“พะ-พี่ใหญ่!” โจวหยวนร้องออกมาด้วยความยินดีครั้นเห็นว่าพี่ชายของมันมาถึงได้ทันเวลา
หลังจากที่มันกลับถึงตระกูลด้วยความแค้นที่เต็มอก มันก็ได้เล่าเรื่องที่มันพบกับความอัปยศอดสูให้แก่บิดาของมันได้ฟัง
แต่ทว่าประมุขตระกูลโจวไม่สามารถยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างรุ่นน้องได้ ซ้ำแล้วประมุขตระกูลโจวยังซ้ำเติมอีกว่า
“ดีแล้ว ให้เจ้ารู้ซึ้งบ้างก็ดีว่าอย่าทำตัวเย่อหยิ่งเกินไป เสือหมอบและมังกรมีอยู่ทุกที่ หากวันนี้ไม่ได้แม่นางหนี่เข้าช่วยเหลือ เจ้าคงจะเหลือแต่ชื่อไปแล้ว เจ้าถือได้ว่าเป็นหนี้บุญคุณนางด้วยซ้ำ”
นั่นทำให้โจวหยวนที่กำลังขุ่นเคืองก็ยิ่งโกรธจัด และตัดสินใจส่งจดหมายไปหาโจวเหยาเซียนในสำนักจักรพรรดิดารา เพื่อที่จะให้พี่ชายของมันมาสอนบทเรียนให้แก่หยุนเฟยหยางและตระกูลหนี่!
บัดนี้พี่ชายของโจวหยวน โจวเหยาเซียนก็อยู่ที่นี่แล้ว!
โจวเหยาเซียนเพียงเหลือบมองด้วยหางตาและเอ่ยถาม “คนที่ทุบตีเจ้าอยู่ที่ไหน?”
ดวงตาของโจวหยวนส่องแสงมุ่งร้าย มันชี้ตรงไปด้านในรถม้าด้วยน้ำเสียงที่เดือดดาล “เจ้าทาสชั้นต่ำน่าจะกำลังกลัวหัวหดอยู่ในรถม้า! พี่ใหญ่ท่านต้องจัดการเรื่องนี้ให้ข้า!”
โจวเหยาเซียนถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ มันมองไปยังรถม้าตระกูลหนี่และแผดเสียงคำราม “ออกมาเดี๋ยวนี้!”
ครั้นเห็นว่าโจวเหยาเซียนกำลังจะลงมือ หนี่เหิงเหยียนก็ไม่สามารถนิ่งเฉยได้อีกต่อไป “โจวเหยาเซียน เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าจะล้ำเส้นตระกูลหนี่ของข้า?”
โจวเหยาเซียนเพียงยิ้มและผายมือ “หนี่เหิงเหยียน เรื่องนี้สามารถแก้ไขได้โดยง่าย เพียงแค่เจ้ามอบคนผู้นั้นมาให้ข้า แล้วข้าจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับตระกูลหนี่อีกเลย”
“โอ้?” รูม่านตาของหนี่เหิงเหยียนหดลีบลง เขาตอบกลับอย่างเย็นชา “หากข้าปฏิเสธเล่า?”
โจวเหยาเซียนไม่ได้คาดหวังคำตอบนี้ แต่มันกลับยิ้มออกมาและกระโดดลงจากด้ามหอก
พรึ่บ!
โจวเหยาเซียนคว้าหอกอย่างรวดเร็ว รังสีสังหารแผ่พุ่งออกมา “เช่นนั้นก็คงต้องใช้กำลังกันสักตั้ง!”
หว่อง!
หว่อง!
วงแหวนวิญญาณยุทธ์สี่วงโคจรรอบร่างของหนี่เหิงเหยียนและโจวเหยาเซียน ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่าพวกเขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตตื่นรู้!
กระแสปราณวายุปะทุออกมาจากร่างของหนี่เหิงเหยียน ในขณะเดียวกันก็มีกระแสสายฟ้าปะทุออกมาจากร่างของโจวเหยาเซียนที่กำลังยืนประจันหน้า
ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังจะเปิดฉากต่อสู้ จู่ๆ ก็มีเสียงที่เบื่อหน่ายดังออกมาจากรถม้าตระกูลหนี่ “นายน้อยเหิงเหยียน ปล่อยให้ข้าจัดการ”
สิ้นเสียงนั้นม่านรถม้าก็ค่อยๆเลื่อน ทุกสายตาพลันจับจ้องไปที่ต้นตอของปัญหาอย่างชายบนรถม้าเป็นตาเดียวกันราวกับต้องมนต์สะกด
เสียงของจางหลินยังทำให้โจวหยวนเผลอแสยะยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน!
การตอบสนองของจางหลินทำให้โจวหยวนมั่นใจว่า ชะตากรรมของเขาได้ถูกกำหนดไว้แล้ว!
เขาต้องตายด้วยน้ำมือของโจวเหยาเซียน!
ด้วยความสะใจ โจวหยวนชี้ไปที่รถม้าอีกครั้งและตะคอกอย่างชั่วร้าย “เจ้าทาสต่ำช้า! ออกมารับความตายของเจ้าซะ—”
แต่มันกล่าวไม่ทันจะจบประโยค จู่ๆก็มีแสงกระพริบออกมาจากม่าน ตามมาด้วยกระแสลมที่พุ่งผ่านร่างของหนี่ซวง หนี่เหิงเหยียนและโจวเหยาเซียน เข้าหาโจวหยวนด้วยความเร็วปานสายฟ้า!
พรึ่บ!
พริบตาเดียวก็มีเงาปรากฏขึ้นด้านหลัง เงานั้นจับที่ศีรษะของโจวหยวนที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเหวี่ยงลงพื้นอย่างสุดกำลังด้วยความอำมหิต!
ตึง!
โจวหยวนที่ถูกจับศีรษะกระแทกลงเข้ากับบันไดหินก็ล้มหน้าคะมำ! พื้นของบันไดได้เกิดหลุมยุบขนาดใหญ่ ตามมาด้วยเลือดที่ไหลออกมาจากแรงกระแทกที่รุนแรง!
ครู่ต่อมาร่างของโจวหยวนก็ฟุบลงหมดสติ ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงแค่ครั้งเดียวของจางหลิน
ฉากนี้ได้สร้างความตกใจให้แก่ทุกคน ไม่เว้นแม้แต่หนี่ซวงและหนี่เหิงเหยียน!
เขากล้าที่จะลงมือกับโจวหยวนต่อหน้าโจวเหยาเซียนเลยงั้นหรือ?
คนบ้า!
เขาเป็นคนบ้าหรือไม่!?
ต้องเข้าใจว่าโจวเหยาเซียนมีสถานะเป็นถึงผู้ถือครองป้ายทองคำ สถานะของมันเกือบจะอยู่บนจุดสูงสุดในบรรดาลูกศิษย์สำนักยุทธ์แล้ว
แม้แต่ผู้อาวุโสบางคนก็ยังไม่มีความกล้าที่จะทำให้โจวเหยาเซียนขุ่นเคือง มีบางส่วนพยายามที่จะประจบสอพลอมันด้วยซ้ำ
แต่จางหลินไม่ได้สนใจสถานะของโจวเหยาเซียนเลย และเลือกที่จะลงมืออย่างโหดเหี้ยมกับโจวหยวนโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง!
หากเป็นคนที่ยังสติดีอยู่ คงจะไม่เลือกทำอะไรบ้าๆและสุดโต่งถึงขนาดนี้อย่างแน่นอน!
เมื่อร่างของโจวหยวนแน่นิ่งไป พลางได้ยินเสียงถอนหายใจที่ช่วยไม่ได้ของจางหลินดังตามมา “ข้าปล่อยให้เจ้าพล่ามมานานเกินพอแล้ว นับจากนี้จะไม่มีโอกาสเป็นครั้งที่สาม”
โจวเหยาเซียนอ้าปากค้างราวกับยังไม่เชื่อสิ่งที่เห็นตรงหน้า แต่เมื่อมันตั้งสติได้ ความโกรธและความอาฆาตก็ปะทุออกมาด้วยสีหน้าหน้าที่บิดเบี้ยว “เจ้ากล้าดียังไง!?”
หว่อง!
ภายในพริบตาเดียว โจวเหยาเซียนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าจางหลิน หอกปราณสายฟ้าแทงเป็นเส้นตรงราวกับฟ้าผ่า!
พรึ่บ!
จางหลินพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา เขาพลิกตัวหลบกลางอากาศทำให้การแทงหอกของโจวเหยาเซียนพลาดเป้า
ด้วยการพลิกตัวกลับอีกครั้ง กระบี่มังกรดำปรากฏขึ้นจากแหวนวิญญาณ จางหลินเหวี่ยงกระบี่อย่างสุดแรง โดยอาศัยพลังปราณลึกลับจากกำไลหยกต้นกำเนิด
วู้ม!
การปะทะในครั้งนี้สร้างคลื่นลมแผ่ขยายออกไป หนี่ซวงและหนี่เหิงเหยียนรีบใช้แขนป้องลมไว้อย่างทันท่วงที
ขณะเดียวกันการปะทะของกระบี่มังกรดำและหอกสายฟ้า ส่งผลให้คนทั้งสองถูกผลักกลับไปคนละห้าก้าว
แต่สีหน้าของจางหลินซีดลง ราวกับว่าอวัยวะภายในของเขาเกิดความปั่นป่วน
โจวเหยาเซียนที่สัมผัสได้ถึงแรงสะท้อนกลับก็รีบปักหอกลงกับพื้น พลันมองไปยังกระบี่ในมือของจางหลิน “คิดไม่ถึงเลยว่าแค่ทาสต่ำช้ายังมีวาสนาได้ถือครองศาสตราวุธระดับ 4!”
จางหลินที่ทรงตัวได้พลันเก็บกระบี่เข้าฝัก ดวงตาที่เย็นชาจ้องมองโจวเหยาเซียนก่อนจะกล่าวเบาๆ “ตามกฎของสำนักจักรพรรดิดารา ห้ามให้ผู้ถือครองป้ายทองคำต่อสู้กับผู้ที่มีสถานะป้ายหรือผู้ที่มีระดับการฝึกยุทธ์ที่อ่อนแอกว่าตน 9 ดาวหรือมากกว่า หากฝ่าฝืนจะถูกปรับหินสีม่วง 5,000 ก้อนและหักคะแนนความประพฤติสองแต้ม... เอาล่ะ เจ้าจงไปที่ห้องโถงลงทัณฑ์และรับโทษทัณฑ์ในการฝ่าฝืนกฎของสำนักแต่โดยดี”
“เจ้า!” โจวเหยาเซียนที่กำลังเดือดดาลก็ตะคอกออกมา “เจ้ากำลังพูดบ้าอะไรอยู่!?”
จางหลินยังคงเฉยชา เขาหยิบตำราที่เพิ่งอ่านออกมาและกางมันออก พลางชี้ไปที่บรรทัดหนึ่งในคู่มือของสำนักจักรพรรดิดารา “คู่มือสำนักจักรพรรดิดาราหน้าที่สาม ข้อที่ห้า กฏข้อย่อยที่สี่ มีการระบุไว้อย่างเป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน เจ้าเข้าสำนักมานานแต่ไม่อ่านคู่มือของสำนักเลยงั้นรึ? น่าเสียดายแทนสำนักจักรพรรดิดาราจริงๆที่มีคนโง่เช่นเจ้า”
ใบหน้าของโจวเหยาเซียนแดงก่ำด้วยความหงุดหงิด มันเพิ่งคิดได้ว่าคู่มือของสำนักมีกฎระเบียบของลูกศิษย์เขียนอยู่
หากมีการฝ่าฝืน มันต้องได้รับโทษตามที่กำหนดไว้!
แต่มันอดคิดไม่ได้ว่า ใครจะเสียเวลาไปจำตำราคู่มือหรือแม้แต่บทลงโทษของทางสำนักเหมือนจางหลิน
โจวเหยาสะบัดแขนเสื้ออย่างแรง ก่อนจะตะคอกกลับไป “ข้ายังไม่ได้ทำผิดกฎ! ความแข็งแกร่งของเจ้าทัดเทียมกับข้า! ข้าจะไปที่ห้องโถงลงทัณฑ์เพื่ออะไร!?”
การตอบสนองของจางหลิน รวมถึงความเร็วและความยืดหยุ่นที่เขาแสดงออกมาก่อนหน้า ทำให้โจวเหยาเซียนเข้าใจไปเองว่าความแข็งแกร่งของจางหลินคงจะทัดเทียมกับมัน
มิเช่นนั้นกระบวนท่าหอกทำลายล้างของมันคงไม่ถูกหยุดไว้ง่ายๆอย่างแน่นอน
จางหลินส่ายหน้าอย่างเวทนา “ใครบอกว่าข้าแข็งแกร่งเทียบเท่ากับเจ้า?”
ด้วยการกระทืบเท้าหนึ่งครา วงแหวนวิญญาณยุทธ์ก่อตัวขึ้นล้อมรอบร่างของจางหลิน เผยให้เห็นดวงดาราทั้งเก้าเจิดจ้าที่กำลังโคจร
หว่อง!
เมื่อจางหลินเปิดเผยระดับพลังยุทธ์ สีหน้าของฝูงชนที่กำลังจ้องมองต่างก็ตกตะลึงไปตามๆกัน!
รอบกายของจางหลินมีวงแหวนวิญญาณยุทธ์เพียงสองวงเท่านั้น!
เขาไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตตื่นรู้! และไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตก่อกำเนิด!
แต่เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตขัดเกลา! เขาอ่อนแอกว่าโจวเหยาเซียนถึงสองขอบเขต!
นั่นหมายความว่ากฎของสำนักที่จางหลินพูดไปเมื่อครู่ได้สัมฤทธิ์ผลแล้ว!