ตอนที่ 93 คุณหนูตระกูลคริธาเลีย (2) ณ ห้องของลาซิเฟีย ห้องของหญิงสาวดูเรียบง่ายผิดต่างไปจากสถานที่ในตระกูลที่ใหญ่โตหรูหรา ห้องของเธอทำจากไม้เนื้อดีราคาแพง ทว่า ในห้องกลับมีเพียงเตียงที่ทำจากเนื้อผ้าชั้นดีและหน้าต่าง… ทั้งห้องของลาซิเฟียมีเพียงแค่นี้จริงๆ มิอาจมองหาของใช้จิปาถะอื่นได้นอกจากสองสิ่งนี้ ในช่วงเวลานี้เองที่หญิงสาวนั่งชิดอยู่ริมหน้าต่างห้อง เส้นผมสีเงินแพลตตินั่มพริ้วสยายเบาบางตามสายลม ใบหน้าขาวราวหิมะพาดผ่านด้วยอารมณ์อันซับซ้อน แววตาสวยสดประหนึ่งอัญมณีอันล้ำค่าทอประกายทอดมองไปบนฟากฟ้าคล้ายรำพึงรำพัน ทันใดนั้น เสียงของชายวัยกลางคนพลันลอดผ่านประตูเข้ามา “เฟียเอ๋อ…” [ตามหลักของจีน การใช้ เอ๋อ ตามหลังชื่อเป็นการแสดงความเอ็นดู ดูน่ารัก ดูน่าเอ็นดู] [เฟียเอ๋อออกเสียงว่าเฟี่ยเอ๋อ] ผู้นำตระกูลคริธาเลียมองภาพเบื้องหน้าด้วยอาการแข็งเกร็งคล้ายทำอะไรไม่ถูก น้ำเสียงไพเราะเสนาะหูวาบผ่านราวกับเสียงขับขานจากสวรรค์ หากแต่ น้ำเสียงเหล่านั้นตรึกตรึงไปด้วยอารมณ์ที่โศกา [เพลงกลับชาติมาเกิด(轮回) ผู้ประพันธ์เนื้อเพลงและทำนอง:孙莞 ร้องโดย:หลิวเจิงถง 刘增瞳] [ในส่วนเนื้อหาแปลไทยจากช่อง:Lincaixianและช่อง:冬翼•FrozSloth] “หนึ่งชาติภพคนเราเกิดดับผู้เดียว---แต่แท้จริงฟ้ากำหนดไว้…” ลาซิเฟียขับร้อง เสียงเว้นจังหวะอย่างลงตัว น้ำเสียงเศร้าโศกอย่างสุดแสนราวกับเป็นความทรมานที่ยากจะบรรยายออกมา น้ำเสียงของเธอเหมือนจะทำให้อารมณ์ของผู้คนโดยรอบคล้ายดิ่งลงสู่หุบเหวลึกไร้ก้นบึ้ง “เปรียบพู่ไหมที่ทอประดับรัดกุม หากแต่ไร้ด้ามกระบี่คู่…” น้ำเสียงนุ่มนวลบาดลึก สายตาของลาซิเฟียมองผ่านคมเงาของศาสตราวุธที่กุมอยู่ในฝ่ามือ ด้วยแววตาอาลัยอาวรณ์ ฉับพลันนั้นเองที่คมเงาของดาบได้สะท้อนภาพเบื้องหลัง เงาร่างของผู้นำตระกูลคริธาเลียสะท้อนผ่านดาบในฝ่ามือของเธอ ส่งผลให้หญิงสาวคิ้วเลิกสูงขึ้นพลันหันขวับไปทางผู้เป็นบิดาด้วยท่าทีลนลาน “ทะ---ท่านพ่อ…” ริมฝีปากของลาซิเฟียเผยอออกเล็กน้อย ความรู้สึกเขินอายปะปนไปกับความโศกตรมที่ยากจะลบเลือนออกไป คิ้วงามสีเงินขมวดมุ่น “ท่านพ่อเข้ามายามใดกัน?” “เฟียเอ๋อ…” น้ำเสียงของผู้นำตระกูลคริธาเลียเบาลง สายตาของผู้นำตระกูลกวาดตามองห้องโล่งที่มีเพียงเตียงหนึ่งตัวและหน้าต่าง ห้องนี้ยังคงโล่งโจ้งเหมือนเดิมไม่มีผิด เหมือนดั่งอดีตครั้นนั้น “ท่านพ่อ---ท่านมีเหตุอันใดจะกล่าวกับเฟียเอ๋อหรือ?” ลาซิเฟียกล่าวเสียงนอบน้อม สายตาของหญิงสาวเปรยมองผู้เป็นบิดาที่คล้ายจะแก่ชราลงทุกวัน ล่าสุดที่ได้เห็นบิดา เขายังดูหนุ่มแน่นนัก หากให้เทียบกับคราวนี้ที่ปรากฏริ้วรอยบนใบหน้า ผู้นำตระกูลคริธาเลียชราภาพไปมากเลยทีเดียว “เฟียเอ๋อ---เจ้าช่วยตอบพ่อได้หรือไม่…” ผู้นำตระกูลคริธาเลียกล่าวหนักแน่นยิ่งขึ้น ชายวัยกลางคนคาดหวังกับคำตอบเป็นอย่างมาก ผู้นำตระกูลคริธาเลียจ้องขมึงไปทางใบหน้าของบุตรีของตน “ที่ว่าเจ้ายอมหมวกเขียวให้องค์รัชทายาท… มันเป็นความจริงหรือไม่?” ลาซิเฟียกลืนน้ำลายคำโต ถ้อยคำทุกอย่างราวกับติดอยู่ตรงลำคอ หญิงสาวรู้สึกร้อนรุ่มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งโทสะ คิ้วงามโก่งดุจพระจันทร์เสี้ยวขมวดชิดเป็นปมแน่น แววตาเกรี้ยวโกรธจ้องกลับไปยังบิดา คำกล่าวของเขาทำให้สาวน้อยหวนคำนึกถึงเรื่องราวเมื่อตอนนั้น!! เหตุที่ทำให้เธอหนีออกจากเมือง!! “มันจะเป็นความจริงไปได้เยี่ยงไร! ในเมื่อข้ากับองค์ชายไม่ได้เป็นอะไรกัน!!” ลาซิเฟียกล่าวอย่างเดือดดาล ใบหน้าของผู้นำตระกูลคริธาเลียบิดกระตุก ชายวัยกลางคนจ้องลาซิเฟียตาเขม็งราวกับหญิงสาวเบื้องหน้าได้กระทำความผิดอย่างร้ายแรง ผู้เป็นบิดาก้าวขาเข้าหาเธอสามก้าว สองมือไขว้หลังเชิดศีรษะขึ้นมองลงมา “เจ้ากับองค์ชายมิได้เป็นอะไรกัน? น่าขันนัก!! เจ้าหมั้นหมายกับองค์รัชทายาทไว้แล้ว มันจะไม่เป็นอะไรกันไปได้อย่างไร!!” “เจ้ากล่าวเช่นนี้แสดงว่าเจ้ายอมรับความจริงดังคำข้า บอกมาว่าบุรุษผู้นั้นมันเป็นใคร!! ข้าจะไปปลิดชีวิตมัน!!” ผู้นำตระกูลคริธาเลียกล่าวเสียงราบเรียบ ใบหน้าแสดงออกถึงความจริงจังอย่างที่สุดราวกับคำขู่ฆ่ามิได้เอ่ยขึ้นเล่นๆ ท่ามกลางแรงกดดันเหล่านั้น มันมีจิตสังหารน่าขนลุกปะปนมาด้วย “ท่านพ่อ!!!” ลาซิเฟียแผดเสียงก้องราวกับมิได้รับความเป็นธรรม น้ำเสียงสั่นเครือพร้อมกับน้ำตาหยาดริน หญิงสาวจ้องผู้เป็นบิดาตาเขม็งก่อนที่เธอจะได้กล่าวพูดสิ่งที่อึดอัดคับแค้นมานาน ผู้นำตระกูลคริธาเลียกลับกล่าวขัดเสียก่อน “เจ้าไม่ต้องพูดอะไรแล้ว!!” ผู้นำตระกูลคริธาเลียตะคอกเสียงสนั่น “ข้าอับอายกับการกระทำของเจ้ามามากพอแล้ว! เจ้าหนีบ้านเมือง! เจ้าหนีตระกูล! เจ้าหนีงานแต่ง! อีกทั้ง เจ้ายังไปคบหากับบุรุษที่ยังไม่รู้หัวนอนปลายเท้าอีก!!" ในฐานะบิดา มันรู้สึกละอายใจอย่างมากที่จะต้องทนรับปากรับเสียงจากผู้คนรอบข้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านเทพมนุษย์… ตัวตนที่ทำให้เขาหนักใจมากที่สุด เขาตบปากรับคำไว้แล้ว การหมั้นหมายก็จัดไปแล้ว จะเหลือก็เพียงวันงานอภิเษกสมรส จะกล่าวว่า คุณหนูของตระกูลคริธาเลียในตอนนี้ได้ก้าวขาเข้าสู่เชื้อสายราชวงศ์ไปแล้วกว่าครึ่ง ใบหน้าของลาซิเฟียแข็งเกร็ง สาวน้อยต้องหลั่งน้ำตาทุกครั้งที่ถกเถียงกันเรื่องนี้ เพราะทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องคู่ชีวิต ลาซิเฟียไม่วายที่จะนึกถึงกาติรัส ชายหนุ่มเปรียบดั่งครึ่งชีวิตของเธอก็มิปาน เขาเป็นความหมายตลอดสิบภพชาติที่เธอต้องเวียนว่ายอยู่ในวัฏฏะสาร เมื่อต้องคิดว่าตนต้องเสียกายนี้ให้ชายอื่น ความรู้สึกอดทนและความพยายามตลอดสิบภพชาติของเธอคงสูญเปล่า!! บุรุษที่ข้ารักมีเพียงคนเดียวเท่านั้น… ข้าจะมิผันแปรให้ใครอื่น… ลาซิเฟียเงียบกริบไม่ส่งเสียงอันใด ถึงแม้จิตใจจะร้อนรุ่มด้วยเพลิงโทสะอัดแน่นก็ตาม “ตามพ่อมา องค์รัชทายาททรงประทับอยู่ที่ห้องโถงหลักของตระกูล” ผู้นำตระกูลคริธาเลียกล่าวจบก่อนหันกายเดินออกไปจากห้อง ทันทีที่ลาซิเฟียได้ยินชื่อขององค์รัชทายาท หางคิ้วพลันกระตุกด้วยความหงุดหงิด ถึงกระนั้น ลาซิเฟียจำใจต้องเดินตามผู้เป็นบิดาไป ในช่วงเวลาที่พ่อลูกออกจากห้อง บรรยากาศโดยรอบพลันแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สายลมพัดโบกบางเบาส่งผลให้รู้สึกเย็นสบายตัว เบื้องหน้าของพ่อลูกสามารถมองออกไปนอกที่พำนักซึ่งเป็นลานกว้างสีเขียวโดยมีต้นไม้ต้นเดียวที่แผ่ขยายกิ่งก้านสาขากว้างใหญ่ช่วยให้อากาศรื่มรื่นสบาย ถัดจากต้นไม้ต้นนั้นไม่ไกลนัก มันมีบ้านเรือนทรงโบราณอยู่หลังหนึ่ง ลาซิเฟียใช้หางตามองไปทางบ้านเรือนทรงโบราณ เนื่องจากบ้านเรือนทรงโบราณตั้งอยู่ไม่ไกลจากห้องของเธอ ทุกครั้งที่หญิงสาวกลับมาที่ห้อง ย่อมจำเป็นต้องผ่านทางบ้านทรงโบราณนี้ก่อน ไม่มีใครรู้ว่าบ้านหลังนั้นถูกสร้างมาตั้งแต่เมื่อใด แล้วเหตุใดจึงจำเป็นต้องตั้งอยู่ใกล้ห้องของคุณหนูตระกูลคริธาเลีย ถึงแม้เหล่าคนรับใช้และบรรดาผู้อาวุโสในตระกูลจะไม่รู้ว่าบ้านเรือนทรงโบราณนี้ดำรงอยู่มานานแค่ไหน สิ่งเดียวที่พวกเขารับรู้มาโดยตลอด ตั้งแต่พวกเขายังเยาว์วัย บ้านเรือนทรงโบราณนี้ก็ตั้งไว้อยู่ก่อนแล้ว ข่าวลือเกี่ยวกับบ้านเรือนทรงโบราณต่างดังสพัดกันอยู่ในตระกูลคริธาเลีย ผู้คนในตระกูลต่างยกประเด็นเรื่องนี้มาพูดคุยยามจิบน้ำชา แน่นอน พวกเขาเชื่อว่า คำตอบของคำถามเหล่านี้คงมีเพียงแค่ผู้นำตระกูลเท่านั้นที่ตระหนักถึง ลาซิเฟียที่มองไปทางบ้านเรือนทรงโบราณพลางครุ่นคิด หญิงสาวนึกถึงนิทานที่เหล่าคนใช้เล่าให้เธอฟัง ถึงกระนั้น ลาซิเฟียก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย หญิงสาวหันขวับมองไปทางผู้เป็นบิดาซึ่งอยู่ห่างเพียงเอื้อมมือ ลาซิเฟียยังคงก้าวเดินตามต่อไป… …. ในช่วงเวลานี้ที่ห้องโถงหลักของตระกูลคริธาเลีย เหล่าบรรดาข้ารับใช้ ผู้คนในตระกูลและผู้อาวุโส พวกเขายังอยู่ในท่าคุกเข่าเคารพ ไม่มีใครกล้าเชิดศีรษะขึ้นบางคนตัวสั่นไปทั้งร่างเพราะความกลัว หากให้เทียบกับครั้นอดีต พวกเขายังไม่รู้สึกหวาดกลัวถึงเพียงนี้ ตอนนั้น ชายหนุ่มเบื้องหน้ายังเป็นเพียงองค์ชายหนึ่ง ทว่า เพลานี้ สถานะกลับสูงส่งขึ้นกว่าเดิมโดยกลายเป็นองค์รัชทายาท ผู้สืบสานสถานะเทพมนุษย์รุ่นถัดไป!! ผู้คนในตระกูลคริธาเลียต่างคาดหวังอย่างมากกับการแต่งงานระหว่างคุณหนูและองค์ชายหนึ่งราวกับโอกาสอันล้ำค่า อาจจะเป็นครั้งเดียวที่ตระกูลคริธาเลียได้รับโอกาสขึ้นเป็นตระกูลระดับราชวงศ์เพราะผลพลอยได้ อีกทั้ง ในอนาคต ลาซิเฟียจะได้เป็นราชินีข้างกายท่านเทพมนุษย์ ฐานะของราชินีแห่งดินแดนมนุษย์เป็นเช่นไร? ผู้คนล้วนเข้าใจได้เป็นอย่างดี!! อำนาจเป็นรองเพียงแค่ท่านเทพมนุษย์เท่านั้น!! ด้วยเหตุนี้ ผู้คนในตระกูลคริธาเลียยิ่งคาดหวังกับลาซิเฟียไว้มาก หลังจากข่าวคราวการกลับมาของเธอ มันทำให้ไฟแห่งความหวังที่ดับมอดไปแล้วถูกจุดติดขึ้นมาอีกครั้ง “ท่านลุงยังไม่มาอีกหรือ?” องค์รัชทายาทเอ่ยอย่างลุกลี้ลุกลน ชายหนุ่มเดินวนอยู่ที่เดิมไปมาคล้ายกังวลและรีบร้อน เขาอยากจะเห็นใบหน้าของยอดดวงใจหลังจากไม่ได้เห็นมานานแสนนาน ความงามของลาซิเฟียยากจะพรรณาออกมาเป็นคำพูด มันถึงกับทำให้องค์รัชทายาทผู้นี้ตามืดบอดเพราะความลุ่มหลง “คาดว่าน่าจะใกล้แล้วพะยะค่ะ” ผู้อาวุโสหนึ่งกล่าวตอบ หากสังเกตดูให้ดีใบหน้าของผู้อาวุโสหนึ่งตอนนี้เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น ชายชรายังจำเหตุการณ์ครั้นอดีตได้อย่างชัดเจน ภาพอันโหดร้ายของกองทัพนับแสนที่เหยียบย่ำทุกแดนดินเพื่อตามล่าหาเด็กสาวคนหนึ่ง ถึงคุณหนูตระกูลคริธาเลียไม่ได้บอกเหตุผลที่หนีออกจากเมืองต่อผู้คนโดยตรง ถึงกระนั้น ผู้คนยังพอคาดเดากันไปได้ว่าเพื่อหนีงานแต่งงาน ผู้อาวุโสหนึ่งกำลังกังวล… ชายชรากลัวว่าจะเป็นดั่งครั้นอดีตอีก ท่ามกลางห้องโถงหลักซึ่งมีผู้คนอยู่โดยมาก อย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่าสามร้อยคน แม้ผู้คนจะมีมากถึงขนาดนี้ห้องโถงที่กว้างใหญ่กลับเงียบสงัดดุจป่าช้า มีเพียงเสียงของฝีเท้าองค์รัชทายาทที่ดังวนไปมา ภายใต้ความเงียบงันราวกับป่าช้า เสียงฝีเท้าของสองบุคคลจึงเริ่มเด่นชัดขึ้นมา อาจเป็นเพราะห้องโถงตอนนี้เงียบสนิท ผู้คนจึงสามารถจำแนกความหนักเบาของฝีเท้าได้อย่างชัดเจน จังหวะการลงเท้าของบุคคลแรกล้วนหนักแน่นเต็มกำลัง ในขณะที่ จังหวะการลงเท้าของบุคคลที่สองกลับเบาบางราวขนนก ทันใดนั้นเองที่บานประตูด้านหลังได้เปิดออก ปรากฏชายวัยกลางคนร่างสูงใหญ่ ข้างหลังของเขาเป็นสาวน้อยผู้หนึ่งดูอายุราวสิบห้าสิบหกปี นวลหน้างามหยาดล้ำเกินจะนำสิ่งใดมาทาบเทียม แววตาคู่นั้นของหญิงสาวกลับดูหม่นหมอง ยังพบเห็นคราบน้ำตาบางอยู่โดยรอบ ผู้นำตระกูลคริธาเลียเดินนำเข้ามาอย่างห้าวหาญองอาจ ไม่สนต่อผู้คนที่ก้มหัวอยู่เลยแม้แต่น้อย ลาซิเฟียเดินตามหลังของผู้เป็นบิดาไปติดๆ ก่อนพ่อลูกทั้งสองจะไปหยุดลงอยู่หน้าองค์รัชทายาท ผู้นำตระกูลคริธาเลียคุกเข่าลงพลางก้มศีรษะ “ถวายบังคงฝ่าบาท” น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความเคารพ เรือนร่างสูงใหญ่ก้มเคารพให้กับชายหนุ่มผู้หนึ่ง องค์รัชทายาทมิได้ตอบรับ จนถึงขณะนี้ ทั่วร่างของเขายังคงแข็งค้างประหนึ่งรูปปั้น ทันทีที่ได้พานพบกับลาซิเฟียดวงวิญญาณราวกับถูกฉุดกระชากไป คู่แววตาทรนงเบิกโตกว้างอย่างตกตะลึงลาน เขาสูดลมหายใจและกั้นค้างไว้ด้วยความตะลึง เมื่อครั้งลาซิเฟียยังเยาว์วัย สาวน้อยเริ่มเป็นที่กล่าวขานถึงความงามล้ำปานเทพสวรรค์ ชื่อเสียงของความงดงามเลื่องลือชาทั่วทั้งแดนดิน จนทำให้องค์ชายหนึ่งทรงเสด็จมาเยี่ยมชมความงามดังคำขานนั้นด้วยตัวเอง แน่นอน มันเป็นครั้งแรกที่หัวใจขององค์ชายถูกพรากไป “เจ้าสวยขึ้นมากจริงๆ…” องค์รัชทายาทกล่าวอย่างอดไม่ได้ สีหน้าของเขาแสดงออกมาแล้วซึ่งอารมณ์ทุกอย่าง แววตาขององค์รัชทายาทจ้องมองลาซิเฟียไม่กระพริบตา ชายหนุ่มโบกมือส่งสัญญาณให้กับชายวัยกลางคนผู้หนึ่งซึ่งก้มลงอยู่ข้างหลังของเขา ทันใดนั้นเองที่ชายวัยกลางคนลุกเดินไปยืนอยู่ทางขวาขององค์รัชทายาทโดยยังอยู่ข้างหลังของเขาสองก้าว ชายวัยกลางคนคุกเข่าลงพลางยกแขนทั้งสองขึ้นระดับหน้าอก ฝ่ามือของชายวัยกลางคนกำแน่นก่อนจะแบมือออกพลันปรากฏแหวนสีม่วงหนึ่งวงในฝ่ามือของชายวัยกลางคน องค์รัชทายาทหยิบแหวนวงนั้นขึ้นมาพลางยิ้มแย้มให้ลาซิเฟีย “แหวนมิติวงนี้ข้างในบรรจุไปด้วยโอสถสมุนไพรระดับสิบร้อยชนิดอย่างละสิบชิ้น โอสถประสบการณ์ระดับสิบจำนวนสิบเม็ด ยันต์อาคมป้องกันระดับจักรพรรดิสองใบ” องค์รัชทายาทเอ่ย ทุกครั้งที่องค์รัชทายาทกล่าวแต่ละสิ่งออกมา ผู้คนในห้องโถงต่างพากันกลืนน้ำลายด้วยความอิจฉา แหวนสีม่วงวงนี้เปี่ยมล้นไปด้วยสมบัติอันล้ำค่า แต่ละอย่างมันมากพอจะยกระดับเลเวลให้ก้าวกระโดดราวกับติดปีก นี่ยังไม่นับยันต์อาคมระดับจักรพรรดิที่ใช้สำหรับป้องกันตัวซึ่งมีราคาแพงที่สุด หลังจากผู้คนในตระกูลคริธาเลียได้เห็นการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยขององค์ชายยังพากันเหงื่อตก หนำซ้ำ สิ่งของมีค่ามหาศาลเหล่านั้นกลับถูกมอบให้คุณหนูอย่างง่ายดาย… นี่นะหรืออำนาจของโฉมงามสะคราญเมือง “ยังไม่จบหรอก” องค์รัชทายาทกล่าวพลางแย้มยิ้มอย่างมีเลิศนัย ชายหนุ่มมั่นใจอย่างมากว่าของขวัญชิ้นถัดไปจะทำให้ลาซิเฟียรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง องค์รัชทายาทจินตนาการไปถึงใบหน้าดีใจของหญิงสาวจนทำให้เขารู้สึกคลั่งไคล้ขึ้นมา ปรารถนาที่จะได้พบเห็นของจริง… องค์รัชทายาทคว้าจับศาสตราวุธข้างเอวพลันดึงออก ปลอกยาวสีเงินสะท้อนแสงวิบวับดุจอัญมณี ชายหนุ่มชักกระบี่ออกจากฝัก “ศาสตราวุธชิ้นนี้อยู่ในชนชั้นราชันจักรพรรดิ เป็นศาสตราวุธชนชั้นราชันจักรพรรดิขั้นสูง ข้าจะมอบมันให้แก่เจ้า...” ..สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์เลเวล:10,921 พลังกาย:73,45,800 พลังเวทย์:73,980,992 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ