ข้าก็ร้ายเช่นนี้

    บทที่ 18 กำจัดริ้นไร 18.2

    บทที่ 18


    กำจัดริ้นไร



    ท่าทีดุร้ายที่เปลี่ยนไปของจิ้งเส้าหวงทำให้บรรดาคุณหนูค่อยกระจ่างชัดในนัยน์ตา พากันมองไปมาด้วยความลนลานก้มหน้าลงไม่กล้าสู้หน้า ยิ่งผู้ที่เป็นเจ้าของประโยคเมื่อครู่หน้าซีดไร้สีเลือดจวนเจียนเป็นลมเต็มแก่

    วาจาเมื่อครู่ร้ายกาจนัก ดูท่าหากเรื่องในวันนี้หลุดรอดออกไปการแต่งงานในภายภาคหน้าของพวกนางก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว

    “คุณชายอย่าตำหนิพวกนางเลยเจ้าค่ะ ส่วนหนึ่งเป็นซิ่งหลิงที่หึงหวงถึงได้ต่อคำกับพวกนาง ซิ่งหลิงรู้ผิดแล้วคุณชายอย่าได้ขับข้าออกไปเลยนะเจ้าคะ”

    แววตาที่ช้อนมองยังคงระเรื่อด้วยน้ำตา มือคว้าเอาแขนเสื้อเขาไว้ด้วยความหวาดกลัว ร่างกายสั่นระริกราวกับลูกนกน้อยไร้ที่พึ่งพิง ทว่าความออดอ้อนสำนึกผิดหรือการแสดงนี้ของซิ่งหลิงไม่ทำให้จิ้งเส้าหวงคล้อยตามเท่าใดนัก ตอนนี้เขากำลังขบคิดอย่างหนัก!

    เป็นนางจิ้งจอกจริงๆ!

    ตัวของนางมีจุดอ่อน จุดอ่อนที่ว่านางพยายามกลบฝังโดยใช้ให้ตนเป็นคนถือจอบเสียม!

    สายตามากมายที่จับจ้องมานี้ยิ่งกดดันจิ้งเส้าหวง โดยเฉพาะหางตาเหลือบเห็นอาวุโสร่างท้วมที่ยืนมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ไม่ไกล ท้ายแล้วเขากัดกรามแน่น ช้อนประคองใบหน้าของนางอย่างทะนุถนอม

    “ซิ่งเอ๋อร์จริงใจต่อข้าจะถือเป็นความผิดได้อย่างไร”

    มือหนาจับรวบฝ่ามือเล็กบางแนบกับแผ่นอก ท่าทางใกล้ชิดสนิทสนมทั้งยังให้ท้ายกันยิ่งยวดทำให้บรรดาคุณหนูแทบกระอักเลือดสดๆ ออกมา!

    ในเมื่อจิ้งเส้าหวงแสดงออกชัดเจนเพียงนี้ หากยังดึงดันต่อไปก็รั้งเป็นตัวตลกให้ผู้อื่นขบขัน ทว่าในขณะที่พวกนางจะพากันถอยทัพกลับเสียงเคร่งขรึมทรงอำนาจก็ดังจนทำให้พวกนางตัวสั่นสะท้าน

    “อาวุโสสามเห็นชัดเจนแล้วกระมัง ข้าคิดว่าคุณหนูทั้งหลายคงต้องตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเคร่งครัดอีกสักหลายหน”

    ซิ่งหลิงได้ยินว่ามีผู้อื่นอยู่ด้วยจึงมองตามสายตาของจิ้งเส้าหวงไป ผู้ที่ถูกเรียกขานว่าอาวุโสสามรูปร่างอ้วนท้วน ใบหน้ายิ้มแย้มดูใจดี เห็นว่าอาวุโสจ้องมองนางอยู่เช่นกันจึงรีบดึงมือที่จิ้งเส้าหวงบีบไว้แน่นกลับคืนแล้วหดมือซ่อนในแขนเสื้อ ก้มศีรษะลงด้วยความนอบน้อม

    “ลึกๆ ในใจพวกนางก็คงดูแคลน ถึงได้กล่าวว่าร้ายข้าท่ามกลางผู้คนมากมาย หากบิดาไม่จัดการให้เด็ดขาดตระกูลจิ้งจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด”

    จิ้งเส้าหวงไม่หยุดใส่ไฟ เมื่อได้พูดครั้งหนึ่งแล้วก็พูดต่อไปบีบคั้นคนยิ่งนัก หย่งถิงถอนใจประเมินสถานการณ์โดยรอบแล้วจึงก้มหน้ารับคำ

    “ทราบแล้ว เรื่องนี้จะเร่งนำความบอกต่อนายท่านผู้เฒ่าโดยไว”

    “คุณหนู!”

    “คุณหนูเจ้าคะ!”

    เมื่อได้ยินว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นจะถึงหูนายท่านผู้เฒ่า เหล่าคุณหนูทั้งหลายก็พากันเป็นลมล้มพับกันเป็นทิวแถว รอบด้านเกิดโกลาหลวุ่นวายทันใด

    นายท่านผู้เฒ่าคือเบื้องหลัง เป็นผู้ที่หนุนหลังพวกนางเอาไว้ ต่อให้คุณชายจิ้งไม่แยแสสนใจก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ หากนายท่านผู้เฒ่ายังเปิดโอกาสให้เข้าใกล้ แต่เมื่อครู่พวกนางถูกเหมารวมว่าร่วมดูแคลนตระกูลจิ้ง มีหรือที่นายท่านผู้เฒ่าได้ยินแล้วจะยินดี

    พินาศหมดแล้ว!

    “ไปเถิดซิ่งเอ๋อร์ ตรงนี้แดดแรงนักเจ้าร่างกายอ่อนแอหากป่วยไข้ขึ้นมาอีกข้าคงปวดใจ” จิ้งเส้าหวงสีหน้าเจือความกังวล หว่างคิ้วฉายแววปวดใจพูดกับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนจับกุมมือของซิ่งหลิงอีกหนแล้วจับจูงออกไป

    แม้ซิ่งหลิงจะมีรอยยิ้มเอียงอายประดับมุมปากทว่าในใจนางกลับอยากอ้าปากพ่นไฟใส่เขา

    มารดามันเถอะ! มือถูกบีบจนจะแหลกอยู่แล้ว!


    อากาศยามค่ำคืนเย็นลงทว่าหญิงสาวกลับสวมอาภรณ์เนื้อบาง เอนกายอยู่บนเก้าอี้คนงาม ผินหน้าออกไปมองโคมไฟที่ห้อยอยู่นอกเรือน แสงสีส้มสลัวกระทบสาดลงบนใบหน้าขาวนวลปรากฏความงดงามแสนอบอุ่นอ่อนโยนขึ้นขุมหนึ่ง

    คืนนี้ใบหน้าของนางไม่ได้เกลี้ยงเกลาไร้เครื่องประทินโฉมเช่นคืนก่อนๆ ความสะคราญโฉมใต้แสงโคมทำให้จิ้งเส้าหวงชะงักไปเล็กน้อย จงใจกดฝีเท้าหนักๆ ให้นางรู้ตัว

    “อ้อ คารวะคุณชาย” ซิ่งหลิงยังคงท่วงท่าเอื่อยเฉื่อยเกียจคร้าน แม้ปากพูดอย่างนอบน้อมทว่าตัวนางยังคงอยู่บนเก้าอี้ มีเพียงศีรษะเท่านั้นที่ก้มลง

    “ยินดีกับคุณชายที่สามารถขจัดความยากลำบากในใจได้” ซิ่งหลิงอมยิ้ม ความนิ่งเงียบของเขาทำให้นางรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ แต่ก็พยายามข่มความประหม่าด้วยรอยยิ้ม

    “ต้องเป็นข้ามากกว่ากระมังที่ต้องยินดีกับเจ้า”

    จิ้งเส้าหวงเดินไม่กี่ก้าวก็หยุดลงใกล้กับซิ่งหลิง เขาก้มหน้าลงสายตาสบประสานกับนัยน์ตาของนางที่คล้ายจะมีรอยยิ้มก็แค่นเสียง ขยับปลายนิ้วไล่กรอบหน้าและเชยคางนางขึ้น ก้มหน้าลง กดเสียงต่ำ

    “พอใจแล้วหรือไม่ สตรีหนึ่งเดียวของข้า...”

    ยามที่เห็นนางอุ้มผีผาเข้ามา ในใจก็คาดเดาไว้ว่าอาจต้องเกิดเรื่องบางอย่าง แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีจริงในวันเดียวกัน บรรดาคุณหนูถูกนางจิ้งจอกทำลายศักดิ์ศรีจนสิ้น

    “เพราะคุณชายเมตตาเจ้าค่ะ”

    จิ้งเส้าหวงมองดวงตาที่ทอด้วยความพอใจ นัยน์ตาคมหรี่ลง มือบีบปลายคางของนางเอาไว้แน่น ก้มหน้าลงกระซิบถ้อยคำข้างใบหู “ซิ่งหลิงในเมื่อเจ้าขบคิดดีแล้ว ต่อไปก็อย่าโอดครวญเล่า”

    นัยน์ตาของจิ้งเส้าหวงคล้ายดวงตาของสัตว์ป่าที่กำลังเรืองรองในความมืด แม้จะกังขาในถ้อยคำทว่านางเดินมาถึงขั้นนี้จะหันหลังกลับก็คงยาก

    “เป็นคุณชายต่างหากที่เห็นความจริงใจของซิ่งหลิง นับแต่นี้ ข้าน้อยต้องขอฝากตัวกับคุณชายอย่างจริงจังแล้ว”

    นางมีจุดอ่อน ทั้งจุดอ่อนที่นางไม่อาจควบคุมและไม่อาจเก็บงำเอาไว้ได้คือคติที่นางยึดถือ

    ไม่ว่าก่อนหน้าเขาจะหลับนอนกับสตรีมาร้อยคน หรือรักใคร่ผู้ใดนางไม่สนใจแต่หากเขาปรารถนาตัวนางไม่ว่าจะในแง่ใด จิ้งเส้าหวงจะต้องมีนางเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น นี่เป็นหนึ่งเหตุผลที่นางไม่มีแขกประจำ

    แต่วันนี้คำพูดจากปากของเขาท่ามกลางสายตาผู้คนมากมายทำให้จุดอ่อนนี้ของนางหายไป เขาประกาศต่อหน้าผู้อื่นว่าความหึงหวงของนางเป็นเพียงความจริงใจ เป็นใบเบิกทางเป็นคำอนุญาตให้นางหึงหวงริษยาได้

    วันนี้เขาใช้ผีผาเป็นหมากเพื่อบีบคั้นผู้อื่นและตรวจสอบตัวตนที่แท้จริงของนาง

    ...นางจึงใช้บรรดาคุณหนูเหล่านั้นเป็นหมากเพื่อบีบคั้นและเค้นเอาคำตอบนี้จากปากของเขา คนเช่นจิ้งเส้าหวงยากนักที่จะยอมกลืนน้ำลายตนเอง ผิดคำที่เคยพูดเอาไว้

    เวลานั้นเกิดจิ้งเส้าหวงไม่เปิดปากให้ท้าย สิ่งที่เขาปรารถนามาตลอดก็จะหายวับไปทันที เหล่าบรรดาคุณหนูก็จะคงยังวนเวียนอยู่รอบกายพาให้ไม่สบายตัวอยู่เช่นเดิม

    นางทำให้เขาทุกอย่าง เคี้ยวให้แหลกก็แล้ว ขาดเพียงแค่กลืนเท่านั้น หากเขาไม่รีบกลืนลงท้องไปก็ถือว่าโง่เขลาเกินทน ในเมื่อเขาได้ประโยชน์จากนาง ตัวนางย่อมต้องตักตวงผลประโยชน์จากเขาเช่นกัน

    คนเช่นนางไม่ยอมเสียเปรียบผู้ใดโดยง่าย!

    “ซิ่งหลิงข้าจะทำให้เจ้ากระจ่างเองว่าต่อให้สำนึกเสียใจตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว”

    แววตาประหนึ่งพยัคฆ์จ้องเหยื่อ สายตาของเขาที่อยากจะฉีกกระชากเนื้อตัวของนางให้หลุดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยหาทำให้ซิ่งหลิงเกรงกลัว

    ...ตัวนางก็ถือเป็นพรานล่าเสือผู้หนึ่ง

    คล้ายกับเรื่องข้าก็ร้ายเช่นนี้ ที่คุณอ่าน