สามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน

    ตอนที่เจ็ดสิบ ข้อแตกต่างของตัวละครหลักกับตัวประกอบ

    ตอนที่เจ็ดสิบ ข้อแตกต่างของตัวละครหลักกับตัวประกอบ

    ที่ดยุกหมูอ้วนมันพลังเยอะตอนเป็นบอสเพราะอย่างนี้หรือเปล่านะและโจมตีไป ตามเนื้อเรื่องก็บีบบังคับไม่ถึงแก่ความตายแม้จะแพ้กลับมาใหม่ด้วยพลังที่มากขึ้นเรื่อยๆ

    ให้ความรู้สึกแบบบอสที่ไม่สามารถจัดการได้ด้วยตามระบบของเรื่อง ทำได้แต่เพียงต้องหนีและจัดการด้วยเงื่อนไขที่เฉพาะเจาะจงของเนื้อเรื่อง

    ความรู้สึกแบบเจสัน ศุกร์สิบสามตามล่าที่ต้องล่อดยุกหมูอ้วนไปที่ทะเลาสาบในเงื่อนไขเฉพาะจึงจะ เอ๊ะ ทะเลสาบ

    มัยมีสิ่งที่เกี่ยวพันกับดยุกหมูอ้วนด้วยสินะแต่ผมพยายามจะสร้างประสิทธิภาพกองทัพให้เพิ่มมากขึ้นกว่าเวอร์ชั่นเดิมของดยุกหมูอ้วนเราถึงได้พยายามฝึกกันเป็นกลุ่มอย่างนี้ มีภารกิจที่พอจะเก็บไอเท็มดีดีพอได้อยู่หรอกไม่ได้ดีมากหากเทียบกับในระบบเกมส์ทั้งหมด แต่ก็ดีพอสมควร

    อย่าง”เศษชิ้นส่วนบันทึกของการผลิตศิลาอาถรรพ์”

    ดูเป็นอะไรที่ไม่สำคัญแค่ต้องเก็บให้ครบ99 แผ่นก็จะได้ achievement ถ้วยรางวัลเท่านั้นเอง

    แต่หากส่งให้กับพวกนักเล่นแร่แปรธาตุคงโดนเอาไปชาบูท่วมหัวและถอดความตีความการผลิตศิลาอาถรรพ์ออกมา

    ผมจำไม่ค่อยได้ด้วยสิว่าไอ้ 99 แผ่นน่ะมันอยู่ที่ไหนบ้าง แต่พอจำเนื้อเรื่องหลักๆได้บ้าง

    แต่ปัญหาคือต้องสร้างให้ตนเองมีความสามารถที่พอจะไม่ตายง่ายๆก่อน

    เพราะไม่รู้ว่าที่ดยุกหมูอ้วนมันพลังชีวิตเยอะอึดไม่ตายเสียทีนี่ เพราะเป็นระบบเกมส์หรือมีเหตุผลอะไรในโลกของความเป็นจริงซ่อนอยู่หรือเปล่า?

    หรือการที่พลังเพิ่มขึ้นคือความสามารถของดยุกหมูอ้วนล้วนๆที่เติบโตขึ้นจากการต่อสู้แบบพระเอกโชวเน็น?

    หรือระบบที่ศัตรูที่ปราบได้แล้ววกลายมาเป็นพวกเดียวกันจะกระจอกลงนั่นเอง

    อืมการที่จะให้มีกำลังมากกว่านี้อาจจะต้องคอยบาบารัสมาถึงก่อนล่ะนะ

    Command

    [เข้มแข็งหน่อยเจ้าพวกขี้เกียจสันหลังยาว]

    บุฮิ บุฮิ บุฮิ

    ผมลองทำแบบมาเรียที่ให้กำลังใจชาวบ้านโดยการร้องเพลงผมก็เพิ่มประสิทธิภาพของการฝึกพวกนี้โดยการใช้ทักษะ Command บ้างในการใช้พลังเวทย์ที่เหลือ

    ปัญหาคือ ...ดยุกหมูอ้วนมันพลังมากจนพลังเวทย์ไม่หมดง่ายๆนี่ล่ะ

    ใช้ด้วยตัวคนเดียวไม่หมดง่ายๆ

    ดังนั้นผมเลยเรียกว่า”ชาร์จ”ทักษะที่เหมือนกับกดปุ่มค้างเอาไว้และใช้พลังมากกว่าเดิม

     

    Command:เตรียมพร้อม

    ทั้งสนามที่โดนรัศมีแสงสีขาวที่ทักษะคำสั่งของผมครอบคลุมไปถึงทั่วบริเวณถึงกับหยุดสิ่งที่ทำทอยู่พร้อมที่จะคอยคำสั่งของผมต่อไป

    เสียงของผมกระหึ่มไปทั่วบริเวณและทำให้ทุกคนที่อยู่รัศมีแสงสีขาวของพลังเวทย์ของผมกลับขยับตัวไม่ได้แม้แต่เจ้ามูมักไพร์มก็ตามก่อนที่ผมจะออกคำสั่งอะไรต่อไปพวกนี้กลับหยุดนิ่ง

    แต่มีข้อดีคือเปลืองพลังเวทย์อย่างมากในการ”กดค้าง”หรือใช้ทักษะชนิดหนึ่งค้างไว้นานๆเช่นนี้

    “ไปต่อได้”

    พลังเวทย์ของผมลดลงพอสมควรให้ผมได้ดื่มน้ำยาเพิ่มพลังเวทย์

    แต่คนที่โดนคำสั่งของผมทั้งกองทัพที่หมดแรงถึงกับบทรุดลงกับพื้นไม่สามารถขยับต่อไปได้

    และข้อเสียอีกข้อก็คือ ทักษะ Command ของผมในฐานะดยุกหมูอ้วนดันมีผลกระทบต่อพวกบัณฑิตที่เป็นพวกที่ทรุดลงพวกแรกๆเพราะแรงน้อยกว่าชาวบ้าน

    มีเพียงแค่มาเรียกับพวกพี่กล้ามและมูมักไพร์มเท่านั้นที่ยังพอยืนอยู่ได้คนอื่นที่ผมพยายามจะ”ชาร์จ” ออกคำสั่งcommand ที่เสริมพลังเวทย์มากกว่าเดิมนั้นถึงกับฟันสั่นกึกๆกันไปหมด

    แสดงความสามารถของดยุกหมูอ้วนที่สั่งให้บุกเข้ากองไฟลูกน้องก็จะทำตามเพราะอย่างนี้เองหรือนี่?การเลียนแบบการใช้พลังของมาเรียนั้นผมทำได้ผลพอสมควร

    ต่างกันแค่มาเรียคือสายล้างสมองเอ๊ยสายเสน่ห์ ที่ใช้แสงสีขาวของเวทย์จากมือทำให้มูมักไมเนอร์รู้สึกรักชอบเธอได้

    ส่วนผมออกสายบังคับร่างกายคนแฮะโดยไม่ต้องสนว่าอีกฝ่ายจะชอบพอผมหรือไม่ แค่ทำตามคำสั่งก็พอก็ดูสามกับเป็นดยุกหมูอ้วนดีอยู่พอสมควร

    “ข้าจะร่วมการฝึกซ้อมกับพวกเจ้าตลอดบ่ายนี้เองบุฮิบุฮิบุฮิ”

    Command : โจมตีให้แรงขึ้น

    แสงสีขาวของผมเปล่งไปทั่วกองทัพพลังของผมที่ใช้ด้วยตนเองไม่เคยหมดกลับหมดอย่างวงรวดเร็ว

    มิน่าพลังที่สามารถบัฟให้กองทัพได้มีแต่คนระดับมาเรียเท่านั้นที่พอจะสูสีกับกริฟกาเรี่ยนได้

    “โอ้ ย้า”

    ทั้งกองทัพลุกขึ้นมาอีกครั้งแชะชักอาวุธโจมตีไปข้างหน้าซึ่งคนที่โจมตีได้เปรียบคนที่พยายามจะป้องกันหรือบางคนที่พอจะควบคุมตนเองได้ก็ใช้วิธีการไม่ขัดขืนคำสั่งของผมแต่โจมตีสวนกลับ

    ซึ่งผลลัพธ์ก็คือทั้งกองทัพที่ซ้อมโจมตีกันไปมานั้นล้มลงไปกว่าครึ่ง

    ผมส่งสัญญาณให้หน่วยแพทย์ลากตัวคนที่ล้มไปแล้วไปรักษา

    Command:โจมตีให้แรงขึ้น

    “ไฮ่ ย่า”

    เสียงตะโกนการโจมตีดังขึ้นอีกครั้ง

    ผมกะจะคิดแบบพระเอกแนวนิยายที่จะค้นพบคนที่มีความสามารถระดับพระเอกเป็นไม่กี่คนที่ยืนอยู่ได้ตอนที่ผ่านการทดสอบด้านพละกำลัง

    อนิจจาคนที่เหลือร้อยกว่าคนจากการออกคำสั่งของผมหลายรอบคือพวกพี่กล้าม

    พวกนักดาบ มือหอก ธนูนั้นล้มหมอนนอนเสื่อกันไปเป็นแถบๆส่วนพี่กล้ามที่อึดทนการปะทะกันในระยะประชิดได้เยอะกว่าคือคนที่เหลือจนเรียกว่าวาระสุดท้ายได้แล้ว

    ผมเลยคิดว่าต่อไปนี้ผมไม่ใช้วิธีพระเอกโชวเน็นแล้วใช้วิธีการฝึกทหารแบบปรกติดีกว่า

    ผมทำท่าพยักหน้าไปทางกองทัพที่ทุกคนงอมกันไปหมดนอกจากพี่กล้ามยอดฝีมือที่เหลือประมาณร้อยกว่าคนที่ฝึกการโจมตีและรับแรงโจมตีกันเป็นปรกติอยู่แล้ว

    พี่กล้ามททำท่าขยายตัวเบ่งกล้ามมองไปทางคนที่ล้มหมอนนอนเสื่อด้วยความพึงพอใจ

    พวกเอ็งจะพอใจอะไรนักหนานี่คือการต่อสู้ด้วยเงื่อนไขที่ไม่เท่ากัน

    คนที่มาสู้ในระยะประชิดโดยเตรียมร่างกายในการปะทะไว้อยู่แล้วก็ได้เปรียบสายหลบหลีกหรือโจมตีระยะไกลอย่างนายพรานหรือนักล่าหรือสายโจรอยุ่แล้ว

    แต่พี่กล้ามที่เบ่งกล้ามโชว์ความแวววาวของกล้ามเนื้อท่ามกลางดวงอาทิตย์ยามเย็นจะไม่คิดเช่นนั้น

    พวกนี้มันต้องหลงตนเองเพิ่มขึ้นอีกแน่ๆ

    ถึงผมจะคิดว่าหากมาเรียไปร่วมด้วยจะจัดการพวกคนที่เหลืออยู่ได้จำนวนมากกว่าเพรามีแรงเยอะแต่คนที่มีพลังโจมตีมากอย่างพวกหอกหรือดาบไม่ได้แปลว่าจะทนทานต่อการโจจมตีได้มากเท่ากับพี่กล้าม

    ผมคิดว่าพี่กล้ามจะเป็นหน่วยที่สร้างความรำคาญได้มากที่สุดในการรบเพราะต้องทนเสียทหารหากคิดจะปะทะในระยะใกล้การจัดการกับพี่กล้ามคือจัดการก่อนด้วยอาวุธระยะไกลหรือเวทมนตร์โจมตีหรือล้างสมองด้วยวิชาเสน่ห์นั่นเอง

    และอีกอย่างผมเริ่มเข้าใจความต่างออกไปนิดๆแล้วว่าตัวละครระดับบอสมันจะมีการใช้ทักษะต่างกันไปนิดหน่อย เพรามันมีเทคนิคเล็กๆน้อยๆอย่างหน่วงพลังเวทย์ค้างไว้ที่จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ต่างไปนี่เอง

    การที่อนิเมชั่นของตัวละครหลักมีผลลัพธ์ต่างไปจากตัวละครธรรมดาเพราอย่างนี้นี่เอง

    ว่ากันไปแล้ว นางเอกอย่างมาเรียก็เหมือนพระเอกอิเซไคอย่างหนึ่งที่คิดวิธีการใช้เวทมนตร์ที่คนทั่วไปในโลกนั้นไม่คิดว่าจะทำได้และมีความสามารถเหนือกว่าคนอื่นๆ

    ผมเพียงแค่จะเปลี่ยนพรสวรรค์ให้เป็นประสบการณ์

    “รวบรวมพวกใช้วิชาเวทมนตร์มาให้ข้าทีข้าจะสอบถามอะไรและทำการทดลองเสียหน่อย”

    ผมมองพวกที่ล้มลงอยู่กับพื้น

    Command:Heal รักษา

    ผมชูคทาศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่ของผมแสงสีขาวส่องมาจากคทาที่ผมชูขึ้นสูงส่องไปทั่วบริเวณ

    คาถารักษาที่แม้แต่อโคไลต์ที่เพิ่มจบมาใหม่ๆก็ใช้เป็นและเป็นคาถาที่อย่างน้อยนักบวชต้องมีทุกคน แต่คนที่เก่งมากขึ้นจะพัฒนาไปทางแก้พิษ cure poison  แก้คำสาป cure curse  อวยพร Blessing ต่างๆก็อีกเรื่องหนึ่ง

    พวกที่อยู่ที่พื้นถึงกับทำหน้าตกใจที่ผมสามารถรักษาเป็นกลุ่มได้ในทีเดียวแต่มันก็เปลืองพลังผมไปเยอะเหมือนกันมิน่าคนอย่างมาเรียที่ทำอย่างนี้ได้บ่อยๆถึงเปลี่ยนทิศทางของสงครามได้เลย

    ฝ่ายหนึ่งบาดเจ็บจากการต่อสู้อีกฝ่ายหนึ่งมีแรงและรักษาดีแล้วในขณะที่ปะทะกัน น้ำหนักของกำลังจะเทไปที่อีกฝ่ายหนึ่งที่ได้เปรียบทันที

    คล้ายกับเรื่องสามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน ที่คุณอ่าน