ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่558 ตัว บัค

          ในระหว่างที่พวกเขาต่างก็ตื่นตะลึง กับศักยภาพของชายหนุ่มผมขาว ...อี้เฉินเขาแค่นเสียงในลำคอออกมาดังก้อง "ถึงทีข้าโจมตีบ้างแล้วเจ้าหัวทอง เกร็งคอรอหมัดข้า ไว้ให้ดีล่ะ" ชั่วขณะร่างอี้เฉินก็หายออกไป ราวกับภูตพราย ก่อนจะมาปรากฏด้านหน้า อวิ๋นซูจิน ในเสี้ยววินาที ก่อนจะส่งกำปั้น ปลดปล่อยพลังทำลายที่บ้าคลั่งออกไปด้านหน้า พุ่งปราดเข้าหาชายหนุ่มที่กำลังตื่นตะลึงในเสี้ยวพริบตา

 


          อวิ๋นซูจิน รีบเรียกสติของเขากลับคืนมาในชั่วขณะ เมื่อรับรู้ถึงความตายย่างกายมาเยือน ก่อนเขาจะส่งฝ่ามือที่อัดแน่นไปด้วยปราณพลัง เข้าปะทะกับอี้เฉิน ทำให้เกิดเสียงปัง!ดังกัมปนาท มาพร้อมฝ่ามือของเขาที่บิดงอ สั่นไหวไม่หยุด จากแรงเหวี่ยงหมัดที่บ้าคลั่งของอี้เฉิน ทำให้ร่างของ อวิ๋นซูจิน เริ่มจะถอยร่นต่อเนื่องจากหมัด อี้เฉิน ปลดปล่อยร่ายรำออกมาไม่ขาด

 


"เจ้า! เจ้า!"

 


        ด้านจินเทียนตี้ที่ดูชมการต่อสู้ กล่าวขึ้นมาในทันที เมื่อเห็นอี้เฉินพุ่งเข้าไปปะทะกับ อวิ๋นซูจิน ซึ่งๆ หน้า หลายสิบหลายร้อยกระบวนท่า "ท่าจะไม่ดีเสียแล้ว เหมือนว่าเจ้า อวิ๋นซูจิน จะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาแม้แต่น้อย จะแพ้เมื่อใดก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น"

 


       ถึงพวกเขาจะเป็นผู้สูงส่ง มีไม่ขาดใน ทุกยุคทุกสมัยของทวีปมืด แต่ก็ไม่เคยมีผู้ใด อันตรายเทียบเท่าอี้เฉินในยามนี้มาก่อน รับรู้ได้เลยว่ายามนี้พวกเขา พบเจอเข้ากับตัว บัค เข้าเสียแล้ว



        เฉินหมิง หลี่อี้ถง ที่ดูชมการต่อสู้เอ่ยคำพูดออกมาด้วยความยากลำบาก "พวกเราจะเอาเช่นไรดี จินเทียนตี้ หรือพวกเราจะร่วมมือกันกำจัดอี้เฉินผู้นี้พร้อมกัน"

 


        จินเทียนตี้ เขาขมวดคิ้วมุ่นอยู่เล็กน้อย หากพวกเขาร่วมมือกัน ก็เท่ากับเป็นการยอมรับว่า คนดินแดนเทพผู้หนึ่ง ยืนที่สูงกว่าพวกเขา ให้พวกเขาต้องแหงนมองไม่ใช่หรือ แต่เมื่อเห็นอวิ๋นซูจิน ถอยกรูดอย่างต่อเนื่อง ใกล้จะเพลี่ยงพล้ำเต็มทน

 


       จินตี้เทียน ถอนหายใจออกมายาว คำนับไปให้หญิงสาวในกรอบสายตา อยู่เล็กน้อย "แม่นางเกรงว่า ต้องให้เจ้าช่วยเป็นกำลัง จัดการเขาผู้นั้น แล้วล่ะ เราไม่อาจปล่อยเขากำเริบเสิบสาน ได้อีกต่อไป"

 


       หลินจี เธอพยักหน้ารับคำ อย่างไรนางก็เป็นคนทวีปมืด แม้จะไม่เห็นชอบกับการฆ่าฟันเช่นนี้ก็ตาม ครั้นพยักหน้าให้กันเป็นสัญญาณ พวกเขาต่างก็ตั้งท่าเตรียมพร้อมเข้าต่อสู้ตามคำสั่ง ศาสตราวุธถูกนำออกมาใช้อย่างไม่มีเก็บออม คนอื่นๆ ก็เช่นกัน

 


       อี้เฉิน คำรามเสียง"ฆ่า!"ดังออกมาก้อง ส่งปราณพลังเข้าไปภายในหมัด หนาแน่นกว่าที่เคยเป็น แหวกม่านการป้องกันของ อวิ๋นซูจิน ในฉับพลันจนเกิดเสียงแตกร้าวออกมาดังก้อง

 


        ก่อนหมัดอี้เฉิน จะพุ่งเข้าใส่กำปั้น ชายหนุ่มเข้าอย่างจัง วัดพลังกันตรงๆ จนเกิดเสียงปังดังกัมปนาท ส่งให้แขน อวิ๋นซูจิน บิดงอ อย่างรุนแรง กระดูกนิ้วมือแตกร้าวในเสี้ยววินาที ร้อง"อ้าก!"ออกมาดังก้อง สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวในทันใด

 


        ครั้นอวิ๋นซูจิน คิดจะก้าวเท้าถอยหลัง เขาที่เห็นหมัดสั่งตาย ของอี้เฉิน เขายิ่งดวงตาเบิกออกกว้าง ขาสั่นขึ้นมาน้อยๆ "ไม่ๆ เป็นไปไม่ได้ เจ้ามีพลังมากขนาดนี้ได้อย่างไร แม้แต่ขนนกหงส์เพลิงแท้จริง ยังไม่อาจทำอะไรเจ้าได้"

 


        อี้เฉินแค่นเสียงแข็งกร้าวออกมาดังก้อง "เจ้าจงกลายเป็นปุ๋ยในดินไปเสีย" พร้อมกับหมัดที่แหวกอากาศจนเกิดเสียงดังหวีดแหลม หมายมั่นจะให้หัวชายหนุ่มแหลกเละเป็นแตงโมโดนทุบ

 


        ในเสี้ยววินาที ที่หมัดอี้เฉินเกือบจะถึงใบหน้าชายหนุ่ม มันก็ปรากฏค่ายกลป้องกันบางอย่างออกมาขวางกั้น ความตายของอวิ๋นซูจิน เอาไว้ในเสี้ยวพริบตา ทำให้ร่างของ อวิ๋นซูจินที่ลอยกระเด็น บาดเจ็บไม่ถึงกับตายตก แต่ก็เสียขวัญอยู่ไม่น้อย จากความหวาดกลัวที่มีต่ออี้เฉิน

 


        อี้เฉินหันขวับ กลับมาทิศทางด้านหลัง ในทันใด เมื่อรับรู้ ถึงผู้ที่สอดมือเข้ามาแทรกแซง ก่อนจะปรายตาไปมองชายหนุ่ม ที่มีดวงตาดวงที่3อยู่กลางหน้าผาก คงจะเป็นเผ่าอสูรสามตาสินะ ที่ขวางตัวเขาไว้ ทว่าไอ้ตำราที่ชายหนุ่มนำมาถือไว้ในมือ มันคือสิ่งใดกันแน่ ดูท่ามันจะวิเศษไม่น้อย

 


        ส่วนคนอื่นๆ เองก็เหมือนจะตัดสินใจได้แล้ว พวกเขาคงคิดจะรุมทึ้งเขาลงสินะ "พวกเจ้า คิดใช้วิธีคนหมู่มากจัดการข้าสินะ ความเย่อหยิ่งความโอหังผู้สูงส่ง ของพวกเจ้าหายไปไหนหมดแล้วล่ะ"

 


       หลินจีนางแค่นเสียงดุออกมาในทันใด "เจ้าอย่าพูดจาโอหังไปหน่อยเลยอี้เฉิน ยามนี้เจ้าฝืนกฎเกณฑ์ฟ้าดินมากเกินไป ไม่ช้าก็เร็วเจ้าจะ ถูกรุมทึ้งฆ่าสังหาร อย่างไม่ต้องสงสัย"

 


       อี้เฉินคลี่ยิ้มออกมากว้าง “เจ้ายังคงไม่ลืมนามของข้าสินะหลินจี ทว่าวันนี้แม้แต่อาจารย์ของเจ้าก็ช่วยเจ้าไม่ได้" ครั้นสิ้นคำพูดอี้เฉิน ในเสี้ยววินาทีหอกเลือด ก็มาปรากฏในมือของเขา ก่อนจะพุ่งปะทะกับพวกเขาทั้ง5อย่างไม่มีหวาดเกรง

 


        ทว่าวิชาของชายหนุ่มสามตา ที่สำแดงออกมา กับสร้างความลำคานให้อี้เฉินไม่น้อย จากตำราที่เขาถือขับเคลื่อนค่ายกลป้องกันสนับสนุนคนอื่นๆ ทำให้การโจมตีของอี้เฉินลดทอนการโจมตีไปอย่างน่าใจหาย

 


        อี้เฉินแค่นเสียงในลำคอออกมาทันที “ไอ้เจ้านี่น่ารำคาญเสียจริงๆ” ก่อนร่างอี้เฉินจะค่อยๆ ถอยล้น อย่างต่อเนื่อง จากการโจมตีต่อเนื่องของพวกเขา แม้แต่สิบประตูวิถี ด้านหลังยังถูกพวกเขาสำแดงออกมาใช้ อย่างไม่มีเก็บออม ปราณพลังล้นทะลักทลายโพยพุ่งเหนือชั้นฟ้า

 


        ส่งให้หอกเลือด ในมืออี้เฉิน สั่นไหวไม่หยุด จากแรงโจมตีอันมหาศาลหวดฟาดมาที่ตัวเขา อย่างไม่มีหยุดหย่อน ง่ามนิ้วมือเกิดรอยปริแตก เลือดอาบออกมาน้อยๆ พร้อมกับร่างที่ลอยกระเด็นออกไปอย่างต่อเนื่อง

 


จินเทียนตี้ คำรามออกมาก้อง เอ่ยสั่งการออกมาในทันใด “โจมตีมันเช่นนั้นแหละ อย่าเปิดช่องว่าง ให้มันได้โจมตีสวน”



        อี้เฉินที่เห็นท่าไม่ดีแล้วในยามนี้ หากยังล่าถอยเช่นนี้ต่อไป ได้กลายเป็นตัวเขาที่ตายตกแน่ อี้เฉินเก็บหอกเลือดไปในฉับพลัน ทำให้พวกที่พุ่งเข้ามาโจมตีต่างก็ประหลาดใจ จนดวงตาพวกเขาหดเล็กลงแคบ ในเสี้ยววินาที

 


        หลินจี เธอเองก็แปลกใจเช่นกัน กล่าวพูดพึมพำออกมาเล็กน้อย “หืม! อี้เฉินเจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่ คงไม่ใช่ เจ้าคิดยอมจำนนพวกเราแล้วหรอก กระมัง”

 


        อี้เฉินที่ฝ่ามืออาบไปด้วยเลือด สะบัดเลือดออกไปในทิศทางด้านหน้าในทันใด แม้การโจมตีเลือดจะเป็นความลับของเขา แต่มันใช้ได้ผลดีที่สุด ในยามที่ผู้คนไม่รู้ความสามารถของมัน

 


หลินจี เธอหน้าบูดบึ้งในทันใดที่เห็นเลือดสีแดงสด เต้น เล้าๆ ลอยออกมาแฝงด้วยอันตราย “ไม่! พวกเจ้าระวังตัวด้วย!”

 


         ด้านจินเทียนตี้ หลี่อี้ถง เฉินหมิง ชายหนุ่มสามตา พวกเขาก็รับรู้ได้ถึงความไม่ชอบมาพากลเช่นกัน ทว่าพวกเขาก็ยังไม่หยุด ที่จะโจมตีออกไปด้านหน้าพุ่งปราดเข้าหาอี้เฉิน มองว่าอี้เฉินใกล้จะเพลี่ยงพล้ำเต็มทน จากลมหายใจที่เริ่มหนักถี่ของเขา

 


อี้เฉินยกยิ้มออกมากว้าง เมื่อเห็นเลือดที่สาดกระเซ็น อยู่ไม่ห่างจากเป้าหมาย ก่อนเขาจะกำฝ่ามือลงในเสี้ยววินาที “ระเบิดโลหิต”

 


         เสียงตู้ม!ดังออกมากึกก้องชั้นฟ้า ส่งให้มิติแตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ ออกมาในทันที พร้อมกับร่างของพวกเขาทั้ง5 ที่ถอยกระเด็นออกไปกระอักเลือด ออกมากองใหญ่

 


“บัดซบ! บัดซบ! ไอ้เวรนี่มันควบคุมเลือด ได้เช่นนั้นหรือ อย่างนี้ต้องกลายเป็นตัว ที่ยุ่งยากอย่างไม่ต้องสงสัย”



          ทว่าในระหว่างที่พวกเขายันร่างขึ้นมา พร้อมกับเช็ดเลือดที่มุมปาก อี้เฉินก็ไม่ปล่อยโอกาสทองในการโจมตีสวนกลับ หอกเลือดในมือของเขาปาออกไปหาชายหนุ่ม สามตาที่ปลดปล่อยค่ายกลป้องกันสนับสนุนในเสี้ยวพริบตา

“เจ้าตัวน่ารำคาญจงตายเสีย”



         จินเทียนตี้ที่เห็นท่าไม่ดี ในเสี้ยววิชากายามังกรของเขาก็สำแดงออกมา อย่างไม่มีเก็บออม ราวกับอี้เฉินเห็นมังกรแท้จริงลงมาประทับร่างชายหนุ่ม ส่งกลิ่นอายที่น่าคร้ามเกรงออกมาไม่ขาด เนื้อตัวเต็มไปด้วยลวดลายของมังกร ปกคลุมด้วยเกล็ดมังกรสีทองแซมทั่วร่าง ก่อนเขาจะเอื้อมฝ่ามือ หยุดหอกเลือด อี้เฉินไว้อย่างฉับพลัน แล้วบีบมันอย่างแรง จนหอกเลือดเกิดการแตกระเบิด ดังออกมากึกก้อง



           อี้เฉินที่ควบคุมหอกเลือดถึงกับกระอักเลือดออกมาน้อยๆ ก่อนจะจ้องมองออกไปเบื้องหน้าด้วยสายตาคมกล้า เมื่อเห็นพวกเขาพยักหน้าให้กันเป็นสัญญาณของบางอย่าง

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน