5 ชั่วโมงต่อมา
.
.
ณ ที่ไหนสักแห่งภายในอาคารเก่า เวลา 13:30 นาฬิกา
ซ่า!
"!!"
ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่มีแสงไฟสลัวๆจากหลอดไฟเก่าๆของอาคารแห่งนี้ทำให้บรรยากาศอึมครึมชวนขนลุกจนน่าใจหาย ฮาจิมะที่สลบอยู่นานได้ตื่นขึ้นจากภวังค์ด้วยการโดนน้ำราดใส่หน้าของเขาเต็มๆจนต้องสะดุ้งตื่นขึ้นโดยทันที แขนทั้งสองข้างถูกมัดจากด้านหลังเอาไว้แน่นด้วยเชือกไนล่อนสีเขียวเข้ม ความเ็ปบริเวณท้องน้อยค่อยๆกลับมาอีกครั้งจนต้องขมวดคิ้วแน่นอย่างทรมาน แต่ความรู้สึกทั้งหมดก็จางหายไปเมื่อมองรอบๆตัวก็พบคนท่าทางน่ากลัวใส่ชุดสูทสีดำเต็มยศกำลังยืนจ้องเขาเป็สายตาเดียวกันอย่างมิได้นัดหมาย
เบื้องหน้าของฮาจิมะมีชายร่างใหญ่ผิวแทนซึ่งเป็คนลงไม้ลงมือกับเขากำลังยืนเท้าเอวมองลงมาอย่างเฉยเมยก่อนจะยกมือส่งสัญญาให้ลูกน้องคนหนึ่งที่ถือถังน้ำมาสาดเมื่อกี้ออกห่างจากตรงนี้โดยเร็วที่สุด ความรู้สึกกลัวของฮาจิมจึงปะทุขึ้นมาอีกครั้งขณะพยายามถอยห่างออกมาเรื่อยๆแต่ก็ถูกกระชากเส้นผมอย่างแรงด้วยฝ่ามือั์ของอีกฝ่ายพร้อมนั่งยองๆลงมาตรงหน้าของเขาทำให้เห็นใบหน้าของคนใจทรามได้อย่างชัดเจน ดูจากรูปร่างหน้าตาอันเป็เอกลักษณ์จากทางยุโรปไม่ใช่คนของประเทศนี้แน่นอน สีหน้าไม่สบอารมณ์ของอีกฝ่ายทำให้ฮาจิมะกลืนน้ำลายตลอดเวลาขณะพยายามหลบสายตาจากดวงตาสีน้ำทะเลที่กำลังจ้องมองเข้ามาในดวงตาของเขาเช่นเดียวกัน ไม่รู้เพราะอะไรทำไมเขาถึงโดนจับมาแบบนี้แต่อีกฝ่ายทำท่าจะหาเื่เขาตลอดเวลาคงไม่สามารถถามตอนนี้ได้ ฮาจิมะจึงได้แต่ยอมฟังอีกฝ่ายพูดแต่โดยดี
"ยังคิดจะหนีอีกเหรอ..."
"อึก...เจ็บ!"
"ถ้าให้ความร่วมมือดีๆจะปล่อยไปก็ได้" ชายร่างใหญ่พูดทิ้งท้ายแค่นั้นพร้อมปล่อยมือจากเส้นผมก่อนจะหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งยื่นออกมาตรงหน้า มันคือรูปกล่องกระดาษอะไรสักอย่างที่มีเทปสีเหลืองแปะเอาไว้อย่างแ่า ตรงชื่อผู้รับเขียนว่า SLS เพียงแค่นั้น ไม่มีชื่อที่อยู่เขียนไว้แม้แต่ตัวเดียว ด้วยความไม่รู้ว่ามันคืออะไรทำให้ผมได้แต่นั่งงงเป็ไก่ตาแตกอย่างไม่เข้าใจสุดขีดก่อนจะทำใจถามออกไปตรงๆ
"เอ่อ...มันคืออะไร?"
"อย่าถามมาก ตอบมา"
"มะ ไม่รู้! ถ้ารู้ก็บอกไปนานแล้ว"
"ปากแข็งจริงๆนะ สมกับเป็ลูกน้องของไอเด็กเวรนั่นจริงๆ"
"ก็ไม่รู้จริงๆจะให้ทำไงเล่า! ของข้างในยังไม่รู้เลยว่าคืออะไรจะให้บอกได้ไง แล้วใครคือลูกน้อง!? ผมไปเป็ลูกน้องใครตอนไหนไม่ใช่เลยสักนิด จำผิดคนแล้ว!"
จากความกลัวที่เคยมีแปรเปลี่ยนเป็ความหงุดหงิดที่ได้รับจากคนตรงหน้า ฮาจิมะพยายามอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจว่าเขาไม่เคยเห็นกล่องในรูปจริงๆแต่ก็ถูกสงสัยเข้าไปใหญ่ นั้นทำให้เขานึกถึงตอนเจรจากับลูกค้ารายหนึ่งที่เถียงเก่งเหลือเกินจนต้องทำให้อีกฝ่ายหยุดพูดถึงจะเริ่มงานได้ และตอนนี้เขาต้องมาเถียงกับคนใจร้ายที่ไม่แม้แต่จะรับฟังเลยสักนิดเดียวแถมยังบังคับให้ยอมรับโต้งๆอีก นี่มันเอาเปรียบกันชัดๆ
"ถ้ายังไม่ยอมรับเห็นทีต้องใช้ไม้แข็งกันสักหน่อย"
เมื่อชายร่างใหญ่พูดจบก็ส่งสัญญาณไปทางลูกน้องของตนให้ไปที่ไหนสักแห่ง ไม่นานพวกเขาก็กลับมาพร้อมกับชายของร่างนิรนามที่ใส่ชุดสีเขียวนีออนคนนั้นและร่างของโยชิดะที่ยังไม่ได้สติโยนพวกเขามาทางนี้ เมื่อเห็นแบบนั้นทำให้ฮาจิมะใอย่างมากขณะเคลื่อนตัวเข้าไปหาโยชิดะอย่างเป็ห่วงพร้อมสำรวจรอบๆตัวของเขาอย่างเป็กังวล ร่างกายของเขาไม่มีรอยแผลฟกช้ำอย่างที่คิดเอาไว้พร้อมได้ยินเสียงละเมอจากเ้าตัวออกมาเบาๆอย่างสบายใจ เขาจึงถอนหายใจอย่างโล่งอกขณะมองรุ่นน้องคนนี้ด้วยความเอ็นดู
"เฮ้อ...โล่งอกไปที แค่สลบไปสินะ"
แกร๊ก!
"!!" แต่ความสบายใจก็หายไปพริบตาเมื่อจู่ๆเ้าคนใจทรามหยิบกระบอกปืนสีดำด้านเล็งมาทางโยชิดะอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ด้วยความใกลัวทำให้ผมรีบขยับเอาตัวไปบังร่างของโยชิดะเอาไว้พร้อมเอ่ยปากเถียงกับอีกฝ่ายอย่างกล้าๆกลัวๆ ใจหนึ่งก็เป็ห่วงรุ่นน้องแต่อีกใจก็กลัวความตายที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ อย่างน้อยถ้าได้เจรจากันสักหน่อยก็คงดี
"เดี๋ยวก่อน! เขาไม่เกี่ยวกับเื่นี้นะ ปล่อยเขาไปเถอะ"
"คิดว่าขอร้องแบบนี้แล้วจะปล่อยไปง่ายๆหรือไง?"
"อย่างน้อยแค่เขาคนเดียวก็ได้ สัญญาเลยว่าจะบอกทุกอย่าง"
"ยอมรับแล้วสินะว่าเป็พวกเดียวกับไอเด็กนั่น"
"เออ! ยอมรับก็ได้ ปล่อยได้หรือยัง!" ด้วยความลนลานกลัวรุ่นน้องได้รับอันตรายจึงจำเป็ต้องโกหกออกไปอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อได้ยินแบบนั้นทำให้ชายร่างใหญ่นิ่งเงียบไปสักพักก่อนจะเก็บกระบอกปืนเข้าที่เดิมพร้อมนำร่างของโยชิดะออกห่างจากตรงนี้โดยเร็วที่สุด ผมจึงถอนหายใจเล็กน้อยอย่างโล่งอกที่อย่างน้อยทำให้รุ่นน้องที่น่ารักหลุดพ้นจากเื่อันตรายสักที แม้ตัวเองจะกลายเป็ฝ่ายตกอยู่ในอันตรายแทนก็ตาม...
"รู้อะไรพูดมาให้หมด"
"เอ่อ..." ตายละ! ไม่ได้คิดต่อจากนี้เผื่อไว้ซะด้วยแล้วแบบนี้จะทำยังไงต่อดี ไอเด็กที่เขาพูดถึงหมายถึงใครยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ! ถ้าเกิดพูดออกไปมั่วๆคงได้รูกลางกะโหลกกลับบ้านเก่าแน่ๆ ทำไงดีๆ
ปึก!
"หัวหน้าเกิดเื่ใหญ่แล้วครับ!" ในขณะที่ใกล้จนมุมเข้าทุกทีก็มีเสียงเปิดประตูดังลั่นพร้อมร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งะโด้วยสีหน้าสิ้นหวัง ทำให้ชายร่างใหญ่เลิกสนใจผมพร้อมหันไปมองลูกน้องด้วยความสงสัย
"มีอะไร?"
"พวกนั้นล้อมพวกเราเอาไว้หมดแล้วครับ!"
"ว่าไงนะ!" ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่คาดว่าต้องเป็เื่ใหญ่แน่ๆ เมื่อได้รับรายงานจากลูกน้องทำให้ชายหนุ่มร่างใหญ่หน้านิ่วคิ้วหมวดขึ้นมาทันทีก่อนจะทำท่าเดินออกจากตรงนี้และไม่ลืมหันมากำชับกับลูกน้องคนสนิทของตนขณะชี้นิ้วมาทางผมอย่างองอาจ
"เฝ้ามันไว้อย่าให้คลาดสายตา"
"ได้ครับ!" เมื่อสั่งการทุกอย่างเสร็จเ้าคนใจทรามก็รีบเดินออกจากที่นี่ทันทีโดยไม่ลืมหันมามองผมอย่างคาดโทษ ผมพยายามทำตัวสงบนิ่งที่สุดขณะที่เ้าตัวเดินห่างออกไปเรื่อยๆจนไม่ได้ยินเสียงเดินอีกต่อไป ผมจึงต้องรีบใช้โอกาสนี้ปลุกโยชิดะให้ตื่นไวๆจะได้หาทางหนีทีไล่โดยเร็วที่สุด
"โย! ตื่นได้แล้วโย!!"
"อื้ม...ข้าวมันไก่..."
"โย!!"
"ไม่ไหวล่าว..."
งับ!
"อ้าก!! รุ่นพี่? ทำอะไรครับเนี่ย...เห้ย!?" ด้วยความที่ปลุกโยชิดะเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตื่นสักทีทำให้ผมต้องอ้าปากกัดแขนของเขาอย่างแรงถึงจะทำให้เ้าตัวตื่นขึ้นมาได้ เมื่อโยชิดะตื่นขึ้นมาสิ่งแรกที่เห็นคือคนท่าทางน่ากลัวใส่ชุดสูทเต็มยศกำลังยืนจ้องพวกเราอย่างไม่วางตา เมื่อรับรู้ถึงอันตรายโยชิดะจึงค่อยๆกระเถิบถอยหลังมาหลบด้านหลังของผมก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงแ่เบาออกมา
"คนพวกนี้ใครกันครับ!?"
"คนที่จับพวกเรามาที่นี่ไง"
"ห๊ะ?! ทำไมพวกเราถึงโดนจับละครับ!"
"ไม่รู้เหมือนกัน คงมีเื่เข้าใจผิดแน่ๆ"
"แล้วจะทำยังไงต่อดีครับ! ผมยังไม่อยากตายนะ"
"ใจเย็นๆ ก่อนอื่นช่วยแก้มัดให้พี่หน่อยได้มั้ย?"
"เอ่อ...ถ้าพวกเราหันหลังชนกันน่าจะได้อยู่นะครับ"
"ลองดู ค่อยๆขยับนะเดี๋ยวพวกนั้นจับได้"
ปึก!
"เฮ้ย! หยุดนะ!"
ปัง!
ในขณะที่ผมกับโยชิดะพยายามแก้มัดอย่างทุลักทุเลก็มีเสียงเปิดประตูดังสนั่นพร้อมเสียงเหนี่ยวไกปืนดังตามมาติดๆ ทั้งผมและโยชิดะต่างสะดุ้งโหยงด้วยความใขณะมองผู้เข้ามาใหม่ด้วยสีหน้ากังวลสุดขีด พวกเขาแต่งตัวสีสันฉุดฉาดเหมือนกับคนที่ใส่ชุดสีเขียวนีออนพร้อมถือกระบอกปืนเล็งไปทางศัตรูเพื่อกำจัดให้สิ้นซาก ร่างของคนจำนวนหนึ่งค่อยๆร่วงหล่นลงมาต่อหน้าพวกเราพร้อมของเหลวสีแดงเข้มไหลทะลักออกมาจากปากแผล ฮาจิมะและโยชิดะต่างเขยิบหนีออกมาเรื่อยๆจนแผ่นหลังชิดมุมห้องพร้อมเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อไม่ให้เห็นสภาพน่าอดสูของคนเ่าั้ นี่มันเื่อะไรกัน! ทำไมพวกเขาถึงฆ่าแกงคนได้ง่ายขนาดนี้ พวกเราต้องเป็เหยื่อรายต่อไปแน่ๆ ทำไงดี...
"เจอตัวเขาแล้วครับ"
"ดีมาก รีบพาเขาออกไป"
"ได้ครับ"
"แล้วเ้าพวกนี้ละ?" ขณะที่พวกเขากำลังนั่งอุดอู้อยู่ในมุมห้องก็มีชายหนุ่มเดินมาหาพวกเราพร้อมถามกับเพื่อนร่วมงานของตนอย่างสงสัย จากนั้นมีชายหนุ่มอีกคนเดินเข้ามาก่อนจะเปิดสมุดอะไรสักอย่างตรงหน้าพลางมองสลับหน้ากระดาษและใบหน้าของผมอย่างพินิจพิจารณา จากนั้นเขาค่อยๆพยักหน้ารับอย่างเข้าใจอะไรบางอย่างก่อนจะเก็บสมุดเล่มนั้นเข้ากระเป๋าทันที
"อืม คนนี้แหละ ปล่อยพวกเขาได้"
"ครับ!"
ชึบ! ชึบ!
"(0_0)! / โอ๊ะ...ขะ ขอบคุณมากครับ!" ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่จู่ๆเหล่าคนใส่ชุดสีฉุดฉาดก็เข้ามาตัดเชือกให้อย่างว่าง่ายก่อนจะเข้ามาช่วยพยุงให้พวกเราหลบหนีออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุด เมื่อเดินออกมาเรื่อยๆก็พบว่าที่นี่คืออู่ต่อเรือร้างขนาดใหญ่ เห็นได้จากซากเรือปรักหักพังที่จอดแน่นิ่งไว้นานหลายปี เศษซากพวกนั้นถูกกองถมเอาไว้นานหลายปีจนสนิมขึ้นเกือบทุกที่ คงไม่แปลกที่จะมีสัตว์อันตรายเข้าไปอาศัยอยู่ในนั้นก็เป็ได้
ปึง!
พลัก!
"เอือก!!"
ระหว่างนั้นก็มีเสียงดังปึงปังขึ้นเป็ระยะๆจากด้านหน้าทางออกจนมาพบกับกลุ่มชายฉกรรจ์ท่าทางน่ากลัวกำลังต่อสู้กับกลุ่มชุดสีสันฉุดฉาดอย่างดุเดือดเืพล่าน ทั้งผมและโยชิดะต่างเกาะแขนของกันและกันอย่างแแ่ขณะมองภาพตรงหน้าที่เหมือนหลุดออกมาจากในหนังบู๊อย่างไรอย่างนั้น พวกเราจึงรีบวิ่งให้ไวที่สุดเพื่อมุ่งสู่ทางออกตรงหน้าอย่างที่ตั้งใจเอาไว้
แกร๊ก!
"!!"
แต่ฝีเท้าของพวกเราก็หยุดชะงักเมื่อจู่ๆมีร่างของชายผิวแทนร่างใหญ่คนเดิมยืนขวางทางพวกเราอยู่ข้างหน้าประตูพร้อมร่างไร้ิญญาของเหล่าพวกพ้องแก๊งสีฉุดฉาดนับไม่ถ้วน ของเหลวสีแดงเข้มเลอะเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าของเขาจนทนดูไม่ได้ เส้นผมสีทองที่เคยจัดทรงมาอย่างดีถูกขยี้อย่างแรงจนยุ่งเหยิงไม่เป็ทรง มือข้างขวาของเขามีเพียงกระบอกปืนขนาดเล็กสีดำด้านถือเอาไว้แน่นพลางจ้องมองมาทางพวกเราด้วยสายตาอาฆาตแค้นอย่างชัดเจน
เหล่าแก๊งสีฉุดฉาดต่างทำท่าเกรงกลัวแต่ยังคงฮึดใจสู้หยิบกระบอกปืนเล็งไปทางชายร่างใหญ่คนนั้นด้วยความสั่นกลัว ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้นอีกครั้งโดยฝ่ายเริ่มก่อนคือแก๊งสีฉุดฉาดที่เหนี่ยวไกปืนเสียงดังลั่นไปทางด้านหน้า จึงเป็สัญญาณให้พวกพ้องคนอื่นๆระดมยิงเ้าคนใจทรามตรงหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง แต่ด้วยความเก่งกาจของอีกฝ่ายทำให้เขาวิ่งหลบวิถีะุได้อย่างคล่องแคล่วจนพวกเรายืนมองตาค้างอย่างไม่เชื่อสายตาและค่อยๆกำจัดศัตรูทีละคนๆจนเหลือแค่ผมและโยชิดะแค่สองคน เหล่าแก๊งสีฉุดฉาดประมาณสิบกว่าคนที่เคยยืนอยู่ตรงนี้ต่างลงไปกองกับพื้นภายในเวลาไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ นั้นทำให้ความรู้สึกหวาดกลัวค่อยๆทวีคูณมากยิ่งขึ้นขณะมองชายร่างใหญ่กำลังเดินมาทางนี้โดยไม่มีท่าทีลังเล
โยชิดะที่มีท่าทางวิตกกังวลค่อยๆขยับถอยหลังมายืนหลบด้านหลังของผมเพื่อ้าที่พึ่งพิงนับจากนี้ และด้วยความเป็รุ่นพี่ของเขาทำให้ผมต้องทำใจดีสู้เสือก่อนจะก้มลงไปหยิบกระบอกปืนจากในมือของร่างไร้ิญญาพร้อมเล็งไปทางคนตรงหน้าอย่างแน่วแน่ แต่แทนที่เขาจะหยุดกลับเดินปรี่เข้ามาเรื่อยๆจนทั้งผมและโยชิดะทำสีหน้าเลิ่กลั่กไปตามๆกันกระทั่งปลายกระบอกปืนอยู่ห่างจากเนินอกของเขาเพียงไม่กี่เิเเท่านั้น
หมับ!
"จะทำอะไร!"
"...." เขาไม่ได้พูดอะไรแต่ก้มลงมาสบตากับผมอย่างคาดเดาไม่ออกก่อนจะเอื้อมมือเข้ามาจับกระบอกปืนของผมอย่างแ่าทำให้สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไป ผมพยายามฉุดกระชากกระบอกปืนอย่างเต็มที่แต่ดันสู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้เลยสักนิด ไม่นะ แบบนี้โดนแย่งไปแน่ๆ
แกร๊ก!
"?" แต่แทนที่เขาจะแย่งกระบอกปืนจากมือไปกลับทำอะไรสักอย่างกับส่วนท้ายของปืนก่อนจะนำปลายกระบอกหันมาจี้บริเวณหน้าท้องแข็งแกร่งของตนอีกครั้ง ทำให้ผมใอย่างมากกับการกระทำของเขาและพยายามปล่อยมือจากกระบอกปืนนั้นอย่างหวาดกลัว แต่อีกฝ่ายกลับจับข้อมือของผมเอาไว้แน่นพลางส่งสายตาดุดันกลับมาอย่างสะพรึงกลัว นี่เขาเป็บ้าไปแล้วหรือไง? สับสนไปหมดแล้วนะเฮ้ย!
"ขนาดปืนยังใช้ไม่เป็แล้วมึงคิดว่าจะทำให้กูเป็แผลได้หรือไง"
"อึก!.....ดะ ได้สิ"
"งั้นก็ยิงสิ"
"พี่ฮาจิมะ!"
"โย ฟังพี่นะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพี่...วิ่งไปทางทะเลให้เร็วที่สุด เข้าใจมั้ย?"
"อย่าพูดแบบนั้นสิครับพี่!"
"ยิงสักทีดิวะ!!!"
ปัง!!
"!! / (0_0)! / !?!" ด้วยน้ำเสียงดุดันของอีกฝ่ายทำให้ผมใสุดขีดจนเผลอกดเหนี่ยวไกปืนออกมาจนได้ยินเสียงดังปัง แต่ปากกระบอกดันเบนซ้ายออกไปทำให้วิถีะุไม่โดนชายร่างใหญ่แม้แต่นิดเดียว นั้นทำให้ผมหน้าซีดเผือกก่อนจะปล่อยกระบอกปืนตกลงพื้นโดยเร็วที่สุดขณะถูกสายตาเหยียดหยามก้มมองลงมาอย่างเปิดเผย
"เหอะ! แค่นี้ยังยิงไม่โดน--"
ตู้ม!!!!!!
"!!! / (0_0 )!! / (0o0 )!!"แต่แล้วจู่ๆก็ได้ยินเสียงตู้มต้ามดังมาจากทางที่ะุกระเด้งไปทางนั้นพร้อมภาพของเปลวเพลิงกำลังปะทุขึ้นมาอย่างฉับพลันจนซากเรือมีแต่ควันไฟเต็มไปหมด ทั้งผมและชายร่างใหญ่ต่างยืนมองภาพตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาขณะมองเหล่าชายชุดดำวิ่งวุ่นหาน้ำมาดับเพลิงกันจ้าละหวั่น ทำให้เ้าคนใจทรามรีบลากคอลูกน้องมาถามอย่างหัวเสียพร้อมมองภาพตรงหน้าอย่างสงสัย
"เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้น?"
"ไม่รู้เหมือนกันครับ พวกเรากำลังขับไล่เ้าพวกนั้นอยู่ดีๆเรือลำนู้นก็เกิดะเิขึ้นมา สงสัยมีคนยิงไปโดนถังน้ำมันมั่งครับ"
"( -*-)!!"
"มะ ไม่ได้ตั้งใจนะ (0x0 )" เมื่อฟังสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้จู่ๆเ้าคนน่ากลัวก็รีบหันควับมองมาทางผมอย่างเอาเื่ เขาทำท่าคาดโทษเหมือน้าจะหมายเอาชีวิตพร้อมหันไปคุยกับลูกน้องเพื่อสั่งการตามเคย ขืนอยู่แบบนี้ต่อไปมีหวังได้โดนฆ่าจริงๆแน่ รีบๆเผ่นไปจากที่นี่ดีกว่า เมื่อคิดได้แบบนั้นผมจึงดึงแขนโยชิดะให้วิ่งมาทางทะเลโดยที่อีกฝ่ายยังคงวุ่นวายกับเพลิงไหม้ไม่จบไม่สิ้น
"โย โดดเลย!"
"เอ๋!! เอาจริงเหรอครับ!"
"ใช่ ไม่งั้นเราไม่มีโอกาสหนีอีกแล้วนะ" ผมสั่งให้โยชิดะโดดลงทะเลเพื่อหาทางหนีอย่างสุดชีวิตขณะเลี้ยวหลังมองอีกฝ่ายที่กำลังหันมองมาทางนี้เช่นกัน นั้นทำให้ผมรู้สึกแปลกใจอย่างมากที่เขาไม่ตามมาก่อนจะพูดกับตัวเองเบาๆว่า
"อย่าได้เจอกันอีกเลย"
.
.