“รถม้าด้วยเ้าค่ะ” พวกเธอเดินตามชายหนุ่มมาถึงโรงขายสัตว์พาหนะที่เดิม มันมีรถม้าให้เลือกมากมาย
“น้องรองมาดูรถคันนี้สิ ข้าว่าคันนี้น่าจะดี มันใหญ่และแข็งแรงยิ่งนัก” เฟยเทียนลูบไปที่ตัวคันรถทำจากไม้คุณภาพดี มีขนาดใหญ่ ภายในรองรับได้ประมาณห้าถึงหกคน
“พี่ชาย พวกข้าจะซื้อรถคันนี้กับม้าขาวตัวนี้เ้าค่ะ” เฟยเจินชี้ไปที่รถคันที่พี่ใหญ่กำลังจับและม้าขาวข้างกายนาง
“ได้ขอรับ รถคันนี้ทำจากไม้คุณภาพดี ราคา 8 ตำลึงเงิน และม้าขาวตัวนี้แต่เดิม ราคา 15 ตำลึงเงิน แต่มันป่วยเลยเหลือ 10 ตำลึงเงิน ซื้อทั้งสองอย่างลดไปอีก 1 ส่วน เหลือ 16 ตำลึงเงินกับ 200 อีแปะขอรับ” ชายหนุ่มหยิบลูกคิดขึ้นมาคิดราคาทั้งหมด
“หากข้าอยากจะสั่งทำรถม้า ใช้เวลากี่วันงั้นหรือเ้าคะ” เฟยเจินถามขึ้นมาพร้อมเอียงหัวเล็กน้อย
“ปกติใช้เวลาอย่างน้อย 3 วันขอรับ ขึ้นอยู่กับความยากของแบบที่ทางลูกค้าวาดด้วยขอรับ” ชายหนุ่มเกาหัวและตอบออกไป โดยปกติแล้วจะมีเพียงคนฐานะใหญ่โตเท่านั้นจึงจะสั่งทำรถม้าขึ้นมาเป็พิเศษ เพราะมันมีราคาแพงเป็อย่างมาก
“พรุ่งนี้ข้าจะส่งคนมาสั่งทำไว้นะเ้าคะ” คืนนี้เธอจะกลับไปออกแบบรถม้าเสียก่อน แล้วค่อยให้ฮุ่ยอิงมาสั่งทำทิ้งไว้
“ได้ขอรับ ข้าจะคอยดูแลให้เองขอรับ” ชายหนุ่มรับเงินค่ารถม้าทั้งหมดจากเฟยเจิน และพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
เฟยเจินแอบให้เงิน 1 ตำลึงเงินกับหม่าจูเป็พิเศษ เพราะเขามีความจริงใจและเสนอตัวในการดูแลรถม้าของนาง
ชายหนุ่มรับไว้ด้วยความดีใจอย่างมาก เขาค้อมหัวขอบคุณเฟยเจินมิหยุด เพราะโดยปกติแล้ว เขาจะได้รับเงินเพียงวันละ 50 อีแปะเท่านั้น วันนี้ช่างโชคดีเหลือเกินที่เจอเด็กหญิงคนนี้
ทั้งหมดนำข้าวของขึ้นไปวางบนรถม้า ก่อนจะเดินออก ฮุ่ยอิงก็รีบวิ่งตามหลังมาอย่างเหน็ดเหนื่อย เนื่องจากนางแอบแยกตัวออกไปให้คนดูแลม้าสอนนางในการขับรถม้าขั้นพื้นฐาน
เฟยเจินสังเกตเห็นนานแล้วแต่เธอมิได้พูดอันใด ยิ่งเห็นว่าฮุ่ยอิงมีความพยายามอย่างมาก เธอก็รู้สึกพึงพอใจในตัวนางมากขึ้น
“ข้าจะเป็คนขับรถม้าเองเ้าค่ะ คุณหนู คุณชายขึ้นไปนั่งพักด้านในเถิดเ้าค่ะ” ฮุ่ยอิงพูดขึ้นด้วยความมั่นใจ นางเป็คนเรียนรู้ไว คนดูแลม้าสอนนางเพียงไม่นาน นางก็สามารถจับจุดวิธีการขับได้อย่างลึกซึ้ง
“รบกวนท่านพี่ฮุ่ยอิงแล้วขอรับ!” เฟยิพูดขึ้นอย่างร่าเริง ก่อนจะะโขึ้นรถม้าด้วยความสนุก
“ไอหยา เรียกข้าว่า ฮุ่ยอิง ก็พอเ้าค่ะคุณชายน้อย” ฮุ่ยอิงรีบบอกเด็กชายตัวน้อยด้วยหน้าตาจริงจัง นางจะต้องรักษาธรรมเนียมการปฏิบัติไว้ จะให้คุณชายน้อยมาเรียกนางว่า ท่านพี่ ได้อย่างไร ฮุ่ยอิงพูดจบก็แอบหันไปมองปฏิกิริยาของเฟยเจิน นางกลัวคุณหนูจะลดความเชื่อใจลง นี่เป็สิ่งที่นางกลัวที่สุด
“ขอรับ ฮุ่ยอิงรีบขึ้นไปนั่งขับรถม้าเถิดขอรับ” เฟยิะโออกมาด้วยน้ำเสียงสดใส
“ได้โปรดอย่าพูดสุภาพกับข้าเลยเ้าค่ะคุณชายน้อย ฮือ” ฮุ่ยอิงรีบบอกพร้อมทำท่าคล้ายจะร้องไห้เต็มที
“ได้! ออกเถิดขอรับ!” เฟยิโผล่หน้าออกมาทางหน้าต่าง ยิ้มให้ฮุ่ยอิงอย่างไร้เดียงสา ทุกคนยกเว้นฮุ่ยอิง ต่างแอบขำกับเหตุการณ์นี้ โดยเฉพาะเฟยเจิน เธอรู้สึกขำจนต้องจับท้องเอาไว้
สุดท้ายฮุ่ยอิงจึงขึ้นไปนั่งขับบนม้าขาวด้วยท่าทางเหมือนถูกทุกคนรังแก หลังจากม้าขาวได้กินน้ำวิเศษเข้าไป มันจึงมีร่างกายแข็งแรงขึ้นในพริบตา แม้จะไม่เต็มร้อย แต่มันก็วิ่งได้เหมือนม้าปกติทั่วไปแล้ว
เฟยเจินคิดว่าหน่วยก้านของเ้าม้าขาวตัวนี้ดีเป็อย่างมาก หากฝึกและให้มันกินน้ำวิเศษหรือพืชที่ปลูกในมิติ คงจะทำให้มันได้เปรียบกว่าม้าตัวอื่นหลายเท่า
“ข้าอยากจะให้ม้าตัวนี้ชื่อว่า ‘ตงไป๋’ ขอรับ” เฟยิพูดขึ้นมาขณะรถม้ากำลังวิ่งออกจากประตูเมือง
“เป็ชื่อที่ดีมากเลยน้องเล็ก” เฟยเจินชมเด็กน้อยจนเขายิ้มหน้าบาน แต่เด็กน้อยเลือกชื่อได้เหมาะสมจริงๆ เพราะตง คือ ฤดูหนาว ไป๋ คือ สีขาว พอมารวมกัน มันเป็ชื่อที่งดงามยิ่งนัก
“เ้าโตขึ้นแล้วอาิ ข้ากำลังคิดว่าตอนนี้พวกเรามีเงินมากขึ้นแล้ว มันเป็การดีหากน้องเล็กได้เรียนรู้จากท่านอาจารย์” เฟยเทียนจับคางครุ่นคิด ก่อนจะแสดงความคิดเห็นออกมา
“ท่านด้วยเ้าค่ะ พี่ใหญ่ ข้ารู้ว่าท่านพี่ก็อยากเรียนเช่นกัน” เด็กหญิงอมยิ้ม มองไปทางเด็กชายคนโตที่กำลังก้มหน้าเกาหัวแก้เขิน
“ข้าคิดว่าจะซื้อบ้านในเมืองเ้าค่ะ” พูดจบ ทุกสายตาก็หันมามองทางเฟยเจิน
“บ้านของพวกเราและบ้านของท่านลุงใหญ่ หากได้บ้านใกล้กันคงจะดีไม่น้อยเลยนะเ้าคะ” ไม่เห็นมีใครพูดสิ่งใด เธอจึงพูดต่อ
“แล้วบ้านพวกเราในหมู่บ้านต้าซูล่ะน้องรอง” เฟยเทียนถามขึ้นด้วยความกังวล เขาและน้องเล็กยังมีความผูกพันกับบ้านหลังนั้นอยู่ ถึงมันจะเป็เพียงกระท่อมเล็กๆ โทรมๆ แต่มันก็มีความทรงจำมากมายในนั้น
“พวกเราจะจ้างคนในหมู่บ้านมาสร้างบ้านหลังใหม่แทนกระท่อมเ้าค่ะ” เธอพูดเหมือนวางแผนการทุกอย่างไว้แล้ว แม้ความจริงเธอจะเพิ่งคิดได้ไม่นานนี้ก็เถอะ
“ว้าว พวกเราจะมีบ้านสองหลังเลยหรือขอรับ!” เด็กชายตัวน้อยโห่ร้องด้วยความดีใจจนเสียงลอดออกไปนอกรถม้า
ฮุ่ยอิงคลี่ยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงดีใจของคุณชายน้อยดังออกมา นางขับรถม้าได้ไม่นานก็รู้สึกชินเสียแล้ว กลับไปนางจะฝึกกล้ามเนื้ออีกด้วย เพราะนางเห็นคุณหนูมีวรยุทธ์ที่เก่งกาจ นางจะเป็ตัวถ่วงมิได้เด็ดขาด
รถม้าวิ่งเข้ามาในหมู่บ้านต้าซูในยามเย็น เป็เวลาที่พวกชาวบ้านจะมานั่งพูดคุยกันใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้ทางเข้าหมู่บ้านพอดิบพอดี
“นั่นรถม้ามาทำอันใดกันน่ะ!” หญิงชราร่างเล็กเห็นรถม้าวิ่งมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จึงพูดออกมาด้วยความประหลาดใจ เพราะในหมู่บ้านแทบจะไม่มีรถม้าเข้ามาวิ่งเลย ขนาดหัวหน้าหมู่บ้านยังใช้แค่รถลาเท่านั้น
“ดูสิ รถม้าวิ่งไปทางเขาลูกนั้น” ชายชราชี้ไปทางรถม้าที่ขับผ่านไปด้วยความเร็ว
“ไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่ใกล้เขาลูกนั้นมิใช่หรืออย่างไร” หญิงชราร่างใหญ่ท้วมหยิบถั่วขึ้นมาเคี้ยวพร้อมถามขึ้นมา
“เหมือนจะมีอยู่หลังหนึ่งนะ เป็บ้านของลูกชายนางเฉียว” หญิงชราร่างเล็กทำท่าคิดหนัก ก่อนจะตบพื้นเสียงดังและพูดต่อ “อ้อ ใช่แล้ว ตอนนี้เหลือแค่เด็กสามคนอาศัยอยู่ในกระท่อมหลังเล็กตรงตีนเขาลูกนั้นอย่างไรล่ะ”
“ข้าว่ารถม้าไม่ได้ไปทางเขาลูกนั้นหรอก อาจจะเลี้ยวไปอีกทางทีหลังก็เป็ได้ มาๆ มาคุยเื่อื่นกันดีกว่า” ชายชราอีกคนเปลี่ยนหัวข้อสนทนา ทำให้ทุกคนไม่ติดใจเื่รถม้าอีก
รถม้าจอดหน้ากระท่อมหลังเล็ก นี่เป็ครั้งแรกที่ฮุ่ยอิงขับรถม้าตามคำบอกเส้นทางจากเฟยเจินเพียงรอบเดียวขณะอยู่ในเมือง โดยเด็กหญิงได้อธิบายถึงเส้นทางั้แ่หน้าเมืองจนถึงกระท่อมของพวกเธอภายในหมู่บ้านต้าซู
ทุกคนขนของบนรถม้าเข้ามาไว้ในกระท่อม จนทำให้แทบจะไม่เหลือพื้นที่ทำอันใดเลย เพราะในกระท่อมมีพื้นที่น้อยเป็อย่างมาก
เฟยเจินตัดสินใจบอกเล่าเื่มิติกับข้ารับใช้คนใหม่ นางเชื่อใจฮุ่ยอิงเป็อย่างมากเลยทีเดียว ทำให้ฮุ่ยอิงรู้สึกซาบซึ้งกับความไว้วางใจนี้และนางได้สาบานกับตนเองอีกครั้งในใจว่านางจะไม่มีทางทรยศเ้านายอย่างเด็ดขาด
หลังฮุ่ยอิงทำความเข้าใจทั้งหมดแล้ว เฟยเจินจึงนำของทั้งหมดที่ซื้อมาและรถม้า รวมทั้งม้าขาวตงไป๋เข้าไปในมิติ
ถึงแม้เฟยเจินจะเชื่อใจฮุ่ยอิง แต่เธอก็ยังไม่ได้ยินยอมให้นางเข้าออกมิติได้ตามใจชอบ เธอจะกำหนดจิตพานางเข้าออกเองทุกครั้ง ซึ่งฮุ่ยอิงก็ไม่ได้รับรู้ถึงจุดนี้เช่นกัน นางคิดว่าคุณหนูต้องกำหนดจิตพาทุกคนเข้าไปเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าออกได้
‘มหัศจรรย์ยิ่งนัก’ นี่เป็คำแรกที่ฮุ่ยอิงนึกขึ้นมาในใจ นางไม่ได้พูดอันใดออกมา เพียงทำท่าทางประหลาดใจเท่านั้น
“เ้าทำอาหารเป็หรือไม่ฮุ่ยอิง” เฟยเจินหันไปถามหญิงสาว หลังจากทุกคนเข้ามารวมตัวกันในกระท่อมภายในมิติเพื่อจัดวางข้าวของให้เป็ระเบียบ
“ปะ… เป็เล็กน้อยเ้าค่ะ ข้าถนัดทำพวกซุปเ้าค่ะ” นางนิ่งไปสักพักหนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ นางถนัดเพียงแค่การทำซุปเท่านั้น ทำอย่างไรดี ช่างไม่มีความเป็แม่บ้านแม่เรือนเสียเลย เื่นี้แม่ของนางซึ่งเป็อนุก็มักจะบ่นกับนางอยู่บ่อยๆ แต่หลังจากแม่ของนางป่วยตายก็ไม่มีใครบ่นหรือสนใจนางอีกต่อไป…
“ว่างๆ เ้าก็ทำซุปทิ้งไว้ในมิตินี้ได้ มันจะคงสภาพไว้ ไม่เน่าไม่เสีย” เด็กหญิงยิ้มและพูดต่อ “หากมีเวลาว่าง ข้าจะสอนเ้าทำอาหารก็แล้วกัน แต่ตอนนี้เ้ามาช่วยข้าทำมื้อเย็นเสีย”
“เ้าค่ะคุณหนู” ฮุ่ยอิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน พร้อมเดินตามหลังเด็กหญิงไปอย่างว่าง่าย
หลังแยกย้าย เฟยเทียนและเฟยิก็พาม้าขาวตงไป๋เดินสำรวจพื้นที่ว่าจะให้มันอยู่จุดไหนดีที่กินน้ำได้ง่าย สุดท้ายจึงพามันไปปล่อยใกล้ริมลำธารฝั่งหนึ่ง ลมเย็นสบายพัดผ่านทำให้เ้าม้ารู้สึกสบายใจจนนั่งหลับบริเวณนั้น เฟยิก็รู้สึกง่วงเช่นกัน เด็กน้อยเลยนอนหลับข้างๆ ม้าขาวด้วยท่าทางไร้เดียงสา เฟยเทียนจึงกลับไปนำผ้าห่มมาห่มให้น้องชายคนเล็ก
ส่วนเย่วซินก็กลายร่างเป็ลูกหมาป่า เดินไปงีบในป่าลึกภายในมิติคนเดียว แม้จะแอบมานอนอยู่คนเดียวก็ตาม แต่ก็ยังโดนเสี่ยวฮว่า เ้าจิ้งจอกแดงพบเห็นและมานอนใกล้ๆ
ระหว่างที่เฟยเจินกับฮุ่ยอิงกำลังช่วยกันทำเกี๊ยวน้ำและเกี๊ยวทอด เฟยเจินก็ถามเื่ราวครอบครัวของหญิงสาวข้างกาย
ฮุ่ยอิงเล่าเื่ทั้งหมดให้เด็กหญิงฟังว่า นางเป็ลูกอนุในครอบครัวฐานะปานกลาง แม่ของนางป่วยตายในปีก่อน ปีนี้ลูกชายคนเดียวของฮูหยินเอกติดหนี้พนัน นางจึงถูกขายออกมาเป็ทาส แต่ก่อนจะถูกขายออกมา ฮูหยินเอกโกรธนางและราดน้ำร้อนใส่หน้านาง ขณะนั้นนางหลบไม่ทัน แก้มซีกขวาจึงเป็แผลพุพอง น่าเกลียด น่ากลัวอย่างปัจจุบัน
หญิงสาวเล่าเื่ทั้งหมดด้วยน้ำเสียงเ็ปใจ นางไม่เคยนึกโทษโชคชะตาที่ทำให้นางกลายมาเป็ทาส นางเพียงไม่เข้าใจว่าเหตุใดฮูหยินเอกจึงไม่เคยให้ความรักหรือนึกสงสารนางสักนิดเลย
เื่ราวชีวิตของฮุ่ยอิงจบลงพร้อมๆ กับอาหารที่ทั้งสองทำเสร็จสิ้นพอดี เฟยเจินรู้สึกเห็นใจหญิงสาวยิ่งนัก ต่อไปชีวิตของนางจะต้องดีกว่าคนชั่วพวกนั้นอย่างแน่นอน
“หลังอาบน้ำเสร็จก็ทาสิ่งนี้เสีย ทั้งร่างกายตรงที่บอบช้ำและแผลบนหน้า” เฟยเจินยื่นกระปุกยารักษาาแ ข้างในนั้นบรรจุวุ้นใสจากใบหางฟ้า
“ขอบพระคุณเ้าค่ะคุณหนู” หญิงสาวรับกระปุกมาและก้มหน้าลูบแขนตนเบาๆ คุณหนูรู้ได้อย่างไรว่า นางได้รับาเ็ทางร่างกาย มันมีรอยช้ำมากมายตามตัวนางแต่โชคดีมีผ้าปิดบังไว้ าแพวกนี้เพิ่มขึ้นทุกวันขณะอยู่ในห้องขังในโรงค้าทาสแห่งนั้น ทาสทุกคนไม่ได้รับการปฏิบัติที่ดีเลย วันไหนได้มีอะไรตกถึงท้องก็โชคดีมากแล้ว