“ซานซาน เธออยู่ไหนเนี่ย งานจะเริ่มแล้วนะ”
“โอเคๆ กำลังจะถึงแล้ว” หญิงสาวตอบกลับปลายสายและรีบกุลีกุจอลงรถบัสไป
“ให้ไวเลย ฉันไม่อยากดูดอกไม้ไฟคนเดียวนะ”
“รับทราบค่า คุณหลินซี” “เดี๋ยวนะ แป๊บนึง” ซานซานวางสายเพื่อนรักเพราะหางตาดันไปเห็นลูกแมวน้อยสีขาวที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่กลางถนนด้วยความหวาดกลัว
เอาวะช่วยแมวก่อนละกัน ถ้าฉันไม่รีบไปช่วยมันคงโดนรถสักคันเหยียบแบนแน่
“ขอทางหน่อยค่ะๆ” ซานซานะโบอกคนที่ขับรถที่ผ่านไปมาให้หยุด
เมื่อซานซานเดินเข้าไปใกล้ เ้าแมวน้อยที่ตัวสั่นงกๆด้วยความกลัว เริ่มแยกเขี้ยวและส่งเสียงขู่เพื่อป้องกันตัว
“โอ๋ๆ เ้าแมวน้อย ไม่ต้องกลัวนะ ฉันมาช่วยเธอ กลับบ้านกับฉันนะ” ซานซานพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน พร้อมกับค่อยๆยื่นมือออกไปช้าๆ เมื่อน้องแมวรู้สึกวางใจ ซานซานจึงอุ้มน้องแมวขึ้นมาไว้ในอ้อมกอดด้วยความระมัดระวังและรีบข้ามถนนกลับไปยังที่ปลอดภัยทันที
โครม! รถยนต์คันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วสูงพุ่งเข้ากระแทกร่างของซานซานจนกระเด็นลอยไปไกลหลายเมตร ตกลงกระแทกพื้นอย่างน่าเวทนา กลิ่นคาวเืเริ่มคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
“อะ อัก” เืที่กระอักออกมาทางปากอย่างไม่หยุดหย่อน ซานซานที่บัดนี้ร่างกายไร้สิ้นเรี่ยวแรงทั้งหมด ความเ็ปที่มากมายเกินกว่าจะรับไหว มีเพียงสมองเท่านั้นที่ยังคงพอทำงานได้อยู่ ทำให้เ้าของร่างรู้ตัวว่า คงถึงคราวที่จะต้องจากโลกนี้ไป ถึงแม้ว่าเธอปราถนาที่จะมีชีวิตรอดแค่ไหน แต่แทบไม่มีโอกาสเป็จริงได้เลย เขาว่ากันว่าเมื่อวาระสุดท้ายมาถึง สมองของคนเราจะคิดอะไรได้มากมายในเวลาเพียงไม่กี่วิ ความทรงจำบางอย่างที่แทบจะลืมไปแล้วตอนนี้กลับพรั่งพรูเข้ามาในหัวไม่หยุด ฉันเข้าใจแล้วล่ะ หลินซี ฉันขอโทษนะที่ไปหาเธอไม่ได้ เ้าแมวน้อยก็คงไม่รอดเหมือนกันใช่ไหมนะ
“ปังๆ ปังๆๆ” เสียงพลุดอกไม้ไฟดังสนั่นไปทั่วบริเวณ เทศกาลดอกไม้ไฟที่สวยงามได้เริ่มต้นขึ้น ดอกไม้ไฟสีสันสดใสสว่างไสวไปทั่วท้องฟ้า ทำให้ท้องฟ้าในคืนอันมืดมิดนั้นสวยเหลือเกิน “ในที่สุดฉันก็ได้เห็น…”เปลือกตาบางๆของซานซานค่อยๆปิดลง
ณ เมืองหยางจง
“เร่เข้ามาจ้า เร่เข้ามา ร้านข้าขายถูกๆ”
“ร้านข้าขายถูกกว่าจ้า”
“จี้หยกสวยๆ เครื่องถ้วยก็มีจ้า”
“โจ๊กไหมจ๊ะ โจ๊กร้อนๆ หมั่นโถวก็มีนะจ๊ะ”
เสียงผู้คนอื้ออึงไปทั่วตลาด เนื่องด้วยวันนี้เป็วันพิเศษ ที่จะมีการจัดงานเฉลิมฉลองเพื่อเป็เกียรติให้แก่ท่านแม่ทัพหยางอี้โจวที่ได้เอาชนะกองทัพทหารจากต่างเมืองที่ยกทัพมารุกรานชาวเมืองหยางจงและยึดพื้นที่ตั้งค่ายอยู่ที่ชายแดน
“ท่านแม่ทัพหยางนี่เก่งจริงๆเลยนะ”
“ใช่ๆ คนอะไรทั้งหล่อเหลา ชาติตระกูลดี เก่งทั้งบู๊ทั้งบุ๋น อีกอย่างยังไม่มีฮูหยิน”
“ข้าล่ะอยากให้ท่านแม่ทัพเหลียวมองข้าบ้าง”
“เ้าน่ะฝันไปเถอะ ตำแหน่งฮูหยินแห่งจวนสกุลหยางเหมาะสมกับข้ามากกว่า”
“แต่ข้าว่าเ้าคงเป็ฮูหยินแห่งจวน จวนเจียนจะขาดใจเขาก็ไม่เอา ฮ่าๆๆ”
“หนอย นังนี่”
“หยุด ทุกคนอยู่ในความสงบ ขบวนท่านแม่ทัพใกล้จะมาถึงแล้ว”
“ฝากไว้ก่อนเถอะ”
ทหารหลวงเข้ามาห้ามสาวๆที่มารอต้อนรับท่านแม่ทัพแต่กำลังจะจิกหัวกันอยู่รอมร่อ
กุบกับๆๆๆ เสียงฝีเท้าของม้าดังขี้นเรื่อยๆ ขบวนเกียรติยศของท่านแม่ทัพและเหล่าทหารมาถึง ปรากฎร่างชายหนุ่มหน้าตาดีในชุดเกราะนักรบ ถึงแม้ใบหน้าจะดูมอมแมมเนื้อตัวเปื้อนดินเปื้อนทรายไปบ้าง แต่ก็ไม่อาจบดบังความหล่อเหลาของเขาผู้นี้ได้ แววตาที่ดูเหนื่อยล้าแต่ทว่ากลับแฝงไปด้วยความมุ่งมั่นห้าวหาญ
“สุดยอดไปเลย”
“ข้าน้อยขอคารวะ”
“ขอบคุณท่านที่ปกป้องพวกเรา”
“ท่านแม่ทัพจงเจริญ” ราษฎรที่มารอต้อนรับต่างแซ่ซ้องสรรเสริญ
“ท่านแม่ทัพ ท่านต้องไปพบท่านอ๋องก่อนกลับจวนใช่ไหมขอรับ” ซวงหยุนข้ารับใช้คนสนิทที่เดินตามอยู่ข้างๆม้าเอ่ยถาม
“ใช่” ท่านแม่ทัพเอ่ยตอบเพียงสั้นๆ
“ขอรับ”
ซวงหยุนคนนี้อยู่รับใช้เคียงข้างท่านแม่ทัพหยางมานานหลายปี ไม่ว่าท่านแม่ทัพจะเอ่ยปาก้าสิ่งใด ไม่ว่าเื่ส่วนตัวหรืองานราชการ ซวงหยุนก็จัดการช่วยเหลือได้เป็อย่างดีไม่มีขาดตกบกพร่อง
จวนอ๋อง
“เรียนท่านอ๋อง ท่านแม่ทัพมาถึงแล้วขอรับ” ข้ารับใช้ในจวนใหญ่รีบเรียนให้ท่านอ๋องทราบทันทีที่แขกคนสำคัญมาถึง
“มาแล้วรึ ให้เข้ามาได้” ในเรือนรับรองท่านอ๋องที่รออยู่นานแล้ว ก็แทบนั่งไม่ติดเก้าอี้ เพราะความดีใจกับชัยชนะครั้งใหญ่
“เชิญท่านแม่ทัพ”
แอ๊ดด~ ประตูไม้แกะสลักลายประณีตถูกเปิดออก
“เ้ามาเสียที ข้ารอเ้าตั้งนาน นั่งก่อนๆ” ท่านอ๋องเอ่ยชวนด้วยใบหน้ายิ้มร่า
ท่านแม่ทัพโค้งตัวลงต่ำเพื่อทำความเคารพก่อนจะนั่งลง
“ไม่ได้เจอกันเสียนาน ท่านอ๋องสบายดีหรือไม่ขอรับ”
“ข้าสบายดี เ้าล่ะ คงลำบากแย่ล่ะสิ ทำศึกอยู่ถึง 6 เดือน าเ็ตรงไหนบ้างหรือไม่” ท่านอ๋องถามไถ่ด้วยความเป็ห่วง
“ก็มีเื่ลำบากอยู่บ้าง แต่ข้าไม่ได้รับาเ็ใหญ่อันใด เพียงแต่มีแผลไม่ลึก จะมีก็แต่ทหารของเรา ที่าเ็ล้มตายกันไปมากอยู่ บ้างก็รักษาหาย บ้างก็ต้องเสียแขนขา บ้างก็ล้มตาย”
“งั้นรึ อย่างนั้นกำลังพลของเราก็น้อยลงมาก ข้าควรเปิดรับทหารใหม่เพิ่มให้เ้าช่วยทดสอบและฝึกฝน”
“ข้าน้อย น้อมรับคำสั่ง” ท่านแม่ทัพเอ่ยรับ
“ส่วนทหารของเราที่ต้องาเ็ล้มตายเพื่อบ้านเมือง ข้าเสียใจจริงๆ ข้าจะตอบแทนและเยียวยาครอบครัวของพวกเขา เ้าช่วยเป็ธุระจัดการให้ข้าด้วย” ท่านอ๋องกล่าวพร้อมสีหน้าที่รู้สึกเสียใจเป็อย่างมาก
ท่านอ๋องผู้นี้ได้ชื่อว่าเป็เ้านายที่มีเมตตาธรรมสูง ทรงปกครองดูแลเมืองหยางจงด้วยความเป็ธรรม ไม่กดขี่ข่มเหงราษฎร อีกทั้งยังเป็สหายกับท่านแม่ทัพมาั้แ่เด็กๆ ทั้งสองคนจึงนับเป็สองบุรุษที่เลื่องชื่อและเป็ที่รักของผู้คนแทบทั้งเมืองเป็อย่างมาก
“ข้าขอถามเ้าในฐานะสหาย กลับมาครานี้เ้าจะมีข่าวดีหรือไม่” ท่านอ๋องเอ่ยถามด้วยท่าทีระมัดระวัง
“ยังไม่มีความคิดขอรับ” ท่านแม่ทัพตอบกลับอย่างหนักแน่นโดยไม่ต้องใช้เวลาคิด
“เ้าไม่มีแม่นางคนใดในใจบ้างรึ คนวัยเ้าเขาออกเรือนกันแทบหมดแล้ว ดูข้าสิ ยังมีอนุตั้งหลายคนเลย ฮ่าๆๆ” ท่านอ๋องกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
“ข้ายังไม่มีคนที่พึงใจขอรับ อีกอย่าง ข้าเคยบอกท่านไปหลายครั้งแล้วว่า ข้าจะ…” ยังไม่ทันได้อธิบายให้จบ ท่านอ๋องก็รีบตัดบทห้ามด้วยความเหนื่อยหน่าย เพราะเคยฟังคำชี้แจงเหล่านี้มามากโข
“พอๆ ข้ารู้แล้ว ข้าจะไม่เซ้าซี้เ้าแล้วก็ได้ แต่หากเ้ามีนางใดในใจ ขอให้รีบบอกข้าด้วยละกัน ข้าล่ะอยากรู้นักว่าต้องเป็สตรีเช่นใด หรือเทพ์นางไหนถึงจะพึงใจเ้า”
“เอาล่ะ กลับจวนไปพักผ่อนตามใจเ้าเถอะ อ้อ คืนนี้จะมีงานใหญ่ ข้าเตรียมไว้เฉลิมฉลองที่เ้าเอาชัยชนะกลับมาให้พวกเรา อย่าหลับเพลินจนลืมมาดูอะไรดีๆที่ข้าเตรียมไว้ล่ะ” ท่านอ๋องกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะจากกัน
“ถ้าเป็สุรากับเหล่าคณิกาข้าขอพักผ่อนอยู่ที่จวนเถอะขอรับ”
“เ้านี่มันรังเกียจสตรีอะไรปานนั้น เอาเถอะๆ เอาเป็ว่าไม่ได้มีแค่นั้นแน่” ท่านอ๋องกล่าวพร้อมขมวดคิ้ว
“ลาก่อนขอรับ” ท่านแม่ทัพเอ่ยและโค้งคำนับอย่างงดงามดั่งเช่นตอนมา