ทันย่ามองพวกเขาทั้งสาม
เขารู้ดีว่าการปรากฏตัวของขุนพลเทพสามคนนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ พวกเขาคือบุคคลที่มีอำนาจและอิทธิพลสูงสุดในยุคสมัยแห่งการต่อสู้ และมีบทบาทสำคัญในการควบคุมองค์กรที่ทำงานอยู่เบื้องหลังของโลกมนุษย์
“ท่านอาจสงสัยว่าทำไมเราถึงบอกให้โรซาเลียนำท่านมายังที่นี่ เหตุผลก็ง่ายๆ พวกเราต้องการพิสูจน์ตัวตน ว่าท่านใช่เบฮีมอทจริงๆหรือไม่”
ชิงหลงพูดขึ้น ขณะที่สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ทันย่าอย่างไม่ละ ราวกับจะกลืนกิน
“ต้องการพิสูจน์ตัวตน?”
ทันย่ายักไหล่และไม่ได้ตอบอะไร ทว่าบริเวณมุมปากของเขาเริ่มแสยะยิ้มออกมาอย่างช้าๆ
“ท่านเป็นถึงมอนเตอร์อย่างเบฮีมอทที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะอยู่ฝั่งไหน พวกเราต้องการรู้ว่าท่านเหมาะสมที่จะเข้าร่วมกับเราไหม?”
“หรือท่านเลือกที่จะทำลายพวกเรา?”
“และองค์กรแห่งเหล่ามอนเตอร์ก็มีสองทางเลือกให้กับตัวของท่านเท่านั้น!”
แบคโฮเสริมด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น
“สองทางเลือก...”
“ดูเหมือนพวกคุณจะมั่นใจในตนเองมาก แล้วถ้าเกิดปฏิเสธทั้งสองทางเลือกของพวกคุณล่ะ?”
ทันใดนั้น พลังงานมหาศาลได้พุ่งเข้ามาหาเขาจากทั้งขุนพลเทพทั้งสาม อากาศรอบๆตัวของพวกเขาเริ่มสั่นไหวไปด้วยพลังที่ปล่อยออกมา
“นักสู้แห่งดาวเคราะห์ระดับ 7 ดาว”
ชายหนุ่มรู้สึกสนใจในพลังของพวกเขา พร้อมกับแววตาที่ส่องประกายขึ้น
“ถ้าท่านปฏิเสธ ตัวของท่านจะต้องต่อสู้กับพวกเรา และเชื่อพวกข้าเถอะ”
“เพราะท่านจะไม่มีวันชนะได้!”
“ถูกต้อง พวกเราทั้งสามคนไม่ได้มาเพื่อพูดคุยธรรมดา ถ้าท่านเลือกที่จะต่อต้าน ผมจะทำให้ท่านเสียใจที่ไม่เข้าร่วมองค์กรของพวกเรา”
ฮยุนมูพูดเสริม ขณะที่แววตาของเขาก็แฝงเอาไว้ด้วยความจริงจัง เหมือนเป็นดั่งคำพูดที่ข่มขู่อยู่เล็กน้อย
“คิดจริงๆหรือว่าฉันกลัวพวกคุณน่ะ?”
“พวกคุณอาจจะเป็นขุนพลเทพ แต่อย่าคิดว่าฉันจะยอมจำนนได้อย่างง่ายๆ!”
ทันย่าตอบกลับและหัวเราะเบาๆ
ทำท่าทางเหมือนไม่ได้สนใจในคำพูดของพวกเขาทั้งสามเลยซักนิด
“ท่านเป็นเบฮีมอทที่แข็งแกร่งมากก็จริง”
“แต่ท่านเองยังไม่เติบโตและพัฒนาเต็มที่”
เมื่อสิ้นคำพูด ทั้งสามขุนพลได้เริ่มปลดปล่อยยีนพันธุกรรมที่แท้จริง แสงสว่างและอำนาจที่พวกเขาปล่อยออกมาทำให้บรรยากาศรอบข้างแปรเปลี่ยนทันที แรงสั่นสะเทือนจากพลังของพวกเขากระจายไปทั่วบริเวณ ทันย่ารู้สึกได้ถึงพลังที่กดดันเข้ามา แต่เขาก็ไม่ยอมถอยหลัง
“ข้าจะไม่เลือกทั้งสองทาง ถ้าพวกคุณคิดจะบังคับกัน ฉันเองก็พร้อมที่จะต่อสู้จนถึงที่สุด!”
ทันย่าพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พร้อมกับแววตาที่เริ่มส่องประกายและเต็มไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรง
“งั้นเราจะได้เห็นกัน ว่าเบฮีมอทอย่างท่านจะทนพลังของข้าได้แค่ไหน!”
ทันใดนั้นทันย่าก็หัวเราะเบาๆในลำคอ ก่อนจะปลดปล่อยพลังอันมหาศาลที่เก็บงำไว้ออกมา
ร่างกายของเขาสั่นไหว ขณะที่เปลือกนอกของมนุษย์ค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปเป็นบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า เกล็ดสีดำสนิทปรากฏขึ้นทั่วทั้งร่าง
ก่อตัวเป็นเกราะอันแข็งแกร่งที่ปกคลุมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ร่างกายของทันย่าขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว จนในที่สุด เขาได้เผยร่างเบฮีมอทที่แท้จริงออกมา ทันย่าในร่างเบฮีมอทยืนสูงตระหง่าน เกล็ดของเขาดูแข็งแกร่งและเปล่งประกาย
ท่ามกลางแสงจันทร์ ปีกขนาดมหึมากางออกกว้างบดบังท้องฟ้ารอบด้าน ดวงตาสีแดงส่องประกายดุจเปลวไฟ ขณะที่กรงเล็บแหลมคมของเขาส่องประกายคมกริบ เขี้ยวยาวแหลมยิ่งกว่าสิ่งมีชีวิตใดๆที่เคยปรากฏในโลกนี้ แผ่รังสีอันทรงพลังที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างหนาวเหน็บขึ้นมาทันที
“ท่านคือเบฮีมอทจริงๆ—?!!”
“พวกเราคิดไม่ผิดจริงๆด้วย!”
“โรซาเลีย เธอพูดถูกจริงๆ!”
โรซาเลีย ชิงหลง ฮยุนมู และแบคโฮต่างยืนตะลึง พวกเขาไม่เคยคาดคิดว่าทันย่าคนนี้จะเป็นเบฮีมอทจริงๆ ตัวของท่านไม่ใช่เพียงแค่มีพลังอำนาจที่ธรรมดา แต่เป็นพลังของเบฮีมอทที่แท้จริง มอนเตอร์ในตำนานที่เคยออกอาละวาดทั่วทั้งเมืองป้อมปราการเมื่อหลายเดือนก่อน
“นี่คือ... เบฮีมอท!!”
โรซาเลียเอ่ยด้วยเสียงที่สั่นคลอนเล็กน้อย ดวงตาของเธอเบิกกว้างไปด้วยความตื่นเต้น
ในตอนนั้นชิงหลงได้จ้องมองทันย่าด้วยความเคร่งขรึม แม้เขาจะเป็นหนึ่งในขุนพลเทพ แต่การเผชิญหน้ากับร่างเบฮีมอทของทันย่า มันก็ทำให้เขารู้สึกถึงภัยอันตรายที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
“นี่คือสิ่งที่ท่านเก็บซ่อนมาตลอดงั้นหรือ?”
“ไม่แปลกใจเลยที่ท่านจะกล้าท้าทายเรา”
ฮยุนมูที่มีท่าทีสงบเยือกเย็นมาตลอดก็ยังไม่อาจซ่อนความตื่นเต้นในดวงตาของเขาได้
“พวกคุณคิดว่าแค่พลังของขุนพลเทพทั้งสามจะสามารถต่อกรกับฉันได้หรือ?”
ทันย่าหัวเราะเบาๆในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นดังก้องไปทั่วราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้าย
“ข้าไม่กลัวหรอกท่านทันย่า พวกข้าเคยต่อสู้กับสิ่งที่น่ากลัวมากกว่านี้มาแล้วนะ!”
“ใช่ ขุนพลเทพอย่างพวกเรามีศักดิ์ศรีของตนเอง ข้าจะไม่ถอยหลังให้ท่านอย่างแน่นอน!”
“ดูเหมือนคืนนี้จะสนุกแล้วสิ”
ทันย่ามองพวกเขาทั้งสามอย่างเยาะเย้ย พร้อมกับดวงตาสีแดงขนาดใหญ่ที่เบิกกว้าง
“งั้นก็มาสิ ฉันจะให้พวกคุณได้เห็นถึงพลังของเบฮีมอทที่ยิ่งใหญ่!”
ไม่รอให้เสียเวลา ทันย่าก็พุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ ร่างกายของเขาทะลวงผ่านอากาศในพริบตา ปีกของเขากางออกกว้างเหมือนคลื่นมืดขนาดมหึมา ทันย่าใช้กรงเล็บที่แหลมคมพุ่งเข้าโจมตีชิงหลงเป็นคนแรก
“เทคนิคหมัดดวงดาว มังกรผงาดฟ้า!”
ชิงหลงยกแขนขึ้นพร้อมกับเรียกกฎต้นกำเนิดออกมา แสงสีแดงส่องสว่างจากมือของเขา ขณะที่เขารับการโจมตีด้วยฝ่ามือที่มีพลังมหาศาล
“เปรี๊ยง!”
การปะทะกันทำให้เกิดเสียงระเบิดก้องกังวานไปทั่วบริเวณ แรงปะทะทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนและแตกเป็นรอยร้าว
ฮยุนมูที่อยู่ด้านข้างก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับพลังแห่งสายลม เขาเรียกดาบสายลมขนาดยักษ์ออกมา เสียงหวีวร้องของอากาศดังกึกก้อง และพุ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็ว แต่ทันย่าใช้ปีกของเขากางออกเพื่อป้องกันการโจมตีนั้น
“ตู้ม!”
การปะทะกันทำให้อากาศรอบด้านต้องแตกกระจายดังก้อง แต่ดาบสายลมของฮยุนมูกลับไม่สามารถทะลวงผ่านเกล็ดของทันย่าได้
ขณะเดียวกัน แบคโฮที่ยืนมองอยู่ห่างๆก็เริ่มขยับตัวอย่างรวดเร็ว เขายกมือขึ้นเรียกพลังจิตอันทรงพลังออกมา เส้นแสงสีขาวพุ่งออกมาจากมือของเขา ผสานเข้ากับดาบขนาดใหญ่และพุ่งตรงเข้าสู่ร่างของทันย่า แต่ทันย่าเพียงแค่ยกมือขึ้นและฟาดพลังนั้นออกไปด้วยความง่ายดาย
“โฮกกกกกกกกกกกกก!”
ทันใดนั้น ทันย่าก็พุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เหนือกว่าการโจมตีของพวกเขา
กรงเล็บของเขาเฉือนผ่านอากาศและเข้าใกล้ชิงหลง ฮยุนมู และแบคโฮในพริบตา การปะทะกันทำให้ทั้งสามคนต้องถอยหลังไปด้วยความรวดเร็ว แต่พวกเขาก็ไม่ยอมถอยอีก
“ยอดเยี่ยมจริงๆ นี่คือพลังของท่านเบฮีมอท ท่านทันย่า และท่านจะต้องเป็นผู้นำของพวกเราอย่างแน่นอน”
โรซาเลียที่ยืนอยู่ด้านหลังมองดูการต่อสู้นี้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
การต่อสู้ดำเนินไปท่ามกลางความมืด
ทันย่าในร่างเบฮีมอทเล่นกับพวกเขาเหมือนเสือเล่นกับเหยื่อ การโจมตีที่รวดเร็วและรุนแรงของเขาทำให้ขุนพลเทพทั้งสามเริ่มแสดงสีหน้าหนักใจ
แต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังคงต่อสู้ด้วยศักดิ์ศรีและความมั่นใจของตนเอง
ฮยุนมูที่เผชิญหน้ากับพลังอันแข็งแกร่งของทันย่า ไม่ได้แสดงท่าทีหวั่นเกรง แต่กลับก้าวรุกไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ดาบของเขาเริ่มเปล่งประกายแสงสว่าง เสียงสายลมที่หมุนวนรอบตัวเขาแปรเปลี่ยนไปเป็นพายุที่รุนแรง
การเคลื่อนไหวของเขาค่อยๆเร็วขึ้น พร้อมกับพลังที่สั่งสมอยู่ในดาบโลหะของเขา
“กระบวนท่าดาบแห่งแสง... เมื่อผสานกับกฎต้นกำเนิดแห่งสายลม มันจะเป็นดาบที่แม้แต่ปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุดก็ไม่อาจต้านทานได้!”
ฮยุนมูประกาศพร้อมกับฟาดดาบของเขาออกไป ลมแรงกล้าพัดกระหน่ำอย่างไร้ปรานี ดาบที่ปล่อยแสงสว่างพุ่งเข้าโจมตีทันย่าอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าสายฟ้าและพายุรวมกันอยู่ในคมดาบเดียว
“ปัง!”
ตอนนั้นเกล็ดสีดำที่เคยแข็งแกร่งของทันย่าถูกปะทะโดยพลังของดาบนี้ เสียงดังสนั่นก้องไปทั่วบริเวณ ขณะที่เกล็ดส่วนหนึ่งของทันย่าถูกฟาดฟันสบั้นออกไป เกล็ดนั้นขาดกระเด็นพร้อมกับแสงที่ส่องประกาย และตกลงสู่พื้นดินเบื้องล่าง
[โอ้โห ฟันร่างเบฮีมอทของเจ้าเข้าด้วย!]
ทันย่าหรี่ตามองฮยุนมูด้วยความไม่พอใจ ดวงตาแดงฉานของเขาเปล่งประกายเจิดจ้า
แม้ว่าการโจมตีของฮยุนมูจะทำให้เกล็ดบางส่วนของเขาแตกออก แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ทำให้ทันย่าได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส แต่กลับทำให้เขาตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก
ยอดเยี่ยม คุณเป็นขุนพลเทพที่เก่งกาจกว่าที่ฉันคิดเอาไว้มาก แต่กระบวนท่าของคุณนั้นก็ยังไม่เพียงพอที่จะโค่นฉันที่เป็นเบฮีมอทได้”