ตอนที่ 9: สังเวยรักชะตาขาด
ความมืดสลัวยามโพล้เพล้คืบคลานเข้าปกคลุมลุ่มแม่น้ำยมอย่างรวดเร็วและน่าอึดอัด ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงอมแดงเข้มขุ่นมัวคล้ายหยาดโลหิตเหนียวข้น ละอองหมอกสีเทาหนาทึบลอยละล่องเหนือน้ำยมโชยไอเย็นยะเยือกพัดกระหน่ำปะทะผิวกายจนสั่นสะท้าน โต ชายหนุ่มคนงานขับรถขุดดินร่างกำยำสูงใหญ่ บึกบึน ผิวกรำแดดจนกร้านแดง ยืนเช็ดเหงื่อไคลพลางบิดขี้เกียจหลังจากขับรถขุดดินทลายแนวตลิ่งเพื่อเตรียมงานถมที่มาตลอดทั้งวัน ควันไอเสียจากท่อไอเสียของรถตักดินคันใหญ่เพิ่งมอดดับลง โตยกมือหนาเช็ดฝุ่นดินสีแดงที่เปรอะเปื้อนตามแขนและหน้าอก ร่างกายเหนื่อยล้ากล้ามเนื้อตึงเครียด โตถอดเสื้อยืดสีซีดโยนทิ้งไว้บนก้อนหินใหญ่ริมตลิ่งเพื่อเตรียมลุยน้ำลงไปอาบน้ำล้างตัวใต้สะพานท่าน้ำไม้เก่าแก่ท้ายหมู่บ้านที่ชำรุดทรุดโทรมและไร้ผู้คนสัญจร
สิงห์ เพื่อนคนงานรุ่นพี่ที่เดินถือไฟฉายส่องทางผ่านมาตะโกนร้องเตือนเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “เฮ้ยไอ้โต! เอ็งจะลงไปอาบน้ำตรงนั้นจริงๆ เหรอวะ? คนแถวนี้เขาเตือนกันหนาหูว่าใต้อู่ท่าน้ำเก่านี้มีเกลียวน้ำวนลึกและผีดุนะเว้ย ลุงเดชแกก็เพิ่งจะไข้ขึ้นหวาดผวาแทบตายแล้วหอบเงินหนีไปอยู่ในเมืองอย่างมีพิรุธ คอยบ่นเรื่องรอยช้ำเปียกๆ ที่คอ คดีคนหาปลาที่จมน้ำตายแถวนี้เมื่อสองวันก่อนเขาก็ลือกันว่าโดนผีพรายน้ำชักใยดึงลงไป ยิ่งฟ้าโพล้เพล้หมอกลงหนาจัดแบบนี้ขึ้นไปอาบน้ำก๊อกที่แคมป์คนงานดีกว่าไหมวะ อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงเลยไอ้น้อง ผีมันเฮี้ยนจริงๆ นะเว้ย”
โตหัวเราะร่าด้วยความคึกคะนองและไม่แยแสต่อคำเตือนงมงายใดๆ “โธ่พี่สิงห์! ร่างกายผมแข็งแรงบึกบึนอย่างกับควายถึก น้ำแค่เข่าแค่อกมันจะทำอะไรผมได้ ผีพงผีพรายอะไรนั่นมันเรื่องหลอกเด็กทั้งนั้นแหละ พี่รีบไปกินเหล้าที่แคมป์เถอะ เดี๋ยวผมอาบน้ำล้างตัวเสร็จแล้วจะตามไปติดๆ ดินตลิ่งตรงนี้มันแฉะ ผมแค่อยากชำระร่างกายล้างฝุ่นออกไปเฉยๆ พี่คิดมากไปได้” สิงห์ได้แต่ส่ายหัวด้วยความอ่อนใจและหันหลังเดินกลับไป ทิ้งให้โตยืนเปลือยกายท่อนบนลุยน้ำลงไปในกระแสน้ำยมเพียงลำพังในเงามืดสลัวของแม่น้ำยม
กระแสน้ำยมใต้สะพานไม้เก่าหมุนวนเอื่อยเฉื่อยทว่าเบื้องล่างกึ่งกลางน้ำกลับมีเกลียวน้ำวนลึกหมุนคว้างดึงดูดน่าสยดสยอง โตควักน้ำเย็นจัดลูบไล้ใบหน้าและแผ่นหลังหนา สัมผัสเหน็บหนาวทำความเย็นเยือกแปลกประหลาดกลับแผ่ซ่านสะท้านรวงอกแล่นเข้าสู่กระดูกสันหลังจนเขาขนลุกเกรียวไปทั่วตัว
ทันใดนั้น เสียงแว่วหวานใสของดนตรีไทยเดิมโบราณและเพลงขับร้องปี่พาทย์สะกดจิตที่โหยหวนแหบพร่าก็กระซิบแว่วมาตามสายลมหนาวเหน็บเหนือผิวน้ำ โตชะงักงันดวงตาเบิกกว้างด้วยความเคลิบเคลิ้มลุ่มหลง สติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือนหลุดลอยตกอยู่ภายใต้อำนาจมนตร์สะกดลี้ลับโบราณ ร่างกำยำของเขารู้สึกหนักอึ้งดั่งโดนชักใยฉุดดึงให้เดินก้าวลุยลึกลงสู่น้ำยมใต้สะพานไม้ผุๆ ทีละก้าวอย่างไม่รักตัวกลัวตาย กลิ่นหอมเอียนของดอกลำเจียกป่าเปียกชื้นโชยกระแทกประสาทสะกดจิตวิญญาณ โตไม่รับรู้ถึงความหนาวเย็นของน้ำอีกต่อไป ในหัวของเขามีเพียงความต้องการเสน่หาที่ไร้ทางเลี่ยงประหนึ่งชีวิตนี้ยอมอุทิศกามรสรักหวานชื่นใต้คุ้งน้ำมรณะ
ผิวน้ำยมหมุนวนปะทุระลอกคลื่นคลั่งช้าๆ ก่อนที่ร่างของแม่พรายรัญจวนในร่างจริงพรายน้ำจะค่อยๆ ผุดโผล่พ้นผิวน้ำยมขึ้นมาอย่างเย้ายวนปนสยดสยอง
ผิวพรรณของรัญจวนขาวซีดอมเขียวบางจุดเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำมรกตลื่นไหลเป็นประกายสะท้อนแสงไฟสลัว ทรวงอกอวบอัดตูมใหญ่โตชูชันเปลือยเปล่าท้าทายความมืด ยอดปทุมถันสีเข้มเปียกชื้นสั่นระริกยั่วยวนชวนเสน่หา นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์แดงฉานแฝงไฟกิเลสตัณหาและจิตอาฆาตมุ่งหมายเอาชีวิต หล่อนก้าวเยื้องย่างเข้ามาสวมกอดร่างแกร่งกำยำของโตประหนึ่งคู่รักสนิทเสน่หาข้ามชาติ โตลุ่มหลงหมดสิ้นความหวาดกลัว เอื้อมแขนหนาโอบกอดรัดเรือนร่างเย็นเยียบเปียกชื้นของรัญจวนไว้แน่นหนาด้วยอารมณ์รักราคะดิบที่พลุ่งพล่านใต้มนตร์สะกดลึกลับ สองร่างเบียดเสียดกันใต้ร่มสะพานไม้ที่สลัวรางพ้นสายตาผู้คน
ใต้ขื่อไม้สะพานมืดสลัว โตกดร่างรัญจวนเบียดชิดเสาไม้ตะเคียนเก่าปูดโคลนเลนสากๆ ที่มีตะไคร่น้ำเกาะเปียกลื่น คลื่นน้ำยมซัดกระแทกสะโพกของทั้งคู่ตามการเคลื่อนไหว แก่นกายใหญ่ของคนงานหนุ่มขยายตัวตื่นเกร็งแข็งตึงปูดโปนร้อนผ่าวสู้สายน้ำเย็นเยือก รัญจวนจับท่อนเอ็นร้อนของโตสอดใส่เสียดแทรกเข้าสู่ร่องรักเปียกชุ่มตอดรัดขยับบีบขมิบแน่นของเธอทันทีจนสุดโคนกระแทกชิดติดเนื้อโคลนเลนจนเกิดเสียงฉ่ำแฉะดังผสานเสียงลมพัดและคลื่นซัดเสาไม้เก่า
“อ๊าส์... ชายชะตาขาดของข้า...”
รัญจวนครางแผ่วเสียงหวานสะกดวิญญาณ โตคำรามลั่นในลำคอด้วยความเสียวซ่านรุนแรงเกินพรรณนาข้ามขีดจำกัดร่างกาย กระแสน้ำยมที่พัดวนเย็นเฉียบจับขั้วหัวใจล้อมรอบท่อนล่างของทั้งคู่ รัญจวนกอดรัดโอบลำแขนรอบคอหนาของโตแน่นหนา หล่อนเริ่มขยับโยกขย่มสะโพกขึ้นลงบดเบียดอย่างเร่าร้อน ดุดัน และป่าเถื่อนอย่างไร้ความปรานีบดขยี้เข้าใส่แก่นกายร้อนของชายหนุ่ม เสียงเนื้อเปียกกระทบเสาสะพานดังระรัวประสานไปกับเสียงเกลียวน้ำวนกระฉอกปะทะเสา รัญจวนแนบประกบริมฝีปากบดจูบโตอย่างรุนแรงหิวกระหายสอดปลายลิ้นเย็นเยียบสูบดึงเอาวิญญาณและไอชีวิตผ่านรสจูบดูดวิญญาณอันแสนโหดเหี้ยม
โตตาเบิกค้างตัวสั่นระริกสะท้านด้วยความเสียวซ่านข้ามภพปนความหนาวเย็นยะเยือกของความตายที่แล่นพล่านทั่วร่าง ลมหายใจของเขาเริ่มสั้นกระชั้นและสำลักเอาน้ำโคลนเย็นชืดกระฉอกเข้าปากจนเหนื่อยหอบทรมานและแน่นหน้าอกเจียนตาย น้ำโคลนไหลเข้าคอปอดสะท้านทรวงทว่าร่างกำยำยังโยกกระทุ้งด้วยเสน่หาชะตาขาด สะโพกรัญจวนขย่มกระแทกกระทุ้งถี่ระรัวขั้นสุดท้ายส่งให้โตร่างเกร็งสั่นระรัวถึงจุดสุดยอด หลั่งปล่อยน้ำกามสีขาวขุ่นพุ่งพวยเข้าสู่ร่องรักส่วนลึกของพรายสาวรัญจวนจนหมดสิ้นทุกหยดกามารมณ์ พร้อมกับไอชีวิตและลมหายใจสุดท้ายที่ดับวูบขาดใจตายคาอกอวบอัดของพรายน้ำ ดวงตาเบิกโพลงค้างแน่นิ่งไร้วิญญาณจ้องมองขื่อไม้เก่าสะพานอย่างน่าสยดสยองและเวทนาอย่างที่สุด
รัญจวนลุกยืนขึ้นและถอนร่างออกจากศพโต หล่อนแสยะยิ้มอิ่มเอมในพลังชีวิตใหม่ที่สูบกลืนเพิ่มกำลังฤทธิ์พราย แววตาแดงโรจน์ด้วยความพึงพอใจ หล่อนใช้มนตราเกลียวน้ำวนปั่นป่วนดูดกลืนกวาดร่างไร้วิญญาณของโตพร้อมหมวกทำงานสีส้มของเขาลงสู่ใต้ก้นแม่น้ำยม ดึงลากพัดพาไปเกยตลิ่งนอกเขตที่ดินโครงการรีสอร์ตห่างออกไปหลายกิโลเมตรเพื่อตบตาว่าเป็นอุบัติเหตุคนงานจมน้ำเสียชีวิตเอง ป้องกันตำรวจท้องที่สืบหาคดีความบนที่ดินก่อสร้างของคิว รัญจวนยิ้มเยาะสะใจก่อนจะดิ่งร่างจมหายวับไปในเกลียวน้ำวนยมที่กลับมาเงียบสงัดไร้รอยต่ออีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงความเงียบและไอชื้นเย็นยะเยือกริมฝั่งตลิ่งยามวิกาล
ในวันรุ่งขึ้น ท่ามกลางความตื่นตระหนกของคนงานก่อสร้างริมตลิ่ง มีผู้พบเพียงหมวกคนงานสีส้มของโตลอยเท้งเต้งริมฝั่งน้ำ และโตจมน้ำหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย ทุกคนหวาดผวาเรื่องความเฮี้ยนของแม่พรายจนแทบจะไม่มีใครกล้าทำงานตอกเสาเข็มต่อและเตรียมจะพากันประท้วงหยุดงาน สิงห์ คนงานรุ่นพี่ที่ตื่นเช้ามาเพื่อเข้าทำงานเป็นคนแรก ยืนชี้แจงข่าวร้ายกับคนงานคนอื่นด้วยใบหน้าซีดเผือด แกพยายามเล่าเรื่องที่ห้ามโตเมื่อวาน ยิ่งพูดถึงผีพรายน้ำรัญจวนดึงโตลงน้ำ ทำให้คนงานอื่นๆ ที่เป็นคนท้องถิ่นพากันเก็บข้าวของเตรียมจะทิ้งงานก่อสร้างหนีกลับบ้านเพราะกลัวภัยร้ายจากผีพรายจะเอาชีวิตเป็นรายต่อไปในไม่ช้า
ทว่าคิวที่เริ่มมีท่าทางโมโหร้าย ใจดำอำมหิต และเย็นชาขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากแรงปรารถนาในตัวรันที่ฝังลึกครอบงำจิตวิญญาณ ตวาดเสียงแข็งใส่คนงานที่รุมคุยกัน “หยุดคุยเรื่องไร้สาระได้แล้ว! โตมันคงแอบลงไปอาบน้ำจมน้ำตายเพราะความประมาทเอง รีบทำงานตอกเสาเข็มถมดินตลิ่งต่อไปห้ามหยุดงานเด็ดขาด! ใครหยุดงานฉันจะไล่ออกและไม่จ่ายเงินมัดจำ!” คิวชี้หน้าคุกคามคนงานด้วยแววตาดำมืดเกรี้ยวกราดไร้ความเมตตาปรานีและดูหยาบกระด้างบิดเบี้ยวไม่เหมือนคนเดิมเลยสักนิด
ฝ้ายยืนมองคิวด้วยความหวาดกลัวสุดขีดในอก ร่างบางสั่นเทาอยู่เคียงข้าง ชายหนุ่มที่เป็นคู่หมั้นผู้แสนดีของเธอ บัดนี้จิตใจเริ่มบิดเบี้ยวเย็นชา โหดร้ายผิดมนุษย์ และมีแววตาดำมืดลึกลับสะกดประสาทที่น่าขนลุกทวีคูณ ยิ่งไปกว่านั้นฝ้ายได้กลิ่นดอกลำเจียกเปียกน้ำอ่อนๆ โชยมาจากเสื้อผ้าและตัวของคิวในยามเช้า ทั้งที่เขายังไม่ได้เฉียดเข้าใกล้ป่าไผ่ตลิ่งเลย รอยร้าวในใจของเธอยิ่งลึกล้ำทับถมจนยากเยียวยาท่ามกลางหมอกหนาริมน้ำยมที่อบอวลไปด้วยความสยดสยองและอำนาจราคะลี้ลับนี้ ฝ้ายรู้สึกหวาดกลัวจนสั่นสะท้านในอกและหวั่นใจว่าภัยมรณะของพรายร้ายตัวจริงอาจจะกำลังมุ่งหมายเอาชีวิตและดวงวิญญาณของคิวคู่หมั้นหนุ่มของเธอเป็นเหยื่อสังเวยรายต่อไปเป็นแน่แท้ หากเขายังคงดึงดันถมดินตอกเสาเข็มทำโครงการมรณะนี้ต่อโดยไม่สนสิ่งใดรอบกายในลุ่มน้ำยมแห่งความตายนี้...
---
(หมายเหตุผู้แต่ง: ในตอนถัดไป ฝ้ายเริ่มทนไม่ไหวกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของคิวและลางร้ายรอบตัว เธอจึงแอบสำรวจจุดเกิดเหตุจนได้พบความจริงบางอย่าง ในขณะที่คิวลอบร่วมรักเสน่หาตามธรรมชาติกับรันในบ้านพักคนงาน)