“นี่คือ…อะไรกันแน่?”หยุนเช่อกล่าวถามด้วยความประหลาดใจขณะที่ชายหนุ่มถือเม็ดกลมสีแดงเข้มข้นไว้ในมือชายหนุ่มถือมันไว้ในมืออย่างแน่นอน ทว่าเขากลับไม่สามารถรับรู้ถึงสัมผัสทางกายภาพจากน้ำหนักหรืออุณหภูมิใดๆเลยแม้แต่น้อย แสงที่เปล่งออกมาของมันเจิดจ้าร้อนแรง ทอประกายแดงฉานอย่างที่เคยทว่ากลับให้ความรู้สึกแปลกประหลาดแก่ชายหนุ่มคล้ายไม่เคยพบเห็นสีสันเช่นนี้มาก่อนแม้ว่าหัวใจของชายหนุ่มจะไม่เต้นระรัวแรงเช่นก่อนหน้า
ทว่าเส้นชีพจรลมปราณของชายหนุ่มพลันกลับกลายเป็นปั่นป่วนวุ่นวายส่งผลให้เส้นโลหิตทั่วทั้งร่างกายคล้ายกำลังเดือดพล่านความรู้สึกแปลกประหลาดจู่โจมจิตใจของหยุนเช่อในชั่วขณะนี้…ชายหนุ่มแน่ใจเป็นอย่างยิ่งว่าตนไม่เคยพบเห็นเม็ดกลมสีแดงชาดนี้ที่ใดมาก่อนทว่า เมื่อชายหนุ่มกอบกุมมันไว้ภายในมือ เขากลับรู้สึกผ่อนคลายและสงบเย็นคล้ายกับมันคือส่วนหนึ่งของตนเองมาก่อนและได้หวนกลับคืนมาในท้ายที่สุด
“เราเจ้าหญิงไม่ทราบว่าวัตถุนี้คือสิ่งใดทว่าเรายืนยันได้อย่างหนึ่งว่า เจ้าไม่รอดแน่” ภายในไข่มุกพิษสวรรค์ สุ้มเสียงของจัสมินกดต่ำลงดวงหน้าเล็กบอบบางกลับกลายเป็นเคร่งเครียดจริงจังอย่างถึงที่สุดไม่ว่านางยังยั้งห้ามปรามหยุนเช่อสักเท่าใดเด็กสาวยังคงไม่อาจหยุดยั้งการกระทำเสี่ยงอันตรายทั้งหลายทั้งมวลของชายหนุ่มได้แม้แต่น้อย…แม้ว่านางจะบอกกล่าวและพยายามทุกวิถีทางทุกสิ่งยังคงลงเอยเช่นเดิม
หากมิใช่ว่าชีวิตของนางคาบเกี่ยวกับชะตาชีวิตของชายหนุ่มเด็กสาวรู้สึกอยากใช้ฝ่ามือน้อยๆของนางตบใส่ชายหนุ่มผู้ซึ่งบ้าระห่ำไร้ความยั้งคิดผู้นี้ซึ่งเสี่ยงชีวิตของตนเองเพียงเพื่อคำว่า “โอกาส” คำนี้ ให้ตายคามือของนางเอง
ทันทีที่จบคำพูดของจัสมินเสียงคำรามดังสะท้านฟ้าสะเทือนดินพลันดังมาให้ได้ยินจากทางด้านนอกถ้ำมังกรไฟ!
“ฮู่มมมม…!! มนุษย์ชั่วร้ายไร้ยางอาย!!เจ้ามีเป้าหมายที่สมบัติของเราจริงๆ! พวกเจ้าทั้งหมดชั่วร้ายน่ารังเกียจอภัยให้ไม่ได้…อภัยให้ไม่ได้!!!”
ยอดยุทธ์ลมปราณฟ้าขั้นสิบถึงสิบคนยังอาจพ่ายแพ้ให้แก่ยอดยุทธ์ลมปราณจักรพรรดิขั้นต่ำสุดเพียงคนเดียวได้เพียงยอดยุทธ์ลมปราณฟ้าขั้นสิบหนึ่งคนพร้อมทั้งยอดยุทธ์ลมปราณฟ้าระดับไม่เกินขั้นหกอีกสี่คน ไหนเลยจะสามารถต่อกรในชั่วพริบตาเดียว เมื่อมังกรเพลิงปลดปล่อยระดับพลังแท้จริง ผู้คนทั้งห้าจากตระกูลเพลิงผลาญฟ้าล้วนถูกบีบคั้นจนตกอยู่ในสภาพอเจอนาถเปลวเพลิงรูปมังกรที่ถูกปล่อยออกมาไม่เพียงร้อนแรงอย่างที่สุดทว่ายังแฝงไว้ด้วยคลื่นพลังระลอกขนาดยักษ์ซึ่งลากดึงให้ผู้คนทั้งห้าจากตระกูลเพลิงผลาญฟ้าเข้าสู่มหันตภัยคร่าชีวิตทีละน้อยชั่วขณะนี้เอง
ขณะที่ยอดฝีมือทั้งห้าต่างแสดงสีหน้าสิ้นหวังไร้การดิ้นรนมังกรเพลิงพลันระเบิดพลังเคียดแค้นอย่างกะทันหันทั่วทั้งร่างกายของมันปลดปล่อยคลื่นรังสีอำมหิตอันเยือกเย็นจนสามารถสร้างความหวาดหวั่นสะท้านกายให้แก่ทุกผู้คนออกมามังกรขู่คำรามด้วยเสียงสะท้านแก้วหูออกมาอีกครั้ง พร้อมกับปลดปล่อยบอลเพลิงขนาดหลายสิบเมตรเข้าใส่เหล่ายอดฝีมือทั้งห้าคนส่งผลให้ทั้งห้าต้องกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด…ทว่า มังกรเพลิงกลับไม่โจมตีต่อไปหากพลันเปลี่ยนทิศทางการบิน มุ่งหน้าเข้าหาถ้ำมังกรด้วยความคั่งแค้น
ผู้คนทั้งห้าจากตระกูลเพลิงผลาญฟ้าหลบบหนีอย่างรวดเร็วทั้งหมดเรี่ยวแรง ทั้งบาดเจ็บทั่วกาย จากไฟของมังกรเพลิงตัวนั้นพวกมันทุกคนล้วนมีบาดแผลไฟลวกมากน้อยแตกต่างกัน เส้นผม หนวดเคราและแม้แต่เสื้อผ้าของพวกมันล้วนถูกเผาไหม้ไปไม่น้อยเมื่อพวกมันเห็นมังกรเพลิงล่าถอยอย่างกะทันหัน พวกมันยังคงตกอยู่ในสภาวะตกตะลึงจังงัง
“เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดมันจึงผละจากไปอย่างกะทันหันเช่นนี้?”หนึ่งในห้าพลันถามออกมาด้วยเสียงอันระโหยโรยแรงพร้อมทั้งหอบหายใจอย่างหนักหน่วง
“ฟังจากที่มันเพิ่งกล่าวออกมาดูท่าว่ามีบางคนฉวยโอกาสที่พวกเราลงมือ แอบเข้าไปในรังของมัน…”
“จะสนใจไปทำไม!!รีบล่าถอยโดยเร็ว!พวกเราโชคดีเพียงใดที่สามารถรักษาชีวิตไว้ได้หลังจากไปตอแยสัตว์อสูรลมปราณจักรพรรดิ!”
“ยังไงก็ช่าง เผ่นกันเถอะ!”
ยอดยุทธ์ตระกูลเพลิงผลาญฟ้าไม่มีขวัญกล้าในการอยู่ต่อไปหลังจากรวบรวมเรี่ยวแรงด้วยความหวาดผวาจนไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปดูสถานการณ์พวกมันล้วนล่าถอยอย่างรวดเร็ว ชั่วขณะนี้ความคิดในหัวสมองของพวกมันล้วนเป็นดุจเดียวกัน…ทันทีที่พวกมันกลับถึงตระกูลเพลิงผลาญฟ้าพวกมันต้องตามหาคนให้ข่าวว่าสัตว์อสูรลมปราณในเทือกเขามังกรแดงเป็นเพียงสัตว์อสูรลมปราณระดับปราณฟ้าให้เจอและอัดคนผู้นั้นให้น่วม
ภายในถ้ำมังกรหยุนเช่อสัมผัสได้ถึงอันตรายใหญ่หลวงที่กำลังมาถึงชายหนุ่มขมวดคิ้วนิ่วหน้าพร้อมกับไม่กล้าชักช้าอีกต่อไปเขาพุ่งตัวเข้าหาทางออกด้วยความเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าก่อนที่ชายหนุ่มจะก้าวออกมาได้สักครึ่งก้าวเสียงกระทืบเท้าอันเสียดแทงใบหูดังมาจากทางเบื้องหน้าคลื่นพลังแห่งความโกรธาอันไร้ขอบเขตพร้อมทั้งคลื่นอากาศแผดเผาร้อนแรงพัดพาเข้าสู่ใบหน้าของชายหนุ่มอย่างรวดเร็วผนังและพื้นถ้ำล้วนสะท้านสะเทือน และเพียงชั่วครู่ศีรษะใหญ่โตมโหฬารของมังกรเพลิงพลันปรากฏในกรอบสายตาของชายหนุ่ม
คลื่นพลังของหยุนเช่อล้วนน้อยนิดกระทั่งมังกรเพลิงเองยังตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง อย่างไรก็ตามเมื่อมันมองเห็นเม็ดลูกแก้วสีแดงเม็ดเล็กในมือของหยุนเช่อดวงตาใหญ่โตของมันเปล่งประกายโชติช่วงด้วยความเดือดดาล “มนุษย์ผู้ละโมบถึงกับบังอาจช่วงชิงของวิเศษของเราราชา! จงเตรียมตัวรับโทษทัณฑ์ของเจ้าซะ!”
บ้าเอ๊ย!!
ภายในใจของหยุนเช่อกลับกลายเป็นตื่นตระหนกชายหนุ่มพยายามใจเย็นพร้อมทั้งคิดหาวิธีหลบหนี แน่นอนชัดเจนว่าชายหนุ่มไม่มีทางคืนลูกกลมในมือให้กับมังกร…ถึงอย่างไรมังกรเพลิงไม่มีทางให้โอกาสอันใดในการเอ่ยปากพูดแก่หยุนเช่อ พลังของมันบีบคั้นชายหนุ่มให้หยุดนิ่งอยู่กับที่และในวินาทีถัดไป เขาย่อมต้องถูกเผาเป็นเถ้าถ่าน
“ถ้ายังไม่อยากตายจงหยุดให้แก่เราเจ้าหญิงเดี๋ยวนี้!”
เมื่อเงามรณะพาดผ่านพลันปรากฏสุ้มเสียงไพเราะเยือกเย็นดังมาจากทางด้านบน ขณะเดียวกันพลังกดดันอันหนักหน่วงพลันครอบคลุมลงทั่วทั้งถ้ำมังกรเพลิง
มังกรเพลิงหยุดการเคลื่อนไหวโดยทันทีจากนั้นร่างกายของมันพลันเริ่มมีปฏิกิริยาสั่นสะท้านเนื่องมาจากพลังกดดันอันหนักหน่วงยิ่งใหญ่ มังกรไฟยกศีรษะของมันขึ้นเพ่งมองไปยังเด็กสาวผมสีแดงซึ่งปรากฏกายกลางอากาศอย่างไม่มีที่มาที่ไปประกายความคั่งแค้นในดวงตาของมันล้วนถูกแทนที่ด้วยความตื่นตะลึงและ…ความหวาดกลัว
คลื่นพลังที่เทพธิดานี้ปลดปล่อยออกมาสูงส่งเหนือจินตนาการเมื่อต้องเผชิญพบกับพลังกดดันอันเข้มข้นมันรู้สึกเหมือนตนเองกลับกลายเป็นเล็กจ้อยเท่าตัวมดซึ่งสามารถถูกเป่าให้เป็นผงเมื่อใดก็ได้ มันเปิดปากใหญ่โตของมังกรพร้อมทั้งเปล่งเสียงสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุมว่า“เจ้า…เจ้าเป็นใคร!”
“เจ้าไม่มีคุณสมบัติในการถามไถ่ชื่อของเราเจ้าหญิง”จัสมินกล่าวตอบด้วยใบหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็งดวงตางดงามทั้งสองเปล่งประกายคมกริบดุจมีดดาบ “ถ้ำของเจ้านี้ ข้าต้องการมันหากยังไม่อยากตาย จงไสหัวไปให้พ้นจากสายตาของเรา ณ บัดนี้”
หยุนเช่อเองยังต้องแหงนศีรษะของตนขึ้นเพื่อจ้องมองไปยังจัสมินภายในใจตกตะลึง… แรงกดดันจากเด็กสาวตัวเล็กๆ นางนี้กลับสามารถหยุดยั้งสัตว์อสูรลมปราณจักรพรรดิได้!นางมีระดับพลังลมปราณสูงส่งถึงขั้นไหนกันแน่?
ทว่า ทันใดนั้นเองชายหนุ่มกลับพบว่าอาการสั่นสะท้านของมังกรพลันหยุดยั้งลง
“ฮี่ๆ..” มังกรเพลิงหัวเราะแล้ว “เราเข้าใจแล้วเจ้ามนุษย์กลิ้งกลอกทั้งสอง เจ้าเสแสร้งแสดงความอาจหาญ! แม้เราราชาจะไม่รู้ว่าเจ้าใช้วิธีการใดในการสร้างพลังกดดันอันยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้แต่เจ้าคิดรึว่าราชาเช่นเราจะโง่เง่าดังมนุษย์เช่นพวกเจ้า?”
จัสมินเลิกคิ้วเรียวงามขึ้นสูง“อยาก…ตาย…ใช่…มั้ย?”
“แน่นอนว่าเราไม่อยากตาย แต่อาศัยเพียงเจ้าทั้งสองยังไม่เพียงพอต่อการเอาชีวิตเราได้!”มังกรเพลิงยังคงพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยถากถาง“หากเจ้ามีความสามารถในการฆ่าเราจริงเจ้าสมควรเข้ามาอย่างเปิดเผยเพื่อช่วงชิงสมบัติของเรา ไม่เช่นนั้นเจ้าจะแอบลอบเข้ามาขณะที่เรากำลังต่อสู้อยู่กับมนุษย์โง่เขลากลุ่มนั้นทำไม…หากเจ้ามีความสามารถกำจัดฆ่าเราเช่นนั้นสีหน้าของมนุษย์ผู้นี้ย่อมไม่เปลี่ยนเป็นดูไม่ได้ทันทีที่มันเห็นเราแน่นอน!”
จิตใจของหยุนเช่อพลันสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวสติปัญญาของมังกร ล้วนห่างไกลกับสัตว์อสูรลมปราณโดยทั่วไปมากมายนัก!
“และเจ้า เด็กน้อยสายตาของเจ้าเย็นชาโหดเหี้ยมรังสีฆ่าฟันในตัวของเจ้าสามารถทำให้เราผู้เป็นราชาตื่นตระหนกได้ในการมีสายตาและรังสีฆ่าฟันเข้มข้นเยี่ยงนี้เจ้าต้องสังหารสิ่งมีชีวิตมาเป็นจำนวนมหาศาล…หากเจ้าต้องการฆ่าเราและมีความสามารถฆ่าเราได้จริงเจ้าคงกำจัดฆ่าเราไปแล้ว แทนที่จะมัวพูดคุยวางก้ามใส่เราอยู่ในตอนนี้อายุของเจ้ายังเยาว์วัย ทว่า ด้วยความสามารถในการฝึกฝนของมนุษย์ล้วนเป็นไปไม่ได้ที่ผู้คนอายุเท่าเจ้าจะสามารถก่อกำเนิดพลังกดดันรุนแรงเช่นนี้ได้ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพียงวิชาลวงตา เราราชาไม่หลงกลลวงตื้นๆ เช่นนี้หรอก!”
“คิดช่วงชิงทรัพย์สมบัติเราทั้งยังคิดใช้วิชาหลอกลวง เราราชาจะอภัยให้เจ้าได้อย่างไร! กลายเป็นเถ้าไปซะ!”
มังกรเพลิงอ้าปากใหญ่โตของมันออกกว้างพร้อมทั้งพ่นบอลเพลิงเข้าใส่หยุนเช่อ
“ตึง!”พลังลมกระแทกเข้าที่ไหล่ของหยุนเช่อและผลักชายหนุ่มกระเด็นถอยห่างไป นับว่าชายหนุ่มหลบเปลวไฟนั้นได้อย่างเฉียดฉิวจัสมินปรากฏตัวแทนที่ตำแหน่งของหยุนเช่อใบหน้าขาวนวลละเอียดอ่อนของนางเคลือบคลุมด้วยเจตนาฆ่าฟันอันน่าหวาดหวั่นขวัญผวา“เมื่อเจ้าอยากตายนัก…เราเจ้าหญิงจะให้เจ้าสมปรารถนา!”
วู่มมมม!!!
คลื่นพลังลมปราณอันแข็งแกร่งถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของจัสมินคลื่นพลังนี้นับว่าน่ากลัวจนเกินไป พลังลมปราณอันไร้รูปร่างเริ่มหมุนวนจากนั้นก่อเกิดเป็นลมพายุรุนแรง ดับสลายบอลเพลิงจากมังกรไฟไปในพริบตา
หยุนเช่อ ผู้ซึ่งถูกผลักกระเด็นออกมาศีรษะของชายหนุ่มกระแทกเข้ากับก้อนศิลาและหมดสติไปชั่วครู่เมื่อชายหนุ่มกลับมามีสติอีกครั้งและเห็นสีหน้าของจัสมินแก้วตาดำของเขาหดตัวอย่างฉับพลัน ชายหนุ่มร้องตะโกนก้อง “จัสมิน!! อย่านะ!ท่านอยากตายรึไง!!”
“ไม่ใช่เพราะเจ้าหรอกรึไง! หากเจ้าตายเราเจ้าหญิงก็ต้องตายเช่นกัน!!!”
จัสมินตะโกนโต้ตอบด้วยความโกรธเคืองสองตาของนางจับจ้องแน่วนิ่งส่งรังสีฆ่าฟันอันไร้ก้นบึ้งไปยังมังกรเพลิงภายใต้คลื่นพลังลมปราณอันหนักหน่วงและรังสีฆ่าฟันอันน่าหวาดผวามังกรเพลิงตนนั้นพลันแข็งค้างอยู่กับที่ดวงตามังกรทั้งคู่ของมันทอประกายหวาดกลัวอย่างลึกล้ำและความไม่เชื่อถือมันไม่อาจทำใจเชื่อว่าเด็กสาวชาวมนุษย์ผู้นี้จะสามารถปลดปล่อยพลังลมปราณอันทรงอำนาจเช่นนี้ได้!
“ตายซะ…เทพดาราผ่าพิฆาต!”
“จัสมิน อย่า!!”
การลงมือของจัสมินส่งผลให้หยุนเช่อตื่นตระหนกจนใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นซีดขาวก่อนที่ชายหนุ่มจะดิ้นรนลุกขึ้น ร่างกายบอบบางของจัสมินโผบินไปยังเบื้องหน้าของมังกรเพลิงจากนั้น ประดุจดังดาวตกพาดผ่านฟ้าร่างของนางพลันพุ่งผ่านร่างของมังกรเพลิงตนนั้นไป…
ในช่วงเวลานั้นทุกสรรพสิ่งทั่วผืนฟ้าและแผ่นดินคล้ายถูกสะกดหยุดนิ่ง สายลมหยุดเสียงหวีดหวิวเปลวไฟหยุดการเผาไหม้ ข้างใบหูไม่ปรากฏเสียงอันใด แม้แต่เสียงกรีดร้องจากปากของชายหนุ่มเองยังมิอาจได้ยิน…ร่างกายใหญ่โตของมังกรเพลิงนิ่งสงัดดังถูกแช่แข็งร่องรอยกากบาทสีแดงที่เกิดขึ้นจากการตวัดฟาดฟันประทับลงบนร่างของมันอย่างชัดเจน
“เป็นไป…ไม่ได้…”
แก้วตาดำของมังกรเพลิงหดตัวอย่างรุนแรง คล้ายดั่งมันได้พบเห็นภาพที่น่ากลัวและน่าเหลือเชื่อที่สุดในโลกนี้จากนั้น สองตาของมันค่อยๆ สูญเสียสีสันและจุดหมาย…ร่างมโหฬารของมันแยกออกเป็นสี่ส่วนเท่าๆ กันพร้อมทั้งตกกระจายลงบนพื้นดินอันแผดเผา
มังกรเพลิงผู้ยิ่งใหญ่ทรงพลังล้วนถูกกำจัดฆ่าภายใต้เงื้อมมือของจัสมินในพริบตา
แม้ผู้อาวุโสเฟินม่อหลีแห่งตระกูลเพลิงผลาญฟ้าจะใช้ดาบประจำตระกูลชายชราเพียงสามารถสร้างริ้วรอยขีดข่วนลงบนผิวของมังกรเท่านั้น ทว่าจัสมินโดยปราศจากอาวุธอันใด เพียงสองมือขาวนวลเรียบลื่นทั้งสองกลับสามารถแยกชิ้นส่วนมังกรไฟออกมาอย่างง่ายดาย
ดุจดังหั่นเต้าหู้ก็มิปานเมื่อเห็นร่างของมังกรไฟถูกแยกออกเป็นสี่ส่วนหยุนเช่อถึงกับตกตะลึงนิ่งขึงไปชั่วครู่ จากนั้นจิตใจของชายหนุ่มพลันสั่นสะท้านเมื่อสองตาจับจ้องไปยังภาพเบื้องหน้า หลังจากร่ำร้องคำ “จัสมิน!”ชายหนุ่มสาวเท้าออกวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต
ขณะนี้ จัสมินนอนทอดร่างอยู่บนพื้นดินใบหน้า ลำคอ และแขนขาทั้งสี่ ล้วนซีดขาวราวกระดาษ ไม่มีสีสันแม้แต่น้อยแม้ว่านางจะปลดปล่อยพลังยุทธ์เพียงไม่กี่วินาทีมันกลับกระตุ้นพิษร้ายในร่างของนางให้แทรกซึมเข้าสู่จิตวิญญาณและกำเริบอย่างรุนแรงการขจัดและสะกดพิษสังหารโดยไข่มุกพิษสวรรค์ที่ผ่านมาทั้งหมดในเวลาสี่เดือนนี้ล้วนถูกทำลายในพริบตา
“จัสมิน!” เมื่อมาถึงข้างกายจัสมินหยุนเช่อคุกเข่าลงอย่างรวดเร็วชายหนุ่มวางฝ่ามือซ้ายของตนลงบนไหล่เล็กบอบบางของนางและใช้พลังของไข่มุกพิษสวรรค์ในการขจัดพิษบนร่างนางอย่างเต็มที่ ทว่าพิษสังหารภายในร่างกายของจัสมินน่ากลัวจนเกินไปแม้จะด้วยระดับความเร็วในการขจัดพิษโดยไข่มุกพิษสวรรค์ยังคงไม่อาจสะกดการอาละวาดอย่างรุนแรงของพิษไว้ได้ร่างกายของนางพลันกลับกลายเป็นเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง และค่อยๆ เลือนรางลงอย่างช้า ดุจภาพมายา…
“คราวนี้…คงต้อง…ตาย…จริงๆ แล้ว” จัสมินครวญครางแผ่วเบาสุ้มเสียงของนางแผ่วระโหยราวสายลมอ่อนโชยพัดผ่าน แววตาเย็นชาทระนงในยามปกติของนางณ ขณะนี้ กลับเต็มไปด้วยความมืดหม่นระทมทุกข์จนผู้คนแทบใจสลาย…