ตงหัวสั่นสะท้านด้วยความกลัวเมื่อถูกสายตาที่จริงจังของจางซวนจ้องเข้ามาบวกกับความจริงที่ตงหัวไม่อยากจะรอบรับคือการที่หญิงสาวคนนั้นตายไปแล้วแต่วิญญาณกลับยังคงอยู่
“เป็นไปได้ยังไงนางกลายเป็นวิญญาณชั่วร้ายข้าจะทำยังไงท่านเจ้าเมืองท่านจะต้องรีบนำกำลังคนไปกำจัดนางนะไม่งั้นนางจะต้องสร้างหายนะแน่”ตงหัวกล่าว
จางซวนขมวดคิ้วตงหัวตรงหน้าดูไม่เหมือนกับคนที่จะมีความรู้สึกต่อหญิงสาวคนนั้นเลยทั้งๆที่ตนได้บอกอย่างชัดเจนแล้วว่าให้ตงหัวไปพบกับผีเจ้าสาวและเปิดใจเพื่อแก้ปมในใจของทั้งสองฝ่ายซะแต่ตงหัวที่ได้ยินว่าเจ้าสาวของคนกลายเป็นวิญญาณกลับเกิดความกลัวและยังต้องการให้เจ้าเมืองอย่างเสินจีไปกำจัดอีกนี่ออกจะไม่ปกติ
“นักปรุงยาจางวิญญาณเจ้าสาวที่ท่านเจอตอนนี้ความแข็งแกร่งเป็นอย่างไร” เสินจีกล่าว
“ใกล้หลอมโอสถทองแล้ว”จางซวนกล่าว
“นี่รวดเร็วมาก อย่างงี้นี่เองช่วงนี้เกิดการต่อสู้ของสำนักหลอมวิญญาณและสำนักรอบๆทำให้มีคนบาดเจ็บล้มตายปราณหยินจึงมากเป็นพิเศษ”เสินจีเข้าใจทันที
“ท่านเจ้าเมืองชายคนนี้ใช่สามีของผีเจ้าสาวจริงๆงั้นรึ” จางซวนกล่าว
“เอ่อ...เฮ้อเป็นเช่นนั้นจริงๆ ตงหัวเจ้าในฐานะสามีของนางควรจะไปพบผีเจ้าสาวสักครั้งจริงๆเจ้าควรจะบอกความจริงกับนางให้นางได้ถอดใจไม่อย่างงั้นวันใดที่นางหลอมโอสถทองนางจะต้องมาหาเจ้าแน่”เจ้าเมืองกล่าว
“ไม่ได้หากนางรู้ว่าข้าแต่งงานใหม่แล้วนางจะต้องฆ่าข้าแน่” ตงหัวคำราม
“แต่งงานใหม่ข้าได้ยินว่าเจ้าสาวของเจ้าพึ่งจะตาไปไม่กี่เดือนนี่เจ้ากลับแต่งงานใหม่แล้วงั้นเหรอ” จางซวนขมวดคิ้วแน่น
“ข้าไม่มีทางเลือกตระกูลตงของข้าจำเป็นต้องมีทายาทสืบทอดโดยเร็วดังนั้นข้าจึงต้องแต่งงานใหม่ให้เร็วที่สุด”ตงหัวกล่าว
จางซวนมองชายหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลาแต่ดวงตากลับแฝงไว้ด้วยความเห็นแก่ตัวจางซวนเรียนการมองคนจากปู่เหอมาจึงสามารถคาดเดาบางอย่างได้
“ดูเหมือนพูดไปก็ไร้ความหมายแล้วสินะ”จางซวนส่ายหน้าด้วยความผิดหวังก่อนจะผายมือเป็นการส่งแขก
เจ้าเมืองโบกมือก่อนจะส่งตงหัวออกไปเจ้าเมืองไม่ได้รีบกลับและรอให้ตงหัวจากไปแล้วหันมามองจางซวนเขาในฐานะเจ้าเมืองก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ปกติ
“นักปรุงยาจางคิดว่าอย่างไร”เสินจีกล่าว
“ไม่ปกติจำเป็นต้องสืบดูให้ดีการตายของผีเจ้าสาวตกลงแล้วแค่ถูกกลุ่มโจรเหล่านั้นโจมตีจริงๆงั้นเหรอหรือมีใครอยู่เบื้องหลังด้วย” จางซวนกล่าว
“นักปรุงยาจางกำลังสงสัยตงหัวงั้นเหรอ” เสินจีหรี่ตาลง
“ก็ยังไม่เต็มร้อยแต่ว่าหากไม่สามารถหาคำอธิบายให้กับผีเจ้าสาวได้วันใดที่นางมาเยือนข้ากลัวว่าผู้บริสุทธิ์จะได้รับความเดือดร้อน”จางซวนส่ายหน้า
“ข้าก็คิดแบบเดียวกับท่านเอาเช่นนั้นข้าจะสั่งให้คนช่วยสืบดู หากได้ข้อมูลอะไรข้าจะรีบมาบอกท่านทันที”เสินจีกล่าว
“ขอบคุณเจ้าเมือง”จางซวนคุมมือให้กับอีกฝ่ายซึ่งทางเสินจีเองก็แสดงความเคารพเช่นกันเพราะจางซวนนั้นแม้จะเป็นคนนอกแต่ก็ยังคิดเผื่อชาวเมืองของเมืองเหิงทำให้เสินจีในฐานะเจ้าเมืองรู้สึกขอบคุณจางซวนอย่างมาก
หลายวันต่อมาร้านยาของจางซวนก็มีคนมามายมาซื้อเม็ดยาบางส่วนก็มาเพื่อสั่งซื้อเม็ดยาโฉมงามล่วงหน้าหลายเม็ดทำให้เงินทองและศิลาปราณระดับต่ำที่จางซวนได้รับเริ่มมีมากเพิ่มขึ้นเรื่อย
ในตึกสูงแห่งหนึ่งมีกลุ่มพ่อค้าจำนวนมากมารวมตัวกันพวกเขาคือร้านขายสมุนไพรและนักปรุงยาระดับต่ำบางคนที่มาเปิดกิจการอยู่ในเมืองเหิงเมื่อหลายวันก่อนอยู่ๆลูกค้าของพวกเขาก็หายไปเกือบหมดและทุกคนได้เปลี่ยนไปซื้อของจางร้านขายยาของจางซวน
“เจ้าของร้านขายยาคนนั้นมีที่มาอย่างไรกันแน่เหตุใดถึงสามารถปรุงยาที่มีคุณภาพสูงออกมาได้แถมยังขายในราคาที่ถูกกว่าพวกเราอีก”ชายร่างอ้วนคนหนึ่งกล่าว
“ไม่เพียงแค่นั้นเม็ดยาโฉมงามของอีกฝ่ายตอนนี้ก็กำลังเป็นที่โด่งดังอีกด้วยข้าคิดว่าพวกเราไม่อาจปล่อยไว้ได้แล้วไม่งั้นจะเกิดปัญหาขึ้นแน่”
“ใช่แล้วข้าคิดว่าควรจะตัดเส้นทางการซื้อขายสมุนไพรของร้านแห่งนั้นซะ”
“จริงด้วยขอแค่ไม่มีสมุนไพรก็ไม่อาจปรุงยาได้”
“นักปรุงยาเอี้ยคิดว่าแบบนี้ดีหรือไม่”พวกพ่อค้าที่พูดคุยวางแผนกันหันไปทางชายชราที่เป็นนักปรุงยาระดับต่ำแต่สำหรับเมืองเหิงแล้วนักปรุงยาระดับต่ำก็ถือว่าเป็นยอดฝีมือแล้ว
“สามารถทำได้ถือเป็นการหยั่งเชิงอีกฝ่ายพอดีด้วยและในขณะนี้ก็ให้คนไปสืบข้อมูลของชายคนนั้นมารวมถึงคนรอบตัวด้วย” นักปรุงยาเอี้ยกล่าว
“ไม่มีปัญหาข้าจะสั่งให้คนไปจัดการเดี๋ยวนี้เหอะเด็กเมื่อวานซืนคิดอยากจะมาเปิดร้านขายยาแข่งกับพวกเราน่าขันจริงๆ” พวกพ่อค้าเค้นเสียง
วันต่อมาพวกลูกน้องของตู้เม่าออกไปซื้อหาสมุนไพรบางส่วนตามเคยเพราะสวนด้านหลังที่ปลูกสมุนไพรยังต้องใช้เวลาในการเติบโตช่วงแรกจึงต้องซื้อหาสมุนไพรจากร้านค้าต่างๆ
“ลูกพี่แย่แล้ว แย่แล้ว” ไม่นานลูกน้องของตู้เม่าก็วิ่งกลับมาด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์
“เกิดอะไรขึ้น”ตู้เม่าที่กำลังจัดระเบียบร้านกล่าวด้วยสีหน้าแปลกใจ
“ก็เจ้าพวกพ่อค้าพวกนั้นหนะสิอยู่ๆก็พร้อมใจไม่ยอมขายสมุนไพรให้กับพวกเรา”
“อะไรนะเจ้าพวกนั้นกล้าดีอย่างไรอยากตายงั้นเหรอ” ตู้เม่าหักนิ้วตัวเองแล้วเผยสีหน้าโหดเหี้ยม
“เสียงดังอะไรกัน”จางซวนกล่าว
“นายท่านเจ้าพวกพ่อค้าไม่ยอมขายสมุนไพรให้กับพวกเราดูท่าพวกมันจะอิจฉาที่ร้านของพวกเราขายดีเลยคิดจะตัดเส้นทางอนาคตของพวกเรา”ตู้เม่ากล่าว
“เริ่มแล้วสินะเพราะร้านของพวกเราขายดีเกินไปแถมยังขายสินค้าในราคาที่ถูกทำให้คนจำนวนมากเลือกจะซื้อของที่ร้านของพวกเราพวกนั้นก็เลยเดือดร้อนจึงรวมหัวกันเล่นงานพวกเรา” อี้กล่าว
“ข้าก็คิดไว้แล้วว่าพวกนั้นจะต้องลงมือแต่ไม่คิดว่าจะลงมือเร็วขนาดนี้สมุนไพรของพวกเราก็ยังไม่โตพอจะใช้งาน”จางซวนกล่าว
“นายท่านขอแค่ท่านสั่งมาข้าจะไปถล่มร้านของพวกมันเอง”ตู้เม่ากล่าว
“พวกเราอยู่ในเมืองและเมืองก็มีกฎพวกเราไม่อาจใช้ความรุนแรงได้จริงสิพวกเจ้าคิดว่าพวกพ่อค้าเหล่านั้นกับตระกูลขุนนางในเมืองใครมีอำนาจมากกว่ากัน”จางซวนกล่าว
“แน่นอนว่าตระกูลขุนนางนายท่านหรือว่าท่านคิดจะ” ตู้เม่าเบิกตากว้าง
“ฮี่ฮี่ แน่นอนอยู่แล้ว แผนเรียกน้ำตาไงตอนนี้เม็ดยาโฉมงามกำลังเป็นที่ต้องการของตระกูลขุนนางแม้แต่เมืองข้างๆก็เริ่มส่งคนมาติดต่อพวกเราแล้วเจ้าคิดว่าอย่างไรหากข้าจะตีบทเป็นคนน่าสงสารถูกกลั่นแกล้ง”จางซวนกล่าว
“ข้าว่าได้ผลหากผู้คนรู้ว่าเจ้าถูกกลั่นแกล้งจะต้องหันไปเล่นงานเจ้าพวกนั้นแน่” อี้เผยแววตาเจ้าเล่ห์ออกมา
“สมกับเป็นนายท่านไม่ต้องลงมือเองก็สามารถทำให้ศัตรูต้องเจ็บปวดได้”ตู้เท่าฉีกยิ้มออกมา
พวกจางซวนต่างพากันส่งเสียงหัวเราะชั่วร้ายออกมาทำให้จื่อเย่ที่กำลังฝึกกระบี่ในเรือนของตัวเองต้องหนังตากระตุกทุกวันนี้นางไม่อาจอยู่อย่างสงบได้เลย แต่เพราะอาหารสามมื้อนางเลยไม่ได้ไปหาเรื่องจางซวนอีก
วันต่อมาลูกค้าจำนวนมากก็มาที่ร้านของจางซวนแต่เมื่อพบว่าร้านของจางซวนปิดประตูผู้คนก็เลยแปลกใจ
“นี่เกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ”ลูกขุนนางคนหนึ่งหันไปเห็นว่าตู้เม่ากำลังตัดหญ้ารอบๆกำแพงจึงกล่าวขึ้นพวกเขาจำได้ว่าตู้เม่าคือผู้ชวยของนักปรุงยาจาง
“เฮ้อท่านลูกค้าทุกท่านทางพวกเราต้องขออภัยด้วยจริงๆตอนนี้ร้านของพวกเราคงเปิดทำการไม่ได้อีกแล้ว”ตู้เม่าตีหน้าเศร้าและสิ้นหวังกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสั่น
“ทำไมกันหรือว่านักปรุงยาจางเป็นอะไร” ลูกขุนนางคนนั้นกล่าวทันที
“เฮ้อตอนนี้นายท่านล้มป่วยเพราะสภาพจิตใจกำลังสิ้นหวัง” ตู้เม่ากล่าว
“หมายความว่ายังไงบอกมาให้ชัดๆ”ผู้คนพากันมองตู้เม่าเป็นตาเดียว
“ตอนนี้ร้านของพวกเรากำลังถูกรังแกไม่มีร้านสมุนไพรร้านไหนยอมขายสมุนไพรให้กับพวกเราแม้แต่ร้านเดียวแม้พวกเราจะพยายามไปหาซื้อของนอกก็ยังถูกกีดกันทำให้ตอนนี้พวกเราไม่มีสมุนไพรสำหรับปรุงยาแล้วนายท่านรู้สึกผิดต่อพวกท่านที่เป็นลูกค้าเลยคิดหนักจนล้มป่วย” ตู้เม่ากล่าว
“อะไรนะมีเรื่องเช่นนี้ด้วยเหรอ”
“อ้อข้ารู้แล้วจะต้องเป็นฝีมือร้านยาพวกนั้นแน่ที่อิจฉานักปรุงยาจาง”
“ไม่ผิดแน่นักปรุงยาจางขายเม็ดยาคุณภาพดีในราคาที่ถูกกว่าพวกมันทำให้พวกมันอิจฉาและรวมหัวกันเล่นงานนักปรุงยาจางแน่”
“พวกมันกล้าดีอย่างไรรนหาที่ตายชัดๆพวกเจ้ากลับไปรายงานท่านพ่อบอกให้นำกำลังคนของตระกูลบุกไปยังร้านสมุนไพรพวกนั้นกับข้า”
“พวกเจ้าด้วยกลับไปบอกท่านแม่ของข้าเดี๋ยวนี้เลยข้าอยากจะรู้นักว่าในเมืองเหิงพวกมันจะใหญ่คับฟ้าหรือพวกเราจะใหญ่กว่า” พวกลูกหลานตระกูลขุนนางและตระกูลใหญ่ต่างพากันเรียกกำลังพลของตระกูลออกมา
“พวกเราเองก็อยู่เฉยไม่ได้จะต้องทวงความเป็นธรรมให้กับนักปรุงยาจาง” ผู้คนกล่าวขึ้น
“ทุกท่านอย่าได้เดือดร้อนเพราะข้าเลย”เสียงที่แหบแห้งดังขึ้นประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างที่อ่อนแรงของจางซวนที่เหมือนจะยืนไม่ไหวใบหน้าของจางซวนซีดขาวดวงตาเผยความอ่อนล้าสิ้นหวังออกมา
“นักปรุงยาจางท่านไม่ต้องกังวลพวกเราจะไม่ยอมให้ท่านถูกรังแกแน่”
“ใช่แล้วมีพวกเราอยู่จะไม่มีใครรังแกท่านได้ ไปพวกเราไป” ผู้คนเห็นสภาพของจางซวนก็ยิ่งระเบิดความโกรธและรวมตัวกันเดินไปยังร้านสมุนไพรร้านต่างๆ
จางซวนเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมาเมื่อเห็นผู้คนเดินจากไปพวกตู้เม่าเองก็แทบอยากจะโห่ร้องออกมาเช่นกันปกติพวกตู้เม่ามักจะใช้กำลังจัดการปัญหาแต่วันนี้เขาได้รู้จักเรียนรู้จากจางซวนว่าความฉลาดก็สามารถแก้ปัญหาได้ง่ายๆเช่นกัน
“ฮี่ฮี่ คิดจะเล่นกับข้าจางซวนพวกเจ้ายังอ่อนหัดนัก” จางซวนยิ้มออกมา
“กลอกกลิ้งจริงๆ”จื่อเย่ที่ถือชามอาหารมองไปยังจางซวนแล้วเค้นเสียง
“พี่สาวท่านทานอาหารของข้าแล้วยังมีด่าข้าอีกงั้นเหรอวันหลังระวังข้าจะไม่ทำอาหารให้ท่านทาน” จางซวนกล่าว
“เจ้ากล้า”จื่อเย่เตรียมชักกระบี่ทันที
“ทำไมจะใช้กำลังเอาสิ ข้าจะตะโกนบอกชาวเมืองเดี๋ยวนี้” จางซวนกล่าว
“เจ้า!!!!!!”จื่อเย่เถียงไม่ชนะจึงได้แต่อดทนและทานอาหารของตนไป
ขณะเดียวกันพวกพ่อค้าและนักปรุงยาเอี้ยที่ได้ข่าวว่าร้านของจางซวนปิดก็หัวเราะอย่างมีความสุขพวกเขาคิดว่าจางซวนจะต้องปิดกิจการแล้วอย่างแน่นอนโดยไม่รู้เลยว่าหายนะของพวกเขาใกล้เข้ามาแล้ว