ตอนที่ 1 ร่วมเรียงเคียงศพ (2)
“ทุกอย่างล้วนเป็โชคชะตาคนไม่อาจกะเกณฑ์ได้ ชาติกำเนิดสูงศักดิ์แค่ไหนก็ไร้ประโยชน์ พอนึกถึงแต่ก่อนที่คุณชายสูงศักดิ์ในเมืองหลวงเ่าั้ต่างสยบอยู่แทบชายกระโปรงนางแล้วก็น่าเสียดายนัก”
“นั่นสินึกถึงตอนนั้นแล้วก็ไม่รู้ว่าฮูหยินเคยทำให้ชายหนุ่มในเมืองหลวงพวกนั้นหลงใหลกันไปกี่คนทว่าตอนนี้กลับต้องมานอนตัวเย็นเฉียบอยู่ที่นี่ ท่านว่านี่ใช่ฝีมือคุณหนูใหญ่หรือไม่แม้ว่าปกติคุณหนูใหญ่จะเอาแต่ใจไปบ้าง... แต่นั่นก็เป็มารดาแท้ๆ ของนางเชียวนะอีกอย่าง ท่านว่าเหตุใดเซียวอี๋เหนียง[1]ถึงได้บังเอิญมาที่นี่วันนี้พอดี”
“เ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรืออย่างไรพวกเราที่เป็บ่าวไหนเลยจะวิพากษ์วิจารณ์เื่ของเ้านายได้ หากเซียวอี๋เหนียงได้ยินเข้าประเดี๋ยวนางก็จับเ้าไปขายให้พวกค้าทาสเสียหรอก”หญิงรับใช้อีกนางถลึงตาใส่ อยากจะอุดปากพล่อยๆ ของนางเสียเดี๋ยวนั้น เื่บางเื่รู้ในใจก็พอไม่ควรพูดมันออกมา
นางมองไปรอบๆอย่างไม่วางใจ ก่อนสายตาจะเผลอปราดเข้าไปในห้องโดยไม่ได้เจตนาการเหลียวมองครั้งนี้ทำให้นางสีหน้าซีดเผือดทันใดเหงื่อเย็นเยียบไหลหยดจากหน้าผากในวันที่อากาศร้อนอบอ้าว นางชี้เข้าไปในห้อง ตัวสั่นระริกจนพูดไม่ออกหญิงรับใช้อีกนางเห็นท่าทางนี้จึงมองเข้าไปในห้องด้วยความสงสัย หลังจากนั้นก็หน้าซีดเผือดแบบเดียวกันใจนเป็ลมล้มพับไปกับพื้นดัง ‘ตุ้บ’ ทันที
“กรี๊ด!” เสียงร้องโหยหวนบาดแก้วหูดังทะลุขอบฟ้าหญิงรับใช้อีกนางวิ่งตัวสั่นเทิ้มไปที่ด้านหน้าอารามพร้ะโกน “ผีเข้าแล้ว! ผีหลอกแล้ว!”
ชั่วขณะนั้น ลมและฝนต่างโหมกระพือลงมาจากฟากฟ้าตกกระหน่ำลงบนผืนดิน แสงฟ้าแลบทำให้ในห้องสว่างวาบดุจกลางวัน หนึ่งในสองศพที่ก่อนหน้านี้ยังนอนอยู่กลับลุกขึ้นนั่งไม่แปลกใจเลยที่หญิงรับใช้ทั้งสองนางจะใราวกับเห็นผี เพราะก่อนหน้านี้ศพของสตรีทั้งสองต่างได้รับการชันสูตรอย่างชัดเจนว่าไร้ลมหายใจไปแล้ว
คนที่ลุกขึ้นนั่งคือเด็กสาววัยแรกแย้มอายุประมาณสิบห้าสิบหกตอนนี้เ้าตัวกำลังขมวดคิ้วแน่น หมุนคอแข็งทื่อหันไปมองศพข้างๆ อย่างเหม่อลอย ก่อนจะมองไปข้างนอกอย่างติดๆขัดๆ เนื่องจากยังไม่คุ้นชินดี ทำให้การเคลื่อนไหวไม่ได้ดั่งใจ ทว่าอุณหภูมิร่างกายเริ่มอุ่นขึ้นเรื่อยๆแล้ว
เด็กสาวก้าวขาคู่ที่แข็งขืนมาที่หน้าประตูปรายตามองหญิงรับใช้ที่สลบอยู่บนพื้น จากนั้นมองทัศนียภาพด้านนอกที่แตกต่างไปจากเดิมใช้มือเรียวสวยหยิกใบหน้าขาวเนียนของตนอย่างแรง ก่อนจะถอนหายใจเสียงเบา นี่ตนตายแล้วเกิดใหม่จริงหรือ
แต่ตนไม่ใช่เด็กสาวคนนี้ิญญาของตนเพียงเข้าสิงร่างเด็กสาวที่หมดลมหายใจไปแล้ว
ซย่าจู๋ชิงนิ่งมองพายุฝนด้านนอกที่เทลงมาจากฟ้าพลางยิ้มเยาะตัวเองครั้งยังอยู่ในศตวรรษยี่สิบสาม ตนเป็บุตรสาวนอกสมรสของตระกูลซย่าที่คร่ำหวอดในวงการธุรกิจทั้งชีวิตของผู้เป็แม่ล้วนอยู่กับการสู้รบตบมือเพื่อให้ได้มาซึ่งฐานะและหน้าตาในตระกูลซย่าทุกฝีก้าวจึงต้องระมัดระวังและรัดกุม แต่ท้ายที่สุดนั้น
ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มเย้ยหยันสุดท้ายแล้วก็เป็แค่การปักชุดวิวาห์ให้ผู้อื่น[2] ในสายตาของตนและมารดาคิดว่าการที่บิดาผู้ชอบแสร้งทำหน้าตาเป็เคร่งขรึมจอมปลอมปฏิบัติต่อตนอย่างดีนั้น ก็เป็เพราะเขายังรักตนอยู่บ้างนี่จึงทำให้ตนกับมารดาคิดว่า ไม่ว่าต้องทำอันใดก็ล้วนคุ้มค่า
หากแต่เมื่อถึงตอนที่ซย่าจู๋ชิงนอนอยู่บนเตียงผ่าตัดท้ายที่สุดถึงได้รู้ว่าทั้งหมดทั้งมวลเป็เพราะผู้ชายคนนั้นทำเพื่อให้ได้หัวใจของตนไปอย่างชอบธรรมดังนั้นจึงเป็การเสียสละที่เลี่ยงไม่ได้
ถูกต้อง! ในสายตาบิดาผู้คนนั้น เื่ราวดีๆ ที่เขาปฏิบัติต่อตนและมารดาก็ล้วนเป็เพราะ้าให้ตนยอมเสียสละแก่บุตรสาวสุดที่รักของเขาเท่านั้น ช่างน่าขันสิ้นดี?!
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/c296c31b0765291b1e1f03a511502655
[1] คำใช้เรียกอนุภรรยา
[2] การทำบางสิ่งบางอย่างให้ผู้อื่นได้รับผลประโยชน์โดยที่ตนไม่ได้อันใดตอบแทน