หนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์

    สามปี

    เมื่อจัดการปัญหาของพ่อลูกตระกูลจ้าวจนเสร็จสิ้น เซียนมู่หรงก็ให้ข้ารับใช้คนสนิทพาทั้งสองไปยังที่พักของทหารทางทิศใต้ของตระกูลและยังกำชับให้ดูแลทั้งสองเป็นอย่างดี เนื่องจากพวกเขาจะมาเป็นหัวหน้าหน่วยสนับสนุนที่กำลังจะถูกสร้างขึ้นในไม่ช้า

     

    ส่วนแม่เฒ่าหยวนหยิงเมื่อเสร็จสิ้นธุระก็จากไปเช่นเดียวกัน บรรยากาศเริ่มจะกลับมาสงบอีกครั้งแต่ข้ารับใช้หญิงอีกคนก็ดันเข้ามาเสียก่อน

     

    "เทียนนายท่าน นายหญิง ตอนนี้มีคนที่ชื่อว่าฮั่วหานเฟิงมาขอเข้าพบเจ้าค่ะ"

     

    "เห้อ วันนี้ช่างเป็นวันที่วุ่นวายจริงๆ เมื่อครู่ก็แขกของเจ้า พอมาตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นแขกของข้า"เซียนมู่หรงดื่มชาและกล่าวอย่างขบขัน ก่อนจะให้คนรับใช้หญิงพาอีกฝ่ายเข้ามา

     

    "หุหุ ไม่ใช่เสียหน่อย นี่ดูถ้าว่าจะเป็นแขกของพวกเราทั้งสองคน"ลั่วหนิงซินยกยิ้ม แม้อีกฝ่ายจะมาหาเซียนมู่หรงแต่ปัญหาที่จะปรึกษาย่อมหนีไม่พ้นเรื่องของตระกูลหลินซึ่งตอนนี้เป็นตระกูลของนางอีกหนึ่งตระกูลไปแล้ว

     

    "ข้าน้อยขอคาราวะเทพสงครามไร้พ่ายและฮูหยิน"ฮั่วหานเฟิงเมื่อมาถึงก็พลันผสานมือคาราวะด้วยความเคารพในทันที

     

    "ไม่ต้องมากพิธี บอกเป้าหมายของเจ้ามา"เซียนมู่หรงกล่าวอย่างไม่อ้อมค้อม ดังนั้นฮั่วหานเฟิงจึงเงยหน้าและกล่าวเป้าหมายของตนเองออกไป

     

    "เรียนเทพสงครามไร้พ่าย วันนี้ข้ามีเรื่องอยากถามท่านหนึ่งเรื่องและมีเรื่องอยากปรึกษาท่านอีกหนึ่งเรื่อง"

     

    "เรื่องที่อยากถามนั้นแน่นอนว่าเกี่ยวกับการหายไปของบุตรชายท่านและบุตรสาวของข้าว่าตกลงทั้งสองคนนั้นไปอยู่ที่ใด"

     

    "โอ้ ทำไมอยู่ๆก็คิดจะมาถามเรื่องนี้กันล่ะ ไม่ใช่ว่าตระกูลของเจ้าบอกว่าหายสาบสูญไปหรอกหรือ?"เซียนมู่หรงหรี่ตามองด้วยความสงสัย

     

    "หากบุตรชายท่านหายตัวไปโดยที่พวกท่านไม่รู้ตำแหน่งจริงๆ ข้าคาดเดาว่า พวกท่านคงจะฆ่าล้างตระกูลฮั่วของข้าไปแล้ว ดังนั้นข้าจึงมีความมั่นใจอยู่พอสมควรว่าท่านน่าจะรู้ถึงตำแหน่งของพวกเขา"

     

    "สมแล้วที่เป็นผู้นำหอประมูลอันดับหนึ่งแห่งแดนเซียน ใช่! ข้ารู้ตำแหน่งของลูกชายข้าแต่ทว่าบุตรสาวของเจ้านั้นข้าไม่อาจรับรู้ได้ว่าพวกเขาอยู่ด้วยกันหรือไม่ และสุดท้ายคือข้าไม่คิดจะบอกตำแหน่งของบุตรชายข้าให้กับเจ้าเพราะเขายังอยู่ในสถานะที่ซับซ้อนเกินไป นี่คือคำตอบของข้า แล้วเรื่องที่จะปรึกษาคือเรื่องใด?"เซียนมู่หรงกล่าวตัดบททันที ทำให้ฮั่วหานเฟิงตอนนี้แม้จะอยากถามให้แน่ชัดใจแถบขาดแต่ก็ไม่อาจไถ่ถามได้ ดังนั้นจึงได้แต่จำใจต้องกล่าวเรื่องต่อไปออกมา

     

    "เรื่องที่จะปรึกษาแน่นอนว่าย่อมเป็นเรื่องของตระกูลหลิน ด้วยความผิดของข้าเองที่ไม่อาจดูแลขุมกำลังให้ดีทำให้เกิดเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ข้าต้องขออภัย แต่ทว่าทางหอประมูลก็ไม่อยากจะสูญเสียพันธมิตรที่เก่าแก่เช่นตระกูลหลินไปเช่นกัน ดังนั้นจึงอยากปรึกษากับท่านว่าจะทำอย่างไรตระกูลหลินและตระกูลฮั่วจะกลับมาเป็นพันธมิตรกันดังเดิม"

     

    "ซินซิน ในเมื่อเป็นตระกูลของเจ้า เรื่องนี้ข้าให้เจ้าตัดสินใจ"เซียนมู่หรงกล่าว ภรรยาสาวก็พลันพยักหน้ารับในทันใด "ข้ารู้อยู่แล้วว่าจะต้องเป็นเรื่องนี้ หากตระกูลฮั่วยินดีมอบทรัพยากรณ์ให้ตระกูลหลินมากขึ้นสามเท่าจากเดิม การเป็นพันธะมิตรของพวกเราก็จะยังคงอยู่ต่อไป"

     

    "สามเท่า!!"

     

    ฮั่วหานเฟิงอุทานใบหน้าซีดเซียวยิ่ง ต้องบอกก่อนว่าการสนับสนุนทรัพยากรณ์ที่ตระกูลฮั่วให้ตระกูลหลินนั้นไม่ใช่น้อยๆดังนั้นการเพิ่มขึ้นสามเท่ามันจึงมากมายมหาศาล

     

    "ใช่ ทรัพยากรณ์แค่นี้หากเทียบกับการเป็นพันธมิตรกับตระกูลหลินที่ตอนนี้ได้รับการคุ้มครองจากตระกูลราชามังกรอัสนีบาตและนิกายจรัสแสงนับว่าน้อยเป็นอย่างมาก นี่ถือว่าข้าลดให้ท่านมากแล้ว"ลั่วหนิงซินกล่าว

     

    ฮั่วหานเฟิงก็พยักหน้ารับแต่โดยดี มันก็จริงอย่างที่ลั่วหนิงซินกล่าว สถานะของตระกูลหลินตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว ใครๆก็อยากจะเป็นพันธมิตรด้วยแต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับโอกาศเช่นนี้ เมื่อตกลงกันได้ แม้ฮั่วหานเฟิงจะอยากรู้เรื่องลูกสาวแต่ทว่าต้องยอมกลับแต่โดยดี เพราะต่อให้อยู่ไปก็ไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะบอกเขาอย่างแน่นอน

     

    "สามีท่านว่าลูกของฮั่วหานเฟิงคนนี้จะอยู่กับหลินหลินหรือไม่"เมื่ออีกฝ่ายจากไป ลั่วหนิงซินจึงหันไปกล่าวถามผู้เป็นสามี

     

    "ฮ่าๆๆแน่นอนว่าย่อมต้องอยู่ เจ้าก็ได้ยินมาจากพวกท่านแม่ยายแล้วไม่ใช่หรือ เด็กคนนั้นเจ้าชู้จะตาย หากให้คาดเดาลูกสาวของฮั่วหานเฟิงคนนี้ก็อาจจะเป็นหนึ่งในภรรยาของเขาไปแล้วก็ได้"

     

    "ฮิฮิ จริงอย่างที่ท่านกล่าว หวังว่าเมื่อเขามาหาพวกเรา ข้าจะได้หลานมาเลี้ยงดูสักสองสามคน"ลั่วหนิงซินกล่าวอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่สองสามีภรรยาพากันมานั่งสงบอยู่เช่นเดิม

     

    จากนั้นก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ด้านในหอคอยมหาสมบัติมีเด็กน้อยวัยสามขวบผมสีดำขลับถูกถักเป็นเปียยาวดวงตาสีแดงทับทิมเป็นประกายสดใสสวมอาภรณ์สีฟ้าดูน่ารักสดใสยิ่ง นางกำลังวิ่งไล่จับผีเสื้ออย่างร่าเริงพร้อมกับเด็กหญิงวัยสิบสามปีซึ่งเป็นพี่สาว เด็กทั้งสองคนนี้ย่อมไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากลั่วซีเซียนและเหยียนลี่ บุตรสาวทั้งสองคนของลั่วอู่หลินนั่นเอง

     

    "ฮิฮิ พี่สาวๆเร็วเข้าๆหากท่านช้าเซียนเซียนจะทิ้งท่านให้อยู่กับท่านแม่นะเจ้าคะ"ลั่วซีเซียนยกยิ้มร่าและหันไปกล่าวกับพี่สาวของนางอย่างน่ารักน่าชัง แม้นางจะอายุเพียงสามขวบย่างสี่ขวบเท่านั้น แต่ด้วยที่ได้รับการบำรุงจากสมุนไพรรวมไปถึงสมบัติล้ำค่ามากมายทำให้ความคิดของนางโตเกินวัยไปมาก อีกทั้งพัฒนาการทางด้านร่างกายก็ยังยอดเยี่ยมและดูเหมือนจะดีขึ้นเรื่อยๆ

     

    "แห๊กๆ เซียนเซียนเจ้าวิ่งมาสิบรอบแล้วนะ พี่สาวจะตามเจ้าไม่ไหวแล้ว"เหยียนลี่เหนื่อยหอบ ตบะพลังของลั่วซีเซียนอยู่ในขั้นแม่ทัพแล้วตอนนี้ ในขณะที่นางกำลังพึ่งก้าวสู่ระดับนักรบเท่านั้น แล้วแบบนี้จะให้นางวิ่งตามน้องสาวได้อย่างไร

     

    ลั่วซีเซียนหยุดวิ่งก่อนที่นางจะเดินมาดูอาการของเหยียนลี่ผู้เป็นพี่สาวที่ตอนนี้นั่งลงอยู่กับพื้นด้วยสภาพเหนื่อยหอบก่อนที่จะนั่งลงเช่นกัน มือเล็กๆทั้งสองข้างจับไปที่ขาของเหยียนลี่และบีบนวดอย่างเบามือ

     

    "ฮิฮิ พี่สาวข้าขอโทษๆเดี๋ยวข้านวดให้นะเจ้าคะ"เหยียนลี่ที่ได้ยินก็ยกยิ้มก่อนที่จะลูบศรีษะของเจ้าหญิงตัวน้อยอย่างแผ่วเบาและพากันหัวเราะคิกคักออกมา

     

    ในขณะที่เหล่าลูกๆกำลังวิ่งเล่นกันอยู่ บรรดาผู้เป็นแม่ๆทั้งสิบคนตอนนี้ก็กำลังนั่งดื่มชา พูดคุย และเฝ้าดูลูกน้อยของพวกนางอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ไกลจากเด็กๆมากนัก

     

    "เห้อ จิ้งจอกน้อยนับวันจะซนใหญ่แล้ว แถมพรสวรรค์ของนางก็เกินกว่าที่พวกเราคาดเอาไว้มาก หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเกรงว่าแม้แต่พวกเราก็จะไล่จับนางไม่ทัน"ไป่หนี่กล่าว ภรรยาอีกเก้าคนก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยไปตามๆกัน นี่ขนาดสามีของพวกนางผนึกพรสวรรค์ของลูกสาวเอาไว้ส่วนหนึ่งตบะยังพุ่งพรวดขนาดนี้ ไม่ต้องคิดเลยว่าหากมันถูกปลดผนึกลั่วซีเซียนจะมีตบะมากมายขนาดไหน

     

    "เห้อ นี่ก็ผ่านมาสามปีแล้วสามียังไม่ออกมาเลยไม่รู้ว่าเป็นเช่นไรบ้าง"ซีอวิ้นถอนหายใจพร้อมกล่าวออกมาน้ำเสียงเต็มไปด้วยความห่วงใย

     

    แต่ทว่าในขณะนั้นเองหอคอยมหาสมบัติก็เกิดอาการสั่งเล็กน้อย จนเหล่าหญิงงามต้องมองไปยังชั้นบนเป็นตาเดียว เพราะจุดที่เป็นศูนย์กลางการสั่นไหวนั้นมาจากชั้นที่ห้าซึ่งเป็นชั้นที่สามีของพวกนางอยู่นั่นเอง

    คล้ายกับเรื่องหนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน