ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง[จบบริบูรณ์]

    ตอนที่60 ปะทะไป๋หลี่หาน (2)

    37 2-2

     

    ตอนที่60 ปะทะไป๋หลี่หาน (2)

     

    เซียถงก่นเสียงเย็นคำโตสะบัดข้อมือตอบสนองโดยไว บิดร่างท่ามือใช้นิ้วแม่มือกับนิ้วชี้หักย้อนไปกดบริเวณเส้นชีพจรบนข้อมืออีกฝ่ายไว้แน่นมิให้เลือดเดินกล่าวน้ำเสียงเย็นชาว่า

     

    “องค์รัชทายาทสันดานเสียเกรงว่าหากข้าไม่เคลื่อนไหวสั่งสอนมันสักหนึ่งบทเรียนคงต้องขอถอนสิทธิ์เข้าร่วมงานประลองสี่จักรวรรดิใหญ่ในครั้งนี้เสียแล้วเช่นนั้นพวกเจ้าก็ไปหาคนอื่นลงแข่งแทนเอาเอง”

     

    ความหมายของนางค่อนข้างชัดเจนข้าผู้นี้ถือเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันคนสำคัญยิ่งยวดในงานประลองของสี่จักรวรรดิใหญ่ที่กำลังจัดขึ้นซึ่งตัวนางนั้นสำคัญถึงขั้นที่ว่า ฝ่าบาทออกปากเชิญชวนด้วยตนเอง ดังนั้นมิใช่ว่าจะดูแคลนได้ง่ายๆ

     

    “ในเมื่อฝ่าบาทตรัสคำพบัญชาออกไปแล้วเจ้าในตอนนี้ถือเป็นหนึ่งในสมาชิกที่เข้าร่วมงานประลองโดยมิอาจถอนตัวได้ เอาล่ะข้าจะไปส่งเจ้าออกวังหลวงเอง”

     

    ไป๋หลี่หานมิได้สนใจเลยว่าเส้นเลือดใหญ่ตรงชีพจรข้อมือจะถูกเซียถงกดระงับไว้แน่นหนาปานใด เพียงหนึ่งความคิดพลิกข้อมือแก้ทางเล็กน้อย เขาก็หลุดจากพันธนาการท่ามือของเซียถงได้อย่างง่ายดาย...

     

    “เสด็จอานังอสุรกายอัปลักษณ์ตัวนี้มันรังแกข้า! ท่านจะปล่อยมันไปเช่นนี้มิได้!”

     

    ไป๋หลี่อวี๋อิงที่เดือดดาลจัดเป็นฟืนเป็นไฟขมวดคิ้วมุ่นใส่ไป๋หลี่หาน แต่ก็มิกล้าทำอะไรมากกว่านั้นเช่นกัน

     

    เฉกเช่นเดียวกับไป๋หลี่เย่เขาขอเว้นระยะอยู่ห่างเสด็จอาท่านนี้เป็นดีที่สุด

     

    “เสด็จอาผู้นี้ย่อมต้องแสวงหาความยุติธรรมคืนแก่เจ้าแต่อย่างไร นางเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมงานประลองสี่จักรวรรดิใหญ่ในครั้งนี้ส่วนเจ้าก็เอาแต่สร้างปัญหาสารพัดให้นางตอนอยู่ในวังหรือไม่กล่าวเสด็จพ่อของเจ้าตำหนิติเตียนเลย?”

     

    ดวงตาคู่คมกริบของไป๋หลี่หานเลื่อนเข้าสังเกตเห็นแววความรวนเรบนใบหน้าของไป๋หลี่อวี๋อิงเขาแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์เอ่ยต่อขึ้นว่า

     

    “แล้วไฉนไม่ให้ข้าพานางออกไปจากวังก่อนแล้วค่อยลงโทษ?”

     

    “ดี! ดีเลยเสด็จอา!ท่านต้องลงโทษนังนี่ให้หนัก!”

     

    ไป๋หลี่อวี๋อิงเพ็งสายตาใส่เซียถงด้วยความโกรธจัดเสมือนมีเปลวไฟแห่งความอาฆาตแค้นพวยพุ่งออกมาก็มิปาน

     

    “เสด็จอา!เอาเช่นนี้เสียแล้วกัน เดี๋ยวข้าจะออกไปส่งมันพร้อมท่านด้วย จะอย่างไร นี่เป็นความขับข้องใจระหว่างข้ากับมันหากมิได้ตบนางในวันนี้...”

     

    ยังไม่ทันกล่าวจบไป๋หลี่อวี๋อิงถึงกับชะงักหยุดปากกะทันหันเผชิญหน้าภายใต้สายตาคู่เย็นเยียบของไป๋หลี่หานเพียงปราดเดียวนางถึงกับเนื้อตัวสั่นเทา ขนหัวลุกวูบวาบโดยไม่มีเหตุผล สุดท้ายนี้ไม่กล้าทักท้วงกล่าวอันใดต่อจำทนกัดฟันปิปากเงียบไป แต่ยังคงจับจ้องเซียถงด้วยความแค้นอาฆาตไม่คลายอ่อน

     

    เซียถงมิอาจเข้าใจถึงเจตนาความคิดอที่อยู่ในหัวของไป๋หลี่หานในยามนี้ได้เลยเขาต้องการอะไรกันแน่?

     

    ชั่วขณะต่อมานางเลื่อนคมมีดสั้นโผล่ออกมาจากใต้แขนเสื้อ แต่ยังไม่กล้าคว้าขึ้นมาลงมือเคลื่อนไหวเซียถงอยู่ห่างจากไป๋หลี่อวี๋อิงไม่ถึงสองสองคืบหากมิใช่เพราะยำเกรงในตัวไป๋หลี่หานที่ยืนอยู่เคียงข้าง เกรงว่าปานนี้นางคงคว้าจับมีดสั้นขึ้นมาแทงนังปีศาจน้อยแสนเอาแต่ใจนางนี้ที่อยู่ต่อหน้าไปแล้ว

     

    บรรดาทหารองครักษ์ที่อยู่เบื้องหลังไป๋หลี่อวี๋อิงรีบชักดาบกระชับอาวุธขึ้นมาในทันใดพร้อมเล็งเป้าเข้าใส่เซียถง

     

    ทว่าชั่วจังหวะนั้นเองไป๋หลี่หานกลับตรงเข้ามาบีบมือของนาง ระงับการเคลื่อนไหวไว้ได้อย่างง่ายดายต่อให้นางจะพยายามระดมลมปราณทั่วกายาออกมามากเพียงใดแต่มืออีกฝ่ายเปรียบเสมือนตาข่ายใยเหล็กที่ทนทานและแข็งแกร่งเกินพรรณนา

     

    สัมผัสได้ถึงแรงขัดขืนที่ส่งตรงผ่านมือไป๋หลี่หานหยิบใช้ลมปราณออกมาหนึ่งเสี้ยวคลื่นพลังที่แผ่ซ่านออกจากร่างกายาปราศจากสีสันจึงมิอาจล่วงรู้ได้ถึงระดับชั้นความแข็งแกร่ง แต่ชั่วขณะอึดใจรัศมีแรงกดดันขุมใหญ่พลันปะทุพลุ่งพล่านออกมาแผ่ไพศาลกระจายทั่วสารทิศทั้งเขตรัศมีละแวกนั้น

     

    หนึ่งสายลมหวนพัดผ่านผู้คนทั้งหมดในอานัติบริเวณต่างหน้าถอดสี เริ่มหอบหายใจลำบาก

     

    เซียถงที่ซึ่งอยู่ใกล้เขามากที่สุดนางจึงได้รับผลกระทบจากรัศมีแรงกดดันขุมดังกล่าวมากที่สุดเช่นกันแข้งเข่าถึงขั้นอ่อนยวบทรุดลงกับพื้นพยายามสำแดงใช้ลมปราณทั้งหมดที่มีเข้าต่อต้านรัศมีแรงกดดันดังกล่าว ชั่วขณะต่อมาทั่วทั้งหน้าผากปรากฏเหงื่อเย็นผุดไหลรินออกมาไม่หยุดริมฝีปากซีดเผือดแห้งกระดากในทันใด

     

    ชายคนนี้มีระดับลมปราณสูงส่งปานใดกัน? ถึงสามารถปลดปล่อยคลื่นแรงกดดันปริมาณมหาศาลทะลักท่วมท้นไม่หยุดหย่อนขนาดนี้ได้ทั้งที่ยืนอยู่เฉยๆ!? ดูไปเซียถงเองก็เสมือนกับมดน้อยตัวหนึ่งกำลังโดนเหยียบ คำพูดนี้หาได้เกินจริง!

     

    ไป๋หลี่หานหันหน้ามองนางแก้วตาคู่นั้นเสมือนดวงดารากว้างใหญ่ไพศาลเปี่ยมล้นบารมีดั่งราชาปกครองทั่วผืนพิภพ

     

    “หากไม่มีอะไรแล้วเช่นนั้นขอตัว”

     

    แสงสีเย็นฉายแล่นผ่านดวงตาคู่นั้นส่งถึงทุกคนที่ปราดมอง

     

    ราวกับว่า นี่เป็นคำเตือนหากใครกล้าขวาง ก็อย่าหาว่าเขาไม่สุภาพ!

     

    แววตาของไป๋หลี่หานมันสื่อออกมาแบบนั้น

     

    เผชิญหน้าเฝ้ามองความทรงบารมีดั่งราชาเซียถงรู้สึกหนาวสะท้านจับใจ นี่เป็นครั้งแรกที่นางสัมผัสได้ถึงความกลัวชายผู้นี้...แข็งแกร่งเกินไปซะจนตัวนางไม่คิดอยากจะต่อต้านอีกต่อไปสุดท้ายปล่อยให้อีกฝ่ายฉุดลากออกไปจากจุดนั้น

     

    ไป๋หลี่เย่เพ่งสายตาจับจ้องเซียถงที่ถูกไป๋หลี่หานลากออกไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจนักแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้แล้วเช่นกัน ภายในใจก็ได้แค่หวังว่าเสด็จอาจะลงโทษเซียถงจริงๆ

     

    เดินจากโถงพระคลังออกมาไป๋หลี่หานลดระดับแรงกดดันที่แผ่จากร่างกายากุมมือเซียถงให้เดินติดตามเขาอยู่ท้ายหลังต่อไปข้อมือขวาถูกอีกฝ่ายลากจูงออกไปอย่างว่าง่าย ส่วนมือข้างซ้ายถือกล่องบรรจุเห็ดหลินจือมรกตเอาไว้แน่นมิห่างกายเหลือบมองแผ่นหลังของปีศาจชั่วคนนี้เป็นระยะ ในหัวระดมความคิดเร็วจี๋วางแผนหลบหนีออกจากสถานการณ์ ณ ปัจจุบันอย่างไรดี?

     

    “เจ้าต้องการทำอะไรกับข้ากันแน่?”

     

    เซียถงเอ่ยปากถามขึ้นขณะเดินผ่านส่วนเงียบไร้ผู้คนในวังเอื้อมจับข้อมืออีกฝ่ายพยายามบิดกลับมาให้เป็นฝ่ายได้เปรียบ

     

    “ส่งเจ้าออกจากวังหลวงไง”

     

    ไป๋หลี่หานกระชับกำมือน้อยๆของนางและบิดกลับอยู่เหนือนางอีกครั้ง พร้อมขานตอบโดยไม่แม้แต่เหลียวมอง

     

    “แล้วหลังจากออกวังไปล่ะ?”

     

    “หลังจากออกวังไปก็...”

     

    ในคราวนี้ ไป๋หลี่หานชะงักฝีเท้าหยุดลงชั่วขณะเหลียวศีรษะหันกลับมามองเซียถง หรี่สายตาแสนเจ้าเล่ห์ลงส่อแววอันตรายส่องสะท้อนออกมา ริมฝีปากเชิดขึ้นแผ่วบาง ส่งยิ้มเย็นชามอบให้ว่า

     

    “แน่นอน ก็ต้องพาไปลงโทษฐานที่เจ้าเฆี่ยนองค์หญิง แต่โชคยังดีที่เมื่อครู่มิได้ลงมือสังหารองค์รัชทายาทลงไปด้วยมิฉะนั้น โทษทัณฑ์อาจหนักหนากว่านี้ไม่รู้กี่ร้อยพันเท่าทวี!”

     

    เมื่อกล่าวมาถึงฝประโยคนี้สายตาของเขาสาดส่องเป็นประกาย ซึ่งลึกลงไปเต็มไปด้วยความเข้มงวดกรวดขัน

     

    ขนาดอยู่ในวังหลวงนางยังกล้าลงมือลงไม้ถึงขนาดนี้ แล้วหากในวันใดวันหนึ่งบังเอิญจอเข้ากับองค์รัชทยาทที่ข้างนอก นางไม่เอาถึงตายเลยรึไง? ตามที่ไป๋หลี่หานคาดเอาไว้หากนางมีโอกาส ต่อให้จุดไฟเผาวังหลวงให้วอดวาย เขาก็สามารถพยันได้ทันทีว่านางกล้าแน่นอน

     

    “กระทั่งฝ่าบาทยังไม่คิดติดใจเอาความข้าแล้วเจ้าเป็นใครงั้นรึ? เหตุใดต้องเหยียบย่ำรังแกสตรีเพศที่อ่อนแอเช่นข้า?เพื่อสร้างความดีความชอบแก่ตนต่อหน้าองค์รัชทายาทกระมัง?”

     

    เซียถงหยุดฝีดท้าลงเฝ้ามองใบหน้าอันเย็นชาของอีกฝ่าย

     

    แววตาดวงกลมโตของเซียถงสดใสเป็นประกายช่างงดงามอย่างหาที่สุดไม่ นางส่งสายตาหวานฉ่ำแก่อีกฝ่าย

     

    ทันทีทันใดน้ำเสียงวาจาพลัยเปลี่ยนไปจากก่อนหน้าโดยสิ้นเชิงกล่าวพร้อมสีหน้าท่าทางดูน่าสงสัยยิ่งว่า

     

    “ท่านราชาหมาป่าสวรรค์โปรดปล่อยข้าไปสักด้วยเถิด ผู้น้อยคนนี้ขอสัญญาจะไม่ยุ่มย่ามสร้างความเดือดร้อนแก่อง

     

    ค์รับทาชาทและองค์หญิงอีกแล้วในอนาคต”

     

    กะพริบตาปริบส่งให้ไป๋หลี่หานสายตาดูหวานชื่นราวกับเป็นคนละคนจากก่อนหน้า แต่ในขณะเดียวกันเซียถงก็ลอบโคจรลมปราณอย่างเงียบเฉียบในร่างกาย

     

    สู้ไม่ได้ก็ต้องใช้มายาร้อยเล่มเกวียนเข้าสู้!

     

    เมื่อพบเห็นทัศนคติท่าทางที่เปลี่ยนไปโดยกะทันหันของนางแววตาดวงปราดเปรียวของไป๋หลี่หานพลันส่อแววขี้เล่นมากขึ้นหนึ่งส่วนจะอย่างไรก็ยังมิได้ปริแกพูดอะไร เพียงเชิดหน้าชูคางขึ้นสูงเดินลากนางบังคับให้เดินตามต่อไปอย่างเย่อหยิ่ง

     

    “ฝ่าบาท!”

     

    เซียถงหันหลังขวับกรีดร้องตะโกนโหลั่น น้ำเสียงฟังดูตกใจสุดขีดราวกับเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นโดยพลันจากนั้นก็รีบคุกเข่าลงกับพื้น ทิ้งน้ำหนักลงทั้งตัวเป็นผลให้ฉุดมืออีกฝ่ายกระตุกลงมาด้วยเช่นกัน

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง[จบบริบูรณ์] ที่คุณอ่าน