ณลานประกอบพิธีตื่นรู้ด้านนอกหอคอยแห่งการทดสอบในเวลานี้อธิการบดีหลินเจิ้งหนานจ้องมองหน้าจอขนาดใหญ่ด้วยใบหน้าบึ้งตึงไร้คำพูดเขาขบกรามแน่นจนแทบมีเสียงเล็ดลอดออกมาจากซอกฟัน “พับผ่าสิ!ปีนี้ไอ้ลูกสุนัขตัวไหนมันเป็คนออกแบบหอคอยแห่งการทดสอบกันฮะ?”
ลำพังแค่เผ่าพันธุ์ก็อบลินกับภูตพฤกษาะในสองชั้นแรกก็เขี่ยเหล่าผู้ตื่นรู้ตกรอบไปเกือบ 90% แล้ว!
ต่อมาในชั้นที่3ซึ่งปีศาจนารีแห่งบึงมรณะก็ยังเป็ด่านคัดออกสำหรับพวกนักรบหรืออัศวินที่มีการเคลื่อนไหวเชื่องช้าให้ต้องตกรอบไปตามๆกัน
จะมีก็เพียงแต่อาชีพสายโจมตีไกลอย่างนักธนูหรือจอมเวทที่อาศัยระยะโจมตีของตัวเองหลบซ่อนตัวตามซอกหินแล้วคอยลอบสังหารปีศาจนารีแห่งบึงมรณะทั้งสามตนจากระยะไกล
ทว่าเมื่อมาถึงชั้นที่4อันน่าขนลุกขนพอง รังแมงมุมเพลิงิญญาที่มีขนาดมหึมาราวกับตึกย่อมๆก็ทำเอาแม้แต่ตัวหลินเจิ้งหนานเองที่นั่งดูอยู่ยังรู้สึกสิ้นหวังแทน!
บนจอถ่ายทอดสดตอนนี้แทบจะเหลือเพียงกลุ่มเมล็ดพันธุ์อัจฉริยะที่ปลุกพลังอาชีพระดับ Sและอาชีพระดับ A เพียงไม่กี่คนเท่านั้น
นักพรตยุทธ์ัพันหวังเปียวอาศัยพลังป้องกันและพลังโจมตีอันสูงล้ำของอาชีพสายกึ่งแทงก์กัดฟันแบกรับความเสียหายพุ่งฝ่าไปมุ่งสู่ค่ายกลเคลื่อนย้ายใจกลางรังแมงมุมถึงอย่างนั้นเมื่อเขาไปถึงจุดหมาย พลังชีวิตก็เหลือเพียงขีดแดงจางๆ เท่านั้นเป็ภาพที่ชวนให้ผู้คนรู้สึกหวาดเสียวยิ่งนัก...
นักกระบี่เหมันต์หลินเสวียิเองก็สภาพดูไม่จืดไปกว่ากันธาตุน้ำแข็งของเขาถูกแมงมุมเพลิงิญญาข่มได้อย่างสมบูรณ์เขาต้องอาศัยโล่ป้องกันของอาชีพระดับ S เข้าแลกเพื่อรักษาชีวิตถึงจะผ่านไปยังค่ายกลเคลื่อนย้ายได้อย่างหวุดหวิด
ด้านฉินเยียนหรานผู้ตื่นรู้ในอาชีพสายความคล่องตัวอย่างนักล่าอักขระโลหิตเธอดูเหมือนจะมีทักษะที่ 3 สามารถต้านทานสภาวะผิดปกติประเภทลดความเร็วได้จึงอาศัยความพลิ้วไหวหลบหลีกเส้นใยแมงมุมและฝูงแมงมุมที่ทำให้เด็กสาวส่วนใหญ่ต้องขยาดจนเข้าสู่ค่ายกลเคลื่อนย้ายไปได้สำเร็จกลายเป็ผู้ตื่นรู้หญิงเพียงคนเดียวที่เหลือรอดเข้าสู่ชั้นที่ 5
ส่วนหลิวหรูเยียนที่ก่อนหน้านี้อาศัยความได้เปรียบทางธาตุของจอมเวทธาตุอัคคีจนสังหารภูตพฤกษาะได้เป็คนแรกและใช้ศรเพลิงระยะไกลโจมตีปีศาจนารีแห่งบึงมรณะจนสิ้นใจแต่พอมาถึงรังแมงมุมเพลิงิญญาในชั้นที่ 4 เธอกลับตกอยู่ในสภาวะสิ้นหวังอย่างสิ้นเชิง
ในฐานะจอมเวทที่พลังป้องกันต่ำเพียงเดินไปไม่กี่ก้าวเธอก็ถูกใยแมงมุมพันธนาการจนขยับเขยื้อนไม่ได้เมื่อเห็นฝูงแมงมุมเพลิงิญญาจำนวนมหาศาลมืดฟ้ามัวดินคลานเข้ามาหาหลิวหรูเยียนที่ใบหน้าซีดเผือดก็ได้แต่จำใจเลือกสละสิทธิ์ในทันทีจบเส้นทางการทดสอบไว้เพียงเท่านี้...
เมื่อเห็นว่าเหล่าผู้ตื่นรู้ของโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งเหลือเพียงเมล็ดพันธุ์ไม่กี่คนอธิการบดีหลินและหัวหน้าจางที่เอาแต่สบถด่าในใจก็ได้มองตามมุมกล้องของหวังเปียวและหลินเสวียิเข้าไปสู่ชั้นที่ 5ของหอคอยแห่งการทดสอบทว่าเมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏขึ้นในลานประลองอย่างหมีกรงเล็บิญญาโตเต็มวัยพวกเขาทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะด่าออกมาอีกระลอกว่า “ให้ตายเถอะ!ใครมันบ้าเอาไอ้ตัวแบบนี้มาไว้ในหอคอยแห่งการทดสอบกัน!”
“อย่าว่าแต่ผู้ตื่นรู้ที่เพิ่งปลุกพลังเลยต่อให้เป็กลุ่มมืออาชีพก็ใช่ว่าจะเอาชนะหมีกรงเล็บิญญาที่โตเต็มวัยได้ง่ายๆ นะ!”
“คนออกแบบหอคอยแห่งการทดสอบปีนี้มันเป็ใครกันแน่!?”
“ได้ยินมาว่าเป็บุคคลระดับสูงจากทางกองทัพ...”
..........
ในขณะเดียวกันณ สถาบันวิจัยของกองทัพในเมืองซ่างจิงภายในห้องสังเกตการณ์ที่เต็มไปด้วยหน้าจอความละเอียดสูงภาพที่ปรากฏบนจอเ่าั้ล้วนเป็เหตุการณ์ภายในหอคอยแห่งการทดสอบทั้งสิ้น
แม้ว่าหน้าจอกว่า95%จะกลายเป็สีขาวดำพร้อมขึ้นข้อความว่า ‘ตกรอบ’ไปแล้วก็ตาม
เนี่ยเสี่ยวอวี่ในชุดทำงานที่ขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าอันสมบูรณ์แบบสวมแว่นตากรอบทองเธอดูมีร่องรอยของความผิดหวังเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ดูเหมือนหอคอยแห่งการทดสอบปีนี้คงจบลงเพียงเท่านี้ไม่มีใครในเมืองซ่างจิงสามารถผ่านชั้นที่ 5 ไปได้เลยสักคน”
หวังหลินผู้เป็นักวิจัยในเครื่องแบบทหารที่ยืนอยู่ข้างๆเอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งร้องไห้ “มันก็ต้องเป็แบบนั้นอยู่แล้วไม่ใช่หรือครับ!?ใครเขาจะเอาหมีกรงเล็บิญญาโตเต็มวัยไปใส่ไว้ในหอคอยแห่งการทดสอบกันเล่า!”
“ต่อให้เป็ผู้มีอาชีพระดับ S ตอนที่เพิ่งตื่นรู้ใหม่ๆก็ไม่มีทางชนะหมีกรงเล็บิญญาด้วยตัวคนเดียวได้หรอกครับ!”
เนี่ยเสี่ยวอวี่เกลี่ยปอยผมเบาๆพลางทำหน้าตาไร้เดียงสา “อย่างนั้นหรือคะ?”
“แต่ตอนที่ฉันเข้ารับการทดสอบหน่วยเกล็ดัการจัดการหมีกรงเล็บิญญาสักตัวก่อนการเปลี่ยนอาชีพครั้งที่หนึ่งมันเป็แค่บททดสอบพื้นฐานที่สุดของเ้าหน้าที่สายต่อสู้เลยนะ”
หวังหลินถึงกับเหงื่อตกความคิดเห็นของหัวหน้าเนี่ยเสี่ยวอวี่ที่อยู่ดีๆก็มาดูแลเื่หอคอยแห่งการทดสอบในปีนี้ช่างดูรุนแรงเหลือเกินยิ่งชื่อองค์กรที่เธอเอ่ยออกมานั้นเป็องค์กรลับทางการทหารที่คนระดับหวังหลินไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องเลยด้วยซ้ำ!
เนี่ยเสี่ยวอวี่กัดปลายปากกาตามความเคยชินพลางเอ่ยเสียงเย็น“น่าเสียดายจริงๆ ที่ผู้ตื่นรู้ปีนี้แม้แต่ชั้นที่ 5 ยังผ่านไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงชั้นลับเลย...ฉันอุตส่าห์ลงแรงตั้งเยอะกว่าจะจับเ้าตัวเล็กนั่นมาได้...”
หวังหลินได้ยินเข้าก็ถึงกับเหงื่อซึมถ้าแม้แต่ยัยตัวร้ายคนนี้ยังบอกว่า ‘ลงแรงตั้งเยอะ’แล้วไอ้ที่อยู่ในชั้นลับมันจะเป็ตัวประหลาดขนาดไหนกัน?
“ท่านครับ... ชั้นที่ 5 เป็หมีกรงเล็บิญญาโตเต็มวัย...แล้วในชั้นลับท่านจับมอนสเตอร์ตัวไหนมาไว้กันแน่ครับ?”
เนี่ยเสี่ยวอวี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดแต่กลับเป็ถ้อยคำที่สั่นประสาทที่สุดเช่นกัน “ก็ไม่มีอะไรมากหรอก...แค่ลูกัสายเืบริสุทธิ์ตัวหนึ่งน่ะ”
..........
ในเวลาเดียวกันนั้นเองเซียวเยี่ยที่ยืนอยู่ในชั้นที่ 5 ของหอคอยแห่งการทดสอบก็ไม่ได้บุ่มบ่ามบุกเข้าไป
หมีกรงเล็บิญญาโตเต็มวัยไม่ใช่สิ่งที่ผู้ตื่นรู้ธรรมดาจะรับมือได้เลยชั้นนี้ถูกสร้างมาเพื่อผู้ที่มีอาชีพระดับ S ขึ้นไปอย่างไม่ต้องสงสัย!
ร่างของหมีกรงเล็บิญญาใหญ่โตราวกับูเาย่อมๆขนหยาบกร้านบนหลังของมันที่ดูหนาเหมือนลวดเหล็กทำหน้าที่ประหนึ่งชุดเกราะอันแข็งแกร่ง!
ดวงตาอันดุร้ายของมันจ้องเขม็งมาที่เซียวเยี่ยผู้บุกรุกที่ล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตของมัน
ในเมื่อมาถึงจุดนี้แล้วจะให้ยอมแพ้แล้วถอยออกไปเฉยๆ แบบนั้นคงไม่ใช่นิสัยของเซียวเยี่ยเป็อันขาด!
ด้วยสรีระที่กำยำหมีกรงเล็บิญญาจึงเป็มอนสเตอร์สายพละกำลังที่มีทั้งพลังโจมตีและพลังชีวิตมหาศาลแม้การโจมตีจะรุนแรงทรงพลัง แต่การเคลื่อนไหวกลับไม่รวดเร็วนัก
หาก้าจะเข้าไปจัดการกับมันต้องอาศัยการจัดตำแหน่งที่คล่องแคล่วว่องไวเท่านั้น
ตอนนี้เซียวเยี่ยมีระดับ13แล้วเขาตัดสินใจทุ่มแต้มสถานะอิสระที่สะสมมาทั้งหมดลงไปที่ความคล่องตัวเพียงอย่างเดียวและเมื่อเปิดใช้งานทักษะก้าวย่างกระแสวารีความเร็วในการเคลื่อนที่ของเซียวเยี่ยก็พุ่งทะยานขึ้นไปอีกระดับ!
ทันใดนั้นหมีกรงเล็บิญญาก็คำรามต่ำและพุ่งเข้าจู่โจมเซียวเยี่ยอย่างบ้าคลั่ง!
การโจมตีของสิ่งมีชีวิตประเภทหมีนั้นเรียบง่ายแต่ดุดันหนึ่งคือพุ่งทะยาน สองคือโอบรัด และสามคือทับร่าง!
นี่คือสิ่งที่เซียวเยี่ยจดจำมาจากบันทึกของรุ่นพี่ในห้องสมุดของโรงเรียนอย่างแม่นยำ
หนึ่ง...พุ่งทะยาน!
หมีกรงเล็บิญญาพุ่งเข้าหาเขาด้วยแรงปะทะราวกับรถบรรทุกหนักหลายตัน!
ผู้ตื่นรู้ที่ยังไม่ผ่านการเปลี่ยนอาชีพครั้งที่หนึ่งต่อให้เป็นักรบโล่ที่มีพลังป้องกันสูงแค่ไหนก็รับการโจมตีนี้ไม่ไหวและที่สำคัญคือห้ามหลบเร็วเกินไปอย่าได้ดูแคลนความสามารถในการเปลี่ยนทิศทางของหมีกรงเล็บิญญาตัวนี้เป็อันขาด
เซียวเยี่ยตั้งหลักให้มั่นเมื่อเห็นร่างมหึมาพุ่งเข้ามาราวกับพายุคลั่งในระยะเพียงสี่ห้าเมตรเขาก็พลันม้วนตัวออกด้านข้างอย่างรวดเร็ว แม้จะดูทุลักทุเลไปบ้างแต่เขาก็หลบการโจมตีร้ายแรงถึงชีวิตนี้ไปได้พอดิบพอดี!
เซียวเยี่ยที่หลบได้สำเร็จไม่ยอมปล่อยให้โอกาสหลุดลอยเขาพุ่งเข้าหาตำแหน่งด้านหลังของมันทันที
สอง...โอบรัด!
เมื่อการพุ่งชนครั้งแรกพลาดเป้าหมีกรงเล็บิญญาก็เหยียดแขนอันทรงพลังทั้งสองข้างออกหมายจะโอบรัดเซียวเยี่ยเอาไว้!
หากถูกมันกอดเข้าแล้วล่ะก็ชีวิตน้อยๆ นี้คงต้องจบลงที่นี่อย่างแน่นอน
แต่ทว่าเซียวเยี่ยกลับจงใจพุ่งไปทางด้านหลังของมันซึ่งเป็จุดบอดทางสายตาและเป็มุมอับที่หลุดพ้นจากระยะการโอบรัดพอดี
จังหวะนี้แหละ!
แววตาของเซียวเยี่ยทอประกายเย็นเยียบทักษะพิษเพลิงิญญาถูกเปิดใช้งานในพริบตาปลายหอกเหล็กหยาบถูกห่อหุ้มด้วยไอปราณพิษที่ส่องแสงเรืองรองดุจเปลวเพลิงก่อนจะแทงลึกเข้าไปในแผ่นหลังของหมีกรงเล็บิญญาสุดแรง!
[เป้าหมายติดสถานะพิษเพลิงิญญา!]