หัวหน้าคิดถึงเื่ยุ่งวุ่นวายนี้ นางส่ายหัวอย่างอับจนปัญา แต่ว่าก็รับมาทำแล้วเพียงไม่มีเหตุผลที่จะไม่ดูแล
ในห้วงความนึกคิดหัวหน้าหลัวก็เดินเข้าไปด้านในแล้วมีสาวใช้ตามติดอยู่ที่ด้านหลัง เมื่อเห็นว่าหัวหน้าหลัวเลี้ยวไปทางขาวอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามอย่างแปลกใจ “หัวหน้า ท่านไปไปที่จัตุรัสบนหรอกหรือ?”
หัวหน้าหลัวเดินตรงตลอดเพื่อมุ่งไปสู่เฉลียง้าของส่วนจัตุรัสล่าง นางกระพริบตาเล็กน้อย “ที่จัตุรัสบนนั้นไม่มีอะไรน่าดู”
ฝ่ายศิลปะแบ่งเป็จัตุรัสบนและล่างซึ่งเป็สิ่งที่รู้จักไปทั่วว่าฝีมือศิลปะของช่างฝีมือส่วนจัตุรัสบนนั้นดีเลิศกว่าช่างของส่วนจัตุรัสล่าง
หากแต่เมื่อหัวหน้าหลัวมาถึงที่ฝ่ายศิลปะในภายหลังก็พบว่าที่ช่างฝีมือฝ่ายจัตุรัสบนดีเลิศกว่าผู้อื่นมิใช่เฉพาะด้านศิลปะเท่านั้นแต่เื่นี้มีเบื้องหน้าเื้ัทั้งคนที่อยู่เบื้องหน้าและผู้ที่อยู่เื้ัอีกไม่ว่าจะเป็ความสลับซับซ้อนของสายเื การแต่งงาน หรือแม้แต่ความเป็พวกเดียวกัน
สำหรับส่วนจัตุรัสล่างนั้นเหตุเพราะเดิมทีนางเกือบจะไม่ได้คาดหวังอะไรสูงนัก แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นหมดหวังหากแต่ยังคงเหลือความปรารถนาอยู่บ้าง
ฝ่ายศิลปะนี้มักจะได้ติดต่อัักับบรรดาพระสนมเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงหรือแม้แต่ทายาทของผู้สูงศักดิ์ดังนั้นฝ่ายศิลปะจึงมักเป็ผู้หญิง
ช่างฝีมือในโถงห้องฝีมือส่วนมากนั่งหมอบวางท่อนแขนบนโต๊ะกำลังฟั่นเชือกเพื่อทำเครื่องประดับทองมีส่วนน้อยที่วิ่งเข้าๆออกๆ กระสวยผ้าที่สามารถเคลื่อนที่ไปมาอยู่ระหว่างโต๊ะไว้สำหรับหยิบใช้วัสดุที่ตนเอง้า
ช่างฝีมือที่อยู่ข้างหน้าเมื่อเห็นหัวหน้าหลัวเร่งรีบย่อตัวทำความเคารพ หากเมื่อหัวหน้าหลัวหยุดยืนอยู่ที่โต๊ะของใครช่างฝีมือนั้นจะต้องทำความเคารพอย่างอ่อนน้อมพร้อมรายงานว่าต่อหัวหน้าหลัวว่านางกำลังทำสิ่งใดอยู่
“เรียนท่านหัวหน้ากล่องไหมนี้คือกำไลข้อเท้าทองสิบชิ้นที่ฮูหยินของท่านอิงกั๋วกงจองได้สั่งทำไว้(อิงกั๋วกงเป็ตำแหน่งขุนนางชั้น ๑ ในสมัยโบราณ เทียบกับข้าราชการระดับ ๑๑ /๑๒ ในปัจจุบันหรือเทียบกับเ้ากระทรวง)
“อืม”หัวหน้าหลัวพยักหน้าเบาๆ เดินไปอีกสองก้าวก็หยุดลงอีก ช่างฝีมือข้างกายอายุราวสิบห้าสิบหกปีเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเพิ่งเข้ามาที่สำนักหนิงกวงหยวนได้ไม่นานเมื่อหัวหน้าหลัวพูดด้วยก็ติดอ่างแสดงความตื่นเต้นเป็อย่างมาก “เรียน เรียนท่านหัวหน้าอันนี้คือองค์หญิงอี้ฟู๋้า เป็ปิ่นยาวที่้าเป็รูปดอกลิ้นจี่ และแหวนหินโมราเลี่ยมทอง”
หัวหน้าหลัวหยิบปิ่นยาวขึ้นมองแวบหนึ่งจัตุรัสล่างแห่งนี้ยังมีคนที่มีความสามารถอย่างแท้จริงอยู่หลายคนจริงๆปิ่นยาวหัวดอกลิ้นจี่นี้เห็นได้บ่อย หากแต่การสลักนั้นต้องสิ้นเปลืองฝีมือไม่น้อยหาได้ยากที่นางจะเอ่ยปากชมเชย “ปิ่นยาวหัวลิ้นจี่นี้เหมือนจริงราวมีชีวิตการแกะสลักของเ้า ฝีมือไม่เลวเลย”
เมื่อถูกชมช่างฝีมือนั้นใจเต้นรัวมีความสุขจนแทบจะเป็ลมลงไปทั้งร่างเต็มไปด้วยความฮึกเหิมในการทำงานหัวหน้าเพิ่งจะวางปิ่นนั้นคืนลงในผ้าต่วนสีแดงบนโต๊ะก็ได้ยินด้านทิศเหนือของโถงห้องฝีมือมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์แว่วมา นางชายตามองไปก็พบช่างฝีมืออายุน้อยสี่ห้าคนกำลังรวมกลุ่มกันอยู่ไม่รู้ว่ากำลังพูดคุยสนทนาเื่อะไรกัน
หัวหน้ารีบเดินไปด้านหน้าของคนกลุ่มนั้นช่างฝีมือหลายคนที่กำลังพูดคุยหัวเราะเมื่อเห็นว่าหัวหน้าหลัวมาถึงห้องโถงฝีมือแล้วรอยยิ้มราวถูกแช่แข็ง ใบหน้าปรากฏความเก้อเขินและความตื่นตระหนกทั้งยังกลัวว่าหัวหน้าหลัวจะเข้าใจผิดว่าพวกนางแอบเกียจคร้าน แล้วจะลงโทษพวกนาง
“งานของพวกเ้าเสร็จแล้ว?”หัวหน้าหลัวค่อนข้างเข้มงวดแล้วก็เห็นแวบหนึ่งว่ามีช่างฝีมือคนหนึ่งแอบเอาของสิ่งเล็กๆ ซ่อนไว้ที่ด้านหลังฉับพลันนั้นนางรู้สึกไม่พอใจ ยื่นมือออกมา “นำออกมา!”
ช่างฝีมือคนนั้นค่อยคลายฝ่ามือออกเป็เพราะใช้มือจับมีดแกะสลักมาเป็เวลานานทำให้นิ้วโป้งและนิ้วชี้หยาบหนากว่านิ้วอื่นๆ
หัวหน้าหลัวเม้มริมฝีปากแววตาเบี่ยงไปมองหญ้าถักรูปผีเสื้อคู่ที่กำลังเคล้าน้ำเต้าน้อยบนปิ่นห้อย(步摇=ปิ่นปักผมชนิดหนึ่งที่ตรงหัวปิ่นมักทำเป็สายห้อยลงมา)
"อืม?" หัวหน้าหลัวตาเป็ประกายหญ้าวัชพืชที่ไม่สะดุดตาเ่าั้สามารถนำมาถักเป็ลวดลายอันปราณีตได้ถึงขนาดนี้
"เ้าถักหรือ?" สำนักหนิงกวงหยวนกำลังขาดแคลนช่างฝีมือที่ทั้งมัพร์และขยันจริงจังหัวหน้าหลัวจึงเสียดายผู้มีฝีมือนางรับปิ่นพู่ห้อยพิจารณาซ้ายขวาอย่างละเอียดแล้วจึงอ้าปากพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนไม่น้อย"เ้าถนัดใช้เครื่องประดับหญ้าทำเป็แบบอย่างนั้นหรือ? "
โดยปกติแล้วช่างฝีมือตอนที่เริ่มออกแบบลวดลายมักจะวาดโครงร่างบนกระดาษซวนจื่อนางเองก็เป็เช่นนี้
ช่างฝีมือไม่กล้าแอบอ้างฝีมือเพราะนางเองก็ไม่มีความสามารถในการถักเครื่องประดับหญ้าจึงโบกมือเป็ระวิง"เรียนท่านหัวหน้าปิ่นพู่ห้อยข้าไม่ได้เป็คนถักเป็เมื่อวันก่อนข้าไปที่ร้านๆหนึ่งตรงถนนพานโหลวเห็นแล้วชอบจึงขอหยิบมาสามอันเมื่อวานที่ท่านชมเชยปิ่นปักผมรูปดอกบัวมีรูปแบบแปลกใหม่นั้นก็เป็แบบที่ข้าฝึกมาจากเครื่องประดับหญ้าใช่แล้วข้ายังมีกิ๊บปิ่นปักผมที่เป็รูปเรือท่องเที่ยวน่าเสียดายว่าต้องแกะสลักให้ละเอียดนุ่มนวลอย่างนั้นมันยากเกินไปข้าทำไม่ได้"
ช่างฝีมือดูซื่อสัตย์จริงใจบอกกล่าวเื่จริงออกมาทั้งหมดทั้งยังนำภาพวาดเรือคู่ออกมาจากกระเป๋าด้วยตัวเอง
"นี่รูปแบบงดงามมาก"หัวหน้าหลัวตื่นตะลึงนางเองล้วนไม่เคยคิดที่จะใช้รูปเรือประดับมาทำเป็กิ๊บปักผมมาก่อนเลยเมื่อมองที่เรือประดับตรงหน้าต่างสี่เหลี่ยมยังมีรูปคนตัวเล็กๆสองคนอีกด้วย
"นี้เป็ร้านเครื่องประดับร้านไหนบนถนนพานโหลว"หัวหน้าหลัวเก็บกิ๊บปักผมรูปเรือประดับน้อยชิ้นนั้นซ่อนไว้ในแขนเสื้อกว้าง"ในเมื่อเ้าไม่ใช้ให้ข้าก็แล้วกัน"
"ท่านหัวหน้าแม้ว่าจะจะนำไป" ช่างฝีมือดีใจกล่าว"เครื่องประดับหญ้านี้มิใช่มาจากร้านเครื่องประดับแต่เป็ของร้านสมุนไพรหอมร้านหนึ่งของถนนพานโหล"
"ร้านสมุนไพรหอม?" หัวหน้าหลัวเลิกคิ้ว"ร้านสมุนไพรหอมเหตุใดถึงมีเครื่องประดับหญ้ากันเล่า"
"จริงๆนะข้ากำลังคิดว่าอีกสองสามวันเป็วันหยุดจะไปที่ร้านนั้นเพื่อซื้อสมุนไพรหอมแล้วนำกิ๊บปักผมมาอีก"ช่างฝีมือน้อยเบิ่งตาใบหน้าฉายความตรงไปตรงมา" ได้ยินคนงานของร้านสมุนไพรหอมกล่าวว่าเครื่องประดับหญ้าเป็เด็กสาวจากอำเภอกวงหยางที่นอกเมืองเป็ผู้ถักทุกหลายวันจึงจะส่งเข้ามา"
"ร้านสมุนไพรหอมบนถนนพานโหลว? " หัวหน้าหลัวคิดแล้วคิดอีก" คงเป็ศาลาสุคนธรสแล้วล่ะ"
ห้องของนางก็มีกลิ่นหอมอ่อนๆปกติกระโปรงที่นางใส่ก็จะใช้น้ำมันหอมระเหยหากแต่ในเมืองหลวงมีร้านสมุนไพรหอมไม่ถึงสามร้านห้าร้านศาลาสุคนธรสตรงถนนพานโหลวนางเองเคยไปก็หลายครั้งนับดูแล้วนางเองก็เป็แขกประจำของศาลาสุคนธรสเช่นกัน
ช่างฝีมือน้อยรีบพยักหน้ารับ
หัวหน้าหลัวอารมณ์สั่นไหวถนนพานโหลวอยู่ห่างจากถนนฟานโหลวไม่ไกลนักนางเองมี่หนึ่งที่ไม่ได้ไปเยือนศาลาสุคนธรสเพื่อซื้อสมุนไพรหอมไม่สู้ว่าไปชมดูด้วยตาตนเองจะดีกว่าเครื่องประดับหญ้าของสาวน้อยฝีมือดีมากไม่แน่ว่านี่จะเป็วัตถุชิ้นงามที่จะต้องรับเข้ามาอยู่ในสำนักหนิงกวงหยวน
หัวหน้าหลัวหมุนกายกำชับสาวใช้ให้ไปที่ลานด้านหน้าเพื่อตระเตรียมรถม้า
เมื่อหัวหน้าหลัวเดินทางถึงศาลาสุคนธรสก็รีบโผเข้าไปหากแต่เลือกได้ไม่กี่ชิ้นเท่านั้นจึงได้แต่ทักท่ายเถ้าแกอันเพียงไม่กี่ประโยคจึงโดยสารรถม้ากลับสำนักหนิงกวงหยวน
อีกทางหนึ่งฮวาหว่านเร่งรถลากลับหมู่บ้านยวินเซียวเมื่อถึงถนนหลวงก็หยุดรถลานางแลดูดวงอาทิตย์คาดคะเนว่าพี่ชายกำลังเลิกเรียนพอดีรอเพียงแค่ชั่วครู่เท่านั้นก็จะได้โดยสารรถลากลับบ้านพร้อมกัน
ฮวาหว่านก่อนที่จะออกจากเมืองหลวงได้ซื้ออาหารลามาด้วยนางจึงป้อนให้มันกินจนอิ่มแล้วจึงฉวยโอกาสเด็ดหญ้าขนอ่อนแบะดอกไม้ดอกเล็กๆที่ยังไม่ได้ถูกหนอนแทะกินอย่างรวดเร็วนางก็ถักปิ่นหญ้ารูปลูกบอลที่้ามีขนอ่อนๆได้หลายอัน
ฮวาหว่านหยิบปิ่นผมนั้นทดลองปักเทียบบนศีรษะเด็กสาวน้อยอายุสิบสองสิบสามปียังคงรักสวยรักงามน่าเสียดายที่วันนี้นางหวีผมมวยสูงแบบเด็กผู้ชายจึงไม่ค่อยเหมาะกับการปักปิ่นผม
ฉับพลันนั้นทีมือมาเตะที่มวยผมของนางขู่จนนางต้องรีบหมุนตัวกลับเมื่อว่าเป็หลี่จงเหรินนั่นเองจึงถอนใจโล่งอก
ฮวาหว่านลูบหน้าอกบ่นฮุบ"พี่ชายเหตุใดท่านไม่ส่งเสียงเล่า"
"ข้าะโแล้วเป็เ้าที่จิตใจจดจ่อจึงไม่ได้ยินเองนะ"
"จริงเหรอ?" ฮวาหว่านเกาศรีษะอย่างงงงวยแต่ว่าในเมื่อพี่ชายบิกว่าะโเรียกแล้วนั่นก็คือเรียกแล้วนางก็ไม่ต้องคิดอะไรให้มากมาย
หลี่จงเหรินลูบไปที่มวยผมของฮวาหว่านแล้วจึงค่อยวางมือลง" สวยมาก"
เป็ประโยคที่กล่าวอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยฮวาหว่านหลงคิดว่าหลี่จงเหรินชมเชยปิ่นปักผมในมือของนางภาคภูมิใจจนหยิบขึ้นมากวัดแกว่ง"ข้าก็มีความสามารถอยู่บ้างข้าสามารถใช้เงินจากเครื่องประดับหญ้านี้ให้พี่ชายใช้แทน....."
ฮวาหว่านรู้สึกตัวว่าจะหลุดปากจึงรีบปิดปากทันที
หลี่จงเหรินถามอย่างสงสัย"ให้แทนข้าทำอะไร?"
"พี่ชายไม่มีอะไรพวกเรารีบกลับบ้านกันเถอะนะ"ฮวาหว่านสะกิดลาดำแทนนางไม่สามารถพูดออกมาได้หรอกว่าเงินที่ได้จากการขายเครื่องประดับหญ้าจะเอาไว้เป็ค่าสินสอดของเขาไม่เช่นนั้นพี่ชายต้องไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/31460372a950b4e2a8c09017ed8e19b6
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่บันทึกมงกุฎขนนกที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #บันทึกมงกุฎขนนก #readAwrite ด้วยน้า
****************************