แพทย์ทหารวิปลาส

    บทที่ 56: ทัศนคติอะไร

    บทที่ 56: ทัศนคติอะไรหลี่ลี่เอ่ยด้วยเสียงต่ำ: “รู้จักเครือบริษัทฮุ่ยโซ่งรึเปล่า? คู่แข่งของเครือบริษัทจ้งซานน่ะ พวกเขาเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ เยี่ยเสี่ยวซ่งคือทายาทเพียงหนึ่งเดียวของเครือบริษัทฮุ่ยโซ่ง คุณชายใหญ่ เป็นคุณชายไร้ประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองหลงเถิงเลยนะ”“แล้วไง?” หลินเซียวมีท่าทีเหม่อลอย“จิ้จิ้…… นายนี่มันลูกวัวเพิ่งเกิดใหม่ไม่กลัวเสือจริงๆ ถ้านายไปมีเรื่องกับคนอื่น อย่างมากก็แค่ถูกกระทืบ ถ้าไปมีเรื่องกับเยี่ยเสี่ยวซ่ง มันถึงตายเลยนะ”“ทำไมล่ะ? ไม่ใช่ว่าควรจะสั่งสอนหน่อยรึไง?” หลินเซียวเอ่ยถามด้วยท่าทีไร้ความกระตือรือร้น“ควร! ควรมากๆ!” คิ้วคมราวใบดาบของหลี่ลี่เลิกขึ้นสูง “ฉันอยากจะสั่งสอนเขามานานแล้ว น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาส”“หึ!” หลินเซียวเค้นเสียงหัวเราะ “ขี้โม้จริง”“เฮ้อ…… ท่าทีของนายนี่มันอะไรกัน! ที่ฉันพูดเป็นความจริงนะ!” หลี่ลี่มีท่าทีอับอายเล็กๆ มันไม่ใช่ว่าเขาไม่มีโอกาส แต่ว่าเป็นไม่กล้าเลยต่างหาก ทำได้เพียงแค่พูด“เอาล่ะ! ส่งฉันกลับบ้าน ฉันเหนื่อยแล้ว!” หลินเซียวมองออกไปด้านนอกรถ อ้าปากหาวออกมา เขาถูกผู้หญิงรุมอยู่เป็นชั่วโมง คงจะเป็นการโกหกถ้าพูดว่าไม่เหนื่อย“จ้า!” หลี่ลี่ติดเครื่องยนต์ หมุนพวงมาลัยมุ่งตรงออกจากซอย ขับไปตามถนนหลักอย่างช้าๆ พร้อมกับเอ่ยขึ้น “อย่ามาหาว่าฉันไม่เตือนแล้วกัน ช่วงนี้ก็ระวังตัวหน่อย ถ้าจะให้ดีที่สุดก็อย่าออกจากคฤหาสน์ตระกูลหลี่ บางทีเจ้าเด็กเยี่ยเสี่ยวซ่งนั่นอาจจะวางแผนรอนายอยู่ในความมืด”“ถ้าเขามาฉันก็สู้ก่อน!” หลินเซียวเอ่ยเสียงเรียบ“เอาเลย! ท่านผู้แข็งแกร่ง ถือซะว่าฉันไม่ได้พูด!” หลี่ลี่หงุดหงิดจนหัวเราะออกมา ปิดปากเงียบไป ตั้งใจขับรถอย่างแข็งขันเอี้ยด!ใครจะไปรู้ว่าเพียงแค่รถเข้าสู่ถนนเส้นหลัก ยังไม่ทันที่จะเข้าสู่วงแหวน ก็พลันหยุดชะงัก หยุดลงที่กลางถนนฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ!รถรอบๆ พุ่งผ่านไป หลบเลี่ยงไปทีล่ะคันสองคัน แทบจะขับชนท้ายรถคันข้างหน้า“เชี่ย! ฉันตกใจหมด ไอ้หมาจรจัดนี่มาจากไหน?” หลี่ลี่ตื่นตระหนก ลดกระจกรถลง ตะโกนไปยังสุนัขสีขาวตัวใหญ่ที่หันหน้าเข้าหารถ “ไอ้เดรัจฉาน ! ออกไป!”“โฮ่ง!” เสียงเห่าของสุนัขสีขาวนั้นราวกับหมาป่า เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยกระวนกระวายเมื่อได้ยินเสียงนี้ หลินเซียวก็พลันยืดตัวขึ้นนั่ง ดวงตาทั้งคู่ปรากฏความหนักอึ้งขึ้นมาเล็กๆ ก่อนที่มันจะปรากฏความกระสับกระส่ายออกมา เขารีบมองออกไปด้านนอกหน้าต่างรถ ดวงตาของชายหนุ่มพลันเบิกกว้างขึ้น สีหน้ามืดหม่น“อาเซว่!” หลินเซียวรีบลงจากรถแล้วพุ่งตัวไป อุ้มอาเซว่ที่ขนสีขาวของมันแทบจะถูกอาบย้อมไปด้วยสีแดง แทบพูดจาไม่ออก “ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่?”แม้ว่ามันจะไม่อาจพูดได้ ท่าทางของอาเซว่ก็ยังคงส่งข้อความให้กับหลินเซียว บางอย่างเกิดขึ้นกับเจ้านายของมัน คุณต้องรีบไปช่วยคน“เกิดอะไรขึ้นกับหลิงเอ๋อร์?” ในใจของหลินเซียวตื่นตระหนกฟึ่บ!อาเซว่พลันหันตัวแล้ววิ่งออกไป แผ่นหลังโค้งราวกับคันธนู ขาทั้งสี่ราวกับลูกศรที่พุ่งออกไป ความเร็วน่าตื่นตาตื่นใจ“เร็วเข้า! หลี่ลี่ ตามอาเซว่ไป!” หลินเซียวขึ้นไปบนรถ ไม่ได้เอ่ยอธิบายอะไรมาก เอ่ยเร่ง“หา?” หลี่ลี่อึ้งไปชั่วขณะ เมื่อเห็นท่าทีเร่งร้อน ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เหยียบคันเร่งรถอย่างแรง รถพลันพุ่งทะยานออกไปราวกับกระสุนปืนใหญ่……หลังจากที่หลิงเอ๋อร์หนีออกจากบ้านเมื่อวาน เธอก็ไปแอบนอนในบริษัทอย่างลับๆ หนึ่งคืน วันนี้เธอออกไปซื้อของ แต่เดิมแล้วคิดว่าพ่อจะส่งคนออกมาตามหาตนเอง ทว่ากลับไร้ซึ่งข่าวคราวจนกระทั่งถึงตอนกลางคืน หลิงเอ๋อร์ที่เดียวดายก็มีแต่จะยิ่งโกรธมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่สนใจอะไรอีกต่อไป พุ่งตัวออกไปบนถนน มองไปยังทิศทางหนึ่งแล้วเริ่มเดินอย่างไร้จุดหมายดวงตาของหลิงเอ๋อร์ที่ร้องไห้จนบวมเหมือนหลอดไฟ และบวมอย่างรุนแรง เดินอยู่บนถนนที่เคว้งคว้างอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย สู่ถนนที่ค่อนข้างมัวหมองอาเซว่ย่อมติดตามไปเบื้องหลังโดยไม่ทิ้งห่างไปแม้สักก้าวเดียว ท่าทางที่หมดอาลัยตายอยาก ส่งเสียงครางงี้ดๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกับตอบโต้กับหลิงเอ๋อร์อยู่“ฉันร้องไห้แล้วเธอยังจะมาร้องไห้อีก ทำไมเธอถึงต้องร้องไห้กันด้วยล่ะ!” หลิงเอ๋อร์สะอื้น มุ้ยไปทั้งปาก ลูบหัวอาเซว่เบาๆ“หงิ๋ง……” ใบหูใหญ่ของอาเซว่ลู่ลง ส่งเสียงหงิ๋งๆ ตอบโต้ออกมา“ฮึ่ม! เธอคิดถึงเจ้าบ้าหลินเซียวนั่นอีกแล้วเหรอ?” หลิงเอ๋อร์มุ้ยปาก ทันทีที่นึกถึงหลิงเซียวก็ถึงกับต้องโมโหขึ้นมาอาเซว่ถึงกับต้องกลอกตาจนคล้ายกับมนุษย์ ทันใดนั้นขาทั้งสี่ของมันก็เตะออก พุ่งตัวออกไปดังวูบ ในเสี้ยวพริบตาก็หายลับไปจากสายตา“เฮ้? เธอจะไปไหนน่ะ?” หลิงเอ๋อร์กระทืบเท้าอย่างกระวนกระวาย มองอาเซว่วิ่งหายลับไปจากสายตา ถึงกับเหลือกตาขึ้นอย่างโกรธเกรี้ยว “ไปเลย ไปเลย ไปเลย! ยังไงก็ไม่ต้องการหลิงเอ๋อร์อีกแล้ว ฉันก็ไม่ต้องการเธอแล้วเหมือนกัน!!!”เมื่อคิดถึงเรื่องเจ็บปวดใจ หลิงเอ๋อร์ก็รู้สึกอยากจะร้องไห้จนต้องเม้มปาก ดวงตากลมโตคู่งามถูกปกคลุมไปด้วยม่านน้ำ เหมือนกับสั่งใหเน้ำตาไหลก็ไหลออกมาได้“เจ้าพ่อหน้าเหม็น! พ่อบ้า! ฉันจะไม่กลับไปแล้ว แล้วพ่อจะทำยังไง! ฮึ่ม!”“คุณแม่! พ่อรังแกหนูอีกแล้ว….. ฮือฮือฮือ……”“หิวชะมัด!”“อาเซว่ เธอไปไหนแล้ว?”บนถนนที่ทอดยาวเป็นเส้นตรง หลิงเอ๋อร์เดินอยู่สองชั่วโมง ท้องฟ้ามืดมิดลงทุกที แสงไฟบนถนนสองข้างทางถูกเปิดขึ้นทีล่ะดวง ให้ความรู้สึกหดหู่แม้แต่ตัวหลิงเอ๋อร์เองก็ยังไม่รู้ว่าเธอจะไปไหนดี ภายใต้ความเหม่อลอย เธอพลันเงยหน้าขึ้น พบว่าตนเองได้มาถึงยังสถานที่ที่แปลกประหลาดที่หนึ่งโดยไม่รู้ตัวตึกรอบด้านทรุดโทรมอย่างมาก ไม่มีแม้กระทั่งแสงไฟส่องลอดออกมาจากภายในตึก มีแต่ความว่างเปล่า ส่วนมากแล้วเป็นตึกที่ปล่อยทิ้งร้าง หรือว่าตึกที่ยังสร้างไม่เสร็จในที่ไกลออกไปได้มีปล่องไฟปล่องหนึ่ง กำลังพ่นควันไฟออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ค่ำคืนนี้ยิ่งมืดมิดมากกว่าเดิม จนทำให้มืดทึบมากยิ่งขึ้น ดูเหมือนกับมังกรร้ายที่กำลังแยกเขี้ยวกางเล็บ ทำให้หัวใจของหลิงเอ๋อร์เต้นระรัวขึ้นอย่างไม่อาจอธิบายได้“นี่…… ที่นี่ที่ไหน?” หัวใจของหลิงเอ๋อร์บีบรัดจนแน่น ร่างกายแข็งทื่อขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความหวาดกลัวเธอไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าไว้หลายชั้น สายลมยามค่ำคืนก็เริ่มพัดผ่าน ทำให้หลิงเอ๋อร์รู้สึกหนาวเย็นเสียจนขนทั่วกายลุกชูชัน คลื่นความเย็นสาดซัดเข้าที่ใบหน้าของเธอตึก ตึก ตึกเสียงฝีเท้าที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายดังขึ้นห่างออกไปเพล้ง เพล้ง เพล้ง!เสียงของขวดเหล้าหล่นลงที่พื้น ดังขึ้นเรื่อยๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า“เพ้ย! ถุ้ย! ทำเอาตัวข้าเสียตังไปเยอะเลย!”“โชคร้ายจริงๆ ไอ้เด็กนั่นเป็นเทพแห่งการพนันมาจุติรึไง? ชนะได้ชนะดีอยู่นั้นแหละ”“แกคิดว่ามันโกงรึเปล่า?”“ใครจะไปรู้”“ช่างเถอะ ถือว่าพวกเราโชคร้ายเอง พวกเราไปหาผู้หญิงมาเล่นด้วยหน่อยดีกว่า บ่อนนี่มันน่าหงุดหงิด โชคดีในความรักไง!”“ฮ่าฮ่าฮ่า…...ที่พี่เก้าพูด ผู้หญิงหลายคนที่ร้านตัดผมที่อาฟู่ไปสระผมก็ไม่เลว บริการดี คืนนี้ไปผ่อนคลายกัน”“ไป!”เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความหยาบคายแพร่กระจายไปทุกทิศทาง ฉุดรั้งบรรยากาศของค่ำคืนลงมาหลิงเอ๋อร์ลนลาน เธอค้นพบคนกลุ่มนั้น อยากจะหลบซ่อนทว่าไม่มีที่ให้หลบ ถนนเส้นนี้ถูกล้อมไปด้วยกำแพงสูง ที่หลบเดียวมีเพียงกระถางต้นไม้ที่ยังไม่ทันได้ถูกสร้างขึ้นมา“เอ๊ะ?”“พวกแกดูนั่น……”ทว่า เธอยังไม่ทันได้วิ่งไป ก็ถูกพบตัวเข้าเสียก่อนแม้ว่าแสงจะค่อนข้างมืด ทว่าหลิงเอ๋อร์สวมใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น เพียงแค่เสื้อแขนสั้น และกางเกงขาสั้นอีกตัวหนึ่ง ต้นขานวลเนียนสะท้อนกับแสงไฟ ทำให้เรือนร่างนั้นยิ่งดูเร่าร้อนเลือดทั่วกายไหลเวียน เป็นดวงไฟที่ส่องสว่างที่สุดในค่ำคืนอันมืดมิดอย่างแน่นอนพรึ่บ!ผู้ชายเปลือยอกนับสิบคนรวมตัวกัน“ไอ้หย๋า!”“สาวน้อยคนสวยนี่มาจากไหน?”“จิ้จิ้…… ไม่สวยเกินไปหน่อยเหรอ?”คนกลุ่มนี้แทบไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง ในกลางค่ำคืน ภายในเมืองเก่าๆ แห่งนี้ที่แม้แต่นกยังไม่อุจจาระ จะมาเจอคนงามแบบนี้ ให้ความรู้สึกน่าเหลือเชื่ออย่างมาก...
    //พรุ่งนี้วันสงกราน ลงให้ 3 ตอนถึงวันที่ 15 เลยนะคะ (แอดมินมายโนเวล)

    คล้ายกับเรื่องแพทย์ทหารวิปลาส ที่คุณอ่าน