ต้นยามเฉิน (07.00 – 08.59 น.) พวกเธอก็ได้เดินเข้ามาในตัวเมืองเป็ที่เรียบร้อยแล้ว เธอได้มองรอบๆไปทั่วก่อน ภายในตัวเมืองนั้นมีความเจริญมากกว่าในหมู่บ้านทิวไผ่เป็อย่างมาก สองข้างทางที่เธอเดินเข้ามาก็จะเห็นแผงร้านค้าขายของทั้งสองข้างทางแล้วไม่ว่าจะขายอาหาร ของประดับ บางคนก็นำผักป่ามาขาย
"ท่านพ่อเ้าคะข้าอยากนำสมุนไพรไปขายเ้าค่ะ ท่านพ่อรู้ที่ไหนรับซื้อบ้างไหมเ้าคะ" เธอหันไปถามบิดาทันที
"พ่อเองก็ไม่รู้เหมือนกันเลยเยว่เอ๋อร์ ตอนที่พ่อเข้าเมืองก็มัวแต่หางานทำอย่างเดียว"
"เดี๋ยวข้าลองถามชาวบ้านแถวนี้เองเ้าค่ะ" เธอมองรอบๆก่อนจะไปเจอคนขายซาลาเปารูปร่างอ้วนท้วมสมบูรณ์หน้าแปะยิ้มตลอดเวลา เธอจึงรีบเดินเข้าไปถามทันที
"ท่านลุงเ้าคะ"
"ว่าไงนังหนู อยากซื้อซาลาเปาเหรอ" คนขายซาลาเปาเอ่ยถ่าม
"เปล่าเ้าค่ะท่านลุงแหะๆ....คือข้าอยากถามว่าในตัวเมืองมีที่ไหนรับซื้อสมุนไพรบ้างไหมเ้าคะ พอดีข้าเพิ่งเข้ามาในตัวเมืองเป็ครั้งแรกเลยไม่รู้แหล่งที่รับซื้อเ้าค่ะ" เธอยิ้มแห้งให้คนขายซาลาเปาก่อนที่ไม่ได้ซื้อซาลาเปา จากนั้นเธอก็ถามคนขายซาลาเปาว่ามีที่ไหนรับซื้อสมุนไพรบ้าง
"ฮ่าๆนังหนูเอ็งมาถามถูกคนแล้วล่ะตรอกทุกซอยทุกมุมในตัวเมืองไม่มีใครรู้จักดีเท่ากับข้าคนนี้แล้วข้ารู้จักเป็อย่างดีเลยล่ะฮ่าๆ" คนขายซาลาเปาหัวเราะจนแก้มกระเพื่อม
"ฮ่าๆอย่างนั้นรึเ้าคะท่านลุง งั้นท่านพอจะบอกข้าได้หรือไม่"
"มีที่หนึ่งให้ราคายุติธรรมเป็อย่างมากรับซื้อของชาวบ้านบ่อยๆไม่แบ่งแย่งชนชั้นเหมือนร้านที่อื่นๆคือร้านหอโอสถดาราฉายเอ็งเดินตรงไปเรื่อยๆแล้วมองซ้ายมือจะเจอร้านขายผ้าก่อนแล้วก็ค่อยเลี้ยวเข้าไปในตรอกซอยเอ็งก็จะเจอร้านหอโอสถดาราฉายแล้วล่ะนังหนู"
"ขอบคุณท่านลุงมากเลยนะเ้าคะ ถ้าข้าขายสมุนไพรได้ข้าจะมาอุดหนุนท่านนะเ้าคะท่านลุง"
"ขอให้โชคดีนะนังหนู"
เธอและครอบครัวไป๋ก็ได้รีบเดินตามทางที่คนขายซาลาเปาบอกทันทีเมื่อเดินมาเรื่อยๆได้สักพักก็จะมองเห็นร้านขายผ้าด้านซ้ายมือตามที่คนขายซาลาเปาบอกก่อนที่จะเลี้ยวเข้าตรอกซอยไป
เธอได้เดินมาเรื่อยๆก่อนจะมาถึงที่หน้าร้านแห่งหนึ่ง ซึ่งจะมองเห็นป้ายร้านขนาดใหญ่บนตัวอาคารที่เขียนว่าหอโอสถดาราฉาย ถ้าใครจะมาหอโอสถดาราฉายก็จะสังเกตเห็นป้ายร้านขนาดใหญ่นี้ทันที ก่อนที่เธอจะหยุดเดินมาที่หน้าร้านหอโอสถก็ได้มีหลงจู๊คนหนึ่งมาต้อนรับทันที
"สวัสดีขอรับคุณชายคุณหนูทั้งหลายถ้า้าซื้ออะไรหรือ้าอะไรถามข้าได้เลยนะขอรับร้านหอโอสถดาราฉายยินดีต้อนรับทุกคนเลยขอรับ"
ร้านนี้ช่างยุติธรรมสมคำล่ำลือที่คนขายซาลาเปาบอกจริงๆด้วยขนาดหลงจู๊ที่ร้านยังต้อนรับชาวบ้านธรรมดาอย่างเธอและครอบครัวไป๋อย่างดีเลยซึ่งไม่มีคำพูดที่ดูิ่พวกเธอด้วยขนาดชุดที่เธอใส่ยังมีรอยปะชุนตั้งหลายที่ก็ยังต้อนรับดีร้านนี้ช่างอบรมหลงจู๊ในร้านได้ดีจริงๆ เธอเกิดความประทับใจเล็กๆให้กับร้านหอโอสถดาราฉายทันที
"ร้านหอโอสถดาราฉายรับซื้อสมุนไพรไหมเ้าคะ" เธอเอ่ยตอบหลงจู๊ไปทันที
"ทางร้านหอโอสถดาราฉายยินดีรับซื้อสมุนไพรจากชาวบ้านขอรับซึ่งทางร้านเราให้ราคาอย่างยุติธรรมให้แก่ชาวบ้านทุกๆคน ไม่ทราบว่าแม่หนูท่านนี้้าขายสมุนไพรอะไรให้ทางร้านหรือขอรับ"
"ข้า้าขายตังกุยเ้าค่ะ"
"ทางร้านรับซื้อตังกุยแบบสดราคาจินละ 80 อิแปะ ส่วนตังกุยแบบแห้งราคาจินละ 100 อิแปะขอรับ"
"ข้ามีตังกุยแบบแห้งเ้าค่ะ" เธอวางตะกร้าลงก่อนให้หลงจู๊ดู
"เดี๋ยวข้าไปชั่งให้นะขอรับ" หลงจู๊นำตะกร้าของเธอไปชั่งทันที เธอรอได้สักพักหลงจู๊ก็เดินกลับมา
"ทั้งหมด 10 จิน จินละ 100 อิแปะ รวมราคาทั้งหมดเป็...." หลงจู๊คิดคำนวณในลูกคิดก่อน
"ทั้งหมด 1000 อิแปะหรือ 1 ตำลึงเงินเ้าค่ะ" ชาล็อตเอ่ยบอกราคารวมทันที
"ใช่แล้วแม่หนูรวมทั้งหมดเป็ 1000 อิแปะพอดี นี่เ้ารู้หนังสือด้วยรึ" หลงจู๊ถามอย่างสงสัยเพราะเด็กสาวตรงหน้าคิดตำตอบได้ถูกต้องแถมคิดรวดเร็วกว่าเขาเสียอีก
"ข้าพอรู้หนังสืออยู่บ้างเ้าค่ะ พอดีท่านพ่อข้าสอนหนังสือให้พวกข้ามานิดหน่อยน่ะเ้าค่ะ นี่คือท่านพ่อข้าเองเ้าค่ะ"
เธอเอ่ยตอบหลงจู๊ก่อนจะแนะนำบิดาทันที ที่เธอบอกว่าท่านพ่อหนังสือให้ก็ไม่เกินจริงเพราะความทรงจำของร่างเ้าของเดิมทำให้เธอได้รู้ว่าท่านพ่อได้สอนหนังสือให้แก่ลูกๆทุกคนไม่ว่าจะเป็การอ่าน เขียน หรือแม้แต่คำนวณก็ตาม แสดงว่าท่านพ่อเธอมีเื้ัไม่ธรรมดาแน่ๆถึงสามารถสอนหนังสือให้แก่ลูกๆได้ เธอชักจะสงสัยเื้ัครอบครัวไป๋แล้วสิสักวันคงจะรู้เองว่าทำไมท่านพ่อถึงสอนหนังสือได้
"ข้ามีสมุนไพรอีกหนึ่งอย่างมาขายด้วยเ้าค่ะ" เธอค่อยๆแกล้งหยิบโสมในกระเป๋าเสื้อทีนทีเพราะเธอหยิบมาจากในระบบนั่นเอง ก่อนที่จะค่อยเปิดให้หลงจู๊ดู เมื่อหลงจู๊ดูโสมคนแล้วก็เกิดอาการใจนอุทานออกมาด้วยความใทันที
"นะ...นี่มัน!!! โอ้เดี๋ยวข้าไปเชิญท่านเถ้าแก่ก่อนนะขอรับ รอข้าอยู่ตรงนี้สักครู่นะขอรับ" หลงจู๊รีบวิ่งออกไปทันที เธอรอได้สักพักหลงจู๊คนเดิมก็เดินออกมา ก่อนจะมีชายชราสวมผ้าฝ้ายชั้นดีสีครามลายทิวไผ่รูปลักษณ์ที่เด่นของชายชราคนนี้น่าจะเป็หนวดเคราเพราะชายชราคนนี้ได้ปล่อยหนวดเครายาวสีขาวไว้แต่ดูโดยรวมแล้วลักษณะท่าทางชายชราคนนี้ค่อนข้างออกไปทางใจดี
"แม่หนูคนนี้ขอรับเถ้าแก่" หลงจู๊รีบบอกเถ้าแก่ของเขาทันทีว่าใครคือคนนำโสมมาขาย
"แม่หนูคนนี้เองรึ งั้นข้าขอเชิญแม่หนูเข้ามารอห้องพักแขกก่อนนะ ส่วนเ้ารีบไปเตรียมน้ำชาขนมมาที่ห้องพักแขกด้วย" เถ้าแก่มองเด็กสาวตรงหน้าก่อนจะหันไปหาหลงจู๊
"ขอรับเถ้าแก่" หลงจู๊รีบเดินออกไปเตรียมทันที
เธอและท่านพ่อพี่ใหญ่และน้องเล็กเดินตามเถ้าแก่มาในห้องรับแขกทันที ถึงแม้ว่าพวกเขาจะส่งสายตาที่มีแต่ความสงสัยมาให้เธอก็ตามว่าทำไมเธอนำสมุนไพรอะไรมาขายด้วยเถ้าแก่ร้านหอโอสถดาราฉายถึงออกมาต้อนรับกันเลยทีเดียว พวกเขาได้ส่งแต่สายตาแต่ยังไม่กล้าถามเธอตอนนี้ให้เธอขายสมุนไพรได้ก่อนถึงค่อยถามเธอทีหลัง
"ข้ามีนามว่า อู๋ ห่าวเซิน เป็เถ้าแก่ของร้านหอโอสถดาราฉายที่เชิญพวกท่านมาเพราะ้าเจรจาซื้อโสมที่แม่หนูนี่นำมาขายให้แก่ร้านข้า" ห่าวเซินรีบแนะนำตัวและบอกจุดประสงค์ที่เชิญครอบครัวไป๋ทันที
"ข้ามีนามว่าไป๋ เยว่ชิงเ้าค่ะ ส่วนนี่คือท่านพ่อข้าไป๋ ซีฮ่าว ส่วนถัดไปคือพี่ชายข้าชื่อไป๋ ลี่ิ และนี่คือน้องชายข้าไป๋ ลี่หยางเ้าค่ะ" เธอรีบแนะนำตัวเองครอบครัวไป๋ให้เถ้าแก่ร้านทันที
"ยินดีที่ได้รู้จักขอรับเถ้าแก่" ซีฮ่าวกล่าวทักทายห่าวเซิน
"ดีๆ ยินดีที่ได้รู้จักพวกเ้าแล้ว ข้าขอรับซื้อโสมทั้งสองต้นนี้ได้หรือไม่"
"ได้เ้าค่ะ ข้าก็้าขายโสมสองต้นนี้อยู่แล้วเ้าค่ะเลยได้มาที่ร้านหอโอสถดาราฉายเพราะเห็นว่าให้ราคายุติธรรมแก่ชาวบ้านอย่างพวกข้าน่ะเ้าค่ะ เชิญเถ้าแก่ดูโสมทั้งสองต้นนี้ก่อนได้เลยนะเ้าคะ" เธอหยิบโสมสองต้นมาวางไว้หน้าเถ้าแก่ก่อนที่เขาจะหยิบโสมสองต้นออกมาพิจารณาดูทันที
"นี่มันโสมห้าสิบปีทั้งสองต้นเลยนี่ พวกเ้าได้มันมาอย่างไรรึ" เขาแปลกใจเล็กน้อยที่ชาวบ้านธรรมดาๆมีโสมอายุห้าสิบถึงสองต้นมาขายให้แก่ตน จึงได้เอ่ยถามออกไป
"ข้าเจอมันที่ในป่าเ้าค่ะเลยรู้ว่ามันคือโสมเลยเก็บกลับมาบ้านด้วยเ้าค่ะ"
"ข้าให้โสมต้นละ 600 ตำลึงเงิน ปกติราคาโสมห้าสิบปีอยู่ที่ 500 ตำลึงเงิน แต่ของพวกเ้ามีขนาดใหญ่กว่าที่ข้ารับซื้อไว้ข้าให้พวกเ้าโสมต้นละ 600 ตำลึงเงินเลยก็แล้วกัน"
"ขอบคุณมากเ้าค่ะเถ้าแก่ ร้านของท่านให้ราคายุติธรรมสมคำล่ำลือจริงๆเลยเ้าค่ะ"
"วันหลังถ้ามีสมุนไพรอะไรดีๆก็มาขายให้ที่ร้านข้าได้"
"ได้เลยเ้าค่ะถ้าข้ามีสมุนไพรอะไรดีๆจะนึกถึงร้านท่านเป็ร้านแรกเลยเ้าค่ะ"
"วันหลังมาขายถ้าเกิดเจอข้าก็เรียกข้าว่าปู่อู๋ก็ได้นะแม่หนู" ห่าวเซินรู้สึกเอ็นดูถูกชะตาเด็กสาวตรงหน้าเป็อย่างมากจึงให้เด็กสาวเรียกเขาเป็ปู่ได้
"ได้เลยเ้าค่ะท่านปู่อู๋"
"ฮ่าๆ ดีๆ เด็กดี อะนี่เงินค่าโสมของเ้าทั้งหมด 1200 ตำลึงเงิน เ้านับดูก่อนได้เลย" ห่าวเซินหยิบตั๋วแลกเงิน 120 ใบตำลึงทองให้เด็กสาวตรงหน้านับทันที
"ครบเ้าค่ะแต่ข้าขอแรกตั๋วเงิน 1 ใบตำลึงทองเป็เงินตำลึงได้หรือไม่เ้าคะ" เธอนับตั๋วเงินตำลึงทองก่อนเมื่อนับครบแล้วจึงเอ่ยขอแลกตั๋วเงินเป็ตำลึงเงินบางส่วนทันที
"ได้ๆ เ้าอยากแลกเท่าไหร่ล่ะ"
"ข้าขอแลกเป็ 9 ตำลึงเงิน กับ 1000 อิแปะเ้าค่ะ" เธอส่งตั๋วเงิน 1 ใบตำลึงทองให้แก่ปู่อู๋ทันทีก่อนที่จะแลกเป็เงินตำลึง
"อะนี่ เ้าลองนับดูก่อนว่าครบหรือไม่"
"ครบแล้วเ้าค่ะ ข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะท่านปู่อู๋ ครอบครัวข้าต้องนำสัตว์ป่าไปขายที่โรงเตี๊ยมก่อนเ้าค่ะ" เธอเก็บเงินใส่ในระบบก่อนจะที่เอ่ย
"เ้านำสัตว์ป่าอะไรมาขายล่ะเดี๋ยวข้ารับซื้อหมดเอง"
"มีกระต่ายป่าสองตัวและไก่ป่าสองตัวเ้าค่ะ"
"ข้ารับซื้อไว้ ข้าให้จินละ 15 อิแปะทั้งไก่ป่าและกระต่ายป่าเลย"
"ขอบคุณเ้าค่ะปู่อู๋"
ห่าวเซินเขาได้ให้หลงจู๊ในร้านนำไก่ป่าและกระต่ายป่าไปชั่งก่อนที่หลงจู๊จะเดินกลับมา
"ทั้งหมด 7 จิน ขอรับเถ้าแก่" หลงจู๊เอ่ยบอกห่าวเซิน
"7 จิน จินละ 15 อิแปะ ทั้งหมด 105 อิแปะ ข้าให้เ้า 200 อิแปะเลยก็แล้วกัน" ห่าวเซินหยิบถุงเงินให้แก่ชาล็อต
"ขอบคุณมากเลยเ้าค่ะท่านปู่อู๋ พวกข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ" เธอหยิบเงินใส่ในระบบทันทีก่อนที่จะขอตัวออกจากร้าน
เมื่อเดินมาจากร้านหอโอสถดาราฉายได้สักพักซีฮ่าวก็เอ่ยถามถึงที่มาของโสมทันที
"เยว่เอ๋อร์ลูกได้โสมมาจากที่ใดรึ"
"ข้าได้มาจากในป่าหลังบ้านเราในวันที่เราเข้าไปในป่าเ้าค่ะท่านพ่อ ข้าได้มาพร้อมกับตังกุยเลยเ้าค่ะข้ากะจะเซอร์ไพรส์พวกท่านสักหน่อยเ้าค่ะ"
"อะไรคือเซอไพรหรือขอรับพี่รอง" ลี่หยางเอ่ยถามพี่สาวด้วยความสงสัย
"เซอร์ไพรส์ไม่ใช่เซอไพรน้องเล็ก ความหมายมันคือทำให้ประหลาดใจน่ะ ข้าอยากทำให้พวกท่านประหลาดใจเท่านั้น"
"อื้อ...ข้าก็เซอไพรพี่รองมากเลยขอรับ พี่รองช่างเก่งยิ่งนักที่ขายสมุนไพรได้เงินเยอะขนาดนี้"
"ต่อไปพี่ก็จะนำของมาขายในตัวเมืองให้ได้เงินเยอะกว่านี้อีกดีหรือไม่น้องเล็ก"
"ดีขอรับพี่รอง! ข้ารักพี่รองที่สุดในโลกเลย!!"
"เ้ารักแต่พี่สาวหรือเ้าตัวแสบ" ซีฮ่าวเอ่ยถามบุตรชายคนเล็ก
"ข้าก็รักท่านพ่อที่สุดในโลกเหมือนกันขอรับ! รักพี่ใหญ่ที่สุดในโลกเช่นกันด้วยขอรับ!" ลี่หยางรีบประจบบิดาและพี่ชายทันที
"ฮ่าๆ พ่อก็รักที่สุดในโลกเ้าเช่นกันเสี่ยวหยาง" จากนั้นครอบครัวไป๋ทั้งสี่ก็หัวเราะกันอย่างมีความสุข
"พ่อว่าเราควรนำเงินไปฝากที่ร้านรับฝากเงินฟู่ไฉกันก่อนดีกว่า"
ซีฮ่าวรีบพาบุตรสาวไปร้านรับฝากเงินฟู่ไฉทันทีเขากลัวเงินในมือที่มีอยู่จะหล่นหายหรือไม่ก็อาจดักปล้นได้ถึงแม้ว่าพวกเขาจะใส่เสื้อผ้าที่มีแต่รอยปะชุนก็ตามเขาต้องตัดไฟแต่ต้นลมเสียดีกว่า เมื่อเดินออกมาจากรับฝากเงินฟู่ไฉแล้วก็จะเห็นเด็กสาวเดินนำหน้าด้วยสีหน้าท่าทางที่มีความสุขกว่าใครๆ
(ฮิฮิ เธอจะรวยแล้วนี่คือก้าวแรกของคนจะรวยแล้วสินะ! เงินจ๋าทองจ๋ารอฉันก่อนนะฮ่าๆ) ชาล็อตคิดในใจ
ซีฮ่าวมองเห็นบุตรของเขามีแต่รอยยิ้มที่เดินออกมาจากร้านรับฝากเงินฟูไฉแล้วเขาก็ค่อยๆระบายยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ครอบครัวไป๋ของเขาคงจะไม่ลำบากอีกต่อไปแล้วสินะเขาต้องทำงานหนักให้มากกว่านี้เพื่อความสุขของครอบครัวไป๋เขาอยากเห็นรอยยิ้มของภรรยาและบุตรชายบุตรสาวตลอดไป