ทะลุมิติมากลายเป็นจอมโจรปล้นสุสานในโลกเซียน

    บทที่ 36 ขายของและหาที่พัก

    บทที่ 36

    ขายของและหาที่พัก

    จางหยุนเมื่อเดินเข้ามาในห้องพักส่วนตัว เขาก็นำเอาร่างของสัตว์อสูรที่ตนเองล่ามาได้ออกมา เขาล่าสัตว์อสูรได้ทั้งหมดแปดตัว แต่จำนวนที่นำออกมาขายนั้นไม่ได้มีแค่นั้น มันมีถึงสิบตัวเป็นเพราะว่าอีกสองตัว เป็นซากร่างสัตว์อสูรที่เขาพบเจอในแหวนของกลุ่มโจรบำเพ็ญพวกนั้น 


    ส่วนของสิ่งอื่นที่อยู่ภายในแหวนที่ มีมูลค่ารวมกันเกือบพันเหรียญปฐพี จางหยุนไม่ได้นำมันออกมาขายในทันที เป็นเพราะว่าเขาไม่รู้ว่าของพวกนี้เจ้าพวกนั้นไปปล้นมาจากใคร เกิดว่าคนรู้จักของเจ้าของที่โดนปล้นไปมาพบเจอ ก็อาจจะคิดว่าเขาเป็นโจรจับปล้นชิงแล้วก็สังหารสหายของตนเอง 


    จางหยุนไม่อยากจะชักนำความยุ่งยากมาหาแต่ตนเองในตอนนี้ เพราะแบบนั้นเขาจึงนำเอาร่างของสัตว์อสูรออกมาขายเท่านั้น 


    หญิงสาวที่รับหน้าที่รายการดูแลการซื้อขายในครั้งนี้ของจางหยุน เมื่อมองเห็นร่างของสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นต่ำทั้งสิบตน 


    นางเข้าไปประเมินอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกล่าวแจ้งรายละเอียดของสัตว์อสูรแต่ละตนออกมา พร้อมกับทำการเอ่ยราคาที่พวกเขารับซื้อออกมา

    สัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นต่ำทั้งสิบตัว ขายได้ราคาสี่ร้อยเหรียญปฐพี


    แน่นอนว่าราคาของสัตว์อสูรต่างกัน สำหรับสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นต่ำ ที่ขายได้ราคาถึงเก้าสิบเหรียญปฐพีอย่างจิ้งจอกเหยียบวายุ ที่เขานำมาขายครั้งก่อนเห็นได้ชัดว่าเป็นสัตว์อสูรที่หาค่อนข้างยากจริงๆ 


    เพราะว่าสัตว์อสูรที่นำมาขายในครั้งนี้ ต่อตัวนึงก็ได้เงินเพียงแค่ 30-40 เหรียญปฐพีเท่านั้น


    แต่หลังจากขายก็ได้เงินถึง สี่ร้อยเหรียญปฐพีนี่ถือเป็นเงินก้อนโต


    หลังจากที่นางนำร่างของสัตว์อสูรเดินออกไปจัดการเปลี่ยนเป็นเงิน จางหยุนที่อยู่ภายในห้องก็ทำแบบเดิม  นั่นคือการเปิดรายการสินค้าดูต่อ ถึงอย่างไรในครั้งที่แล้วเขาก็ดูได้เพียงแค่หนึ่งในสามของรายการทั้งหมดเท่านั้น ในครั้งนี้ถือโอกาสที่มีเวลาว่างทำการเปิดดูส่วนที่เหลือต่อ 


    ผ่านไปสักพักหญิงสาวก็เดินเข้ามาภายในห้อง แน่นอนว่าจางหยุนเองก็ยังคงดูรายการสินค้าไม่หมดเหมือนเดิม


    นางเดินเข้ามาพร้อมกับยื่นส่งเงิน ที่ได้จากการขายล่างของสัตว์อสูรมาให้ 


    จางหยุนรับเงินที่ถูกส่งมาให้ถึงมือแล้วเก็บมันไปทันที จางหยุนมองไปยังหญิงสาวเบื้องหน้า


    “ไม่ทราบว่านายท่านมีอันใดให้รับใช้อีกหรือไม่?” นางถามขึ้นด้วยน้ำเสียงไพเราะ


    “ข้ากำลังหาที่พักอยู่ แบบที่ไม่ใช่โรงเตี๊ยมน่ะ” 


    “หมายถึงเรือนพักส่วนตัว ที่มีค่ายกลรวบรวมปราณวิญญาณใช่หรือไม่เจ้าคะ?”


    จางหยุนพยักหน้า


    “พอดีเลย พวกเรามีเรือนพักหลายแห่ง หลายราคาที่ร่วมมือกับตระกูลหวังและตระกูลอู๋ เพื่อให้ผู้บำเพ็ญมาเช่าพักอาศัย โปรดรอสักครู่เจ้าค่ะ” หญิงสาวหันหลังแล้วเดินออกไป 


    จางหยุนเพียงแค่ลองถามดูไม่คิดว่า หอการค้าเหรียญสวรรค์จะมีกิจการเกี่ยวกับด้านนี้ด้วย เพียงแต่ว่าเมื่อลองคิดดูแล้ว จากการที่มองเห็นกิจการต่างๆที่หอการค้าเหรียญสวรรค์ทำมันในช่วงที่ผ่านมา การที่หอการค้าเหรียญสวรรค์จะมี เรือนพักส่วนตัวของผู้บำเพ็ญปล่อยเช่าก็ไม่น่าจะใช่เรื่องแปลกอะไร 


    ผ่านไปสักพักนึงนางก็เดินกลับมาพร้อมกับสมุด ที่พักที่อยู่ภายในรายการการดูแลของหอการค้าเหรียญสวรรค์ 


    จางหยุนเลือกที่พักที่อยู่ใกล้ที่พักเดิมของตนเอง จากนั้นก็ให้นางช่วยแนะนำว่าตรงจุดไหนดีที่สุด สุดท้ายจางหยุนก็เลือกสถานที่ที่ตนเองนั้นจะย้ายไปอยู่ได้ มันเป็นเรือนพักส่วนตัวที่มีพื้นที่ใช้สอยพอสมควรแล้วก็ยังมีความเป็นส่วนตัวด้วย


    แถมภายในเรือนพักยังมีการติดตั้งค่ายกลรวมปราณวิญญาณเอาไว้ ช่วยให้การบำเพ็ญภายในสถานที่แห่งนั้นได้ผลดีขึ้นหลายเท่า 


    ส่วนราคาที่ต้องจ่ายก็คือสองร้อยเหรียญปฐพีต่อหนึ่งเดือน แน่นอนว่าราคานี้ถือว่าสูงมาก เกิดว่าเปรียบเทียบกับการพักภายในโรงเตี๊ยม ที่มีค่าเช่าต่อคืนเพียงแค่สองเหรียญปฐพี รวมแล้วสามสิบวันหนึ่งเดือนก็ใช้เงินไปเพียงแค่หกสิบเหรียญปฐพีเท่านั้น 


    แต่กระนั้นทั้งสองก็มีความแตกต่าง อย่างแรกก็คงจะเป็นความส่วนตัวที่เพิ่มเข้ามา แล้วอย่างที่ 2 ก็คือค่ายกลรวบรวมปราณวิญญาณที่ได้ผลดีขึ้น แล้วส่วนที่น่าจะสำคัญอีกอย่างก็คือความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น 


    แม้ว่าโรงเตี๊ยมจะมีผู้บำเพ็ญขอบเขตหลอมกระดูกคอยคุ้มกัน แต่ว่าตัวตนระดับหลอมกระดูกภายในเมืองวายุแดงแห่งนี้ก็มีมากมาย 


    แต่สำหรับเรือนพักที่หอการค้าเหรียญสวรรค์เป็นเจ้าของร่วมกับตระกูลใหญ่ในเมือง ความปลอดภัยของสถานที่แห่งนี้ย่อมมากกว่าโรงเตี๊ยมธรรมดาหลายเท่า


    ที่พักของหอการค้าเหรียญสวรรค์ ต่อให้เป็นตระกูลใหญ่หรือว่ากลุ่มผู้มีอิทธิพล ก็คงจะไม่มีใครกล้าเข้ามาก่อความเดือดร้อนภายในสถานที่อย่างแน่นอน 


    จางหยุนทำการพูดคุยเพื่อติดต่อทำการขอเช่า แน่นอนว่าทางด้านหอการค้าเหรียญสวรรค์เองก็จัดการให้อย่างรวดเร็ว 


    ถึงอย่างไรพวกเขาเองก็เป็นกิจการที่ทำเงินอยู่แล้ว การที่มีลูกค้าเดินมาถึงหน้าบ้านเพื่อทำการค้ามีหรือว่าพวกเขาจะไม่รับ 


    จางหยุนจึงทำการนัดดูสถานที่เอาไว้ในวันพรุ่งนี้ ถ้าเกิดว่าไปดูแล้วพึงพอใจก็ตกลงเซ็นสัญญาแล้วก็เข้าพักได้ในทันที


    จางหยุนทำทุกอย่างโดยเสร็จแล้วก็รีบเดินทางกลับไปที่โรงเตี๊ยม เมื่อเดินทางกลับมาถึงโรงเตี๊ยม จางหยุนก็เริ่มฝึกฝนเป็นกิจวัตรประจำวันอยู่ครู่นึงก่อนที่จะเริ่มพักผ่อน


    ในช่วงเช้าวันถัดมา จางหยุนตื่นตั้งแต่เช้า จากนั้นก็รีบออกไปจากโรงเตี๊ยมเดินทางไปยังจุดที่เป็นที่ตั้งของเรือนพักที่เขาต้องการเช่า


    มันอยู่ห่างออกไปจากโรงเตี๊ยมที่เขาพักอยู่ไม่ไกล เพราะแบบนั้นใช้เวลาเดินทางไม่นานก็เดินทางไปถึงที่หมาย 


    หลังจากที่เดินทางไปถึงแล้วก็พบเห็นกับ ย่านเรือนพักจำนวนมากที่เรือนพักส่วนใหญ่ตกแต่ง ในรูปแบบแล้วก็สไตล์ใกล้เคียงกัน 


    เห็นได้ชัดว่าเป็นเรือนพักที่ถูกสร้างขึ้นมาในครั้งเดียว จางหยุนลองมองดูก็พบเห็นว่า ตรงจุดนี้มีเรือนพักแบบนี้รวมตัวกันอยู่ราวๆประมาณยี่สิบกว่าหลังเห็นจะได้ 


    เมื่อเดินทางไปถึงก็มีคนรอต้อนรับอยู่แล้ว อีกฝ่ายเป็นชายวัยกลางคนร่างกายร่างกายผอมสูงมีท่าทีกระฉับกระเฉงทะมัดทะแมง คนผู้นี้เองก็เป็นผู้ฝึกบำเพ็ญเช่นเดียวกัน อยู่ในขอบเขตผนึกตันเถียนขั้นต้นเหมือนกัน


    เขานำทางจางหยุนอย่างรวดเร็วเดินทางไปยังเรือนพักที่พูดคุยกันไว้ เมื่อจางหยุนเดินทางมาถึงก็พบเห็นสถานที่จริง


    เป็นพื้นที่เรือนพักเดี่ยวที่มีกำแพงสูงกว่าศีรษะล้อมรอบ ภายในตัวบ้านมีเรือนพักหลังใหญ่หลังนึง แล้วก็มีพื้นที่ลานด้านหน้าที่เป็นลานกว้างเอาไว้ใช้ทำกิจกรรมหรือว่าฝึกการเคลื่อนไหวได้ เมื่อเดินเข้าไปด้านในก็พบเห็นว่าพื้นที่ด้านในเรือนหลังโต มีพื้นที่ที่ถูกจัดระเบียบแล้วก็แยกแยะเอาไว้อย่างชัดเจน แถมด้านในยังกว้างขวางเป็นอย่างมากแล้วก็มีพวกเครื่องเรือนครบครัน 


    จางหยุนตรวจดูแล้วห้องพักภายในเดือนหลังนี้มีอยู่สองห้องนอน จากนั้นก็มีห้องต่างๆแยกอย่างเช่นพวกห้องครัว ที่มีแม้กระทั่งพวกอุปกรณ์ทำครัวที่ทำขึ้นมาเป็นอุปกรณ์พิเศษเพื่อทำการปรุงอาหารของผู้บำเพ็ญโดยเฉพาะ 


    จางหยุนยังพบเจอว่ามีห้องว่างอีกหลายสองถึงสามห้อง โดยที่ห้องว่างพวกนี้ก็คงจะเป็นห้องว่างและเป็นพื้นที่ที่ ให้เจ้าของที่เข้ามาเช่าแล้วก็พักอาศัยสามารถรังสรรค์ห้องได้ตามใจของตนเอง 


    จางหยุนเพียงแค่เดินดูครั้งเดียวก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเดินออกมาเขาเองก็ทำการจ่ายเงินแล้วก็ทำสัญญาในทันที 


    ถึงแม้ว่าราคาค่าเช่าต่อเดือนจะถึงสองร้อยเหรียญปฐพี เพียงแต่ว่าเมื่อมองเห็นเรือนพักแห่งนี้ที่ ไม่ว่ามองไปทางใดก็น่าอยู่อาศัย จางหยุนก็แทบจะจ่ายเงินแบบไม่ต้องคิดเลย 


    หลังจากที่ทำสัญญาแล้วผู้ดูแล ที่เป็นชายวัยกลางคนร่างผอมสูงก็ทำการอธิบายกฎมากมายให้กับจางหยุนฟัง

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมากลายเป็นจอมโจรปล้นสุสานในโลกเซียน ที่คุณอ่าน