ตอนที่ 64
อะนันตะปัดชะเย !! เสียงท่องบทสวดของคนกว่าสองพันคนดังออกมาจากในห้องอาหารจนมันก้องไปทั่วทั้งห้องทดลองแห่งนี้ ถ้าใครมาเห็นภาพนี้เข้าล่ะก็จะต้องอึ้ง ทึ่งและอ้าปากค้างเป็นแน่
“นี่เราท่องมากี่รอบแล้ว” สตีฟถามแบล็คที่นั่งอยู่ข้างๆ
“เก้าสิบรอบแล้วครับ” แบล็คพูดเขานั้นคอยนับอยู่ตลอด
“เล่นเอาเมื่อยเลยนี่เราจำเป็นต้องท่องให้ครบเก้าสิบเก้ารอบจริงเหรอเนี่ย” สตีฟบ่นออกมานี่พวกเขาท่องมากว่ายี่สิบนาทีแล้วถึงบทสวดมันจะไม่ยาวแต่มันจำเป็นต้องสวดถึงเก้าสิบเก้ารอบ
“คงจำเป็นมั้งครับก็หลวงพี่จอนนี่บอกว่าเลขเก้ามันเป็นเลขมงคลนี่ครับ” แบล็คเองก็ไม่แน่ใจได้แต่หวังว่าเจ้าน้ำมนต์ที่ใช้คนกว่าสองพันคนช่วยกันปลุกเสกนี่จะใช้ได้จริงๆ
จากนั้นพวกเขาก็ใช้เวลาอีกกว่าห้านาทีจนในที่สุดการปลุกเสกน้ำมนต์ก็เสร็จสิ้น
“ขอบคุณพวกโยนมากตอนนี้พิธีปลุกเสกน้ำมนต์ก็เสร็จสิ้นแล้ว” จอนนี่พูดก่อนจะวางเทียนไขในมือลง
“เอาล่ะครับพวกเราขอขอบคุณทุกคนมากๆที่ให้ความร่วมมือ เชิญทุกคนไปพักผ่อนได้เลยครับเดี๋ยวถ้าพวกเราขึ้นไปด้านบนได้แล้วเราจะมาแจ้งให้ฟังอีกที” แบล็คยืนขึ้นก่อนจะหันไปพูดกับเหล่าเด็กๆและคนแก่ที่เหลือ
“ไม่เป็นไรยังไงพวกเธอก็ทำเพื่อพวกเรามาตั้งมา แค่นี้จะเป็นอะไรไปเล่า” ชายชราคนหนึ่งพูดออกมาก่อนจะค่อยๆลุกและเดินกลับไปพักผ่อนทุกคนค่อยๆทยอยออกไปจนเหลือแต่เหล่าฮีโร่เกือบสามสิบคน (คาลอสยังนอนเป็นผักอยู่)
“นี่น่ะเหรอครับน้ำมนต์” สตีฟชะโงกหน้าดูน้ำในภาชนะที่มีคราบเทียนไขลอยอยู่
“ใช่นี่ล่ะน้ำมนต์ที่ผ่านการปลุกเสก ถ้าเสร็จเรื่องแล้วอาตมาขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะ” จอนนี่ลุกขึ้นก่อนจะเดินออกไปปล่อยให้ที่เหลือเป็นเรื่องของพวกฮีโร่ไป
“น้ำนี่มันจะใช้ได้จริงๆเหรอ” คามิล่าพูดอย่างไม่แน่ใจ
“ไม่รู้สิครับ แต่ตอนนี้เราก็มีของเหลวครบสามชนิดแล้ว ถ้าอย่างนั้นผมรีบไปจัดการเจ้าสไลม์ดีกว่า จะได้รีบขึ้นไปด้านบนผมชักจะเป็นห่วงทีมของผมแล้วเหมือนกัน” สตีฟพูดเขานั้นห่วงพวกซาช่าว่าได้กินอาหารกันบ้างหรือเปล่า
“ถ้าอย่างนั้นรีบเก็บมันใส่หลอดนี่แล้วไปกันเถอะคุณสตีฟ” โรนัลด์เข็นรถเข็นของเขามาใกล้ๆสตีฟก่อนจะยื่นหลอดทดลองเปล่าๆให้เขา
“ขอบคุณครับ คุณเองจะไปด้วยงั้นเหรอครับ” สตีฟพยักหน้าก่อนจะถาม
“ก็ต้องไปสิไม่อย่างนั้นใครจะเปิดประตูกั้นแต่ละชั้นให้คุณล่ะ” โรนัลด์ตอบ
จริงๆไม่ต้องมีคุณก็ได้ประตูนั่นผมพังมันได้สบายๆเลย สตีฟคิดในใจแต่ก็ไม่ได้จะปฏิเสธความหวังดีของโรนัลด์
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะครับทุกคนรออยู่ที่นี่นั่นแหละครับ” สตีฟตักน้ำมนต์ใส่หลอดทดลองจนเต็มก่อนจะหันไปพูดกับฮีโร่คนอื่นๆ
“พวกเราฝากความหวังไว้ที่นายนะทำให้สำเร็จล่ะ” คามิล่าพยักหน้า
“ใช่ๆฝากด้วยนะคุณสตีฟ !!!” ฮีโร่คนอื่นๆพูดพลางยิ้มให้กับสตีฟ
“ไม่ต้องห่วงครับทุกคนผมทำได้แน่” สตีฟมั่นใจมากว่าต้องทำสำเร็จจริงๆสไลม์นี่ไม่มีทางฆ่าเขาได้หรอก แต่เขาก็ฆ่ามันไม่ได้เหมือนกันจากนั้นสตีฟก็เข็นโรนัลด์ที่นั่งอยู่บนรถเข็นออกจากเขตพักอาศัยมุ่งหน้ากลับไปที่เขตทดลองอีกครั้ง
เขตทดลอง
“รบกวนคุณอุ้มผมอีกรอบด้วยแล้วกัน” โรนัลด์พูดหลังจากสตีฟเข็นมาจนถึงบันไดซึ่งรถไม่สามารถเข็นลงไปได้
“ครับ” สตีฟพยักหน้าก่อนจะแบกโรนัลด์ขึ้นหลังอีกครั้ง
“พาผมไปตรงนั้น” โรนัลด์ชี้ไปที่ผนังกำแพง
ติ๊ด !! ติ๊ด !! ติ๊ด !! ติ๊ด !! คำเตือนประตูกั้นชั้นที่หนึ่งกำลังจะเปิด โรนัลด์เพียงแค่ทาบฝ่ามือลงไปบนกำแพงประตูก็เปิดออกทันทีหลังจากประตูเปิดแล้วสตีฟก็เดินลงไปและให้โรนัลด์เปิดประตูชั้นถัดๆไปจนถึงชั้นที่เก้า
“คุณรออยู่ข้างบนนะครับผมจะลุยเอง” สตีฟพูด
“ไม่ให้ผมเปิดประตูก่อนเหรอ” โรนัลด์ถาม
“ผมพังมันได้สบายๆครับ ว่าแต่ของเหลวสามชนิดนี่ต้องเอามาผสมกันก่อนหรือเปล่าครับ หรือค่อยๆสาดใส่มันทีละชนิด” สตีฟถามโรนัลด์
“ผสมกันได้เลยครับ ถ้าอย่างนั้นโชคดีนะครับ” โรนัลด์บอกก่อนสตีฟจะเอาโรนัลด์ลงมาจากหลังและวางเขาไว้ตรงบันได
สตีฟไปยืนอยู่หน้าประตูกั้นชั้นที่เก้าสตีฟไม่รอช้ายกข้าขึ้นมาก่อนจะถีบใส่มันทันที
ตู้ม !!! โคร่ม !! ประตูทั้งบานถูกสตีฟถีบจนกระเด็นหลุดออกไป
“เอาล่ะอยู่ไหนกันนะเจ้าวุ้นสไลม์นั่น !!!” สตีฟพูดพลางสาดส่องสายตาไปทั่วบริเวณห้องของชั้นที่เก้าซึ่งมีสภาพคล้ายสวนพฤกษชาติ
“สวนอีเดนอย่างนั้นเหรอ” สตีฟอ่านชื่อที่ติดอยู่ตรงทางเข้า
“สวยดีนะที่นี่ถ้าจำไม่ผิดสวนอีเดนคือสวนของพระเจ้าสินะ” สตีฟพูดพลางอดชื่นชมความสวยงามของมันไม่ได้ตอนนั้นเองสตีฟก็เห็นอะไรบางอย่างนอนอยู่กลางสวนแห่งนี้
“นั่นมันตัวอะไร” สตีฟพูดพลางรีบใช้ระบบตรวจสอบทันที
หน้าต่างสไลม์ Level : 195เป็นสัตว์กลายพันธ์ที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมจนมีร่างกายเป็นของเหลว
“สไลม์ตัวจริงอย่างนั้นเหรอทำไมมันถึงมีรูปร่างแบบนั้นล่ะ” สตีฟอดตกใจไม่ได้เพราะสไลม์นั้นดันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์เพียงแต่มีร่างเป็นของเหลวใสๆคล้ายกับวุ้น
“อ๊ะหรือว่ามันจะมีสกิลอะไรสักอย่างที่ใช้สำหรับเปลี่ยนรูปร่างตัวเองเพราะคุณโรนัลด์บอกเอาไว้ว่าเวลาที่มันจัดการใครไปมันมีโอกาสที่จะได้สกิลของคนๆนั้นไปด้วย นี่คงเป็นหนึ่งในสกิลที่มันมีสินะ” สตีฟพูดพลางวิเคราะห์ความเป็นไปได้ดูก่อนจะเดินเข้าไป
แกร๊บ !! เสียงสตีฟเหยียบใบไม้แห่งดังขึ้นทำให้ร่างที่นอนอยู่กลางสวนลืมตาตื่นขึ้นมา
ร่างของเจ้าสไลม์ค่อยๆลุกขึ้นมานั่งก่อนจะหันมามองทางสตีฟ
“มะ มะ มะ มา ........แล้ว..........เหรอ....!!!!” เจ้าสไลม์นั่นพูดออกมาด้วยเสียงหลายๆเสียงไม่ว่าจะเด็ก ผู้หญิง ผู้ชาย หรือเสียงคนแก่
“มันพูดได้ด้วย !!!” สตีฟอุทานออกมาอย่างตกใจเพราะตั้งแต่ตอนเจอเจ้าไซครอปก็ยังไม่เจอสัตว์กลายพันธ์ตัวไหนพูดได้อีกเลย
ตอนนั้นเองเจ้าสไลม์ก็ค่อยลุกขึ้นยืนก่อนร่างของมันจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง
“มันจะโจมตี !!” สตีฟจำได้ว่าถ้าร่างมันเปลี่ยนสีคือมันจะโจมตีด้วยความร้อนของร่างมัน
ซี่ !!!! ควันค่อยๆลอยออกมาจากร่างของเจ้าสไลม์ก่อนพื้นหญ้ารอบๆตัวมันจะกลายเป็นสีดำทันที
สตีฟรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างมากแตกต่างจากตอนที่เจอร่างรองของมันหรือร่างด็อพเพิลเก็งเกอร์
“นี่มันน่าจะหลายร้อยองศา !!!” สตีฟอุทานออกมาเพราะเพียงแค่พริบตาที่ร่างของมันกลายเป็นสีแดงหญ้าก็ไหม้เลยแบบนี้ต้องร้อนมากแน่ๆขนาดสตีฟที่ยืนอยู่ห่างตั้งสิบกว่าเมตรยังรู้สึกได้ถึงความร้อนเลย
“ขืนเป็นแบบนี้ของเหลวในหลอดนี่เข้าไม่ถึงตัวมันแน่ๆ !!!” สตีฟมองของเหลวในหลอดทดลองที่คาดว่าเมื่อโดนร่างของสไลม์แล้วร่างมันจะสลายหรือตาย
“ต้องทำให้มันกลับเป็นสีฟ้าก่อนหรือไม่ก็หาทางยัดหลอดนี่เข้าไปในร่างของมันให้ได้” สตีฟคิดพลางกำหลอดทดลองไว้ก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีมันทันที
ฟุ่บ !! สตีฟหายจากจุกที่ยืนอยู่ก่อนจะมาปรากฎตรงหน้าของมันทันที
ร้อนโว้ยนี่ถ้าร่างตรูไม่แข็งแกร่งมีหวังหน้าพองไปแล้วเนี่ย !!! สตีฟอดตะโกนในใจไม่ได้สตีฟคิดว่าอุณหภูมิของเจ้าสไลม์ตอนนี้น่าจะหลายร้อยองศาสตีฟไม่รอช้าออกหมันข้างที่กำหลอดทดลองอยู่ต่อยไปทันที ซึ่งสตีฟคิดเอาไว้ว่าทันทีที่ต่อยได้สตีฟจะกำหลอดทดลองให้แตก
ฟุ่บ !! เสียงหมัดของสตีฟพุ่งเข้าใส่เจ้าสไลม์แต่แทนที่หมัดของสตีฟจะเข้าปะทะกับร่างของมันดันกลายเป็นว่าสตีฟต่อยผ่านร่างของมันมาซะงั้น
“เฮ้ย !!” สตีฟร้องอุทานออกมาหลังต่อยไม่โดนร่างของสไลม์เพราะมันได้ทำให้ร่างตัวเองกลายเป็นรูตามรูปหมัดของสตีฟ (คล้ายรูตรงอกของฮอลโลว์ในการ์ตูนเรื่องบลีชประมาณนั้นครับ)
สตีฟรีบชักหมัดกลับมาก่อนจะต่อยไปอีกครั้ง
ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! สตีฟต่อยไปอีกหลายหมัดแต่เจ้าสไลม์มันก็สร้างรูทำให้หมัดของสตีฟต่อยผ่านร่างมันไปเสมอ
ซี่ !!! เสื้อผ้าของสตีฟเริ่มจะมีควันลอยออกมาเพราะอยู่ใกล้ร่างของมันมากเกินไป
“แย่แล้วเสื้อผ้าเริ่มไหม้กระเป๋าตรู !!!” สตีฟอุทานออกมาก่อนจะรีบถอยออกมาหลายเมตรเขานั้นเป็นห่วงกระเป๋ามิติที่เก็บไว้ในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนมาก
“ลำบากแล้วสิถึงความร้อนจะทำอันตรายเราไม่ได้เท่าไหร่แต่เสื้อผ้าเราไม่รอดแน่ๆ” สตีฟพูดออกมาอย่างเคร่งเครียดถึงแม้ตอนเข้าไปอยู่ใกล้ๆเจ้าสไลม์นี่จะรู้สึกเหมือนอยู่กลางทะเลทรายก็เถอะ แต่เขายังพอทนได้นี่ก็ต้องขอบคุณค่าพลังกายที่มากมายจนผิดมนุษย์ของเขา
สไลม์ที่อยู่กลางห้องเมื่อเห็นว่าสตีฟถอยไปแล้วร่างของมันก็กลับกลายเป็นสีฟ้าอีกครั้งก่อนมันจะค่อยๆล้มตัวลงนั่งและลงไปนอนเหมือนเดิม
“คุณโรนัลด์โว้ย !!!” สตีฟร้องเรียกโรนัลด์ก่อนจะวิ่งไปตรงบันได
“ว่าไงครับคุณสตีฟจัดการได้แล้วเหรอครับ” เสียงโรนัลด์ตะโกนกลับมา
“ยังอะ ผมสู้มันไม่ได้” สตีฟตะโกนบอก
“สู้ไม่ได้ !!!” โรนัลด์อุทานเสียงหลง
“ใช่ผมสู้ไม่ได้ ต่อยมันไม่โดนเลย” สตีฟพูดออกมาก่อนจะอธิบายให้ฟังว่าทำไมต่อยมันไม่โดน
“คุณเคยสู้กับร่างด็อพเพิลเก็งเกอร์ของมันมาใช่มั้ย” โรนัลด์ถาม
“ใช่ครับ” สตีฟตอบกลับไป
“แล้วตอนนั้นคุณได้ชกมันหรือเปล่า” โรนัลด์ถามอีกครั้ง
“ชกสิผมชกจนร่างมันกลายเป็นชิ้นๆเลย” สตีฟตอบ
“ถ้าอย่างนั้นน่าจะเป็นเพราะคุณชกมันนั่นแหละครับ สไลม์ตัวนี้น่ะมันได้เรียนรู้ไปแล้วว่าหมัดของคุณอันตราย” โรนัลด์อธิบาย
“อย่างนี้นี่เองมันใช้ประสบการณ์ตอนเจอเราครั้งแรกมารับมือเรานี่เอง” สตีฟพยักหน้าเข้าใจ
“ว่าแต่เจ้าสไลม์นี่ทำไมร่างของมันร้อนกว่าเจอตอนแรกอีกล่ะครับ” สตีฟถามสิ่งที่ตนอยากรู้
“ร่างที่คุณเจอตอนนั้นมันแค่ร่างแยกยังไงล่ะดังนั้นความสามารถของมันจึงไม่เท่ากับร่างจริงนี่ถ้าให้ผมวิเคราะห์ความสามารถของร่างแยกน่าจะมีแค่หนึ่งในสามเท่านั้น” โรนัลด์พูด
“แสดงว่าตอนนี้อุณหภูมิของมันราวๆสามร้อยองศาสินะ สาดของเหลวนี่ใส่ตรงๆเลยไม่ได้เพราะก่อนจะถึงร่างมันมีหวังระเหยหมด” สตีฟพูด
“ผมควรทำยังไงครับช่วยแนะนำหน่อยสิ !!!” สตีฟถามโรนัลด์เอาตรงๆเพราะเขาฉลาดไม่เท่าโรนัลด์นั่นเอง
“ร่างของคุณทนความร้อนของมันได้ใช่มั้ย” โรนัลด์พูด
“ครับทนได้สบายๆ” สตีฟพูดถึงเวลาอยู่ใกล้ๆมันจะรู้สึกเหมือนอยู่กลางทะเลทรายก็เถอะ (อุณหภูมิกลางทะเลทรายค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 65 องศาครับ)
“ผมคิดออกแล้ว เอางี้นะคุณเข้าไปสู้กับแล้วปล่อยให้มันกลืนร่างของคุณเข้าไป ผมว่ามันต้องอยากกินคุณแน่ๆ” โรนัลด์พูด
นั่นสินะตอนแรกที่เจอมันมันก็กินเราและพยายามละลายเรานี่นา !!! สตีฟนึกขึ้นได้
“ถ้าจำไม่ผิดคุณบอกว่าเคยถูกร่างรองมันกินเข้าไปสินะ แต่คุณก็ยังไม่สลายไปแสดงว่าร่างของคุณทนร่างของเหลวที่เป็นกรดของมันได้” โรนัลด์พูดเขาคิดว่าค่าพลังกายของสตีฟจะต้องสูงลิบจนร่างของเขาสามารถทนกรดกรัดกร่อนได้แน่ๆ
“ไอ้ทนได้มันก็ทนได้หรอกครับ แต่แบบนั้นเสื้อผ้าผมจะไม่แย่เรอะตอนนั้นขนาดไม่ใช่ร่างจริงของสไลม์เสื้อผ้าผมยังละลายเลย แล้วนี่ร่างจริงมันจะไม่ละลายไปทันทีเลยเหรอ” สตีฟถาม
“เรื่องนั้นง่ายนิดเดียวคุณก็แก้ผ้าไปลุยกับมันซะสิ !!!” โรนัลด์พูดออกมา
“หา !!!!!!!!!!!!” สตีฟร้องเสียงหลงพลางก้มมองเสื้อผ้าของตน
จบ...