ตอนที่ 3 สองสาวพราวเสน่ห์
วันอาทิตย์ที่สดใสฉันมีนัดกับเพื่อนสาวคนสวยดีกรีเ้าของร้านอาหารไทยในประเทศอังกฤษและอเมริกาสาวนักธุรกิจที่มีหนุ่มๆตามจีบไม่ขาดสาย ชื่อของนางคือ แองจี้
“Say Hi เพื่อนสาว”เสียงดังมาแต่ไกล สมเป็สาย ฝอ คนก็มองตามนางนางเป็คนสวยแบบฝรั่งเพราะนางเป็ลูกครึ่ง ผมสีน้ำตาลอ่อนยาวถึงเอว ตาสีเทาอมฟ้าผิวขาว แบบขาวมาก สูง 175 หุ่นนางแบบ
“ไม่เจอกันแค่ไม่กี่เดือนทำเหมือนไม่เจอเป็ปี”ฉันบ่นอุบอิบเพราะเมื่อนางมาถึงตัวฉันนางก็ะโกอดรัดฟัดเหวี่ยงเหมือนคนไม่เคยเจอกันมาหลายปี
“ก็ฉันคิดถึงแกมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเลยไง”
“เกินไปอย่าบอกนะว่าที่กลับไทยเพราะเลิกกับแฟนฝรั่งคนล่าสุด” 0^0
“สมแล้วที่แกเป็เพื่อนคนเดียวของฉันขนาดฉันยังไม่อ้าปากพูดอะไรแกก็รู้แล้ว”
“ถ้าแกกระดี๊กระด๊าเกินเหตุนั่นล่ะมีเื่แน่นอน” มันทำหน้าตาซึ้งใจใส่ฉัน
“ก็ไอ้บ้านั่นมันขี้หึงเกินไปตามติดฉันแจใครจะไปทนคบอยู่ด้วยได้”
“ไหงตอนแรกบอกชอบคนอยู่ด้วยได้ตลอดเวลา”
“ไม่รู้ละ เลิกกันแล้วไม่ต้องมาห่วงเื่ฉันหรอกย่ะ แกต่างหาก ฉันเลิกกับแฟนมา3คนแล้วยังไม่เห็นแกคบใครซักทีเป็ถึงดาววมหาลัย เสียชื่อจริงๆเลยแกนิ”แองจี้เอานิ้มจิ้มที่แขนฉันแรงๆหลายที
“ก็มันไม่มีคนเข้ามา”
“เขาไม่เข้ามาหรือแกไม่ยอมให้เข้ามายะ”รู้ทันไปหมดรู้ทันทุกเื่
“ช่างฉันเถอะไปกินข้าวกันหิวจะตายอยู่แล้ว”
“เปลี่ยนเื่ตลอด ชิ ชาบูนะฉันเลี้ยงเอง”
“ได้หมดไปเถอะ”ฉันรีบลากแขนแองจี้ไปหาร้านกินข้าวก่อนที่มันจะจู้จี้จุกจิกเื่การไม่มีแฟนของฉันไม่เลิกเราสองคนมาทานข้าวที่ห้างแห่งหนึ่งวันนี้คนเยอะมากฉันกับแองจี้ยืนรออยู่พักหนึ่งถึงได้โต๊ะนั่งในร้าน
“คนเยอะสุด”แองจี้บ่นอุบอิบแล้วก็สั่งอาหารเหมือนมาเป็สิบ ทั้งที่มาแค่สองคน
“แกสั่งเยอะไปมั้ย”
“ไม่หรอกหมดแน่นอน”บ่นไปก็เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาเราสองคนนั่งพูดคุยเื่ราวต่างๆใน่ที่ไม่ได้เจอกันให้กันและกันฟังโดยไม่ได้สนใจคนผ่านไปผ่านมา
“อ้าว แองจี้กับณฉัตรเองหรอเราก็มองตั้งนานนึกว่าใครสวยขึ้นเป็กองเลย” เราสองคนรีบหันไปมองต้นเสียงนั่นก็คือ เลออน แฟนเก่าฉันสมัยเรียนปี 2 คบกันได้แค่ 1ปีก็เลิกกันเพราะนิสัยเ้าชู้ของเลออนหลังจากนั้นฉันก็ไม่มีแฟนเลยเพราะขยาดกับผู้ชายเ้าชู้แล้ว
“หวัดดีเลออน ฉันทักขึ้นสั้นๆ”
“จะไปหวัดดงหวัดดีทำไม ไม่ต้องไปสนใจหรอก”แองจี้กระซิบอย่างหงุดหงิด
“มากันแค่สองคนหรอเราเองก็มากับเพื่อนสองคนเหมือนกัน หรือนั่งโต๊ะเดียวกันดีมั้ยเดี๋ยวเราเลี้ยงเอง”
“ไม่ล่ะฉันอยากกินแบบส่วนตัวสองคนน่ะ”แองจี้เมินหน้าหนีแล้วพูดขึ้น
“อ้อ งั้นหรอ”
“แยกโต๊ะเถอะเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นเดี๋ยวอึดอัดเปล่าๆ”เลออนหน้าเจื่อนนิดๆ ก่อนจะเดินออกไปหาที่นั่งอื่น
“เชอะทำมาเป็อยากนั่งด้วยไม่สำนึกในสิ่งที่ทำเลยสินะ”
“ช่างเถอะกินข้าวกันอาหารมาละ”
เมื่อกินข้าวเสร็จเราก็ไปเดินเล่นช็อปปิ้งกันตามประสาสาวๆวันนี้ทั้งวันเที่ยวเตร่อย่างเดียว วันหยุดสุดเหวี่ยงจริงๆ
“แก ไปผับกัน”
“พรุ่งนี้ฉันเปิดร้านนะ”
“ไปเถอะนานๆที ไปแอ๊วหนุ่มกัน”
“เอิ่มมมมม”
“น๊า ไปเถอะ น๊าน๊า พลีสสสสสสสสส”แองจี้ออดอ้อน
“โอเคๆ ไปก็ไป พอใจแล้วนะ”
“น่ารักที่สุด”ฉันไปค้นหาเสื้อผ้าใส่เที่ยวที่ไม่ได้ใส่นานมากๆเที่ยวครั้งสุดท้ายคือน่าจะั้แ่เรียนจบ สุดท้ายเลือกเป็ชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำด้านหลังเป็แบบสานลงไปถึงเอว
ปล่อยผมยาวสยายแต่งหน้าเข้มกว่าปกติเล็กน้อยกรีดอายไลน์เนอร์ให้ตาคม ส้นสูงเลือกเป็สีดำมีริบบิ้นให้ผูกที่ข้อเท้า พร้อมสุดลุยกัน
เราสองคนมาเดินทางเข้ามาในเมืองอีกประมาณ 10 กิโล เพราะแถวชานเมืองที่เราอยู่ไม่มีผับแองจี้มาในชุดเดรสเกาะอกกำมะหยี่สีแดงเข้ม รองเท้าส้นสูงสีดำถุงน่องตาข่ายสีดำแบบสาวมั่น เราสองคนเดินลงรถมาแล้วเข้าไปในผับฉันรู้สึกไม่มั่นใจเพราะตลอดทางที่เราเดินเข้ามามีสายตามองมาที่เรามากเกินไป
“เป็อะไร ยืดอกเข้าไว้สิ”
“คนเยอะฉันรู้สึกประหม่า”แองจี้จับไหล่ฉันแล้วบอกว่า
“ท่องเอาไว้ว่าฉันสวย ฉันเชิดฉันเริ่ดที่สุด เข้าใจ๋”
“โอเค” เราจองเป็โต๊ะ VIP ้าค่อยหายใจโล่งหน่อยเพราะโซนนี้ไม่วุ่นวายเหมือนด้านล่าง และเป็ส่วนตัวกว่าฉันมองไปรอบๆ้านี้มีโต๊ะอยู่สามสี่โต๊ะ ซึ่งส่วนมากมากันเป็กลุ่ม
“นี่ แกเห็นโต๊ะ VVIP มั้ยแก๊งนั้นงานดีทุกคนเลยนะ” แองจี้กระซิบให้ฉันมองไปอีกฝั่งที่เป็โซนเดี่ยวมีแค่โต๊ะเดียวแต่จะมีพนักงานสาวสวยยืนบริการมากกว่า3 คน เรียกว่า VVIP ซึ่งแพงกว่าโซนที่เรานั่งไปอีกเพราะเอาไว้รองรับคนมีอิทธิพลหรือพวกเศรษฐีไว้ปาตี้กัน
“ก็ดีแหละ แต่แกชอบฝรั่งไม่ใช่ไง”
“เบื่อละ หาไทยบ้างดีกว่านี่แกคนเสื้อเชิ้ตสีเขียวมะ มองมาทางนี้หลายรอบละ เขาต้องมองฉันแน่เลยแก”
“จริงหรอคิดไปเองมั้ยเขาอาจจะมองไปเรื่อยก็ได้”
“แกนี่มันไม่มีเซนต์เลยนะ”สุดท้ายเป็อย่างที่แองจี้มันบอกจริงๆผู้ชายเสื้อเขียวเดินมาขอชนแก้วแองจี้ แล้วถามชื่อเฉยเลยยอมค่ะ
“สวัสดีครับ ผม คริสนะครับขออนุญาตชนแก้วครับ” เราสองคนก็ยื่นแก้วไปชนเขานั่งลงข้างๆแองจี้แล้วยิ้มตาหยีให้
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ เราแองจี้นะส่วนนี่ชื่อ ณฉัตร “ เขาผงกหัวให้ฉันเล็กน้อย
“ยินดีที่ได้รู้จักครับมากันสองคนหรอครับ”
“ใช่ค่ะพอดีพาเพื่อนมาเปิดหูเปิดตาบ้าง ทำแต่งานเกินไปน่ะค่ะ”แองจี้กับคริสคุยกันอย่างถูกคอ