ตอนที่ 2: แบบทดสอบความเป็พ่อ !
ในเอกสารฉบับที่สองหลิวจือเซียจ้องมันจนลูกตาแทบจะถลนออกมา
“ความน่าจะเป็ของการเป็พ่อ (RCP)99.9991 % ! ”
การทดสอบความเป็พ่อนี้กลายเป็ฟางเส้นสุดท้าย!
หนูน้อยคนนี้เป็ลูกสาวของเขาจริง ๆ !
“ผม ผมเข้าใจแล้ว มีอะไรอีกหรือเปล่า ?” เมื่อดูเอกสารที่อยู่ในมือ หลิวจือเซียยังคงมีท่าทางสับสน
“หลิวจือเซีย เด็กจะถูกส่งมอบให้กับคุณนับั้แ่วันนี้เป็ต้นไป คุณจะเป็ผู้ปกครองตามกฎหมายของเธอปฏิบัติกับเธออย่างดีด้วยล่ะ ! ”
บอกกันตามตรงเ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองไม่้าที่จะรับ่ต่อสำหรับงานนี้ชายหนุ่มรูปหล่อนั้นก็ดันเป็เฉินจือเม่ย (คนไม่มีความรับผิดชอบ)ส่วนเด็กน้อยก็จะต้องพบกับ่เวลาที่ยากลำบากในอนาคต
ในที่สุดหลังจากกล่าวประโยคเช่นนั้นออกมา เ้าหน้าที่ทั้งสองก็ขอตัวลาออกไป
ภายในห้องพยาบาลมันจึงเหลือเพียงแค่หลิวจือเซีย ซู่ปางจือ และเด็กหญิงตัวน้อย
“หนูน้อยบอกลุงหน่อยสิว่าชื่อของหนูนั้นคืออะไร ? ”
ซู่ปางจือคิดว่าเด็กหญิงตัวน้อยนั้นจะต้องเป็ลูกของตำรวจหญิงคนก่อนหน้านี้แต่เขาก็ไม่คาดฝันมาก่อนเลยว่าเื่แบบนั้นจะเกิดขึ้นมาด้วยความคิดที่ว่าเด็กหญิงนั้นคือลูกของพี่สาม ซู่ปางจือก็รู้สึกตื่นเต้นทันที
“ลุงอ้วน ลุงอ้วน สวัสดีฉันชื่อหลิวเจียเยว่ แม่ของฉันเรียกฉันว่า เยว่เยว่”
เด็กหญิงตัวเล็ก ๆมองดูลุงอ้วนที่ยืนอยู่ข้างหน้าด้วยความเขินอาย เสียงของเธอบอบบางราวกับว่าเป็หุ่นขี้ผึ้ง
อุ๊ย !
เมื่อได้ยินเช่นนั้นใบหน้าของชายอ้วนก็มีสีแดงก่ำด้วยความเขินอาย “เยว่เยว่ เราคุยกันได้ใช่ไหม ? ”
“ได้สิคะ ลุงอ้วน ! ”ดวงตาที่เปียกชื้นขนาดใหญ่ของเยว่เยว่กระพริบไปมา มันดูน่ารักน่าชังเป็อย่างมาก
“เอาล่ะ ก็ได้ ! ”
ชายอ้วนตอบอย่างช่วยไม่ได้ “เยว่เยว่น้าสาวตำรวจคนนั้นเธอบอกว่ายังไงบ้าง ? ”
“หืม ? ”ตอนนี้หลิวจือเซียกลับมามีสติอีกครั้ง และเมื่อได้ยินคำพูดของเ้าอ้วนแล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมา “เ้าอ้วน แกพูดว่ายังไงนะ ? ”
“อ้าว ไม่เห็นหรอกหรือ ?”ชายอ้วนหันไปหาหลิวจือเซีย
เพราะก่อนที่จะจากไปตำรวจหญิงคนนั้นก็ได้พูดคุยกับเยว่เยว่เป็เวลานาน ขณะที่เธอกำลังจะจากไปเธอก็ยื่นกระดาษบางอย่างใส่ในมือของเธอ
เสี่ยวเยว่เยว่มองไปที่พ่อของเธอและกล่าวขึ้นว่า“พี่สาวตำรวจคนนั้นบอกว่าถ้าคุณพ่อทำไม่ดีกับหนู หนูสามารถโทรหาพี่สาวได้ตลอดเวลาพี่สาวตำรวจจะกลับมาเพื่อพาคุณพ่อไปที่สวนสัตว์”
ช่างไร้เดียงสาอะไรเช่นนี้ !
ถ้าทำไม่ดีจะถูกส่งตัวไปที่สวนสัตว์ ?
หลิวจือเซียกลอกตามองบนจากนั้นเขาก็ลุกขึ้นจากเตียงและเดินไปหาเสี่ยวเยว่เยว่ เขานั่งยอง ๆด้านหน้าของเธอพร้อมกับจ้องมองและไม่พูดอะไร
เสี่ยวเยว่เยว่ในตอนแรกนั้นดูเหมือนจะเป็เด็กหญิงที่ค่อนข้างขี้อายเธอมักจะหลบตาอีกฝ่ายอยู่เสมอ แต่ทันทีที่เธอมองกลับมา ดวงตาคู่นั้นก็เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นดังนั้นเธอจึงจ้องมองกลับไปที่หลิวจือเซียเช่นกัน
ขณะที่พ่อลูกยังไม่ได้พูดคุยกันซู่ปางจื่อที่ยืนอยู่ไกล้ ๆนั้นก็ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงเขากลัวว่าเสียงของตัวเองอาจจะไปรบกวนพ่อลูกคู่นั้น
จ๊อก ! !
หลังจากนั้นไม่นาน มันก็มีเสียงแปลก ๆดังออกมาจากท้องของเสี่ยวเยว่เยว่
เด็กน้อยหน้าแดงและรีบเอามือกุมท้องเธอตั้งหน้าตั้งตารอและกล่าวขึ้นทันทีว่า “พ่อ พ่อ เยว่เยว่หิว....”
พ่อ !
การเรียกครั้งนี้ทำให้ความรู้สึกอันอบอุ่นไหลสู่ก้นบึ้งในหัวใจของเขามันทำให้ความรู้สึกของหลิวจือเซียแทบจะละลาย รูขุมขนทั้ง 36,000รูทั่วร่างกายเหมือนจะคายความร้อนออกมา
นี่ นี่คือลูกสาวของเขาหัวใจของเขาสั่นไหวไปด้วยความตื่นเต้น แบบนี้มันจะเป็เื่โกหกกันไปได้ยังไง !
“เอ๊ะ ? หนู หนูหิวแล้วใช่ไหม ? ”
หลิวจือเซียพูดอะไรบางอย่างด้วยน้ำเสียงสั่นคลอนเขารู้สึกลังเลเล็กน้อยจากนั้นเขาก็คว้าร่างของหนูน้อยเสี่ยวเยว่เยว่เอาไว้ในอ้อมแขนทันทีทันใดนั้นมันก็ทำให้หัวใจของหลิวจือเซียเต้นอย่างรุนแรง
มันควรจะเป็ประโยคที่ว่า‘เธอคนนี้คือโลกของเขา’
“เยว่เยว่ บอกพ่อมาสิว่าหนูอยากกินอะไร? พ่อจะได้พาหนูไปกินของอร่อย ๆ ด้วยกัน ! ”
เสียงของหลิวจือเซียนั้นนุ่มนวลลงทันทีที่เขาเดินออกไป เขาก็ไม่ลืมที่จะหันมาและกล่าวขึ้นว่า “เ้าอ้วนฝากขอบคุณหมอลี่ให้ฉันด้วยนะ ฉันจะพาลูกสาวไปกินข้าวก่อนจากนั้นนายจะไปที่ห้องพักฉันเลยก็ได้”
“ไอหยา พี่สาม ทำไมไม่เห็นพาน้องชายคนนี้ไปกินของดีๆ ด้วยคนล่ะ ? ” ซู่ปางจือรู้สึกกังวล“พี่ยังไม่ได้บอกฉันเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ? ก็ได้ แต่จะว่าไปอย่าลืมเอาของอร่อย ๆ มาฝากฉันด้วยนะ ! ”
หลังจากหลิวจือเซียเดินออกไปจากห้องพยาบาลในอ้อมแขนของเขานั้นก็โอบอุ้มร่างของหนูน้อยเสี่ยวเยว่เยว่เอาไว้
...................
ทางทิศตะวันออกของเมืองฮัวซี่มีร้านขนมชื่อดังที่มีชื่อว่า โยเจียฮัวซี่มันเป็ร้านขนมหวานที่นักศึกษาจากวิทยาลัยต่าง ๆ มักจะมาที่นี่
ที่โต๊ะริมหน้าต่างหลิวจือเซียได้สั่งเค้กมูส ทาร์ตไข่ และน้ำส้มอีกหนึ่งแก้วให้กับเสี่ยวเยว่เยว่
เมื่อมองดูหนูน้อยที่กำลังก้มหน้าก้มตากินนั้นหัวใจของหลิวจือเซียก็ไม่สามารถสงบนิ่งได้
ในชีวิตก่อนหน้านี้หลิวจือเซียเป็เด็กกำพร้า ใน่ที่เขายังเป็เด็กประสบการณ์ชีวิตของเขานั้นทำให้เขาเข้าใจว่าการทำงานหนักจะทำให้ชีวิตดีขึ้นและสามารถมีทุกสิ่งทุกอย่างที่เขา้า
ดังนั้นหลิวจือเซียจึงยุ่งอยู่กับการงานของเขาหลังจากประสบความสำเร็จ เขาก็มีอำนาจและเงินทองมากมาย เขาไม่เคยขาดแคลนผู้หญิงอย่างไรก็ตาม หลิวจือเซียไม่ได้สร้างครอบครัวเล็ก ๆ ขึ้นมา
สำหรับชีวิตนี้ จู่ ๆเขาก็มีลูกสาวั้แ่เริ่มต้น สำหรับหลิวจือเซียแล้วนี่คือการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง แต่มันก็มีประสบการณ์ที่เหมือนกับนิยายมากมาย
“พ่อคะ หนูอิ่มแล้วคะ....”เสี่ยวเยว่เยว่มองไปที่หลิวจือเซียก่อนจะกล่าวขึ้นมาเบา ๆ
“เยว่เอ๋อ มีทาร์ตไข่อีกสองอันนะลูกทำไมถึงอิ่มเร็วขนาดนั้น ? ” หลิวจือเซียมองไปที่สิ่งต่าง ๆ บนโต๊ะก่อนจะถาม
ปากของเสี่ยวเยว่เยว่ราบเรียบแม้ว่าเธอจะลังเลอยู่เล็กน้อย แต่เธอก็ส่ายหน้าไปมาด้วยความหนักแน่น“เยว่เยว่อิ่มแล้ว แต่คุณพ่อน่ะสิคะที่ยังไม่ได้กินอะไรเลย เยว่เยว่ตั้งใจจะยกทาร์ตไข่สองอันให้กับคุณพ่อ! ”
ตูม !
แม้จะเป็ประโยคง่าย ๆแต่มันก็ทำให้หลิวจือเซียรู้สึกสับสน เขาไม่รู้ว่าทำไมน้ำตาถึงไหลโดยไม่รู้ตัว
หลิวจือเซียผู้ซึ่งไม่เคยััถึงความอบอุ่นในครอบครัวเลยเขาได้ตัดสินใจแล้วว่าเขานั้นจะทำให้เสี่ยวเยว่เยว่ผู้ซึ่งเป็ลูกสาวของเขามีความสุขไปตลอดชีวิต!
“คุณพ่อคะ คุณพ่อร้องไห้ทำไมกันคะ ? ”
เมื่อมองไปที่หลิวจือเซียที่กำลังร้องไห้เสี่ยวเยว่เยว่ก็มีท่าทีร้อนรนเธอะโลงจากเก้าอี้และวิ่งเข้าไปหาเขาด้วยความรีบร้อนเธอยื่นมือที่อ่อนโยนออกมาและเขย่งเท้าเพื่อเช็ดน้ำตาของพ่อเขาปากอันน้อยนิดของเธอก็ขยับเบา ๆ “คุณพ่อคะ อย่าร้องนะ ถ้าร้องไห้อีกคุณพ่อจะกลายเป็แมวน้อย ! ”
หลิวจือเซียหัวเราะคิกคักเขารีบเช็ดน้ำตาและอุ้มเสี่ยวเยว่เยว่ขึ้นมาพร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลว่า“พ่อไม่ได้ร้องไห้ พอดีมันมีฝุ่นลอยเข้ามาในตาเมื่อกี้นี้เอง”
“แบบนี้นี่เอง”เสี่ยวเยว่เยว่เปล่งเสียงของเธอยาวขึ้น “คุณพ่อคะ เยว่เยว่จะเป่าตาให้คุณพ่อเองตอนที่เยว่เยว่ถูกฝุ่นเข้าตา คุณแม่ก็มักจะเป่าตาให้เยว่เยว่แบบนี้”
ขณะที่เธอกล่าวนั้นเสี่ยวเยว่เยว่ก็ขยับเข้ามาใกล้ใบหน้าของหลิวจือเซีย เธอเป่าไปที่ดวงตาของเขาเบา ๆด้วยความระมัดระวัง
หลิวจือเซียปล่อยให้เด็กหญิงตัวน้อยเป่าตาของเขาหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หยิบทาร์ตไข่จากโต๊ะและพูดขึ้นว่า
“เยว่เยว่ พ่อกินทาร์ตไข่ทั้งสองอันไม่ไหว หนูช่วยพ่อกินหนึ่งอันได้หรือเปล่า ? ”
เสี่ยวเยว่เยว่เอียงศีรษะและครุ่นคิดอยู่สักพักเธอเม้มปากสีแดงและกล่าวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม “ถ้าคุณพ่อกินไม่ไหวเดี๋ยวเยว่เยว่จะช่วยคุณพ่อเองค่ะ!”
เสี่ยวเยว่เยว่กำลังอยู่ใน่เจริญเติบโตดังนั้นเค้กมูสอย่างเดียวไม่สามารถตอบสนองความอยากอาหารของเธอได้
.................