และแล้ววันแห่งการรอคอยก็มาถึงเมื่อเหล่าตัวแทนของอาณาจักรคราวจะเริ่มออกเดินทางเพื่อเข้าร่วมงานประลองการต่อสู้ของทั้ง6 อาณาจักร ในการเดินทางครั้งนี้ทางโรงเรียนจอมเวทได้จัดเตรียมเรื่อเหาะทั้งสิ้น5 ลำ
เซย์รินเองก็เป็นหนึ่งในตัวแทนของอาณาจักรที่จะต้องไปเข้าร่วมงานประลองในครั้งนี้มีเพียงคนจำนวนไม่มากที่รู้ซึ่งถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของชายหนุ่มมีเพียงแค่เหล่าขุนนางชั้นสูงของราชอาณาจักรพร้อมทั้งตัวแทนทั้ง9 คนที่เหลือ พวกมันเชื่อว่าศึกในครั้งนี้จะสามารถพริกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของอาณาจักรคราวได้หลังจากที่พวกมันนั้นได้รับความอัปยศมานาน
ผลของการประลองทั้ง 6 อาณาจักรมันรู้ผลกันตั้งแต่ที่ยังไม่ได้เริ่มแล้วซึ่งภายในปีนี้นั้นเหล่าขุนนางชั้นสูงไปรวมชมงานประลองศึกในครั้งนี้แทบจะทั้งอาณาจักรจากที่ปีก่อนๆแทบไม่มีใครอยากจะไปเพราะถึงไปก็ต้องโดนพวกขุนนางต่างอาณาจักรหัวเราะถากถางและในเวลานี้ก็เป็นเวลาของพวกตนที่จะได้เห็นสีหน้าของพวกมันที่จะต้องอึ่งอึ่งแล้วอึ่งอีกกับความสามารถของเด็กหนุ่มที่ราวกับเป็นสัตว์ประหลาดในร่างของมนุษย์
ที่พิเศษกว่าครั้งไหนๆเหล่าตัวแทนทุกคนที่เหลือจากการรายงานของผู้อำนวยการริคุว่าตัวแทนที่เหลือในยามนี้นั้นล้วนกายเป็นเครื่องจักรสังหารแล้วทั้งสิ้นจากการชี้นำของเซย์รินและพวกมันต่างก็มีความเชื่อกันว่าเหล่าตัวแทนที่เหลือจะต้องอยู่ติดในลำดับที่สูงกว่าปีก่อนๆ มีเรื่องที่หน้าสนุกอย่างนี้จะให้พลาดได้ยังไง
ขุนนางที่เหลือที่ไม่ได้ไปร่วมชมในงานประลองในครั้งนี้พวกมันต่างก็รู้สึกเสียดายเป็นอย่างมากหากไปกันหมดทุกคนก็จะไม่มีใครได้อยู่ดูแลบริหารงานภายในอาณาจักร ทางด้านราชาริวมะนั้นก็อยากจะให้ประชาชนทุกคน ได้ดูศึกงานประลองในครั้งนี้ถึงกับลงทุนสั่งให้ทหารไปติดตั้งจอภาพขนาดยักษ์ตามสถานที่สำคัญต่างๆของอาณาจักร
แม้แต่ภายในนอกเขตตัวเมืองเองที่ห่างไกลก็ถึงกับติดตั้งจอภาพให้เรื่องนี้ก็ได้สร้างความสนใจให้กับประชาชนไปทั่วทั้งอาณาจักรเพราะปีก่อนๆไม่เคยเห็นจะลงทุนอะไรที่มันดูยิ่งใหญ่และเอิกเกริกเช่นนี้มาก่อน
เมื่อมีคนถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับในการแข่งภายในปีนี้กันแน่ทำไมถึงท่านราชาต้องลงทุนลงแรงถึงขนาดนี้ตัวราชาริวมะคาดการไว้แล้วว่าการกระทำอย่างนี้มันจะต้องได้เสียงตอบรับมาไม่มากไปน้อยจึงสั่งการกับทารไปล่วงหน้าหากเจอคำถามเช่นนี้ให้ตอบไปว่าหากพวกเจ้าพลาดในการชมศึกในครั้งนี้จะต้องเสียใจไปตลอดชั่วชีวิตของเจ้าแม้แต่พวกทหารเองมันก็ไม่เข้าใจคำพูดนี้ของผู้เป็นราชาแต่ศึกในครั้งนี้พวกมันจะพลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาดเพราะขนาดระดับคนอย่างราชาริวมะถึงกับเอยปากเช่นนี้มันจะต้องมีอะไรที่น่าสนใจเป็นแน่
ณ โรงเรียนจอมเวทแห่งอาณาจักรคราว
ตอนนี้นั้นเรือเหาะทั้ง 5 ลำจอดเรียงกันอย่างสวยงามที่ลานกว้างของโรงเรียนจอมเวทผู้คนมากมายต่างก็ขึ้นไปภายในเรือเหาะที่หมายเลขของตนในระหว่างนั้นเซย์รินก็กำลังขึ้นไปบนเรือเหาะหมายเลข 2 เช่นกันซึ่งเป็นลำของเหล่าตัวแทนทั้ง10 คนพร้อมทั้งอาจารย์ผู้ดูแล….
"ท่านเซย์รินทางนี้ ทางนี้ ที่เรือเหาะลำหมายเลข 1 ที่เป็นพื้นที่ของเหล่าผู้นำชั้นสูงของอาณาจักรและเป็นพื้นที่ของพวกบุคคลสำคัญแต่แล้วก็มีเสียงนึงร้องเรียกมาที่ตน เด็กหนุ่มหันไปมองด้วยความแปลกใจ
"อ้าว เอลซ่าอย่างงั้นรึ !!!
"ท่านเซย์รินท่านพ่อของข้าอยากให้ท่านร่วมมาขึ้นที่เรือเหาะลำหมายเลข 1 ร่วมกันกับพวกเราด้วยตอนนี้คุณ ยูริและแชลเทียร์ก็รอท่านอยู่ที่ด้านบนแล้ว……
"หืม…ก็ได้ข้าจะร่วมเดินทางไปกับเจ้าหลังจากนั้นเด็กหนุ่มจึงหันไปทางอาจารย์คนนึงซึงเป็นหนึ่งในบุคคลที่ดูแลเหล่าตัวแทนของคนทั้ง10 คน
พอดีท่านราชาริวมะนั้นมีเรื่องที่จะต้องการคุยกับข้าดังนั้นข้าจะขึ้นไปอีกลำหนึ่งรบกวนฝากท่านบอกกับคนอื่นแทนข้าด้วยเด็กหนุ่มยิ้มให้กับอาจารย์ผู้ดูแลด้วยความเป็นกันเอง
"ในความเป็นจริงท่านเซย์รินก็สมควรที่จะไปอยู่บนเรือเหาะหมายเลข 1 อยู่แล้วด้วยศักดิ์และฐานะของท่านเองสูงกว่าพวกขุนนางชั้นสูงเสียอีกโปรดวางใจเถอะข้าจะช่วยบอกกับคนอื่นแทนท่านเอง
"อืม ขอบคุณท่านมากแล้วค่อยพบกันอีกที ที่อาราเธียร์
อาจารย์ผู้คุมนั้นรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ตนเองนั้นมีโอกาสได้พูดคุยกับชายหนุ่มเขารู้สึกได้จากคำพูดที่เป็นกันเองและให้เกียรติโดยที่ไม่ถือตนเองเลยสักนิดและนี่เองก็ทำให้ตัวเขานั้นรู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก
"เราไปกันเถอะ เอลซ่า คนอื่นคงจะรอพวกเรานนานแล้ว
"ค่ะ ท่านเซย์ริน
เมื่อขึ้นไปภายในเรือเหาะลำหมายเลข 1 นั้น เขาเห็นยูริแล้วก็แชลเทียร์ยืนพูดคุยกันด้วยความสนิทสนมและเจ้ากัสเองมันก็มาด้วยในรูปร่างชายหนุ่มผิวแทนที่หน้าตาดูน่าเกรงขามเป็นอย่างมากด้วยทักษะมายาของมันแต่ด้วยลักษณะท่าทางของเจ้ากัสนั้นคงจะไม่มีใครเชื่อหรอกว่าร่างที่แท้จริงของมันนั้นเป็นเพียงแค่ลูกหมาตัวเล็กๆเท่านั้นคนที่รู้เรื่องนี้มีเพียงไม่กี่คนหนึ่งในนั้นก็คือคนในกลุ่มสาวๆของตนเองด้วย
"แหม่มข้าไม่คิดเลยนะกัสว่าตัวเจ้าเองก็จะมากับเขาด้วยข้าคิดว่าเจ้านั้นจะนอนเล่นอยู่ที่ห้องพักของข้าซะอีก
"นายท่านช่างใจร้ายกับข้ายิ่งนักจะเดินทางไปในวันนี้ไม่เห็นบอกอะไรข้าเลยดีนะที่ยูริบอกข้าจะไปเที่ยวกันคราวหลังก็บอกกับข้าด้วยเบื่อจะตายอยู่แล้วที่จะต้องอยู่ในห้องกับยูริ
"เห้อ…ไหนๆก็มาแล้วเจ้าก็อย่าไปเที่ยวก่อเรื่องให้ข้าเป็นอันขาดเข้าใจรึไม่ภายในที่แห่งนี้มีแต่พวกระดับบุคคลสำคัญทั้งนั้นอย่าไปไหนเพียงลำพังคนเดียวให้ยูริ คอยตามเป็นเพื่อนของเจ้าด้วย
"ข้าทราบแล้วน่า…นายท่านทำเหมือนกับข้าเป็นพวกชอบก่อเรื่องไปได้
"เจ้าอยู่ในร่างของมนุษย์ก็ดีอยู่หรอกแล้วทำไมถึงไม่ปิดบังพลังของเจ้าเอาไว้ไม่กลัวคนอื่นจะตกใจกันรึไง..
"ก็ยูริ เป็นคนบอกให้ข้าเปิดเผยพลังที่แท้จริงออกมา เพื่อป้องกันเรื่องวุ่นวายเล็กๆน้อยๆ
"เห้อ แล้วพวกเจ้าสองคนเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร
"ก็ใช้ชื่อท่านยังไงล่ะ ข้าบอกพวกมันว่าเป็นผู้ติดตามของท่านมันก็ปล่อยให้ข้ากับยูริเข้ามาได้เลย
"เห้อ…แล้วแบบนี้ตัวข้ามันจะไม่เป็นจุดเด่นจนเกินไปหรอก รึมีผู้ติดตามที่มีพลังในระดับตำนานถึง 2 คน
"ฮ่า ฮ่า แบบนี้แหละข้าชอบทำอะไรพวกมันก็เกรงใจข้ากับยูริไปหมดเมื่อรู้ถึงพลังของข้า
"เจ้าสองคนนี่ชอบสร้างปัญหาให้ข้าเสียจริงเซย์รินพูดด้วยความเหนื่อยใจทั้งที่ตนเองไม่อยากจะเป็นจุดเด่นแท้ๆ
ท่านเซย์รินค่ะ พอดีท่านพ่อของข้าต้องการจะคุยกับท่านแชลเทียร์เดินเข้ามาหาเด็กหนุ่มพร้อมกับโคมอสผู้เป็นพ่อของเธอ
"ยินดีที่ได้รู้จักท่านโคมอสไม่คิดเลยว่าเราทั้งสองคนจะได้มาพบกันที่นี่
"ข้าเองก็เช่นกัน ตัวข้านั้นไม่คิดไม่ฝันเลยที่จะมีโอกาสได้พบกับท่านเซย์รินโคมอสนั้นมีความรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ตนเองนั้นกำลังคุยกับชายหนุ่มตรงหน้าผู้ที่ขึ้นชื่อว่ามีพลังที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรและในระหว่างที่รอเด็กหนุ่มนั้นมันก็ยืนรอกับบุตรสาวของตนมันมองเห็นกัสที่ยืนคู่ด้วยกันกับยูริมันจึงถามกับแชลเทียร์ว่าคนที่ดูท่าทางแข็งแกร่งนั้นเป็นใครกันทำไมมันถึงพึ่งเห็นเป็นครั้งแรกและคำตอบที่มันได้รับนั้นทำให้มันตกใจเป็นอย่างมากว่านั้นเป็นหนึ่งในผู้ติดตามของเซย์รินพระเจ้าช่วยมีผู้ติดตามสุดแกร่งพลังในระดับตำนานถึง 2 คน ตนเองอยากจะเรียกชายตรงหน้าว่าบุตรเขยจนเต็มแก่แทบจะแย่อยู่แล้ว
"ท่านโคมอส ไม่จำเป็นต้องเกร็งขนาดนั้นยังพวกเราก็เป็นคนกันเอง
โคมอสสูดรมหายใจเข้าปอดลึกๆพร้อมทั้งปล่อยออกมา ฟู่………….
"ข้าเพียงแค่ตื่นเต้นไปหน่อยที่ได้พบกับท่าน
แชลเทียร์ถึงกับหลุดหัวเราะกับท่าทางพ่อของตนถึงแม้เธอจะเกียจชายตรงหน้าขนาดไหนแต่คำว่าครอบครัวนั้นมันก็ไม่มีทางที่จะตัดขาดกันได้อยู่ดีเธอได้ครบกับคนที่รักส่วนพ่อของเธอก็ได้บุตรเขยที่ทรงอำนาจสมใจซึ่งมันก็ลงตัวกันทั้งสองฝ่าย
"ตอนนี้ท่านโคมอสทราบเรื่องระหว่างข้าและเชลเทียร์หรือยัง
"ข้าทราบแล้ว และรู้สึกยินดีอย่างยิ่งเรื่องในระหว่างท่านและบุตรสาวของข้า
"แต่ข้าทราบมาว่าท่านกำลังยกนางให้กับคนอื่น….
"ต้องขออภัยกับท่านเซย์รินด้วยเพราะข้านั้นไม่ทราบว่าท่านและลูกข้ามีความรู้สึกที่ดีต่อกันเรื่องนี้ข้าจะเป็นผู้จัดการเองท่านสบายใจได้ โคมอสมันรีบตอบอย่างรวดเร็วเพราะมันนั้นกลัวที่จะเสียเพชรที่ล้ำค่าที่สุดชิ้นนี้ไป
"อ้าวเจ้าหนู เจ้ามาแล้วอย่างงั้น รึ ท่านใดนั้นราชาริวมะก็ร้องเรียกขึ้นมา
"หืม ข้าคงต้องขอตัวก่อนราชาริวมะเรียกข้าไปพบแล้ว ล่ะพบกันใหม่ท่านโคมอส
"เช่นกันท่านเซย์ริน
โคมอสในยามนี้นั้นมันรู้สึกอารมณ์ดีเป็นอย่างมากที่จะได้เกี่ยวดองกับบรุษที่เพียบพร้อมเยี่ยงนี้…