ตอนที่ 12 ยืนกรานไม่ให้ (2)
“ได้สิ! รถม้ากว้างพอ พาพวกเ้าไปด้วยไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่ว่า อากาศร้อนเช่นนี้ พวกเ้าอยากได้อะไรล่ะ ข้าไปซื้อกลับมาให้ก็ได้ เหตุใดต้องลำบากเดินทางไปด้วย” เ้าของที่ดินเกากล่าว
“ท่านลุงเกา ท่านคงได้ยินแล้วว่าวันนี้อันเสี่ยวเฟิ่งให้เครื่องประดับพวกเรามาอย่างไม่เต็มใจนัก ของพวกนี้ท่านย่าข้าหมายตาไว้แล้ว! ข้าคิดจะเข้าเมืองไปขายเครื่องประดับ แล้วพาพี่น้องไปดื่มกินดีๆ สักมื้อ และซื้อของที่ท่านพ่อท่านแม่กับพวกเราสามารถใช้ประโยชน์ได้ หากตอนนี้ไม่จัดการ รอจนกลับถึงบ้าน เครื่องประดับพวกนี้คงได้เปลี่ยนเ้าของ นอกจากนี้ น้องชายข้าชอบรถม้าเป็พิเศษ เขาไม่เคยนั่งรถม้ามาก่อน ข้าจึงอยากจะพาเขาไปเปิดหูเปิดตาสักหน่อย” อันเสี่ยวเย่ว์มองเ้าของที่ดินเกา “หากท่านสะดวก ก็พาพวกเราไปด้วยเถอะ! พอถึงตัวเมืองแล้ว ท่านทำธุระของท่านไป พวกเราจะไม่ทำให้ท่านยุ่งยากแน่นอน”
“ไม่ต้องเกรงใจข้า ข้าพาพวกเ้าไปก็ได้ พวกเ้ากินกันไปก่อน คนของข้ากำลังผูกโยงรถม้า ข้าจะไปสั่งงานกับคนงานที่ด้านหลังสักหน่อย อีกสักครู่ข้าจะมาเรียกพวกเ้าเอง” เ้าของที่ดินเกาพูดแล้วก็ออกไปจากห้องโถง
เกาหม่านไฉดึงมือภรรยาเ้าของที่ดินไว้ อ้อนว่า “ท่านแม่ ข้าก็อยากไปเที่ยวเล่นในเมืองกับพวกเสี่ยวเย่ว์”
“เ้ายังไปไม่ได้!” อันเสี่ยวเย่ว์ปฏิเสธทันที “วันนี้ร้อนเกินไป ร่างกายเ้ายังไม่แข็งแรงดี ไม่อาจตากแดดได้ ถ้าเป็ไข้ตัวร้อนขึ้นมา ต้องกินยาต้มขมๆ นั่นต่อไปอีกอย่างน้อยสามเดือนเชียวนะ หากอาการหนักขึ้นมา แม้แต่ชีวิตน้อยๆ ก็ไม่รอด!”
อันเสี่ยวเย่ว์มองดูใบหน้าอมทุกข์ของเกาหม่านไฉแล้วกล่าวอีกว่า “หม่านไฉ ข้ารู้ว่าเ้าชอบบรรยากาศครึกครื้น ชอบให้ทุกคนไปเที่ยวในเมืองด้วยกัน แต่คราวนี้ยังไม่ได้จริงๆ อีกระยะหนึ่งพอร่างกายเ้าดีขึ้นและอากาศเย็นขึ้น แสงแดดไม่จัดขนาดนี้ ตอนพวกเราออกไปเที่ยวกัน จะไม่ลืมมาเรียกเ้าแน่ ดีหรือไม่”
“ก็ได้!” เกาหม่านไฉสีหน้าตัดพ้อ “เสี่ยวเย่ว์ เ้าห้ามลืมนะ!”
“วางใจได้ ไม่ลืมหรอก” อันเสี่ยวเย่ว์พูดด้วยรอยยิ้ม
“พี่หญิง พี่หญิงเสี่ยวเหมย พวกเราเอาเครื่องประดับออกมา ให้ท่านป้าเกาช่วยดูให้หน่อยว่าของพวกนี้เอาไปจำนำได้สักเท่าไร จะได้พอรู้ราคาไว้ ไม่ถูกหลอกเอาง่ายๆ” อันเสี่ยวเย่ว์กล่าวพลางหยิบเอาต่างหูที่นางได้มาออกมาก่อน
อันเสี่ยวหลีกับอันเสี่ยวเหมยก็หยิบเอาปิ่นปักผมกับต่างหูออกมา ส่งให้ภรรยาเ้าของที่ดินดู
“ไม่ค่อยมีราคามากนัก แต่ยังพอจะแลกได้เงินสักสามตำลึง” ภรรยาเ้าของที่ดินหยิบเครื่องประดับทั้งสามอย่างพลิกดูไปมา “พวกเ้าต้องไปร้านรับจำนำฟู่ต๋าที่ในเมือง ผู้ดูแลร้านของพวกเขาเป็คนซื่อตรง ให้ราคาดีกว่าร้านรับจำนำแห่งอื่น หากเป็ร้านอื่น เห็นพวกเ้าเป็เด็กเล็ก ไม่แน่ว่าจะให้แค่ตำลึงเดียว”
“ร้านรับจำนำฟู่ต๋า!” อันเสี่ยวเย่ว์แอบจำชื่อนี้ไว้ในใจ
“ไม่ต้องห่วงว่าจะหาร้านไม่เจอ อยู่ถัดจากร้านข้าวสารของท่านลุงเกาพวกเ้าแค่ไม่กี่ก้าว หาง่าย!” ภรรยาเ้าของที่ดินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ท่านป้าเกา เงินสามตำลึงกินอะไรได้บ้าง ซื้ออะไรได้บ้างหรือ” อันเสี่ยวเย่ว์แม้จะเคยเข้าเมืองมาก่อน แต่ก็ไปแค่ร้านขายยาเท่านั้น ไม่รู้เื่ราคาข้าวของเลย
“เื่นี้เ้าถามถูกคนแล้ว ปกติถ้าข้าไม่ยุ่งมาก ก็ชอบไปเดินซื้อของในเมืองเป็ที่สุด ข้าวของในเมืองราคาเท่าไรข้ารู้หมด” ภรรยาเ้าของที่ดินกลับเป็ผู้รอบรู้เื่ราคาข้าวของ ดูเหมือนความชอบเดินซื้อของล้วนเป็ความชอบพอร่วมกันของผู้หญิงั้แ่อดีตจนถึงปัจจุบันทั้งในและนอกประเทศ
ภรรยาเ้าของที่ดินพอพูดถึงเื่ซื้อของก็พูดจนหยุดไม่อยู่ จนกระทั่งเ้าของที่ดินเกามาเรียก นางก็ยังพูดจ้ออย่างออกรส ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย