค่ำมืดดึกดื่นก็ยังนอนพักเอาแรงที่เรือนหลังได้อีก 

             ส่วนที่หมู่บ้านเขาหมี ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของทุกคน ในที่สุดเรือนกระจกก็ถูกสร้างเสร็จจนครบหมดแล้ว

             บรรดาสตรีที่ช่วงนี้ไม่มีงานในโรงทำแป้งจึงมาตั้งใจเรียนวิธีปลูกต้นกล้ากับเสี่ยวหมี่ 

             วิธีเตรียมดิน เพาะปลูก รดน้ำ พรวนดิน ล้วนไม่ยากเย็น ก็เหมือนที่เสี่ยวหมี่กล่าวไว้ ขอแค่มีใจใฝ่เรียนและขยันขันแข็งมากพอก็ไม่ยากเลย

             พวกผู้ชายเห็นเช่นนั้นก็รวมตัวกันปรึกษาหารือ ถือโอกาสที่หิมะยังไม่ตกขึ้นเขาไปล่าสัตว์อีกครั้ง คิดจะส่งขนสัตว์ไปขายที่ร้านค้าจะได้เพิ่มสินค้าให้พวกเสี่ยวเตา และเพิ่มรายได้ให้ครอบครัว

             ที่สำคัญที่สุดก็คือพวกเขาต้องการยืนอย่างภาคภูมิใจในฐานะเสาหลักของครอบครัวให้ได้อีกครั้ง ถึงแม้เรื่องนี้จะไม่มีใครพูดอะไร แต่ก็ค่อนข้างน่าขายหน้าจริงๆ เพราะทุกวันนี้เวลาถกเถียงกับสตรีในบ้าน สถานะของพวกเขาเหมือนจะตกลงไปอยู่ต่ำสุด...

             …

             ลืมเรื่องความขยันขันแข็งของคนในหมู่บ้านเขาหมีไปก่อนชั่วคราว มาดูทางฝั่งพี่รองลู่ที่ควบม้ามายังสำนักศึกษาฮวางหยวน เขาใช้เวลาเดินทางอย่างรวดเร็ว เพียงแค่สองวันก็ไปถึง เพราะเขาไม่ได้แวะพักผ่อนที่ไหนเลย หากง่วงนอนก็แค่แวะงีบใต้ต้นไม้และรีบรุดเดินทางต่อ

             วันนี้ไม่ใช่วันพักผ่อนของสำนักศึกษา อีกทั้งอากาศก็หนาวจัด ในเมืองจึงค่อนข้างเงียบสงบ

             พี่รองลู่ที่ควบม้าเข้าไปจึงเป็นที่สะดุดตาของทุกคน

             เขาไปหยุดอยู่ที่ประตูข้างของสำนักศึกษา ตอนแรกคิดจะตะโกนส่งเสียงออกไป แต่หวนนึกถึงคำพูดของน้องหญิงขึ้นมา จึงหยิบเงินเหรียญในอกเสื้อออกมาส่งไปตรงหน้าแทน

             “พี่ชายท่านนี้ น้องชายข้าแซ่ลู่นามเชียน เป็นศิษย์คนล่าสุดของอาจารย์ใหญ่ของสำนักศึกษาของพวกท่าน ที่บ้านข้ามีเรื่องสำคัญจะมาแจ้งให้เขาทราบ รบกวนพี่ชายช่วยไปส่งข่าวให้ที”

             ยามปกติเขาเป็นคนมุทะลุทั้งยังพูดจาโผงผาง วันนี้กลับต้องมาเอ่ยวาจาสุภาพเช่นนี้ พวกคนเฝ้าประตูไม่รู้สึกว่าผิดปกติแต่อย่างใด แต่ตัวเขาเองกลับรู้สึกขัดเขินเล็กน้อย

             แน่นอนว่าคนเฝ้าประตูผู้นั้นรู้จักคนในสำนักศึกษาดีทุกคน ลูกศิษย์คนล่าสุดของอาจารย์ใหญ่เขาย่อมรู้จัก จึงรีบรับเงินมาพลางยิ้มแย้มเอ่ยว่า “พี่ชายท่านนี้โปรดวางใจ ข้าจะไปรายงานเดี๋ยวนี้ ท่านลากม้าไปพักเท้าดื่มน้ำชาที่ประตูหลังก่อนได้เลยขอรับ ประเดี๋ยวข้าจะบอกให้คุณชายลู่ไปหาท่านเอง”

             “ได้เลย ขอบคุณพี่ชายท่านนี้มาก”

             พี่รองลู่ยิ้มร่า จูงม้าเดินวนอยู่รอบหนึ่งในที่สุดก็หาประตูหลังเจอ 

             ไม่รู้เพราะเหตุใดลู่เชียนถึงมาไวนัก เขารออยู่ที่หลังประตูอยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นว่าพี่รองของตนมีฝุ่นเปรอะเปื้อนเต็มตัว แลดูอ่อนล้าเป็นที่สุด เขาก็อดตกใจไม่ได้ พลันนึกไปถึงเรื่องของตู้โหย่วไฉ แล้วรีบเอ่ยถามว่า “พี่รอง ที่บ้านมีเรื่องใดหรือ?”

             โก่วจื่อเองก็เป็นกังวลเช่นกัน “คุณชายรอง ท่านมาคนเดียวหรือขอรับ”

             พี่รองลู่โบกมือน้อยๆ เอ่ยว่า “ที่บ้านสบายดีไม่มีอะไร หาน้ำท่าให้ข้ากินก่อนเถอะ คอแห้งมาตลอดทางแล้ว”

             พี่สามลู่ดึงเขาเข้าไปนั่งที่เพิงน้ำชา สั่งน้ำชามากาหนึ่ง พี่รองลู่ยกขึ้นดื่มอย่างไม่รีรอ เสร็จแล้วเอ่ยว่า “ไม่อร่อยเหมือนชาพุทราของเสี่ยวหมี่”

             พี่สามลู่หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก แต่ก็นับว่าเบาใจลงแล้ว ในเมื่อพี่รองยังเป็นห่วงเรื่องกินอยู่ก็แสดงว่าที่บ้านไม่มีเรื่องอะไร

             โก่วจื่อจมูกไว เขาเข้าไปดูม้าทั้งสองตัว เอามือตบเบาๆ ไปที่กล่องไม้สานทั้งสองฝั่งของอานม้า ยิ้มถามว่า “คุณชายรอง คุณหนูให้ท่านเอาอาหารมาส่งให้คุณชายอีกแล้วหรือขอรับ”

             “ก็ใช่น่ะสิ” พี่รองลู่บ่นอุบ “จัดมาเต็มสี่กล่องเลยทีเดียวเชียว ระหว่างทางข้ากินไปครึ่งกล่อง เหลืออยู่เท่านั้นแหละ”

             โก่วจื่อยิ้มเจื่อน ไม่รู้ว่าตกใจที่พี่รองลู่กินได้มากขนาดนี้ หรือรู้สึกเสียดายของกินที่ลงไปนอนอยู่ในท้องของพี่รองลู่กันแน่ แต่เมื่อนึกไปถึงจอมตะกละอีกสองคนในสำนักศึกษา เขาก็รีบเสนอว่า “คุณชาย ท่านนั่งคุยกับคุณชายรองไป ข้าจะขนของเข้าไปก่อนนะขอรับ”

             “ไปเถอะ” พี่สามลู่ย่อมเดาความคิดของเขาออก คลี่ยิ้มน้อยๆ แล้วโบกมือเบาๆ กลับเป็นพี่รองลู่ที่ตะโกนออกมา “เหลือไว้ให้ข้าหน่อย ข้ายังต้องเอาไว้กินระหว่างทางกลับด้วย”

             น่าเสียดาย โก่วจื่อเหมือนมีอะไรอุดหูอยู่ก็ไม่ปาน ไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น

             พี่รองลู่ส่งเสียงด่าทออยู่สองสามประโยค แต่สุดท้ายก็ปล่อยไป เขาในฐานะพี่ชายจะอย่างไรก็รักใคร่น้องชายของตน

             พี่สามลู่เห็นว่าที่เพิงน้ำชานี้นอกจากผู้เฒ่าที่เป็นคนขายแล้วก็ไม่มีคนอื่นอีก จึงถามว่า “น้องหญิงมีเรื่องอะไร ถึงได้ให้พี่รองเดินทางไกลมาในครั้งนี้?”

             พี่รองลู่ปลดถุงสัมภาระที่หลังลงมา หยิบจดหมายฉบับหนึ่งที่เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีส่งให้น้องชาย “เจ้าดูเอาเองแล้วกัน ข้าอธิบายไม่ถูก”

             พี่สามลู่เปิดจดหมายออกอ่าน เสร็จแล้วจึงยิ้มออกมา “น่าเสียดายจริงๆ ที่น้องหญิงของเราไม่ใช่บุรุษ ไม่เช่นนั้นสกุลลู่คงได้มีชื่อเสียงเกียรติยศเพราะนางเป็นแน่”

             “เป็นสตรีแล้วอย่างไร ทุกวันนี้บ้านเราก็พึ่งพาน้องหญิงอยู่”

             พี่รองลู่เอ่ยตอบอย่างไม่ใคร่ใส่ใจนัก ราวกับว่าการที่น้องหญิงเป็นผู้ดูแลตระกูลนั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดาอย่างยิ่ง ไม่สำเหนียกถึงความรับผิดชอบในฐานะพี่ชายสักนิด

             พี่สามลู่ก็คร้านจะถกเถียงกับเขา ขบคิดเล็กน้อยกล่าวว่า “เรื่องนี้ ข้าต้องเตรียมการสักหน่อย พี่รอง คืนนี้ท่านหาที่พักใกล้ๆ นี้ดูเสียก่อน ข้าจะมาหาท่านใหม่”

             พี่รองลู่จำได้ว่าสำนักศึกษายามปกติจะไม่ปล่อยให้นักศึกษาออกมาข้างนอกตอนกลางคืน น้องชายเขาพูดเช่นนี้ก็หมายความว่าความเป็นอยู่ของเขาในสำนักศึกษาไม่เลวเลยทีเดียว

             เขาชี้ไปที่โรงเตี๊ยมฝั่งตรงข้ามที่ชื่อว่าผิงอัน แล้วเอ่ยว่า “ข้าจะพักที่นี่แหละ น้องหญิงให้เงินข้ามา เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ไปยุ่งเรื่องของเจ้าเถอะ”

             “ได้”

             สองพี่น้องแยกย้ายกันไป พี่รองลู่จูงม้าไปยังที่พัก

             โก่วจื่อกำลังยุ่งจนเหงื่อท่วมศีรษะ ครั้งนี้ที่บ้านส่งของกินมาให้มากมาย พวกเสื้อผ้าอาภรณ์ยังพอไหวไม่มีใครแย่งชิงเอาไปได้ แต่พวกของกินนี่จะวางใจไม่ได้เลยทีเดียว เพราะดึงดูดพวกหมาป่าดีนักแล

             เขาแทบอยากจะซ่อนเอาไว้ให้ลึกที่สุด ไม่ให้ใครหาเจอ

             พี่สามลู่กลับเข้ามากวาดตาดูกล่องทั้งสี่ใบ เห็นว่ามีของว่างอยู่สี่ห้าอย่าง ไส้กรอกอีกจำนวนหนึ่ง แต่กลับมีเนื้อเค็มตากแห้งแค่สองไห เดาว่าเสี่ยวหมี่คงคิดว่าแบกมาหลายไหจะไม่สะดวกเดินทาง เขาเอ่ยว่า “จัดเตรียมของว่างหนึ่งชุด ไส้กรอกหนึ่งชุด กับเนื้อเค็มตากแห้งอีกหนึ่งไห ข้าจะนำไปให้ท่านอาจารย์”

             โก่วจื่อได้ยินเช่นนั้นพลันเผยสีหน้าขมขื่น รู้สึกปวดใจยิ่งนัก แต่เขาก็รู้ว่าเรื่องนี้จะอย่างไรก็หลีกหนีไม่พ้น จึงจัดเตรียมตามคำสั่งอย่างเชื่องช้า

             ลู่เชียนเคาะศีรษะเขาไปทีหนึ่ง ยิ้มเอ่ยว่า “อย่าทำท่าทางประหลาดเช่นนั้น รีบเตรียมของเร็วเข้า อีกอย่าง เสี่ยวหมี่ต้องเตรียมของจื่อเหิงและปู๋ชี่มาด้วยอย่างแน่นอน เจ้าอย่าได้ละโมบจนละเลยคุณธรรมที่พึงมีไป”

             “ขอรับ คุณชาย”

             โก่วจื่อสีหน้าขมขื่นยิ่งกว่าเดิม แต่มือเขากลับไม่กล้าหยุด

             ยามนี้เหลืออีกไม่กี่เดือนก็จะถึงการสอบฤดูใบไม้ผลิแล้ว สำหรับนักศึกษาที่จะเข้าร่วมการสอบล้วนไม่ต้องเข้าเรียนตามวิชาอีก ส่วนใหญ่อาจารย์ของพวกเขาจะเขียนปุจฉาออกมา ให้พวกเขาเขียนวิสัชนาตอบเป็นบทความ แล้วอาจารย์ของพวกเขาค่อยให้คำแนะนำเพิ่มเติม 

             เมื่อวานนี้ลู่เชียนเพิ่งมาหาอาจารย์ใหญ่ให้ช่วยชี้แนะบทความให้ แต่วันนี้ยังกลับมาอีก ทำให้คนที่เฝ้าประตูรู้สึกแปลกใจอย่างยิ่ง แต่เมื่อเห็นว่าเด็กรับใช้ที่เดินตามหลังเขาหอบอะไรมาเต็มสองแขนก็ยิ้มออกมา

             “คุณชายลู่รีบเข้าไปเถอะ เมื่อครู่นายท่านยังบ่นถึงท่านอยู่เลย”

             ลู่เชียนยิ้มน้อยๆ ประสานมือคารวะ หยิบห่อกระดาษไขในแขนเสื้อส่งให้ “ท่านลุงหลวี่ น้องหญิงของข้าส่งของกินมาให้ ของว่างพวกนี้ข้าแบ่งมาฝากท่านโดยเฉพาะ ขอท่านอย่าได้รังเกียจ”

             บ่าวรับใช้ชราคนนี้อาจารย์ใหญ่ของสำนักศึกษาพามาจากบ้านเขาเอง ได้ยินว่าปรนนิบัติรับใช้ข้างกายมาหลายปี จึงได้รับความไว้วางใจไม่น้อย ยามปกติก็ไม่เคยแสดงท่าทีรังเกียจเพียงเพราะว่าลู่เชียนมีชาติกำเนิดในตระกูลยากจน ลู่เชียนจึงเห็นเขาเป็นเหมือนญาติผู้ใหญ่ในครอบครัว ให้ความเคารพยิ่งนัก

             “ยังมีของข้าด้วยหรือ เช่นนั้นต้องขอขอบคุณนายท่านลู่ที่คิดถึงแล้ว”

             บ่าวรับใช้ชรารับห่อกระดาษไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม จากนั้นจึงเชิญนายบ่าวสกุลลู่เข้าไปด้านใน

     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ] ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382