เงาสีดำสายนั้นย่อมเป็นเซียวเยี่ยที่เปิดใช้งานทักษะยามจันทราดับซึ่งติดมากับผ้าคลุมจันทราดับ!
ความเร็วในการเคลื่อนที่ของเขาพุ่งทะยานขึ้น50%ภายในเวลา 30 วินาที!
อีกทั้งเงาร่างยังเลือนรางทำให้ไม่มีใครสามารถมองเห็นเขาได้อย่างชัดเจน!
ท่ามกลางช่วงเวลาชี้เป็นชี้ตายที่หวังเปียวและหลินเสวียหมิงกำลังชิงจังหวะเพื่อเป็นผู้ปลิดชีพบอส
เซียวเยี่ยที่เปิดใช้งานทักษะเลือดอสูรเดือดพล่านและก้าวย่างกระแสวารีขึ้นพร้อมกันก็พุ่งเข้าหาด้านหลังของบอสพร้อมปลดปล่อยทักษะที่มีพลังทำลายล้างสูงสุดของเขาออกมา...อสนีบาตพุ่งทะลวง!
หลังจากใช้หอกเพียงครั้งเดียวปลิดชีพบอสขั้นทองคำระดับ50ผู้เคยยิ่งใหญ่ยโสโอหังลงได้แล้วเซียวเยี่ยก็ไม่แม้แต่จะเสียเวลาปรายตามองเขาคว้าไอเทมระดับสูงที่มีแสงสีทองเจิดจ้าที่สุดท่ามกลางกองอุปกรณ์ที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้นมาไว้ในอ้อมอกหลายชิ้นพร้อมกับฉวยโอกาสสังเวยเพลิงประทีปของแม่ทัพซากศพโหลวหลันไปในคราวเดียว!
ก่อนที่คนของสมาคมจอมราชันและสมาคมอินทรีดำจะทันได้สติเขาก็พุ่งไปถึงทางเข้าโถงหลักเรียบร้อยแล้ว
“โธ่เว้ย! พวกแก รีบไปขวางมันไว้สิ!”
หวังเปียวที่เริ่มรู้สึกตัวคำรามลั่นด้วยความโกรธแค้นจนแทบคลั่งส่วนหลินเสวียหมิงนั้นโกรธจนควันออกหูเขาพุ่งตัวออกไปไล่ล่าพร้อมกับตะโกนเสียงแหบพร่าว่า “ยังไม่รีบตามไปอีก!”
“สมาคมจอมราชันทุกคน! ต้องจับตัวมันมาให้ได้!”
สองสมาคมใหญ่ร่วมมือกันปราบบอสแต่นอกจากจะไม่ได้ค่าประสบการณ์จากการสังหารปลิดชีพแล้วแม้แต่อุปกรณ์ที่ดรอปออกมาก็ยังถูกคนอื่นชิงตัดหน้าเอาไปหมด!
เรื่องนี้หากแพร่งพรายออกไปชื่อเสียงของสมาคมอินทรีดำและจอมราชันคงถูกหัวหน้ากลุ่มทั้งสองคนนี้ทำลายทิ้งจนไม่เหลือชิ้นดี!
ขณะนั้นเซียวเยี่ยได้ฝ่าประตูโถงหลักออกมาแล้วเขาเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางในสุสานสายหนึ่งทันทีแสงสีขาวสายแล้วสายเล่าพลันสว่างไสวขึ้นบนตัวเขาโบนัสค่าประสบการณ์จากการปลิดชีพบอสขั้นทองคำระดับ 50 ทำให้เซียวเยี่ยยกระดับขึ้น8 ระดับรวด จนเป็นระดับ 38!
เซียวเยี่ยไม่ลังเลแม้แต่น้อยเขาตัดสินใจทุ่มแต้มสถานะอิสระทั้งหมดที่ได้รับจากทั้ง 8ระดับนี้ลงไปที่ค่าความคล่องตัวในทันที
ตอนนี้ต้องหนีให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้!
เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะดูอุปกรณ์ในอ้อมแขนจึงโยนพวกมันทั้งหมดเข้าไปในกระเป๋ามิติขั้นสูง
และในวินาทีนั้นเองเสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่ข้างหูของเซียวเยี่ย
[สังเวยเพลิงประทีปของแม่ทัพซากศพโหลวหลันสำเร็จ! แต้มแก่นอัคคี +100!]
[ได้รับทักษะพรสวรรค์... วงจันทร์กวาดกระจายระดับ A!]
แม้ท่วงท่าการวิ่งหนีในตอนนี้จะดูทุลักทุเลไปบ้างแต่เซียวเยี่ยกลับดีใจจนหุบยิ้มไม่ได้!
ในช่วงเวลาฉุกละหุกเมื่อครู่เซียวเยี่ยยังถือโอกาสสังเวยเพลิงประทีปของแม่ทัพซากศพโหลวหลันไปด้วยบอสขั้นทองคำระดับ 50 นี่มันช่างต่างออกไปจริงๆนอกจากจะให้แต้มแก่นอัคคีถึง 100 แต้มแล้ว ยังสุ่มทักษะระดับA ออกมาให้อีกหนึ่งทักษะ!
และมันก็คือท่าสังหารวงกว้างที่แม่ทัพซากศพโหลวหลันเพิ่งใช้สังหารศัตรูไปรอบทิศนั่นเอง...วงจันทร์กวาดกระจาย!
“คราวนี้กำไรมหาศาลจริงๆ!”
ตอนนี้เซียวเยี่ยรู้สึกว่าหวังเปียวและหลินเสวียหมิงเป็นดั่งเทพนำโชคของเขาเสียจริงที่ไหนที่มีสองคนนี้ปรากฏตัว ที่นั่นมักจะทำให้เขาได้กอบโกยลาภลอยก้อนโตเสมอ!
อย่างไรก็ตามสถานการณ์ตอนนี้ยังไม่อาจประมาทได้เขาได้ยินเสียงฝีเท้าดังก้องและเสียงด่าทอไล่หลังมาอย่างชัดเจนเห็นได้ชัดว่าหลินเสวียหมิงและหวังเปียวได้นำกำลังคนจากสมาคมจอมราชันและสมาคมอินทรีดำไล่กวดตามมาติดๆ!
ศรแสงส่องหล้าและเวทเพลิงระเบิดถูกระดมยิงมาทางด้านหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อพยายามจะเปิดเผยตำแหน่งของเงามืดนั้น!
ทว่าเซียวเยี่ยที่เร่งความเร็วในการเคลื่อนที่จนถึงขีดสุดอาศัยช่วงที่ผลของยามจันทราดับยังไม่หมดลง เลี้ยวเข้าสู่ทางแยกสายหนึ่งสลัดการตามล่าของสมาคมจอมราชันและสมาคมอินทรีดำหลุดไปได้ทันที
“บ้าเอ๊ย! ไอ้หมอนั่นมันหนีไปทางไหนแล้ว?”
หลินเสวียหมิงรีบนำคนไล่ตามมาแต่เมื่อเห็นทางแยกสามทางตรงหน้าก็ถึงกับยืนเซ่อ “ช่างมันเถอะแยกกันไปตามหา!”
หวังเปียวออกคำสั่งเสียงเข้มในวินาทีนี้ทั้งสองคนได้บรรลุข้อตกลงกันอีกครั้งโดยรวมกำลังคนของสมาคมจอมราชันและสมาคมอินทรีดำเข้าด้วยกันแล้วแบ่งเป็นสามสายแยกย้ายกันเข้าไปในทางแยกทั้งสามทาง
ทว่าในทางแยกของสุสานนั้นยังมีทางแยกซ้อนอยู่อีก!
เส้นทางที่สลับซับซ้อนและเลี้ยวไปมาทำให้คนหลงทิศทางได้ง่ายทุกครั้งที่ถึงทางแยกทีมไล่ล่าจึงจำเป็นต้องแบ่งกำลังคนออกเป็นส่วนย่อยลงไปเรื่อยๆ
แต่ในมือของเซียวเยี่ยกลับมีไอเทมดุจเทพประทานนั่นคือแผนที่หนังแกะ!
ไม่มีใครรู้จักภูมิประเทศและโครงสร้างทั้งหมดในสุสานแห่งนี้ดีไปกว่าเซียวเยี่ยอีกแล้วไม่ว่าจะเป็นเส้นทางสายเล็กๆ หรือประตูลับที่คดเคี้ยวไปมา
ยิ่งไปกว่านั้นเซียวเยี่ยยังมีทักษะตรวจจับที่เปรียบเสมือนโปรแกรมช่วยเล่นอย่างคลื่นเสียงตรวจจับความถี่สูงอีกด้วย!
ด้วยความช่วยเหลือจากทั้งสองสิ่งนี้ทำให้เซียวเยี่ยสามารถคาดการณ์ความเคลื่อนไหวของศัตรูได้ล่วงหน้าและเลือกเลี้ยวเข้าสู่ทางแยกที่มีคนน้อยที่สุดได้เสมอ
อย่างไรก็ตามคนที่ไล่ตามออกมาจากโถงหลักไม่ใช่สมาชิกทั้งหมดของสมาคมจอมราชันและสมาคมอินทรีดำที่เข้ามาในดันเจี้ยนครั้งนี้นอกจากกลุ่มยอดฝีมือที่หวังเปียวและหลินเสวียหมิงนำทีมแล้วยังมีสมาชิกอีกจำนวนมากที่กำลังเก็บค่าประสบการณ์อยู่ในชั้นที่หนึ่งและชั้นที่สองของดันเจี้ยน
ในตอนนี้เมื่อได้รับคำสั่งผ่านช่องทางอุปกรณ์สื่อสารจากหวังเปียวและหลินเสวียหมิงพวกเขาก็เริ่มโอบล้อมลงมาจากชั้นบนทันที
ด้านหน้ามีสิ่งกีดขวางด้านหลังมีผู้ไล่ล่า!
ต่อให้เซียวเยี่ยจะสามารถเล่นซ่อนหาในเส้นทางสุสานที่เชื่อมต่อกันประดุจใยแมงมุมนี้ได้แต่การจะหนีออกไปให้ได้จริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เมื่อเลี้ยวเข้าไปในห้องลับอีกครั้งเซียวเยี่ยรีบยกหลอดแมลงเรืองแสงขึ้นมาเพื่อดูแผนที่หนังแกะในมืออีกรอบ
ในตอนนั้นผู้อาวุโสผู้เขียนแผนที่ฉบับนี้คือผู้ออกแบบสุสานแม่ทัพโหลวหลันแห่งนี้ดังนั้นนอกจากทางเข้าดันเจี้ยนแล้ว มันควรจะมีทางออกลับอยู่อีกทางหนึ่งด้วย!
เซียวเยี่ยพลิกแผนที่หนังแกะดูอย่างละเอียดถี่ถ้วนในที่สุดเขาก็พบเส้นทางที่เขียนด้วยลายเส้นบางๆ อยู่ที่ด้านหลังของแผนที่ซึ่งตรงออกไปสู่ภายนอกสุสาน ทว่าเส้นทางนี้กลับอยู่คนละทิศกับทางเข้าดันเจี้ยนเส้นทางลับที่จะออกจากสุสานนั้นกลับอยู่ในโถงอันยิ่งใหญ่ที่เซียวเยี่ยเพิ่งจากมานั่นเอง!
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง!”
เซียวเยี่ยอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความทึ่งในความเฉลียวฉลาดของผู้ออกแบบแผนที่เส้นทางหนีรอดอย่างปาฏิหาริย์กลับซ่อนอยู่ใกล้ๆ กับโถงหลักนั่นเอง!
เกรงว่าใครก็คงคิดไม่ถึง...
ในขณะที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องลับเซียวเยี่ยก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของการไล่ล่าดังแว่วมารอบๆซึ่งก็คือกลุ่มคนของสมาคมจอมราชันและสมาคมอินทรีดำที่ไล่ตามมาจากโถงหลักนั่นเองเซียวเยี่ยกลั้นหายใจนิ่งสนิท รอจนกระทั่งกลุ่มคนเหล่านั้นวิ่งผ่านไป เขาจึงค่อยๆออกมาจากห้องลับแล้วมุ่งหน้าไปยังทิศทางตรงกันข้าม ซึ่งก็คือทางไปโถงหลัก
ตลอดเส้นทางนี้ไม่มีร่องรอยของใครเหลืออยู่เลยเพราะไม่มีใครคาดคิดว่าคนคนนั้นจะกล้าวิ่งย้อนกลับมา
สถานที่ที่อันตรายที่สุดคือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดผู้อาวุโสผู้ออกแบบสุสานแม่ทัพแห่งนี้เห็นได้ชัดว่าเข้าใจหลักการนี้เป็นอย่างดี!
หลายร้อยปีต่อมาความคิดนี้กลับมาเอื้อประโยชน์ให้แก่คนรุ่นหลังอย่างเซียวเยี่ยเสียอย่างนั้น
เซียวเยี่ยเดินทางกลับมาถึงโถงหลักได้อย่างรวดเร็วเพราะชำนาญเส้นทางและเขาก็พบทางลับที่จะหลบหนีออกจากดันเจี้ยนสุสานในที่สุดซึ่งมันถูกซ่อนอยู่ใต้ฝ่าเท้าของหุ่นทหารดินเผาตัวหนึ่งท่ามกลางหุ่นทหารนับพันที่ตั้งตระหง่านอยู่ในโถงหลัก
มันเป็นช่องสี่เหลี่ยมที่กว้างพอให้คนหนึ่งคนมุดผ่านได้
ก่อนจะออกไปเซียวเยี่ยสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างเขาพบว่าหุ่นทหารดินเผาที่อยู่เหนือทางลับนี้ดูเหมือนจะแตกต่างจากหุ่นตัวอื่นๆเพราะในมือไม่ได้ถือดาบหรือกระบี่ แต่กลับถือพู่กันเอาไว้
น่าจะเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋น
หรือว่าคนผู้นี้จะเป็นคนเดียวกับที่เขียนแผนที่หนังแกะฉบับนี้?
เวลาผ่านไปหลายร้อยปีความจริงย่อมไม่อาจล่วงรู้ได้อีกเซียวเยี่ยทำได้เพียงก้มศีรษะคำนับหุ่นทหารดินเผาตัวนี้ด้วยความเคารพจากนั้นเขาก็มุดเข้าไปในทางลับหลบหนีออกจากดันเจี้ยนสุสานแม่ทัพที่กำลังมีการปิดล้อมไล่ล่ากันอย่างดุเดือดกอบโกยทุกอย่างกลับไปจนเต็มกระเป๋า