หลังจากเสียงดังสนั่นหวั่นไหวจากการที่ซากศพระเบิด บรรยากาศโดยรอบก็กลับมาจมจ่อสู่ความนิ่งสงบอีกครั้ง ภายในบริเวณนั้นหลงเหลือเพียงแค่ชิมิเคนและหนูน้อยทั้งสี่ และยังคงไว้ซึ่งกลิ่นคาวคละคลุ้งของเลือดที่สาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ
"เจ้าพวกหนูน้อยทั้งหลาย เจ้าคิดว่าจะมีโอกาสสังหารข้าได้อย่างนั้นนะหรือ " โกเลมซากศพพูดด้วยน้ำเสียงสังเวชใจ
ชิมิเคนไม่สนใจคำพูดของโกเลมซากศพแต่อย่างใด เขาใช้สกิล"สายตาเหยี่ยว" เพื่อตรวจสอบพลังชีวิตของโกเลมซากศพอีกครั้ง โกเลมซากศพเหลือเลือดเพียงหนึ่งเปอร์เซนต์เท่านั้น อาจจะเป็นเพราะว่าการระเบิดซากศพของมันเมื่อสักครู่ทำให้มันได้รับความเสียหายจากแรงระเบิดและส่งผลให้พลังชีวิตของมันลดลง
"ท่านหน่ะ เป็นแค่โกเลมทำไมถึงได้พูดมากอย่างนี้กันน๊า " หนูน้อยตรีถามออกไป ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความกวนของเธอหรือเพราะความอยากรู้ของเธอกันแน่
"เหอะเหอะ เจ้าหนู ... ข้าไม่ใช่โกเลมทั่วทั่วไปหรอกนะ ข้ามีนามว่า เชม(shem) เป็นผู้พิทักษ์และปกปักษ์สุสานจักรพรรดิแห่งนี้ "
"พวกเจ้าบังอาจรบกวนการหลับไหลของนายท่าน พวกเจ้าสมควรถูกข้าสังหารให้หมดสิ้นซะ" เชมพูดด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว
เมื่อได้ยินสิ่งที่เชมพูด ชิมิเคนชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง เขาลองนึกย้อนกลับถึงการกระทำของอาจารย์ฮิเดโยชิ ชิมิเคนพยายามหันมองไปยังรอบรอบเพื่อเสาะหาอาจารย์ของเขา แต่ก็ไม่พบเห็นแม้แต่ร่องรอยของอาจารย์ฮิเดโยชิ
"ผมไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินพวกท่านเลยนะ "
"เจ้าไม่ต้องมาโกหก พวกเจ้าปล่อยลูกแก้วพลังงานลงมาโจมตีสุสานที่ข้าพิทักษ์ ต้องมีพวกเจ้าสักคนที่เป็นคนทำแน่นอน " น้ำเสียงเชมยิ่งพูดยิ่งเดือดดาลเข้าไปอีก
"ซวยหล่ะ ท่านอาจารย์ต้องการอะไรกันแน่ถึงได้ทำแบบนี้กันนะ " ชิมิเคนได้แต่คิดซ้ำไปซ้ำมาภายในหัวของเขา
"เอ่อ.... คือว่า คนที่เป็นคนทำเรื่องที่ท่านว่ามาคืออาจารย์ของผมเอง "
"นั้นไงหล่ะ ข้าพูดไว้ไม่มีผิด สมควรแล้วที่พวกเจ้าต้องถูกข้าผู้นี้สังหาร ฮ่าฮ่าฮ่า " ดูเหมือนว่าอารมณ์ของเชมจะดีขึ้นมาบ้าง
"แล้วอาจารย์ของเจ้าเป็นใครกัน หรือว่ามันตายไปพร้อมกับพวกที่ข้าได้สังหารไปแล้ว " สีหน้าแววตาของเชมเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
"ท่านอาจารย์หลังจากที่ได้ทิ้งลูกแก้วพลังงานลงไปยังเบื้องล่างหุบเหว ท่านก็หายตัวไป "
"สร้างความเสียหายแล้วหลบหนีสินะ ชั่งขวัญกล้าเสียนี่กระไร จงบอกชื่อเสียงเรียงนามของอาจารย์เจ้ามาซะ "
"อาจารย์ของข้ามีนามว่าฮิเดโยชิ ท่านอาจารย์เป็นเจ้าเมืองของเกาะแห่งนี้ "
"ห๊ะ เมื่อกี้เจ้าพูดว่า ฮิเดโยชิอย่างนั้นสินะ ชื่อนี้มันชั่งคุ้นหูข้ายิ่งนัก มันขวัญกล้าขนาดที่มารบกวนการหลับไหลของท่านเจ้าปีศาจอย่างนั้นเชียวหรือ " เชมพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยถากถางแต่แฝงไว้ด้วยความโกรธ
ฟังจากที่เชมกล่าวมาแล้วนั้น แสดงว่าสถานที่แห่งนี้คือที่ที่เจ้าปีศาจองค์ก่อนหลับอยู่ แล้วทำไมท่านอาจารย์ฮิเดโยชิถึงได้ทำแบบนี้กันหละ ยิ่งคิดเท่าไหร่ชิมิเคนก็ยิ่งไม่เข้าใจ หรืออาจารย์ฮิเดโยชิต้องการจะทดสอบอะไรเขาอีกอย่างนั้นนะหรือ
"แล้วเจ้าหนูฮิเดโยชิมันหายหัวไปไหนซะแล้วหล่ะ"
"สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ข้าก็อยากรู้เช่นกัน" ชิมิเคนตอบกลับไปอย่างจนปัญญา
วิ๊ง ... เสียงสายลมกรรโชกอย่างรวดเร็ว ฮิเดโยชิปรากฏตัวต่อหน้าชิมิเคนและเชมในทันที เหมือนว่าเขากำลังเฝ้ารอดูเหตุการณ์และเตรียมตัวเข้ามาภายในการสนทนานี้อยู่ก่อนแล้ว
เมื่อฮิเดโยชิมายังเบื้องหน้าของเชม เขาใช้พลังตรวจสอบดวงจิตที่อยู่ภายในโกเลมซากศพ ผ่านไปชั่วครู่ เหงื่อคค่อยค่อยผุดไหลอาบย้อมแผ่นหลังฮิเดโยชิโดยไม่ทราบสาเหตุ เนื้อตัวฮิเดโยชิเริ่มเกิดอาการสั่น จนชิมิเคนสามารถสังเกตเห็นได้อย่างง่ายได้
"ท่านอาจารย์ ท่านสบายดีหรือไม่ เนื้อตัวท่านทำไมสั่นเทิ้มอย่างนั้นกันหล่ะ" พบเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับอาจารย์ฮิเดโยชิ ชิมิเคนอดไม่ได้ที่ถามออกไป
ฮิเดโยชิหันหน้ามาทางชิมิเคนและฝืนหน้าปั้นยิ้มให้กับเขา "ข้าสบายดี ไม่มีอะไรที่เจ้าต้องเป็นห่วง"
หลังจากพูดจบ ฮิเดโยชิก็ตัวอ่อนยวบทรุดลงไปคุกเข่าต่อหน้าเชม "ท่านอาจารย์ ไม่ได้พบเจอกันนานหลายปียิ่งนัก ศิษย์ดีใจยิ่งนักที่่ท่านอาจารย์ยังมีชีวิตอยู่ "
"ข้าไม่เคยสอนเจ้าหรืออย่างไร ว่าอย่าตรวจสอบดวงจิตของผู้อื่นโดยที่เจ้าของไม่ได้ให้อนุญาต " พูดเสร็จพลางลดพลังจิตคุกคามที่ปล่อยเข้าใส่ฮิเดโยชิ
"ขอบคุณ ท่านอาจารย์ที่เมตตาข้า " ฮิเดโยชิก้มศรีษะขมาอยู่เนิ่นนานจึงลุกขึ้น
"เป็นเจ้าสินะเจ้าหนู ที่รบกวนการหลับไหลของท่านเจ้าปีศาจ " เซมพูดด้วยน้ำเสียงเชิงจะโกรธและไม่โกรธ ยากที่จะคาดเดา
"ใช่แล้วเป็นข้าเองท่านอาจารย์เซม ข้าแค่อยากจะพาลูกศิษย์มาเปิดหูเปิดเพียงเท่านั้น ข้าไม่คิดว่าท่านจะยังหลงเหลือดวงวิญญาณอยู่หลังจากผ่านมาเนิ่นนาน " ฮิเดโยชิพูดออกมาไปด้วยน้ำเสียงจริงใจอย่างที่สุด ไร้วี่แววของคำพูดโกหกแม้แต่น้อย
"เดิมที่ดวงวิญญาณของข้าควรจะสูญสลายไปเนิ่นนานแล้ว ข้าใช้ออกด้วยวิชาต้องห้ามในการดูดกลืนดวงวิญญาณของพวกมอนเตอร์ที่อยู่รอบๆของสุสานเพื่อต่อชีวิตให้กับข้า และมันก็ต้องแลกมาด้วยร่างการของข้าที่เปลี่ยนแปลงไปทีละน้อย จนในที่สุดร่างกายของข้าก็เริ่มกลายเป็นหินอย่างที่เจ้าเห็น " เซมพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย แววตาของเขาไร้ซึ่งความลังเลกับสิ่งที่เขาได้ทำลงไป
"เหตุใดท่านจึงต้องทำเช่นนั้นด้วยท่านอาจารย์ ทำไมท่านถึงไม่ยอมปล่อยวางเสียทีหล่ะ "
"ข้ายังมีสิ่งที่ต้องปกป้องและส่งต่อให้กับผู้ที่คู่ควร " เซมพูดออกมาพร้อมทั้งมองไปยังชิมิเคนและหนูน้อยทั้งสี่คน
"ดูเหมือนจะยังพอมีผู้ที่มีคุณสมบัติที่จะเข้ารับการทดสอบอยู่บ้าง " เซมพูดไปพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก
"เจ้าหนุ่ม เจ้าคือลูกศิษย์ของฮิเดโยชิใช่หรือไม่ "
"ถูกต้องแล้ว ข้าเป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์ฮิเดโยชิ " ชิมิเคนตอบกลับด้วยความภาคภูมิใจ
"ข้าเหลือเวลาอยู่อีกไม่มากแล้วเจ้าหนู เจ้ารับคำขอร้องของข้าได้หรือไม่ "
{คำขอร้องสุดท้ายจากผู้พิทักษ์สุสานเซม
ช่วยทำให้ความปรารถนาสุดท้ายของผู้พิทักษ์สุสานเป็นจริง
ก่อนที่ดวงจิตของเขาจะสูญสลายหายไป
ของรางวัล : สมบัติลึกลับของผู้พิทักษ์สุสาน
}
ชิมิเคนตกลงรับภารกิจอย่างไม่ลังเล
"เอาหล่ะ ขอบคุณที่รับคำขอร้องจากข้า " หลังเซมกล่าวจบ ประตูมิติค่อยๆปรากฏสู่สายของทุกคน ประตูมิติหมุนวนด้วยความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ร่างของชิมิเคนและหนูน้อยทั้งสี่ค่อยๆเลือนหายและถูกดูดเข้าไปภายในประตูมิติ โดยมีอาจารย์ฮิเดโยชิยืนมองอยู่อย่างตกอกตกใจที่เขาไม่ได้ถูกประตูมิติดูดเข้าไปด้วย
"ท่านอาจารย์เซม เหตุใดข้าไม่ถูกดูดเข้าไปภายในประตูมิติบานนี้กัน " ฮิเดโยชิเบนหน้าของเขาเพื่อจะไปถามอาจารย์เซม แต่สิ่งที่ฮิเดโยชิเห็นกลับเป็นร่างกายของเซมค่อยๆเลือนหายไปเพราะถูกประตูมิติดูดเข้าไป และทิ้งให้ฮิเดโยชิยืนบื้ออยู่ท่ามกลางความเงียบสงบอยู่นานสองนาน