หยางหลิว ลู่เอิน และเหมยอี๋ ทั้งสามคนเดินมาด้วยบรรยากาศที่ดูแปลกเล็กๆ ท่ามกลางสายตาผู้คนจำนวนมาก นั่นเพราะขณะนี้หยางหลิวกำลังเดินอยู่ตรงกลางระหว่างลู่เอินกับเหมยอี๋
แถมหยางหลิวยังเดินจูงมือสองสาวที่ขนาบข้างแต่พวกเธอกลับไม่ขัดข้องใด ๆ แถมยังทำท่าทางเคอะเขินอีกต่างหาก ดังนั้นถ้าไม่ให้เรียกว่าแปลกก็คงไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดีแล้ว
ถึงแม้ในอดีตจะเคยมีเรื่องที่ผู้ชายสามารถแต่งงานกับผู้หญิงได้หลายคนก็จริงทว่าด้วยความคิดของผู้คนที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย นั่นก็ทำให้คนทั่วไปเลือกที่จะมีคู่ชีวิตเพียงคนเดียวเสียมากกว่า
นี่จึงเป็นที่ยากจะพบเห็นจริง ๆยังไม่รวมเรื่องที่ทั้งลู่เอินทั้งเหมยอี๋ต่างงดงามราวกับเทพธิดาไม่ว่าใครก็อดไม่ได้ที่จะอิจฉาหยางหลิวจริง ๆ
“ ฮั่นแน่ ! หวานกันจังเลยนะทั้งสามคน ” ขณะที่ทั้งสามกำลังเดินไปใกล้จุดหมายปลายทาง เพื่อนลู่เอินกับเหมยอี๋ที่กลับมาจากเข้าห้องน้ำก็เข้ามาทักอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ หวานอะไร !?ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย !! ” ลู่เอินมัวแต่เขินจนให้หยางหลิวทำตามอำเภอใจเธอเลยลืมนึกไปว่าเพื่อนของเธอก็อยู่ที่นี่ ดังนั้นพอเธอได้สติ ลู่เอินก็รีบสะบัดมือที่หยางหลิวจับแล้วทำทีว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ แหม ๆ ฉันไม่แซวแล้วก็ได้ ขอโทษที่เข้ามาขัดจังหวะนะลู่เอินฮิฮิ ” เพื่อนแซวเบา ๆ ให้กับท่าทีเขินอายของลู่เอิน ก่อนจะหันมาพูดอย่างจริงจังว่า
“ งั้นไปติวกันดีกว่า เพื่อนรอนานแล้ว ”
“ อื้อ ขอโทษนะที่ให้รอ พอดีหยางหลิวมัวแต่ชักช้าแล้วก็เกิดเรื่องนิดหน่อยที่ทางเข้า ” ลู่เอินพูดอย่างเป็นปกติเหมือนว่าเหตุการณ์น่าอายเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยจริง ๆ
“ เดี๋ยวนะ ที่บอกว่าเพื่อนรอนานแล้วนี่คือยังไง ?” ส่วนหยางหลิวพลันคิดว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เพราะตอนที่ลู่เอินกับเหมยอี๋พูดหยางหลิวจำได้ว่าต้องติวให้ทั้งสองคนเฉย ๆ แต่ทำไมดูเหมือนว่าครั้งนี้เขาต้องไปติวให้เพื่อนของลู่เอินกับเหมยอี๋ด้วยซะอย่างนั้น
“ ก็ถูกอย่างที่นายคิดนั่นแหละ นายต้องติวให้เพื่อนฉันด้วยจริง ๆ เพื่อนฉันขอร้องให้นายมาติวให้เองนั่นแหละ แต่ฉันกลัวว่านายจะไม่ยอมฉันเลยบอกว่าฉันอยากให้นายติวให้แทน ฮิฮิ ” ลู่เอินหัวเราะและยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนหน้านี้หยางหลิวเอารัดเอาเปรียบเธอมากไปหน่อยครั้งนี้ก็ถือซะว่าเป็นคราวของเธอบ้าง อีกอย่างหยางหลิวก็คงไม่ปฏิเสธคำขอของเพื่อนเธอแล้วดังนั้นจะบอกความจริงตอนนี้ก็คงไม่มีปัญหาอะไร
“ ขอโทษนะหยางหลิวที่ไม่ได้บอกก่อนพอดีเพื่อนของพวกฉันอยากให้นายติวให้จริง ๆ ถือซะว่าช่วยเพื่อน ๆ ของฉันหน่อยนะขอร้องล่ะ ” เหมยอี๋ที่อยู่ข้าง ๆก็พูดขอโทษหยางหลิวที่หลอกให้เขามาติวหนังสือให้เพื่อนของเธอ ทีแรกเหมยอี๋ก็ไม่คิดจะทำอะไรแบบนี้แต่เพราะถูกเพื่อนของเธอกดดัน บวกกับลู่เอินเป็นคนคิดแผนเหมยอี๋จึงได้แต่ทำตามอย่างช่วยไม่ได้
อันที่จริงถ้าหยางหลิวเป็นคนธรรมดาก็คงไม่มีใครอยากให้เขามาติวให้หรอกแต่ว่าด้วยชื่อเสียงที่โด่งดังอย่างการเป็นสมาชิกชมรมอัจฉริยะ หรือเรื่องที่ลือกันว่าหยางหลิวเป็นคนที่สอบได้คะแนนวิชาคณิตศาสตร์เต็มร้อยมันก็มากพอแล้วที่ใครหลาย ๆ คนอยากให้เขามาติวหนังสือให้
ดังนั้นเมื่อเพื่อน ๆของลู่เอินกับเหมยอี๋เห็นว่าทั้งสองคนนั้นสนิทกับหยางหลิวมากแม้จะไม่รู้ว่าทั้งสามมีความสัมพันธ์ซับซ้อนมากแค่ไหนกันแน่แต่พวกเขาก็รู้ว่าถ้าหากให้ทั้งสองขอร้องหยางหลิว หยางหลิวต้องยอมทำตามคำขอแน่นอน
ซึ่งหากจะว่าไปทั้งลู่เอินทั้งเหมยอี๋ก็เรียนค่อนข้างเก่งอยู่แล้วด้วยยิ่งเรื่องพื้นฐานด้านคณิตศาสตร์เธอทั้งสองคนย่อมไม่มีปัญหายังไม่นับว่าครอบครัวของพวกเธอจ้างครูสอนพิเศษระดับสุดยอดมาไม่รู้ตั้งกี่คน มันคงจะเป็นเรื่องแปลกมากกว่าถ้าเธอทั้งสองคนเรียนไม่เก่งและไม่เข้าใจเรื่องบางอย่างจนต้องมาขอร้องให้หยางหลิวติวให้เป็นกรณีพิเศษ
“ เฮ้อ โดนหลอกซะแล้วสิเรา ” หยางหลิวถอนหายใจพลางเอามือมาก่ายหน้าผากแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้สึกแย่อะไรหรอก แค่แสดงออกตามสถานการณ์เท่านั้นแหละ
“ อ้าว ! พวกเธอไม่ได้บอกเขาหรอกเหรอ? แต่ช่างเถอะ ยังไงเขาก็มาแล้ว เราก็ไปติวกันดีกว่า อื้ม !ขอบคุณมากนะหยางหลิวที่อุตส่าห์สละเวลามาติวให้ ฉันรู้สึกซึ้งใจจริงๆ สัญญาเลยว่าตอนที่นายสอน ฉันจะตั้งใจเต็มที่ ไม่เล่นอย่างเด็ดขาด ” เพื่อนเห็นว่าลู่เอินกับเหมยอี๋ไม่ได้บอกความจริงกับหยางหลิวไปเธอจึงพยายามแสดงออกว่าจะตั้งใจเรียน และไม่ทำให้หยางหลิวผิดหวัง
“ พวกเธอนี่จริง ๆ เลยนะ ” หยางหลิวหันไปบ่นลู่เอินกับเหมยอี๋
“ จริง ๆ ถ้าบอกผมว่าเพื่อนขอร้องให้ติวให้ผมก็จะติวให้อยู่แล้ว พวกเธอขอร้องผมทั้งที ทำไมผมจะทำให้ไม่ได้ล่ะ ทีหน้าทีหลังมีอะไรก็บอกกันตรงๆ นะ ไม่ใช่คนอื่นคนไกลกันสักหน่อย ”
“ แหม ! ” ลู่เอินพูดเสียงสูง
“ ขนาดขอให้มาติวให้พวกฉัน นายยังเล่นตัวตั้งนานถ้าพูดตรง ๆ นายจะมาติวให้อยู่เหรอ !? ” ลู่เอินถามอย่างตรงไปตรงมา
“ ฮ่า ๆๆ ” หยางหลิวหัวเราะอย่างอายๆ เล็กน้อย
“ ก็ต้องมาติวให้สิ ผมแค่แกล้งพวกเธอเล่นเท่านั้นแหละ”
“ ก็ได้ ๆ ครั้งหน้าถ้ามีอะไร ฉันจะบอกนายตรง ๆ” ลู่เอินสัญญากับหยางหลิว
“ ฉันก็ด้วยนะหยางหลิว ครั้งหน้าถ้ามีอะไรฉันจะไม่โกหกอีกแล้วล่ะ” เหมยอี๋ก็พูดด้วยเหมือนกัน
“ อื้อ งั้นเราไปติวให้เพื่อนพวกเธอกันดีกว่าตอนนี้เราก็สายมากแล้ว ” หยางหลิวพูดเร่งให้ทุกคนรีบไป
...
ถึงหยางหลิวจะไม่เคยสอนใครมาก่อนแต่ก็นับว่าไม่ใช่ปัญหา เพราะหยางหลิวได้ซื้อทักษะย่อยด้านการสอนระดับ 0และระดับเริ่มต้นเพื่อครั้งนี้โดยเฉพาะ
ส่วนราคาที่ต้องจ่ายก็ไม่นับว่าแพงอะไรเมื่อเทียบกับรายได้ในปัจจุบันแถมความสามารถหลักก็เป็นด้านภาษาที่หยางหลิวเรียนรู้มาก่อนแล้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเป็นสองเท่าซึ่งในอนาคตก็ไม่แน่ว่าหยางหลิวจะไม่ได้สอนใครสักหน่อย เรียนรู้ไว้ก่อนย่อมไม่เสียหาย
ทว่าผลลัพธ์ที่ได้กลับมีบางอย่างเหนือความคาดหมายเพราะหลังจากที่หยางหลิวสอน เพื่อนที่เข้ามาฟังต่างก็เข้าใจได้อย่างน่าประหลาดมากทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะอ่านหนังสือทบทวนเอง หรือว่าฟังอาจารย์สอนกลับไม่เข้าใจ
ต้องบอกว่าหยางหลิวใช้เวลาเพียง 3-4 ชั่วโมงเท่านั้นในการสอน และสิ่งที่สอนไปก็มีเนื้อหาค่อนข้างเยอะแม้หยางหลิวจะสรุปอย่างง่าย ๆ มันก็ยังมีเนื้อหาที่เยอะมากอยู่ดีที่จะต้องจำรวมทั้งเข้าใจด้วย
ถึงอย่างนั้นหยางหลิวก็ยังถ่ายทอดให้คนที่ฉลาดน้อยที่สุดในกลุ่มเข้าใจได้ซะอย่างนั้นนี่เป็นสิ่งที่เหลือเชื่ออย่างมากจริง ๆ
ยิ่งไปกว่านั้นเนื้อหาทั้งหมด เพื่อนๆ ก็สามารถจำได้อย่างน่าประหลาดเหมือนกับปาฏิหาริย์ ไม่ว่าจะเป็นสูตร สมการ ทฤษฎีบทกฎต่าง ๆ ก็สามารถจำได้อย่างไม่รู้ลืม !
“ หยางหลิว นายสอนเก่งมากเลยนะ ที่นายสอนมาฉันจำได้หมดเลย! ”
“ ใช่เลย เทคนิคการสอนของนายดีมากจริง ๆ มันเข้าใจได้ง่ายมากๆ ทำไมตอนเรียนฉันถึงไม่เข้าใจเรื่องนี้สักทีนะ ?ส่วนเนื้อหาที่ต้องจำอย่างพวกภาคตัดกรวย พาราโบลา ไฮเพอร์โบลา วงกลม วงรี ตอนนี้ฉันกลับจำได้หมดนี่มันสุดยอดจริง ๆ ! ”
“ ขนาดฉันตั้งใจฟังที่อาจารย์สอนแทบตายยังจำได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งที่นายสอนเลยไม่แปลกเลยที่นายสามารถเข้าชมรมอัจฉริยะของมหา'ลัยเราได้แถมยังสอบคณิตศาสตร์ได้เต็มร้อยอีก ”
“ มิดเทอมนี้ฉันไม่ตกแน่นอน ถ้ามันออกตามที่นายบอกไว้เผลอ ๆ ฉันได้เต็มแน่ ”
“ ดีนะเนี่ยที่ขอให้เหมยอี๋กับลู่เอินไปพูดกับหยางหลิว นายช่วยได้เยอะมากจริงๆ ”
เพื่อนต่างพากันพูดชื่นชมหยางหลิวอย่างไม่ขาดสายซึ่งมันไม่ใช่คำพูดที่ปราศจากความจริงใจแม้แต่น้อยอันที่จริงมันเป็นคำพูดที่พวกเขารู้สึกจริง ๆ ต่างหาก
“ ทุกคนพูดเกินไปแล้วผมว่าเพราะอาจารย์สอนมาแล้วต่างหาก ตอนมัธยมทุกคนก็เคยเรียนมาแล้วด้วย มันเลยทำให้ทุกคนเข้าใจง่ายขึ้นอีกอย่างทุกคนก็เก่ง ๆ กันทั้งนั้น ไม่งั้นคงเข้ามาที่นี่ไม่ได้หรอก พอได้ฟังผมพูดอีกรอบเลยเรียบเรียงความคิดได้ง่ายขึ้นเท่านั้นแหละครับ” หยางหลิวพูดไปอย่างถ่อมตน แม้ปากหยางหลิวจะบอกว่าแต่ละคนเก่งแต่หยางหลิวนั้นรู้ดีว่าทั้งสิบคนที่นั่งอยู่ตรงนี้มีคนเก่งด้านคณิตศาสตร์จริง ๆไม่ถึงครึ่ง ส่วนใหญ่จะเก่งเฉพาะด้านภาษาอังกฤษ และด้านอื่นซะมากกว่า
จากข้อสังเกตในส่วนนี้ทำให้ลึก ๆในใจหยางหลิวมีข้อสมมติฐานอย่างหนึ่งว่าทักษะย่อยที่เขาเพิ่งเรียนรู้ไปอาจมีความสามารถพิเศษในการช่วยเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ของผู้เรียนได้!
โดยเฉพาะความสามารถที่หยางหลิวเพิ่งได้รับมาอาจจะเป็นความสามารถที่ทำให้ผู้ฟังสามารถจดจำเนื้อหาที่เขาสอนได้อย่างแม่นยำเหมือนกับกรณีที่หยางหลิวคิดถึงความทรงจำที่เคยเกิดขึ้นซึ่งหยางหลิวสามารถจำได้ทั้งหมดเป็นต้น
ดังนั้นสำหรับในเหตุการณ์นี้ก็น่าจะเป็นเหมือนกันเพียงแต่หยางหลิวไม่แน่ใจว่ามันจะส่งผลแบบนี้ตลอดหรือเปล่า ? หรือมันอาจจะจำได้เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ?
ถ้าหากหยางหลิวได้ทดสอบความสามารถอย่างจริงจังหรือซื้อระดับความสามารถให้เป็นระดับสูงประสิทธิภาพที่เขาจะถ่ายทอดได้ก็คงจะมากกว่านี้บางทีอาจจะทำให้คนที่รับฟังอาจจะจดจำเนื้อหาทั้งหมดที่เขาพูดไปก็เป็นได้
พอคิดถึงตรงนี้หยางหลิวก็รู้สึกว่าทักษะย่อยด้านการสอนมีประโยชน์อย่างมหาศาล
เพราะต่อไปในอนาคตหากหยางหลิวเปิดธุรกิจอะไรบางอย่างขึ้นมาเขาก็สามารถสอนพนักงานให้ทำตามคำสั่งได้อย่างถูกต้อง
แม้พนักงานไม่มีความรู้อะไรเลยหยางหลิวก็สามารถสอนได้ !
ดังนั้นหากสิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้ถูกต้องจริงนี่จะช่วยให้หยางหลิวเพิ่มประสิทธิภาพของงานได้เป็นอย่างดีเยี่ยมไม่น้อยเลยทีเดียว