ตอนที่ 101 กฎ
" มาดูนี่สิ "
เสียงอายูได้ดังขึ้น จากนั้นริวจิก็หันกลับไปพร้อมกับสังเกตเห็นม้วนสกิลที่อยู่บนมือของอายู
ริวจิเมื่อได้ยินเสียงของอายูเขารีบพุ่งตรงดิ่งไปหาเธอทันที จากนั้นอายูก็ได้ยื่นม้วนสกิลให้กับริวจิ ไม่นานระบบมันก็แจ้งเตือนขึ้นอีกครั้ง
[ ติ๊ง ]
[ผู้เล่นได้รับสกิล Claw Thunder ขั้นที่ 2 ระดับกลางผู้เล่นต้องการเรียนรู้หรือไม่]
ริวจิปฏิเสธที่จะเรียนรู้ทันที เพราะมันเป็นสกิลเดียวกับที่มิโกะได้มาก่อนหน้านี้ เขารีบยื่นให้มิโกะทันที เพื่อลองผสานสกิลหรืออะไรทำนองนั้น
เมื่อริวจิลองเล่าเรื่องทั้งหมดให้กับมิโกะฟัง ไม่นานเธอก็เข้าใจและลองหยิบม้วนสกิล ขึ้นมาจากนั้นก็มีเสียงระบบดังขึ้นบนหัวของเธอ
[ผู้เล่นได้รับสกิล Claw Thunder ขั้นที่ 2 ระดับกลางผู้เล่นต้องการผสานสกิลหรือไม่ ]
[ ใช่ ] [ ไม่ ]
" ใช่ "
[ ติ๊ง ]
[ ทำการผสาน สกิล Claw Thunder ขั้นที่ 2 ระดับกลางทั้งสอง ]
3
2
1
0
[ติ๊ง]
[ทำการผสานเสร็จสิ้น ]
[ผู้เล่นได้รับสกิล Claw Thunder ขั้นที่ 2 ระดับสูง ]
คุณสมบัติ : สามารถนำสายฟ้ามาครอบคลุมอาวุธของท่านซึ่งจะสามารถ +300 ความแข็งแกร่ง , +ความเร็ว 300
ถึงมิโกะจะดูงงๆ ไปบ้างกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เธอก็ลองจับจุดทั้งหมดแล้วเล่าให้กับริวจิฟัง ซึ่งริวจิก็ได้ข้อสรุปมาว่าถ้าเป็นสกิลเดียวกันและระดับเท่ากันมันจะผสานกันและเลื่อนระดับ แต่สิ่งที่เขาสงสัยมากกว่านั้นก็คือ เขาเคยได้ผสานสกิลตอนที่ได้สกิล Steal แต่ตอนนั้นเขาเลือกที่จะปฏิเสธไป และเขาก็ไม่เคยได้สกิลที่สามารถผสานสกิลอีกเลย
เมื่องงๆ อยู่สักพักหนึ่ง ทั้งสามคนก็ได้ไปช่วยทานากะได้อย่างง่ายดาย จากนั้นพวกเขาใช้เวลาไม่นานก็สามารถยึดค่าย Hunter กลับคืนมาได้โดยง่าย เนื่องจากพวกเขาได้เสียแม่ทัพไปทั้งหมดแล้ว ทำให้กำลังรบแล้วถึงกำลังใจในการต่อสู้ได้หดหายไปอย่างมาก
ริวจิมีเวลาเหลืออีก 2 วันก่อนที่ Gate ชุดใหม่จะปรากฏขึ้นแต่ว่าตอนนี้เขากลับยังไปไม่ถึงไหนเลย ซึ่งGate นั้นจะปรากฏอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ และถึงเวลาที่เขาต้องใช้กฎระเบียบที่ตั้งขึ้นไว้ใช้ร่วมกันเสียแล้ว เพื่อเป็นการให้คนหมู่มากอยู่ด้วยกันได้
ริวจิ : ทานากะ
ทานากะ : ขอบใจนายมากนะที่มาช่วย ว่าแต่ชินตะไปไหนสะละ
ริวจิ : นายพูดถึงเรื่องอะไร
ทานากะ : ไม่ใช่ว่าชินตะหรอกเหรอ เป็นคนไปขอความช่วยเหลือจากนาย
ริวจิ : ฉันไม่รู้ว่านายกำลังพูดถึงอะไร แต่ไม่มีใครไปขอความช่วยเหลือจากฉันทั้งนั้นแหละ ฉันมาเยี่ยมหลุมศพของเพื่อนของฉัน แต่พวกนี้มันดันไปพังสะเละเทะเท่านั้นเอง
ทานากะ : เอิ่ม -*-
ริวจิ : ไว้ค่อยเรื่องนั้นทีหลังเถอะ แต่ตอนนี้ฉันมีเรื่องให้นายช่วย
ซึ่งริวจิก็บอกให้ลูกน้องของทานากะและคนอื่นๆ ออกไปตามหาอาวุธของโจเซฟ ซึ่งมันก็อยู่ห้องเก็บของ ของจูดี้นั่นเอง
ทานากะ : แล้วนายจะเอายังไงต่อไป ฉันว่ามันไม่ใช่แค่คนพวกนี้หรอกนะ ที่อพยพเข้ามาในประเทศของพวกเรา
ริวจิ : เรื่องนั้นฉันรู้ดี ฉันถึงต้องพึ่งนายยังไงละทานากะ
ทานากะทำหน้างงงวยในสิ่งที่ริวจิพูด แต่เมื่อริวจิพูดเรื่องระบบ Message ให้กับเขาฟังรวมไปถึงสาธิตวิธี Call คุยกับเขาได้ดู ทำให้ทานากะอึ้งเป็นอย่างมาก แต่ริวจิไม่มีเวลามากนัก เขารีบเร่งให้ทานากะ หาคนที่ไว้ใจได้และให้พวกเขาเป็นหัวหน้าหน่วยสื่อสาร ซึ่งทานากะก็ถามเหตุผลว่าริวจิจะทำแบบนี้ไปทำไม ริวจิก็ไม่ปฏิเสธเขาบอกเรื่อง Gate ที่จะปรากฏออกมาใน 3 วันให้ทานากะรู้ เพราะการทดสอบที่ 2 มันเริ่มแล้ว และหลังจากที่ทานากะได้รับรู้เรื่องที่ริวจิได้เล่ามาคร่าวๆ ทำให้เขารู้สึกว่าเขานิ่งนอนใจมานานเกินไปแล้ว และสิ่งที่ค่ายของพวกเขาโดนยึดก็เป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นยอด หลังจากนี้พวกเขาต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อความอยู่รอด
ริวจิ : เอาละทานากะ ถ้านายหาคนได้แล้วละก็ นายช่วยแบ่งคนพวกนี้ไปกระจายข่าวของฉันที เรื่อง Gate เอาให้ทั่วญี่ปุ่นเลยนะ
ริวจิบอกกับทานากะแค่พื้นๆ เท่านั้นเขาไม่บอกถึงความยากหรืออะไรทำนองนั้นให้กับทานากะฟัง
ทานากะ : แล้วพวกเขาจะเชื่อฉันมั้ยละเนี่ยะ
ริวจิ : ไม่ต้องเป็นห่วง ! นายก็แค่ให้คนของนาย Add เพื่อนฉันไว้ หลังจากที่คุยกับพวกเขาเสร็จ ก็ให้เขาลบออก และติดต่อสื่อสารผ่านคนสื่อสารเท่านั้นเข้าใจมั้ย
ทานากะ : เรื่องมันชักจะยุ่งยากเข้าทุกทีแล้วสิ
ริวจิ : นายมีรถเยอะอยู่แล้วหนิในค่าย
จากนั้นไม่นาน เมื่อริวจิตกลงกับทานากะเสร็จสิ้นซึ่งทานากะก็ไม่มีอะไรต้องเรียกร้องหรืออะไร ที่ริวจิบอกว่าจะให้อาหารสำหรับคนทำหน้าที่สื่อสาร เพราะมันก็เหมือนกับงานงานหนึ่ง ซึ่งรูปแบบมันเปลี่ยนไปเท่านั้นเอง และทานากะก็จัดแบ่งคนตามที่ริวจิบอก หลังจากนั้นพวกเขาก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเอง
ต๊อก
ต๊อก
ริวจิก็ได้เดินทางกลับมาที่ฮอ จากนั้นเขาก็นำคนที่ทำหน้าที่สื่อสารที่เขานำมาจำนวน 1 คนซึ่งตลอดทางเขาเหมือนไม่มีตัวตน และให้เขาไป Add เพื่อน ของคนที่ค่ายสื่อสารของทานากะเรียบร้อย ริวจิไม่รู้จักด้วยซ้ำกับคนที่โทชิโอะเลือกมา แต่หลังจากที่โทชิโอะได้บอกความสามารถของเด็กหนุ่มทำให้ริวจิตกใจเป็นอย่างมาก ซึ่งมันก็คือความจำเป็นเลิศ เขาสามารถจำใบหน้าของผู้คนต่างๆ ได้โดยการเห็นแค่แปปเดียว และยังสามารถจำชื่อได้แม่นยำอีกด้วย
หลังจากนั้นริวจิก็ได้ออกจาก ค่าย Hunter และพุ่งตรงไปที่ ค่ายเซ็นไดและค่ายซากิที่เขาเคยผ่านมา ซึ่งมันก็ไม่มีอุปสรรคสักนิดเดียวในการสื่อสาร พวกเขาเชื่อริวจิอย่างไม่น่าเชื่อ อาจจะเป็นเพราะว่าเขาแข็งแกร่งก็เป็นได้ ทั้งโยชิดะและโกโตะ ทั้งสองทำตามที่ริวจิบอกโดยทันที และพวกเขาก็ยอมรับและนับถือกฎที่ริวจิกำลังจะสร้างขึ้น โดยไม่ขอแบ่งผลประโยชน์เลยแม้แต่นิดเดียวทั้งๆ ที่มันเป็นการใช้กำลังคนมาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจเป็นเพราะริวจิเคยไว้ชีวิตและเคยช่วยชีวิตของทั้งสองก็เป็นได้
แต่ริวจิไม่ไปโดยอึกทึกครึกโครม เขาจอดฮอไว้ไกลๆ และเดินเข้าไป ทำให้เหตุการณ์ไม่ชุลมุนมากจนเกินไป เขาไม่อยากเป็นจุดเด่นสะเท่าไหร่
ญี่ปุ่นที่ทั้งหมด 8 ภูมิภาคและพื้นที่มันก็ไม่ใช่เล็กๆ แต่ตอนนี้ดูเหมือนมันก็ลดลง เพราะจำนวนคนที่รอดชีวิตนั้นมีปริมาณที่ต่ำมาก และบางคนที่ไม่มีความสามารถต้องไปเกาะและรวมตัวกับคนอื่นๆ ทำให้อยู่รวมกันเป็นค่ายสะมากกว่า และเมื่อไม่มีซอมบี้มันก็ทำให้พวกเขาสามารถหาอาหารได้มากขึ้น รวมถึงการปลูกพืช ซึ่งมันเป็นความคิดที่พื้นฐานมาก ใครๆ ก็สามารถคิดเรื่องนี้ออกได้ทั้งนั้น แต่มันก็มีข้อเสียในเรื่องของสารอาหารที่ไม่มากพอ
ซึ่งตอนนี้ริวจิยังไม่มีเวลาไปอธิบายเรื่องแบบนี้กับคนอื่นๆ ที่เขายังไม่เคยรู้จักมาก่อน ซึ่งการที่จะทำให้พวกเขาเชื่อได้นั้นมันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย ทำให้ริวจิเลือกที่จะพักไปก่อนและปล่อยหน้าที่นี้ให้เป็นหน้าที่ของทานากะ
ไม่นานเหมือนกับโชคช่วย ริวจิได้รับแจ้งจากคนสื่อสารว่ามีคนพบ Gate ในค่ายซากิและค่ายเซ็นเปลาะหนึ่ง อย่างละประตู ทำให้ริวจิโล่งใจไปอีกเปลาะ เมื่อเขาหามันพบและเขาก็รีบไปที่ค่ายเซ็นไดก่อนทันที
จากนั้นริวจิได้พบว่ามันก็ Gate ระดับ E ซึ่งมันเป็น Gate ที่ระดับต่ำสุด ซึ่งริวจิไม่แปลกใจสักนิด ที่เมื่อเขาเข้าไปข้างในพร้อมกับสองสาว มิโกะเธอตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้เข้ามาใน Gate เป็นครั้งแรกแต่ในใจลึกๆ เธอก็แอบกลัวอยู่ไม่น้อย แต่ทุกอย่างไม่กลับตาลปัตรเพราะบอสของ Gate ระดับ D นั้นเป็นแค่ซอมบี้ G3 และรวมถึง Gateนั้นพวกเขาได้ Coin ไปแค่ 101 Coin เท่านั้น ซึ่งมันทำให้มิโกะอารมเสียไม่น้อย แต่Coin ทั้งหมดก็เป็นหน้าที่ของริวจิเป็นคนเก็บซึ่งเขามีส่วนลด 50 % และมันยังไม่หมดเวลาโปรโมชั่นของมัน
เมื่อริวจิจัดการ Gate เสร็จสิ้นเขารีบพุ่งตรงดิ่ง Gate ต่อไปทันที ซึ่งมันก็คือ Gate ระดับ D และมิโกะอายูและริวจิพวกเขาก็เป็นครั้งแรกที่พวกเขาร่วมมือกันต่อสู้กับซอมบี้แค่ 1 ตัว แต่มันก็เป็นเรื่องที่ง่ายกว่าเดิมมาก ริวจิไม่ต้องใช้แรงเขาแค่คนเดียวในการจัดการอีกต่อไป เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาริวจิก็มียารักษา
แต่ Coin ทั้งหมดที่ริวจิได้มานั้นมีปริมาณไม่มากเท่ากับครั้งก่อน พวกเขาได้Coin ลดลง30% จากทั้งหมดที่พวกเขาได้มาในครั้งก่อน ซึ่งมันเป็นจำนวน 9310 Coin
ริวจิก็เข้าใจได้ในเรื่องนี้ แต่เขาโล่งใจมากกว่าที่กำจัด Gate ทั้งหมดลงได้และสบายใจไปได้อีกเปลาะหนึ่ง แต่เมื่อไปคิดเรื่องไปเจรจาเรื่องข้อมูล Gate นี่ก็ทำให้ริวจิลำบากใจไม่น้อย แต่เมื่อเขาเหลือบไปมองมิโกะที่กำลังกินเนื้อย่างอยู่นั้น มันก็ทำให้เขามีความคิดดีดีออก
แต่ Coin ที่ได้มาทั้งหมดนี่ริวจิก็บอกกับทั้ง 2 แล้วว่าเขาจะนำมันมาใช้ถามคำถามกับลูกบาศก์ ซึ่งทั้ง 2 ก็ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ
จากนั้นเด็กหนุ่มเข้าไปใน Black Market คนเดียว ซึ่งเขากำตัง 1 หมื่น Coin ไปอย่างห้าวหาญ ซึ่งรวม Coin ทั้งหมดที่เขาได้มาทั้งหมดตอนนี้มันมี 14,310 Coin และการที่เขาใช้ Coin ไป 1 หมื่นนั้นทำให้ Coin ของเขาเหลือแค่ 4310 เท่านั้นเอง
ริวจิไม่รีรอเขารีบพิมพ์คำถามไปอย่างรวดเร็ว เขาคิดคำถามมาเป็นอย่างดี
" ซอมบี้ภายใน Gate จะมีวิธีเข้ามาในโลกมนุษย์ได้หรือไม่ "
ริวจิถามคำถามนี้เพื่อความปลอดภัยของครอบครัวของเขารวมถึงการดำเนินเรื่องต่างๆ ในอนาคต
ไม่นานลูกบาศก์มันก็นำแผ่นคล้ายๆ ม้วนสกิลออกมาอีกครั้ง ริวจิไม่รอรีเขารีบเปิดอ่านมันโดยไม่รีรอ
[ เมื่อครบเวลาของประตู Gate นั้นๆ มอนเตอร์ทั้งหมดที่อยู่ภายใน Gate จะออกมาในพื้นที่ของคุณ ]
" เชี้... "
ถึงมันจะดูฟังกำกวมแต่ริวจิก็เข้าใจเพราะมันซึมเข้าผ่านสมองของเขา ซึ่งมันก็คือ ถ้าครบเวลาตามที่กำหนด ซอมบี้ ทั้งหมดภายใน Gate จะเข้ามาบุกรุกโลกของพวกเขาอีกครั้ง ซึ่งมันทำให้ริวจิไม่สบายใจในเรื่องนี้อีกมาก และในตอนนี้เขาก็ยังค้างคาในเวลาของมัน ริวจิจะต้องพยายามแข็งแกร่งเพื่อเกิดวันหนึ่ง Gate ระดับ S แตกขึ้นมา มันจะเกิดหายนะอย่างแน่นอน
ฝากกดติดตามกดหัวใจเป็นกำลังให้ผมด้วยนะครับ