ตอนที่ 134 ตะเกียงโบราณ
เชนมองไปยังตะเกียงที่หลบอยู่ในส่วนเว้าของผนังถ้ำนั้นด้วยสายตาเพ่งพินิจ และนั่นทำให้เชนเห็นรายละเอียดของมันได้มากขึ้น ตะเกียงอันนี้เป็นตะเกียงที่ดูเรียบง่ายอย่างที่สุด ฐานของตะเกียงเป็นถาดโค้งขึ้นทรงกลม ที่มันโค้งขึ้นเช่นนี้ก็เพื่อมีไว้ใส่น้ำมันตะเกียง และตรงจุดกึ่งกลางของถาดนั้นก็ได้มีแท่งเหล็กทรงกลมตั้งชี้ขึ้นสูงจากฐานราวห้าเซนติเมตร ด้านในของแท่งเหล็กนี้มีไส้ตะเกียงอยู่ ไส้ตะเกียงลากยาวลงไปในแท่งเหล็กนี้ลงไปยังฐานด้านล่าง เพื่อไปดูดซับน้ำมันขึ้นมาให้สามารถจุดไฟติดได้ ทั้งตัวตะเกียงมีเพียงแค่นี้เท่านั้น มันเป็นตะเกียงที่เรียบง่ายอย่างที่สุด เรียบง่ายจนไม่มีแม้แต่ที่กันลมเลยแม้แต่น้อย เพระฉะนั้นเราพอจะคาดเดาได้ว่าการใช้งานของมันคงเหมาะที่จะใช้ในห้องปิดที่ไม่มีลมเช่นนี้เท่านั้น"อืม..เอาอันนี้ละกัน"เชนมองตะเกียงอันเรียบง่ายนั้นอยู่ครู่แล้วก็ตัดสินใจ เพราะตะเกียงอันนี้ถูกชะตากับเขาที่สุดจากของทุกอย่างที่เขาดูมา แถมอีกอย่างตะเกียงอันนี้นั้นดูเก่าแก่โบราณเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นสีของวัสดุของมันที่ตอนนี้ไร้ซึ่งความแวววาวเลยแม้แต่น้อย หรือจะเป็นรอยถลอกขีดข่วนที่ดูเก่าแก่เหล่านั้น ทำให้ตะเกียงอันนี้ดูมีเสน่ห์อย่างประหลาดอย่างยากจะอธิบาย.."ได้หรือยังคะ?"เสียงของฟางหรูดังมาจากอีกด้านหลังจากที่เชนใช้เวลาเลือกอยู่นานหลายนาที ทำให้เชนต้องหันไปมองเธอที่กำลังดูใกล้เข้ามา"อือ ได้แล้วล่ะ""เชนจะเอาอันไหนเหรอคะ?"ฟางหรูถามอย่างใคร่รู้ว่าเชนจะเลือกของวิเศษชิ้นไหน"ฉันว่าจะเอาตะเกียงอันนี้น่ะ"เชนกล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปยังตะเกียงโบราณที่ดูเรียบง่ายอันนั้น "มันดู..เก่ามากๆเลยนะคะ"ฟางหรูเมื่อหันไปตามนิ้วของเชนและได้เห็นตะเกียงอันนั้น เธอก็ต้องย่นคิ้วลงเล็กน้อยเมื่อมองไปที่มัน ตะเกียงอันนี้ดูเก่าแก่เอามากๆ เก่าชนิดที่เธอกลัวว่าถ้าหยิบขึ้นมามันจะหักคามือเธอ"ใช่ไหมล่ะ ต่อให้มันเกิดมีความสามารถไม่ดีขึ้นมา แต่เก่าๆแบบนี้น่าจะเอาไปขายที่ร้านรับของเก่าหรือพวกร้านของสะสมแล้วได้ราคาอยู่นะ"เชนกอดอกพร้อมกล่าวแผนการที่เขาเตรียมไว้สำหรับเจ้าตะเกียงโบราณอันนี้ และนี่..ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เขาเลือกเจ้าตะเกียงอันนี้"หวังว่าความสามารถของมันจะดีนะคะ"ฟางหรูยิ้มแห้งๆเมื่อได้ยินว่าแผนการของเชน"ฉันก็หวังไว้งั้นนะ..เรามาเริ่มกันเลยไหม?""ก็ดีค่ะ"ฟางหรูตอบรับ และหลังจากพูดคุยกันอยู่สักครู่ก็ได้ข้อสรุปว่าฟางหรูจะเป็นคนเริ่มหยิบกระจกที่เธอเลือกก่อน เพราะอย่างน้อยถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นเธอก็ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์เต็มร้อย ต่างจากเชนที่เพิ่งได้รับบาดเจ็บมา "เชนรับนี่ไว้ค่ะ"หลังจากพูดคุยนัดแนะกันเสร็จ ฟางหรูก็ได้ยื่นแผ่นหินทรงสี่เหลี่ยมแผ่นหนึ่งมาให้เขา"นี่คือ?"เชนรับมันมาพร้อมกับยกมันขึ้นมาดูอย่างสงสัย"นี่คือศิลาพันธมิตรค่ะ ถ้าเชนอัดปราณเข้าไปในศิลาแผ่นนั้น มันจะสามารถระบุตำแหน่งของแผ่นศิลาของฉันได้ค่ะ.."ฟางหรูหยิบแผ่นศิลาอีกแผ่นขึ้นมาให้เชนดูพร้อมกับอธิบายไปด้วย"..และก็แน่นอนว่าฉันเองก็สามารถเห็นตำแหน่งของเชนได้เหมือนกัน เพราะงั้นถ้าเราออกไปแล้วดันไปอยู่กันคนละที่ ก็ใช้มันเพื่อมาเจอกันนะคะ""อ๋อ เหมือนเป็นจีพีเอสยังงั้นสินะ"เชนยกศิลาพันธมิตรในมือขึ้นมาดูด้วยสายตาวิบวับ เขาเพิ่งเคยเห็นอุปกรณ์ปราณแบบนี้เป็นครั้งแรก เพราะมันมีราคา..ที่แพงหูฉีกเลยล่ะ"ใช่ค่ะ แต่ในที่ที่ไม่มีสัญญาณสื่อสารไร้สายแบบนี้ ก็มีแต่ต้องใช้อุปกรณ์ปราณเท่านั้นแหละค่ะ แถมอุปกรณ์ปราณยังแม่นยำกว่ามากและยังไม่มีค่าความหน่วงเลยด้วย เอาจริงๆพวกสัญญาณสื่อสารคลื่นความถี่ที่คนธรรมดาใช้กันในตอนนี้เอง ก็คือเทคโนโลยีที่ต้องการจะเลียนแบบการสื่อสารด้วยปราณให้ได้มากที่สุดแหละค่ะ"ฟางหรูกล่าวพร้อมกับเก็บศิลาพันธมิตรในมือคืนกระเป๋ามิติ"อืม ฉันเองก็พอรู้มาเหมือนกัน ยังไงซะสัญญาณอินเทอร์เน็ตหรือสัญญาณไร้สายก็ต้องใช้คลื่นความถี่เดินทางไปในอากาศ แต่พอคลื่นพวกนั้นขึ้นไปในอากาศจนถึงจุดจุดหนึ่ง คลื่นแปรปรวนจากฟ้าก็จะรบกวนจนคลื่นขาดไป หรือต่อให้เป็นการเดินสายตามเสาเองก็เถอะ บางทีพวกคลื่นแปรปรวนจากฟ้าก็ยังมีผลกระทบจนทำให้ทำงานไม่เสถียรอยู่ดี นั่นเป็นเหตุผลให้การสื่อสารด้วยคลื่นความถี่มีข้อจำกัดที่สูงมากและไม่อาจเทียบกับการสื่อสารด้วยปราณได้""เชนก็ความรู้แน่นนะคะเนี่ย อ๋อ แล้วก็ศิลาพันธมิตรนี้ใช้ได้ในระยะห้าสิบกิโลเมตรนะคะ ถ้าเกิดไกลกว่านั้นก็หากันไม่เจอแล้วค่ะ""โอเคๆ"เชนรับคำพร้อมกับเก็บศิลาพันธมิตรลงในกระเป๋าคาดเอวการสื่อสารด้วยคลื่นความถี่มีข้อจำกัดที่สูงอย่างที่เชนว่ามา และการสื่อสารแบบนี้ก็ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อต้องการจะทำให้ใกล้เคียงกับการสื่อสารด้วยปราณให้ได้มากที่สุด แต่ศัตรูตัวฉกาจของเทคโนโลยีนี้ก็คือคลื่นแปรปรวนจากฟ้าที่คอยขัดขวางและรบกวน คาดว่าคลื่นแปรปรวนจากฟ้าน่าจะเกิดขึ้นมาเมื่อในอดีตอันแสนนานตอนที่อุกกาบาตปริศลูกนั้นได้ตกลงสู่โลก มันเป็นหนึ่งในผลกระทบที่มีผลต่อดาวที่ชื่อว่าโลกแห่งนี้..ด้วยเทคโนโลยีในตอนนี้ การจะติดต่อกันในอาณาจักรเซเฟียให้ทั่วถึงยังถือว่ายาก แม้อุปกรณ์ปราณจะสามารถทำได้แต่ก็มีคนเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะเข้าถึงของระดับนั้น เพราะฉะนั้นการที่จะติดต่อสื่อสารไปยังอาณาจักรอื่นที่อยู่ห่างไกลออกไปจึงยากอย่างที่สุด ฟางหรูเดินไปยังชั้นวางหินที่อยู่ไม่ห่างจากแท่นหินที่มีฟูกและหมอนอยู่ บนชั้นวางนั้นเต็มไปด้วยของใช้หลายอย่าง และหนึ่งในนั้นก็มีกระจกที่ฟางหรูหมายตาเอาไว้"งั้นเดี๋ยวเจอกันนะคะ"ฟางหรูหันหน้าไปบอกเชน หลังจากที่เชนพยักหน้าตอบรับ เธอก็ยื่นมือออกไปและจับไปที่กระจกอันนั้น!ทันใดที่มือของฟางหรูจับกระจก คลื่นพลังของเวทเคลื่อนย้ายที่ปกคลุมอยู่บนกระจกก็เกิดการเคลื่อนไหว! มันระเบิดเข้าใส่ฟางหรูในช่วงเสี้ยววินาที! และเพียงพริบตาเดียวฟางหรูกับกระจกแผ่นนั้นก็หายไปจากห้องแห่งนี้ราวกับหายตัว!เชนสูดลมหายใจลึก"หวังว่าจะออกไปอย่างปลอดภัยนะ"เชนกล่าวพร้อมกับเดินตรงไปหยุดอยู่ตรงหน้าชั้นวางตัวท้ายสุดที่มีตะเกียงโบราณอยู่บนนั้นเขายื่นมือออกไปจะจับลงไปยังตะเกียงโบราณอันนั้น กึกแต่ขณะที่มือของเขาอยู่ห่างจากตะเกียงเพียงไม่กี่เซนติเมตรเขาก็หยุดมือลง พร้อมกับหันไปยังผนังด้านซ้ายที่มีตัวอักษรปริศนาแกะสลักไว้อยู่..ทุกสิ่งอย่างเพื่อแดนทมิฬสถานที่พำนักของกวีโด้เชนมองไปยังสองประโยคนั้นอยู่ครู่แล้วเขาก็หันหน้ากลับมา เอื้อมมือที่ค้างอยู่ตรงไปจับตะเกียงโบราณ ทันใดนั้นเวทเคลื่อนย้ายก็ระเบิดใส่เขาในชั่วพริบตา พาร่างของเขาให้หายวับไป..จากสถานที่แห่งนี้...ณ สถานที่แห่งหนึ่ง"สองคนนั้นสินะ?"เสียงของชายคนหนึ่งที่กำลังถูกล้อมด้วยกลุ่มนักล่าชายหญิงเจ็ดคนดังขึ้นเบาๆ และเจ้าของเสียงนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเบลด!ตอนนี้พวกมันทั้งแปดคนกำลังยืนอยู่บนขอบผาที่สูงราวสามสิบเมตร และพวกมันกำลังมองลงไปยังเบื้องล่างของผา ที่ขณะนี้มีชายหญิงสองคนกำลังยืนพูดคุยกันอยู่"ใช่ครับ จากที่ผมคอยจับตาดูอยู่ เหมือนพวกมันกำลังจะเดินทางไปรวมกับคนอื่นในสังกัดหมื่นทิวา จะเอายังไงดีครับ? หรือว่าเราจะรอให้มันเดินทางไปรวมกลุ่มแล้วค่อยจัดการทีเดีย..""เสียเวลาเปล่าๆ ยังไงเราก็มีตัวบอกตำแหน่งของพวกมันอยู่แล้ว ไม่ต้องใช้พวกมันให้พาไปหรอก"โฟลนักล่าชายคนสนิทของเบลดกล่าวไม่ทันจบ ก็ถูกเบลดที่ยืนอยู่ด้านข้างกล่าวขัดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง"ถ้างั้น.."โฟลกล่าวค้างไว้พร้อมกับมองไปยังเบลด นักล่าอีกหกคนเองก็มองไปที่เบลดเช่นกัน พวกเขา..กำลังรอคำสั่งเบลดมันไม่ได้กล่าวอะไร มันเพียงแค่ใช้สายตาเรียบนิ่งมองไปยังนักล่าชายหญิงเบื้องล่างที่เพิ่งจะพูดคุยกันเสร็จและกำลังจะออกเดินทางต่อ สายตาของเบลดที่มองไปช่างเรียบนิ่งเย็นชาราวกับกำลังมองไปยัง..สิ่งไร้ค่าเมื่อโฟลเห็นสายตาเช่นนั้นก็ไม่ได้กล่าวอะไรอีก ดวงตาของมันเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นและโค้งตัวลงเล็กน้อยไปยังเบลด"รับทราบ"มันกล่าวเพียงเท่านั้น ก็หันหน้าไปยังผาแล้วก็กระโดดลงไป! กระโดดลงจากที่สูงเกือบสามสิบเมตร! นักล่าอีกหกคนเองก็ไม่รอช้า พวกมันโค้งตัวให้เบลดพร้อมกับพุ่งติดตามโฟลไปในทันที!และเพียงอึดใจต่อมา เสียงตกใจ เสียงตะโกนและเสียงของการต่อสู้อันดุเดือดรุนแรงก็ดังขึ้นจากผาด้านล่าง!!ส่วนด้านบนขอบผาในขณะนี้เหลือเพียงแค่เบลดเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยืนอยู่ มันเอามือไพล่หลังพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองไปบนท้องฟ้าที่ตอนนี้แสงสว่างบนผืนฟ้าเริ่มจะอ่อนโทรมลงไปในทุกขณะ"ที่นี่มีกลางคืนด้วยสินะ ดีเลย เพราะกลางคืนนี่แหละเหมาะที่สุดแล้ว.."เบลดในขณะนี้ราวกับชายหนุ่มจ้าวสำราญที่กำลังเสพทัศนียภาพของธรรมชาติ ถ้าไม่ใช่ว่าในขณะนี้..ได้มีเสียงการต่อสู้และเสียงกรีดร้องโหยหวนกำลังดังตลบบาดลึกไปทั่วทั้งบริเวณ! "..ที่จะออกล่า!"เบลดกล่าวพร้อมกับดวงตาที่ระเบิดแสงดุร้ายบ้าคลั่ง!เบลดและสังกัดฟ้าครวญลงมือแล้ว!!